ปกบทเรียน HSK 3 เช็กลิสต์ก่อนขึ้น HSK 4 grammar และคำศัพท์ที่ต้องแม่น

เช็กลิสต์ HSK 3 ก่อนขึ้น HSK 4: grammar และคำศัพท์ที่ต้องแม่น

ก่อนขึ้น HSK 4 น้องๆ ไม่จำเป็นต้อง “เก่งสมบูรณ์แบบ” ทุกเรื่องของ HSK 3 แต่ควรมีฐานที่พอใช้ได้จริง ถ้ายังอ่านบท HSK 3 แล้วหลุดใจความ ฟังบทสนทนาแล้วจับได้แค่คำเดี่ยว หรือแต่งประโยคได้แค่ 我喜欢中文wǒ xǐhuan Zhōngwén แบบสั้นมาก การรีบขึ้น HSK 4 จะทำให้เหนื่อยเร็ว เพราะ HSK 4 ไม่ได้เพิ่มแค่คำศัพท์ แต่เพิ่มความยาวของประโยค ความถี่ของคำเชื่อม และความซับซ้อนของบทอ่านด้วย

บทนี้เป็นเช็กลิสต์ HSK 3 ก่อนขึ้น HSK 4 แบบใช้งานจริง เหล่าซือจะพาน้องๆ ตรวจ 4 ส่วน คือ ไวยากรณ์ คำศัพท์ ทักษะอ่านฟังพูดเขียน และความพร้อมในการเรียน HSK 4 ต่อ ถ้าตรวจแล้วผ่านส่วนใหญ่ ก็เริ่ม HSK 4 ได้อย่างมั่นใจขึ้น ถ้ายังไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร เพราะบทนี้บอกชัดว่าควรกลับไปทวนอะไร ไม่ต้องเดาเอง

เคล็ดลับเวลาอ่าน: ถ้าเห็นตัวอักษรจีนที่ขีดเส้นใต้หรือกดได้ สามารถกดที่ตัวอักษรจีนเพื่อดูพินอิน คำอ่านไทย ความหมาย และข้อมูลคำศัพท์เพิ่มเติมได้

หมายเหตุเรื่อง HSK 3 ระบบเก่า/ระบบใหม่

บทนี้ใช้แนวคิดการเตรียมตัวจาก HSK 3 ไป HSK 4 โดยเน้นทักษะและไวยากรณ์ที่ควรใช้ได้จริง ไม่ว่าผู้เรียนจะเรียนตามระบบเก่าหรือระบบใหม่ ถ้าเรียนตามระบบใหม่ คำศัพท์ HSK 3 จะมากกว่าเดิมและมีคำที่ใช้ในบริบทหลากหลายขึ้น จึงยิ่งควรทวนเป็นกลุ่ม ไม่ใช่ท่องจากตารางอย่างเดียว

สรุปง่ายๆ: เป้าหมายของบทนี้ไม่ใช่การเถียงจำนวนคำ แต่คือเช็กว่าเราพร้อมอ่าน ฟัง เขียน และต่อยอดไป HSK 4 ได้จริงหรือยัง

อ่านต่อในคอร์ส

HSK 3 เขียนประโยคให้ยาวขึ้น
เส้นทางเรียน HSK 3 ฟรี
เส้นทางเรียน HSK 4 ฟรี
Flashcard HSK 3 / Quiz คำศัพท์ HSK 3

สรุปสั้นๆ: พร้อมขึ้น HSK 4 ต้องทำอะไรได้

ความพร้อมก่อนขึ้น HSK 4 ไม่ได้วัดจากการจำคำศัพท์ HSK 3 ได้ครบแบบท่องรายการอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากการใช้จริงด้วย ถ้าน้องๆ อ่านประโยคที่มี 因为yīn wèi所以suǒ yǐ…, 虽然suī rán但是dàn shì…, , bèi, 补语bǔ yǔ แล้วเข้าใจโดยไม่ต้องหยุดนาน แปลว่าฐานไวยากรณ์เริ่มดี ถ้าเห็นคำอย่าง 复习fù xí, 提高tí gāo, 参加cān jiā, 解决jiě jué, 办法bàn fǎ แล้วนึกภาพสถานการณ์ได้ แปลว่าคลังคำศัพท์เริ่มพร้อม และถ้าเล่าเรื่องสั้น 5-6 ประโยคได้โดยไม่ติดทุกคำ แปลว่าพร้อมแตะ HSK 4 มากขึ้น

