สวัสดีครับนักเรียนทุกคน! ยินดีต้อนรับสู่คลาสเรียนภาษาจีนกับเหล่าซือจาก Tenttulip ครับ!
เคยมั้ยครับ…อยากจะนัดเพื่อนคนจีนไปกินข้าว? อยากจะบอกวันเกิดให้เพื่อนใหม่ฟัง? หรือแค่สงสัยง่ายๆ ว่า “ตอนนี้กี่โมงแล้ว?” ทักษะการบอกวันเวลาเป็นอะไรที่พื้นฐานแต่สำคัญสุดๆ เลยครับ และข่าวดีก็คือ ภาษาจีนมี ‘กฎทอง’ เพียงข้อเดียวที่ใช้กับเรื่องวันเวลาทั้งหมด!
กฎข้อนั้นก็คือ กฎทองคำ: ใหญ่ไปเล็ก (Big to Small)
หลักการนี้ง่ายมากครับ ในภาษาจีน เราจะเรียงลำดับจากหน่วยที่ใหญ่ที่สุดไปหาหน่วยที่เล็กที่สุดเสมอ นั่นคือ ปี -> เดือน -> วันที่ -> (วันในสัปดาห์) -> ชั่วโมง -> นาที แค่จำหลักการนี้ได้ ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องง่ายทันทีครับ
ลองนึกภาพตามนะครับ ในภาษาไทยเราอาจจะพูดว่า “วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม ปี 2025” ซึ่งเป็นการเรียงจากหน่วยเล็ก (วัน) ไปหาหน่วยใหญ่ (ปี) แต่ในภาษาจีนจะกลับด้านกันทั้งหมดครับ เราจะเริ่มจากภาพที่ใหญ่ที่สุดก่อนเสมอ การเรียงลำดับแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ แต่มันสะท้อนวิธีคิดที่น่าสนใจของวัฒนธรรมจีน ที่มักจะมองภาพรวมหรือบริบทที่ใหญ่กว่า (เช่น ปี) ก่อน แล้วค่อยๆ เจาะลึกไปที่รายละเอียดที่เล็กลงมา (เช่น นาที) ซึ่งหลักการนี้ยังใช้กับการบอกที่อยู่ (ประเทศ -> จังหวัด -> เมือง ->…) และการเรียกชื่อ (นามสกุล -> ชื่อ) อีกด้วยครับ
เมื่อเข้าใจคอนเซ็ปต์นี้แล้ว เรามาเริ่มเจาะลึกไปทีละส่วนกันเลยครับ!

วางรากฐานปฏิทิน – ปี 年 nián และ เดือน 月 yuè
การบอกปี 年 nián ง่ายเหมือนนับเลข
การอ่านปีในภาษาจีนนั้นง่ายกว่าที่คิดมากครับ กฎมีข้อเดียวคือ “อ่านตัวเลขเรียงกันทีละตัว” แล้วตามด้วยคำว่า 年 nián ที่แปลว่า “ปี”
ตัวอย่างเช่น:
- ปี 2025: อ่านว่า 二 零 二 五 年 èr líng èr wǔ nián (เอ้อร์ หลิง เอ้อร์ อู่ เหนียน)
- ปี 1997: อ่านว่า 一 九 九 七 年 yī jiǔ jiǔ qī nián (อี จิ่ว จิ่ว ชี เหนียน)
- ปี 2024: อ่านว่า 二 零 二 四 年 èr líng èr sì nián (เอ้อร์ หลิง เอ้อร์ ซื่อ เหนียน)
เกร็ดความรู้จากเหล่าซือ: มีข้อควรระวังนิดนึงครับ! สำหรับปี 2000 เราจะไม่อ่านว่า “สองพันปี” 两 千 年 liǎng qiān nián นะครับ แต่เราจะอ่านเรียงตัวเหมือนเดิม คือ 二 零 零 零 年 èr líng líng líng nián (เอ้อร์ หลิง หลิง หลิง เหนียน) ครับผม การอ่านเรียงตัวแบบนี้ช่วยลดความสับสนและเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกปีครับ
การบอกเดือน 月 yuè แค่เติมตัวเลขข้างหน้า
ข่าวดีสุดๆ สำหรับนักเรียนคือ เดือนในภาษาจีนนั้น “โลจิก” มากๆ ครับ เราไม่ต้องไปท่องชื่อเฉพาะแบบภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยเลย แค่จำตัวเลข 1-12 ได้ ก็บอกเดือนได้ทั้งปีแล้วครับ!