ทักษะพร้อมระดับไหนตัวชี้วัดถ้ายังไม่ถึงให้ทำอะไร
อ่านอ่านบท HSK 3 ได้โดยไม่แปลทุกคำจับใจความหลัก + รายละเอียดสำคัญถ้ายังต้องเปิดพจนานุกรมทุกประโยค ให้ทวนคำศัพท์ก่อน
ฟังฟังบทสนทนา HSK 3 แล้วรู้ว่าใครทำอะไรจับสถานการณ์และคำบอกเวลาถ้าฟังได้แค่คำเดี่ยว ต้องฝึก shadowing เพิ่ม
พูดเล่าเรื่องสั้น 5-6 ประโยคได้ใช้เวลา เหตุผล และผลลัพธ์ถ้าพูดเป็นประโยคเดี่ยวๆ ยังไม่พร้อมเต็มที่
เขียนเขียนย่อหน้าสั้นด้วยคำเชื่อมพื้นฐานใช้ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… / xiānzài… / 虽然suī rán但是dàn shìถ้าเรียงคำผิดบ่อย ให้กลับไปบท writing
คำศัพท์จำคำ HSK 3 ได้ทั้งรูป เสียง ความหมายทำ quiz ได้เกิน 80%ถ้าจำได้เฉพาะตอนเห็น pinyin ยังต้องทวน
ไวยากรณ์เห็น pattern แล้วรู้หน้าที่/bèi/补语bǔ yǔ/比较句bǐ jiào jù/连词lián cíถ้ารู้ชื่อแต่ใช้ไม่ได้ ให้ฝึกแต่งประโยค

HSK 3 vs HSK 4 ต่างกันตรงไหน

จาก HSK 3 ไป HSK 4 ความยากไม่ได้เพิ่มแค่จำนวนคำศัพท์ แต่เพิ่มที่ความยาวของประโยค ความสัมพันธ์ระหว่างประโยค และการจับเหตุผลในบทอ่าน/บทฟัง

ด้านHSK 3HSK 4
ประโยคสั้นถึงกลางยาวขึ้น มีคำเชื่อมบ่อย
คำศัพท์ชีวิตประจำวัน การเรียน เดินทางความเห็น เหตุผล งาน สังคม ปัญหา
การอ่านจับใจความตรงๆต้องเดาบริบทและจับความสัมพันธ์ของประโยค
การฟังบทสนทนาสั้นรายละเอียดมากขึ้น เช่น เหตุผล เวลา เงื่อนไข
การเขียนประโยคเดี่ยว/ย่อหน้าสั้นต้องเชื่อมเหตุผลและลำดับความคิด

ไวยากรณ์ HSK 3 ที่ต้องแม่นก่อนขึ้น HSK 4

HSK 4 จะไม่เริ่มจากศูนย์ แต่เอา grammar ของ HSK 3 ไปใช้ในประโยคยาวขึ้น ถ้า ยังไม่มั่นใจ เมื่อเจอประโยคยาวที่มี + ผลลัพธ์ จะอ่านช้า ถ้า bèi ยังสับสน เมื่อเจอบทอ่านที่เล่าว่าใครถูกกระทำจะจับใจความผิด และถ้าบทเสริมผลยังไม่แม่น คำอย่าง 看懂、听懂、找到、做完kàn dǒng, tīng dǒng, zhǎo dào, zuò wán จะทำให้เข้าใจพลาดบ่อยมาก

หัวข้อต้องรู้ว่าอะไรตัวอย่างสัญญาณว่ายังต้องทวน
ย้ายกรรมมาหน้ากริยาเพื่อบอกการจัดการ/ผลลัพธ์我把作业做完了。wǒ bǎ zuòyè zuò wán leถ้ายังไม่รู้ว่าผลลัพธ์คืออะไร ควรทวน
bèiประโยคถูกกระทำ我的自行车被别人骑走了。wǒ de zìxíngchē bèi bié rén qí zǒu leต้องแยกได้ว่าใครถูกกระทำ ใครเป็นผู้กระทำ
补语bǔ yǔบทเสริมผล/ทิศทาง/ระดับ看懂、找到、走出来、说得很好kàn dǒng, zhǎo dào, zǒu chūlái, shuō de hěn hǎoHSK 4 จะเจอถี่ขึ้นมาก
比较句bǐ jiào jùเปรียบเทียบด้วย / gēn一样yíyàng他比我高。这个跟那个一样贵。tā bǐ wǒ gāo zhè gè gēn nà gè yíyàng guìต้องไม่สลับตำแหน่ง A/B
连词lián cíคำเชื่อมเหตุผล เงื่อนไข ลำดับ因为yīn wèi所以suǒ yǐ… / 虽然suī rán但是dàn shì… / 如果rúguǒjiùต้องใช้เชื่อม 2 ประโยคได้
一边yī biān一边yī biānทำสองอย่างพร้อมกัน我一边听录音,一边写生词。wǒ yī biān tīng lù yīn, yī biān xiě shēng cíถ้าเขียนเองไม่ได้ ควรทวนก่อนขึ้น HSK 4
不但bù dàn而且ér qiěไม่เพียงแต่…แต่ยัง…他不但会说中文,而且写得很好。tā bù dàn huì shuō Zhōngwén, ér qiě xiě de hěn hǎoช่วยให้ประโยคยาวขึ้นเป็นธรรมชาติ
xiānzàiลำดับขั้นตอน我先看问题,再读文章。wǒ xiān kàn wèn tí, zài dú wén zhāngสำคัญมากใน reading และ writing

ไวยากรณ์ที่ควรเช็กเพิ่มก่อนขึ้น HSK 4

นอกจาก , bèi, 补语bǔ yǔ และคำเชื่อมแล้ว ให้เช็กอีก 2 กลุ่มนี้ด้วย เพราะจะเจอบ่อยมากเมื่อประโยคยาวขึ้น

กลุ่มต้องแยกให้ได้ตัวอย่างพร้อมพินอินใช้ทำอะไร
le / guo / zheเหตุการณ์เกิดแล้ว / เคยมีประสบการณ์ / สภาพที่คงอยู่我去过中国。wǒ qù guo Zhōngguó
Wǒ qù guo Zhōngguó.
门开着。mén kāi zhe
Mén kāi zhe.
我已经做完了。wǒ yǐ jīng zuò wán le
Wǒ yǐjīng zuò wán le.
อ่านเวลา ประสบการณ์ และสภาพของสิ่งของ/การกระทำ
de / de / deขยายนาม / ขยายกริยา / บอกระดับหลังคำกริยา他说得很快。tā shuō de hěn kuài
Tā shuō de hěn kuài.
她写得很好。tā xiě de hěn hǎo
Tā xiě de hěn hǎo.
我累得不想说话。wǒ lèi de bù xiǎng shuō huà
Wǒ lèi de bù xiǎng shuōhuà.
ใช้บอกว่าทำได้ดี เร็ว ช้า หรือหนักแค่ไหน

บทเสริมผลคือสะพานสำคัญจาก HSK 3 ไป HSK 4

บทเสริมผลหรือ 结果补语jiéguǒ bǔyǔ เป็นหัวข้อที่ควรทวนจริงจังก่อนขึ้น HSK 4 เพราะภาษาจีนใช้กริยา + ผลลัพธ์บ่อยมาก เช่น 看懂kàn dǒng ไม่ใช่แค่ “ดู/อ่าน” แต่คือ “อ่านแล้วเข้าใจ” 找到zhǎo dào ไม่ใช่แค่ “หา” แต่คือ “หาเจอ” 做完zuò wán ไม่ใช่แค่ “ทำ” แต่คือ “ทำเสร็จ” พอขึ้น HSK 4 คำแบบนี้จะเจอในบทอ่านและบทฟังถี่ขึ้น ถ้าแยกผลลัพธ์ไม่ออกจะเข้าใจประโยคคลาดเคลื่อน