โครงสร้างง่ายๆ คือ: ตัวเลข (1-12) + 月 yuè
ระบบที่ใช้ตัวเลขเป็นหลักนี้ทำให้การเรียนรู้วันเดือนปีของภาษาจีนมีความสม่ำเสมอและคาดเดาได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนครับ
ตาราง 12 เดือน 十二 个 月 shí’èr gè yuè
| ตัวจีน | พินอิน | เสียงอ่านภาษาไทย | ความหมาย |
| 一月 | yīyuè | อี-เยว่ | มกราคม |
| 二月 | èryuè | เอ้อร์-เยว่ | กุมภาพันธ์ |
| 三月 | sānyuè | ซาน-เยว่ | มีนาคม |
| 四月 | sìyuè | ซื่อ-เยว่ | เมษายน |
| 五月 | wǔyuè | อู๋-เยว่ | พฤษภาคม |
| 六月 | liùyuè | ลิ่ว-เยว่ | มิถุนายน |
| 七月 | qīyuè | ชี-เยว่ | กรกฎาคม |
| 八月 | bāyuè | ปา-เยว่ | สิงหาคม |
| 九月 | jiǔyuè | จิ่ว-เยว่ | กันยายน |
| 十月 | shíyuè | สือ-เยว่ | ตุลาคม |
| 十一月 | shíyīyuè | สือ-อี-เยว่ | พฤศจิกายน |
| 十二月 | shí’èryuè | สือ-เอ้อร์-เยว่ | ธันวาคม |
ระบุวันให้ชัดเจน – วันที่ 号 hào / 日 rì และวันในสัปดาห์ 星期 xīngqī
การบอกวันที่ 号 hào กับ 日 rì ใช้ต่างกันอย่างไร?
การบอกวันที่ก็ใช้โครงสร้างง่ายๆ เหมือนเดิมครับ คือ: ตัวเลข + 号 hào หรือ 日 rì
แล้วสองคำนี้ต่างกันอย่างไร? นี่คือจุดที่นักเรียนจะได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างภาษาพูดและภาษาเขียน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การใช้ภาษาจีนได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
- 号 hào: เป็น ภาษาพูด ครับ ใช้ในชีวิตประจำวัน เวลาคุยเล่นกับเพื่อน ส่งข้อความ หรือนัดหมายทั่วๆ ไป จะมีความเป็นกันเองมากกว่า เช่น “วันนี้วันที่ 10” เราจะพูดว่า 今天十号 Jīntiān shí hào
- 日 rì: เป็น ภาษาเขียน หรือใช้ในบริบทที่เป็นทางการครับ เราจะเห็นคำนี้บนเอกสารสำคัญ ประกาศ ปฏิทิน ข่าว หรือวันหมดอายุบนสินค้า เช่น 2025年8月22日
การเข้าใจความแตกต่างนี้จะทำให้นักเรียนสามารถเลือกใช้คำได้เหมาะสมตามสถานการณ์ เหมือนกับการเลือกระหว่างคำว่า “กิน” กับ “รับประทาน” ในภาษาไทยนั่นเองครับ
การบอกวันในสัปดาห์ 星期 xīngqī โลจิกล้วนๆ (ยกเว้นวันอาทิตย์!)