วิธีทวนคืออย่าจำเป็นคู่คำเฉยๆ ให้แต่งประโยคจริง เช่น 我看懂了这篇文章。wǒ kàn dǒng le zhè piān wén zhāng/ 我还没找到手机。wǒ hái méi zhǎo dào shǒujī/ 我把作业做完了。wǒ bǎ zuòyè zuò wán le แล้วถามตัวเองว่า “ผลลัพธ์คืออะไร” ถ้าตอบได้ทันที แปลว่าเริ่มพร้อมขึ้น HSK 4 แล้ว

คำเชื่อมที่ต้องใช้เองได้ ไม่ใช่แค่แปลได้

คำเชื่อมเป็นตัวทำให้ประโยค HSK 3 กลายเป็นงานเขียนระดับกลาง ถ้าน้องๆ รู้แค่ความหมายของ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… แต่ยังแต่งประโยคเองไม่ได้ เวลาอ่าน HSK 4 จะพอเข้าใจ แต่เวลาเขียนหรือพูดจะยังติดมาก ก่อนขึ้น HSK 4 ควรใช้คำเชื่อมพื้นฐานได้อย่างน้อย 5 ชุด คือ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ…, 虽然suī rán但是dàn shì…, 如果rúguǒjiù…, 不但bù dàn而且ér qiě…, และ xiānzài

ให้ฝึกด้วยหัวข้อใกล้ตัว เช่น การเรียน งานอดิเรก การเดินทาง สุขภาพ หรือการซื้อของ อย่าเริ่มจากหัวข้อยากเกินไป เป้าหมายคือให้ pattern ติดมือก่อน พอขึ้น HSK 4 แล้วค่อยเพิ่มคำศัพท์ที่นามธรรมขึ้น

ตัวอย่างย่อหน้า HSK 3 → HSK 4

ถ้าอยากเห็นภาพว่า “ประโยคยาวขึ้น” คืออะไร ให้เทียบสองย่อหน้านี้ เวอร์ชันแรกเป็นระดับ HSK 3 ที่เล่าเหตุการณ์เป็นประโยคสั้น ส่วนเวอร์ชันหลังเริ่มแตะ HSK 4 เพราะเชื่อมเหตุผล เงื่อนไข และผลลัพธ์มากขึ้น

แบบ HSK 3

昨天我去书店买书。我买了一本中文书。回家以后,我复习了生词。虽然有点儿累,但是我很高兴。zuótiān wǒ qù shū diàn mǎi shū wǒ mǎi le yī běn Zhōngwén shū huí jiā yǐhòu, wǒ fù xí le shēng cí suī rán yǒudiǎnr lèi, dàn shì wǒ hěn gāoxìng

Zuótiān wǒ qù shūdiàn mǎi shū. Wǒ mǎi le yì běn Zhōngwén shū. Huí jiā yǐhòu, wǒ fùxí le shēngcí. Suīrán yǒudiǎnr lèi, dànshì wǒ hěn gāoxìng.

เมื่อวานฉันไปร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือ ฉันซื้อหนังสือภาษาจีนหนึ่งเล่ม หลังกลับบ้าน ฉันทวนคำศัพท์ใหม่ แม้จะเหนื่อยนิดหน่อย แต่ฉันดีใจมาก

เริ่มแตะ HSK 4

昨天我去书店买了一本中文书,因为下周有听力考试,所以我想先复习生词。回家以后,我把今天学的课文看完了,虽然有几个词还没看懂,但是我觉得自己越来越有信心。zuótiān wǒ qù shū diàn mǎi le yī běn Zhōngwén shū, yīn wèi xià zhōu yǒu tīng lì kǎo shì, suǒ yǐ wǒ xiǎng xiān fù xí shēng cí huí jiā yǐhòu, wǒ bǎ jīntiān xué de kè wén kàn wán le, suī rán yǒu jǐ gè cí hái méi kàn dǒng, dàn shì wǒ juéde zì jǐ yuè lái yuè yǒu xìn xīn

Zuótiān wǒ qù shūdiàn mǎi le yì běn Zhōngwén shū, yīnwèi xià zhōu yǒu tīnglì kǎoshì, suǒyǐ wǒ xiǎng xiān fùxí shēngcí. Huí jiā yǐhòu, wǒ bǎ jīntiān xué de kèwén kàn wán le, suīrán yǒu jǐ ge cí hái méi kàn dǒng, dànshì wǒ juéde zìjǐ yuè lái yuè yǒu xìnxīn.

เมื่อวานฉันไปร้านหนังสือซื้อหนังสือภาษาจีนหนึ่งเล่ม เพราะสัปดาห์หน้ามีสอบฟัง ฉันเลยอยากทวนคำศัพท์ใหม่ก่อน หลังกลับบ้าน ฉันอ่านบทเรียนที่เรียนวันนี้จบแล้ว แม้ยังมีคำอยู่สองสามคำที่อ่านไม่เข้าใจ แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

เวอร์ชันหลังใช้ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ, , 看完kàn wán, 看懂kàn dǒng, 虽然suī rán但是dàn shì และ 越来越yuè lái yuè จึงใกล้การเขียนระดับ HSK 4 มากขึ้น

คำศัพท์ HSK 3 ที่ควรทวนเป็นกลุ่ม

การทวนคำศัพท์ก่อนขึ้น HSK 4 ไม่ควรเปิดรายการยาวแล้วไล่อ่านจากคำแรกถึงคำสุดท้ายอย่างเดียว วิธีที่ดีกว่าคือทวนเป็นกลุ่มตามสถานการณ์ เพราะ HSK 4 จะเริ่มวัดว่าผู้เรียนใช้คำในบริบทได้ไหม ไม่ใช่จำคำแปลไทยคำเดียว กลุ่มคำที่ควรแม่นมากคือ เวลา/ลำดับ ความถี่ การเรียน ความเห็น ชีวิตประจำวัน ความรู้สึก งาน และการเดินทาง

กลุ่มคำคำตัวอย่างใช้ทำอะไร
เวลา/ลำดับ以前、以后、然后、最后、刚才、马上yǐqián, yǐhòu, ránhòu, zuì hòu, gāng cái, mǎshàngใช้เล่าเหตุการณ์ให้เป็นลำดับ
ความถี่/ระดับ经常、总是、越来越、有点儿、特别、比较jīng cháng, zǒng shì, yuè lái yuè, yǒudiǎnr, tè bié, bǐ jiàoใช้บอกนิสัย ความเปลี่ยนแปลง และระดับ
การเรียน复习、练习、提高、成绩、考试、作业fù xí, liàn xí, tí gāo, chéng jì, kǎo shì, zuòyèเชื่อมกับบทเรียน HSK 3 และ HSK 4 โดยตรง
ความเห็น觉得、认为、希望、打算、决定juéde, rèn wèi, xī wàng, dǎ suàn, jué dìngใช้เขียนเหตุผลและตอบคำถามยาวขึ้น
ชีวิตประจำวัน搬家、迟到、照顾、参加、解决、办法bān jiā, chí dào, zhào gù, cān jiā, jiě jué, bàn fǎเจอบ่อยในบทอ่าน HSK 4
ความรู้สึก担心、满意、难过、紧张、放心dān xīn, mǎn yì, nán guo, jǐn zhāng, fàng xīnทำให้ประโยคมีมุมมอง ไม่ใช่แค่เล่าเหตุการณ์
งาน/สังคม同事、会议、公司、经理、工作、机会tóng shì, huì yì, gōng sī, jīng lǐ, gōngzuò, jī huìเป็นสะพานไปหัวข้อกลางของ HSK 4
การเดินทาง地铁、机场、方向、附近、经过、换车de tiě, jī chǎng, fāngxiàng, fù jìn, jīng guo, huàn chēใช้กับบทสนทนาและ reading ระดับกลาง

อย่าข้ามคำที่ดูง่ายเกินไป

คำอย่าง 以后yǐhòu, 以前yǐqián, 然后ránhòu, 最后zuì hòu ดูง่าย แต่ถ้าใช้สลับกันในบทอ่านจะทำให้เข้าใจลำดับเหตุการณ์ผิด คำอย่าง 比较bǐ jiào, 特别tè bié, 有点儿yǒudiǎnr, 越来越yuè lái yuè ก็เช่นกัน เพราะบอกระดับความรู้สึกและความเปลี่ยนแปลง ถ้าคำระดับนี้ยังไม่แน่น HSK 4 จะยากขึ้นทันที แม้จะจำคำศัพท์ใหม่ได้หลายคำก็ตาม