วันในสัปดาห์ก็ยังคงใช้ระบบตัวเลขที่แสนจะ “โลจิก” เหมือนเดิมครับ ทำให้นักเรียนไม่ต้องท่องจำศัพท์ใหม่เยอะเลย
โครงสร้างคือ: 星期 xīngqī + ตัวเลข (1-6)
แต่มีข้อยกเว้นที่ต้องจำให้แม่นหนึ่งวันคือ “วันอาทิตย์” ครับ
จำง่ายๆ เลยครับ จันทร์ถึงเสาร์ใช้ตัวเลขหมด แต่พอถึงวันอาทิตย์ เราจะใช้คำว่า 天 tiān ที่แปลว่า ‘ฟ้า’ หรือ ‘วัน’ (สำหรับภาษาพูด) หรือคำที่เป็นทางการกว่าอย่าง 日 rì ที่แปลว่า ‘พระอาทิตย์’ (สำหรับภาษาเขียน) ครับ
ตารางวันในสัปดาห์ 一个星期 yī gè xīngqī
| ตัวจีน | พินอิน | เสียงอ่านภาษาไทย | ความหมาย |
| 星期一 | xīngqīyī | ซิง-ชี-อี | วันจันทร์ |
| 星期二 | xīngqī’èr | ซิง-ชี-เอ้อร์ | วันอังคาร |
| 星期三 | xīngqīsān | ซิง-ชี-ซาน | วันพุธ |
| 星期四 | xīngqīsì | ซิง-ชี-ซื่อ | วันพฤหัสบดี |
| 星期五 | xīngqīwǔ | ซิง-ชี-อู่ | วันศุกร์ |
| 星期六 | xīngqīliù | ซิง-ชี-ลิ่ว | วันเสาร์ |
| 星期天 | xīngqītiān | ซิง-ชี-เทียน | วันอาทิตย์ (ภาษาพูด) |
| 星期日 | xīngqīrì | ซิง-ชี-รื่อ | วันอาทิตย์ (ภาษาเขียน/ทางการ) |
การประกอบร่างวันที่สมบูรณ์ (ฝึกใช้กฎใหญ่ไปเล็ก)
ตอนนี้เรามีเครื่องมือครบแล้ว! มาลองประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อตอกย้ำ “กฎทองคำ: ใหญ่ไปเล็ก” กันครับ
สมมติว่าเราจะบอกวันที่: “วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2025”
มาเรียงลำดับตามกฎของภาษาจีนกันครับ:
- หน่วยใหญ่สุด (ปี): 2025年 Èr líng èr wǔ nián
- หน่วยถัดมา (เดือน): 8月 bā yuè
- หน่วยถัดมา (วันที่): 22日 èrshí’èr rì (ในที่นี้เราใช้ 日 เพราะเป็นการเขียนตัวอย่างที่เป็นทางการ)
- หน่วยสุดท้าย (วันในสัปดาห์): 星期五 xīngqīwǔ (วันในสัปดาห์จะวางไว้หลังวันที่ครับ)
เมื่อนำมารวมกันจะได้เป็น:
2025年8月22日, 星期五
Èr líng èr wǔ nián bā yuè èrshí’èr rì, xīngqīwǔ
เห็นไหมครับ แค่ยึดหลัก “ใหญ่ไปเล็ก” ไว้ ก็ไม่มีอะไรต้องสับสนเลย!
เจาะลึกเรื่องเวลา – ชั่วโมง 点 diǎn และนาที 分 fēn
เมื่อเราเชี่ยวชาญเรื่องปฏิทินแล้ว ก็ถึงเวลามาดูนาฬิกากันบ้างครับ ซึ่งแน่นอนว่ายังคงใช้กฎ “ใหญ่ไปเล็ก” เหมือนเดิม
การบอกชั่วโมง 点 diǎn และนาที 分 fēn
โครงสร้างพื้นฐานของการบอกเวลาคือ:
ตัวอย่าง:
- 三 点 sān diǎn – 3 โมง (อาจจะเป็นตีสามหรือบ่ายสามก็ได้)
- 十 点 shí diǎn – 10 โมง
- 三 点 十 分 sān diǎn shí fēn – 3 โมง 10 นาที
- 十 点 二 十五 分 shí diǎn èrshíwǔ fēn – 10 โมง 25 นาที
เกร็ดความรู้จากเหล่าซือ: สำหรับเลข 2 เมื่อใช้กับคำลักษณะนามอย่าง 点 diǎn ที่แปลว่า “โมง” คนจีนจะนิยมใช้คำว่า 两 liǎng แทน 二 èr ครับ เช่น “บ่ายสองโมง” จะพูดว่า 下午 两 点 xiàwǔ liǎng diǎn ซึ่งจะฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า 下午 二 点 xiàwǔ èr diǎn ครับ
เพิ่มความชัดเจนด้วย “ช่วงเวลาของวัน”