วิธีเช็คคือให้ลองเขียนไดอารี่จีน 5 ประโยค แล้วบังคับใช้คำกลุ่มเวลาและระดับอย่างน้อย 3 คำ เช่น 今天下课以后,我先复习生词,然后做作业。虽然有点儿累,但是我觉得越来越有信心。jīntiān xià kè yǐhòu, wǒ xiān fù xí shēng cí, ránhòu zuò zuòyè suī rán yǒudiǎnr lèi, dàn shì wǒ juéde yuè lái yuè yǒu xìn xīn ถ้าเขียนได้แบบนี้โดยไม่ต้องเปิดตัวอย่างตลอด แปลว่าฐาน HSK 3 เริ่มพร้อม

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อยก่อนขึ้น HSK 4

จุดที่ทำให้ผู้เรียนไทยสะดุดมักไม่ใช่คำยาก แต่เป็นคำที่ดูง่ายและใช้สลับตำแหน่งผิด ตารางนี้ใช้เช็กก่อนเริ่ม HSK 4 ได้ดีมาก

จุดที่พลาดตัวอย่างผิดแก้เป็นเหตุผล
สลับ 以前yǐqián / 以后yǐhòu下课以前我回家。xià kè yǐqián wǒ huí jiā
Xià kè yǐqián wǒ huí jiā.
下课以后我回家。xià kè yǐhòu wǒ huí jiā
Xià kè yǐhòu wǒ huí jiā.
ต้องการพูดว่า “หลังเลิกเรียน” จึงใช้ 以后yǐhòu
ใช้ แต่ไม่มีผลลัพธ์我把书看。wǒ bǎ shū kàn
Wǒ bǎ shū kàn.
我把书看完了。wǒ bǎ shū kàn wán le
Wǒ bǎ shū kàn wán le.
ประโยค มักต้องมีผลลัพธ์หรือการจัดการกับกรรม
ลืม de ในการบอกระดับ他说中文很好。tā shuō Zhōngwén hěn hǎo
Tā shuō Zhōngwén hěn hǎo.
他说中文说得很好。tā shuō Zhōngwén shuō de hěn hǎo
Tā shuō Zhōngwén shuō de hěn hǎo.
เมื่อต้องการบอกว่าพูดได้ดี ให้ใช้ V + de + ระดับ
ใช้ แล้วใส่ hěn他比我很高。tā bǐ wǒ hěn gāo
Tā bǐ wǒ hěn gāo.
他比我高很多。tā bǐ wǒ gāo hěn duō
Tā bǐ wǒ gāo hěn duō.
หลัง ไม่ใช้ hěn แบบตรงๆ ถ้าจะเน้นระดับให้ใช้ 高很多gāo hěn duō

เช็กลิสต์ให้คะแนนตัวเอง

ให้คะแนนแต่ละข้อ 0-2 คะแนน 0 คือทำไม่ได้หรือไม่มั่นใจ 1 คือทำได้บ้างแต่ยังช้า 2 คือทำได้ค่อนข้างมั่นใจ คะแนนเต็ม 16 ถ้าได้ 14 คะแนนขึ้นไป เริ่ม HSK 4 ได้เลย ถ้าได้ 10-13 คะแนน เริ่ม HSK 4 ได้แต่ควรทวน HSK 3 คู่กัน ถ้าต่ำกว่า 10 คะแนน ควรกลับไปทวน HSK 3 ก่อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

ข้อเช็กลิสต์ให้คะแนน
1ฉันอธิบายความต่างของ กับ bèi ได้0 / 1 / 2
2ฉันใช้ 看懂、找到、说得好kàn dǒng, zhǎo dào, shuō de hǎo ได้ถูกบริบท0 / 1 / 2
3ฉันแต่งประโยคด้วย 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… ได้เอง0 / 1 / 2
4ฉันอ่านบท HSK 3 ยาว 300-500 ตัวอักษรแล้วจับใจความได้0 / 1 / 2
5ฉันฟังบทสนทนา HSK 3 แล้วตอบคำถามหลักได้0 / 1 / 2
6ฉันรู้คำศัพท์ HSK 3 กลุ่มเวลา เรียน งาน เดินทาง และความรู้สึก0 / 1 / 2
7ฉันเขียนย่อหน้าจีนสั้นๆ 5 ประโยคได้0 / 1 / 2
8ฉันทำ quiz คำศัพท์ HSK 3 ได้อย่างน้อย 80%0 / 1 / 2
คะแนนรวมความหมายขั้นต่อไป
ถ้าคะแนน self-check ต่ำกว่า 10ยังไม่ควรรีบขึ้น HSK 4กลับไปทวน HSK 3 grammar + flashcard
ถ้าคะแนน 10-13เริ่มแตะ HSK 4 ได้ แต่ต้องทวนคู่กันอ่าน HSK 4 ช้าๆ และทำตารางคำศัพท์ส่วนตัว
ถ้าคะแนน 14-16พร้อมเริ่ม HSK 4 แบบจริงจังเริ่ม HSK 4 grammar และอ่านบทความยาวขึ้น

Mini Test: ลองทำก่อนดูเฉลย

ทำ 8 ข้อนี้ก่อนเปิดเฉลย ถ้าผิดข้อ 1-3 ให้ทวน grammar โครงสร้าง ถ้าผิดข้อ 4-5 ให้ทวนการเปรียบเทียบและคำเชื่อม ถ้าผิดข้อ 6-8 ให้ฝึกแต่งประโยคและคำศัพท์ระดับกลางเพิ่ม

ข้อโจทย์
1เลือกคำเชื่อม: ___ 今天下雨jīntiān xià yǔ,___ 我们不去公园了。wǒ men bù qù gōng yuán le
___ jīntiān xià yǔ, ___ wǒmen bú qù gōngyuán le.
2เติมบทเสริมผล: 这个电影我看zhè gè diànyǐng wǒ kàn___了。le
Zhège diànyǐng wǒ kàn ___ le.
3เรียงคำ: / 作业zuòyè / / 做完了zuò wán le
4แปลไทยเป็นจีน: ฉันสูงกว่าเขานิดหน่อย
5เติมคำ: ___会说中文huì shuō Zhōngwén,___会写汉字。huì xiě hàn zì
Tā ___ huì shuō Zhōngwén, ___ huì xiě Hànzì.
6เขียนต่อ 1 ประโยค: 虽然这个问题有点难suī rán zhè gè wèn tí yǒudiǎn nán,…
Suīrán zhège wèntí yǒudiǎn nán, …
7เลือกคำ: 我先看问题wǒ xiān kàn wèn tí,___读文章。dú wén zhāng
Wǒ xiān kàn wèntí, ___ dú wénzhāng.
8แปลไทยเป็นจีน: ฉันรู้สึกมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

เฉลย Mini Test พร้อมเหตุผล

ข้อ 1

因为今天下雨,所以我们不去公园了。yīn wèi jīntiān xià yǔ, suǒ yǐ wǒ men bù qù gōng yuán le

Yīnwèi jīntiān xià yǔ, suǒyǐ wǒmen bú qù gōngyuán le.

ใช้ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… เพราะประโยคแรกเป็นเหตุผล และประโยคหลังเป็นผลลัพธ์

ข้อ 2

这个电影我看懂了。zhè gè diànyǐng wǒ kàn dǒng le

Zhège diànyǐng wǒ kàn dǒng le.

เฉลยคือ dǒng เพราะ 看懂kàn dǒng แปลว่า “ดู/อ่านแล้วเข้าใจ” ไม่ใช่แค่ kàn เฉยๆ

ข้อ 3

我把作业做完了。wǒ bǎ zuòyè zuò wán le

Wǒ bǎ zuòyè zuò wán le.

ใช้ เพราะเน้นว่าการบ้านถูกทำจนเสร็จ ผลลัพธ์คือ 做完zuò wán

ข้อ 4

我比他高一点儿。wǒ bǐ tā gāo yìdiǎnr

Wǒ bǐ tā gāo yìdiǎnr.

ใช้ เพื่อเปรียบเทียบ และ 一点儿yìdiǎnr เพื่อบอกว่า “นิดหน่อย”

ข้อ 5

他不但会说中文,而且会写汉字。tā bù dàn huì shuō Zhōngwén, ér qiě huì xiě hàn zì

Tā búdàn huì shuō Zhōngwén, érqiě huì xiě Hànzì.