แค่พูดว่า 三 点 sān diǎn อาจทำให้คนฟังไม่แน่ใจว่าเป็นตีสามหรือบ่ายสาม เพื่อให้การสื่อสารชัดเจนและเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา เราควรจะใส่ “ช่วงเวลาของวัน” เข้าไปด้วยครับ และตามกฎ “ใหญ่ไปเล็ก” คำบอกช่วงเวลาซึ่งเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่าชั่วโมง จะต้องวางไว้ข้างหน้าเสมอครับ
คำศัพท์บอกช่วงเวลาที่ใช้บ่อย:
- 早上 zǎoshang: ตอนเช้าตรู่ (ประมาณ 6:00-9:00)
- 上午 shàngwǔ: ตอนเช้า/สาย (ประมาณ 9:00-12:00)
- 中午 zhōngwǔ: ตอนเที่ยง (ประมาณ 12:00-13:00)
- 下午 xiàwǔ: ตอนบ่าย (ประมาณ 13:00-18:00)
- 晚上 wǎnshang: ตอนเย็น/ค่ำ (ประมาณ 18:00 เป็นต้นไป)
ตัวอย่างการใช้งาน:
- 9 โมงเช้า:
上午 九 点
shàngwǔ jiǔ diǎn - บ่ายสองโมง:
下午 两 点
xiàwǔ liǎng diǎn - หนึ่งทุ่ม:
晚上 七 点
wǎnshang qī diǎn
คำศัพท์พิเศษที่ใช้บ่อย ทางลัดสู่ความเป็นธรรมชาติ
เพื่อให้การพูดเรื่องเวลาของเราไหลลื่นยิ่งขึ้น มาเรียนรู้คำศัพท์ทางลัดที่คนจีนใช้กันเป็นประจำกันครับ
- 半 bàn – ครึ่ง (30 นาที): แทนที่จะพูดว่า 三十 分 sānshí fēn หรือ “30 นาที” คนจีนนิยมพูดว่า 半 bàn ที่แปลว่า “ครึ่ง” มากกว่าครับ
- 刻 kè – 15 นาที: คำนี้มาจากหน่วยเวลาจีนโบราณ โดย 1 刻 เท่ากับ 15 นาทีครับ เป็นคำที่ใช้บ่อยมาก
- (Bonus!) 差 chà – ขาดอีก… / อีก…จะถึง: อยากพูดแบบแอดวานซ์ขึ้นไปอีกนิดมั้ยครับ? ลองใช้คำว่า 差 chà ที่แปลว่า “ขาด” ดูครับ
เทคนิคการตั้งคำถาม – ถามวันเวลาอย่างมือโปรด้วย 几 jǐ
เมื่อบอกเป็นแล้ว ก็ต้องถามเป็นด้วยใช่ไหมครับ? พระเอกของเราในวันนี้คือคำว่า 几 jǐ ครับ
คำว่า 几 jǐ มีความหมายหลักว่า “กี่” ซึ่งใช้ถามจำนวนที่ไม่เยอะ (โดยทั่วไปคาดว่าคำตอบจะน้อยกว่า 12) ซึ่งมันพอดีเป๊ะ! กับการถามเดือน (1-12), วันในสัปดาห์ (1-7), และโมง (1-12) เลยใช่ไหมครับ? นี่คือเหตุผลว่าทำไม 几 จึงเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคำถามเหล่านี้ วิธีใช้ก็ง่ายมาก แค่เอา 几 ไปแทนที่ตัวเลขในประโยคบอกเล่าครับ
มาดู 3 ประโยคคำถามที่สำคัญกันเลยครับ
1. ถามวันที่:
- คำถาม:
今天 几 月 几 号
Jīntiān jǐ yuè jǐ hào?
วันนี้วันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร? - คำตอบ:
今天 八 月 二十二 号
Jīntiān bā yuè èrshí’èr hào.
วันนี้วันที่ 22 สิงหาคม
2. ถามวันในสัปดาห์:
3. ถามเวลา:
- คำถาม:
现在 几 点
Xiànzài jǐ diǎn?
ตอนนี้กี่โมง? - คำตอบ:
现在 下午 三 点 半
Xiànzài xiàwǔ sān diǎn bàn.
ตอนนี้บ่ายสามโมงครึ่ง
Challenge จากเหล่าซือ!
เอาล่ะครับ ถึงเวลาทดสอบตัวเองแล้ว! ลองตอบคำถามของเหล่าซือในคอมเมนต์ข้างล่างนี้ดูนะครับ:
- 你 的 生日 是 几 月 几 号
Nǐ de shēngrì shì jǐ yuè jǐ hào?
วันเกิดของคุณคือวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร? - 现在 几 点
Xiànzài jǐ diǎn?
(มองนาฬิกaแล้วตอบเลย!) ตอนนี้กี่โมง?
ยอดเยี่ยมมากครับทุกคน! แค่เข้าใจหลักการ “ใหญ่ไปเล็ก” และจำคำศัพท์พื้นฐานเหล่านี้ได้ นักเรียนก็สามารถพูดคุยเรื่องวันเวลา ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากๆ ในการใช้ชีวิตจริงได้แล้วครับ พยายามฝึกใช้บ่อยๆ นะครับ แล้วเจอกันใหม่คลาสหน้าครับ! 加油 jiāyóu!