ใช้ 不但bù dàn而且ér qiě… เพื่อบอกว่า “ไม่เพียงแต่พูดได้ แต่ยังเขียนได้ด้วย”

ข้อ 6

虽然这个问题有点难,但是我想试试。suī rán zhè gè wèn tí yǒudiǎn nán, dàn shì wǒ xiǎng shì shì

Suīrán zhège wèntí yǒudiǎn nán, dànshì wǒ xiǎng shìshi.

ใช้ 虽然suī rán但是dàn shì… เพื่อเชื่อม “แม้ยาก” กับ “ยังอยากลอง”

ข้อ 7

我先看问题,再读文章。wǒ xiān kàn wèn tí, zài dú wén zhāng

Wǒ xiān kàn wèntí, zài dú wénzhāng.

ใช้ xiānzài… เพื่อบอกลำดับว่า “ก่อน…แล้วค่อย…”

ข้อ 8

我觉得越来越有信心。wǒ juéde yuè lái yuè yǒu xìn xīn

Wǒ juéde yuè lái yuè yǒu xìnxīn.

越来越yuè lái yuè ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้ายังไม่พร้อม ควรกลับไปทวนบทไหน

ถ้าตรวจแล้วรู้สึกว่ายังไม่พร้อม ไม่ต้องรีบเปลี่ยนระดับ ให้กลับไปทวนบท HSK 3 ตามปัญหาจริง ถ้าอ่านไม่คล่อง ให้กลับไปอ่าน HSK 3 Reading Practice ถ้าฟังไม่ทัน ให้กลับไปฟัง HSK 3 Listening Practice ถ้าเขียนไม่ยาว ให้ทวน บทเขียนประโยคให้ยาวขึ้น และถ้าคำศัพท์ยังหลุด ให้ใช้ Flashcard HSK 3 สลับกับ Quiz คำศัพท์ HSK 3

ถ้าพร้อมแล้ว ให้เปิด เส้นทางเรียน HSK 4 ฟรี แล้วเริ่มจาก grammar ที่เชื่อมกับ HSK 3 ก่อน เช่น คำเชื่อม บทเสริม และคำที่ใช้ในบทอ่าน อย่าเริ่มจากการจำคำศัพท์ HSK 4 ทั้งหมดรวดเดียว เพราะจะหนักและจำยากกว่าเรียนเป็นหัวข้อ

แผนทวน 7 วันก่อนขึ้น HSK 4

แผนนี้เหมาะกับคนที่เรียน HSK 3 จบแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าฐานแน่นพอไหม ใช้เวลาไม่ต้องเยอะ วันละ 30-45 นาทีพอ แต่ต้องทำต่อเนื่อง จุดสำคัญคือทวนแบบ active ไม่ใช่อ่านผ่านๆ ให้แต่งประโยค ทำ quiz ฟังซ้ำ และเขียนสรุปเอง

วันโฟกัสงานที่ต้องทำ
วันที่ 1ทวน / bèiแต่งอย่างละ 8 ประโยค
วันที่ 2ทวนบทเสริมผล看懂、找到、做完、写错kàn dǒng, zhǎo dào, zuò wán, xiě cuò อย่างละ 5 ประโยค
วันที่ 3ทวนคำเชื่อมเพราะ/แม้ว่า/ถ้า/ไม่เพียงแต่ อย่างละ 4 ประโยค
วันที่ 4ทวนคำศัพท์ HSK 3Flashcard 80 คำ + quiz 20 ข้อ
วันที่ 5ฝึกอ่านอ่านบทสั้นแล้วสรุปใจความ 3 ข้อ
วันที่ 6ฝึกฟังฟังบทสนทนา 3 รอบ แล้วเขียนคำที่ได้ยิน
วันที่ 7mini reviewทำ self-check ใหม่และเขียนย่อหน้า 1 เรื่อง

สัญญาณว่าพร้อมเริ่ม HSK 4 แล้ว

สัญญาณที่ดีที่สุดคือไม่ใช่ “จำครบทุกคำ” แต่คือ “ใช้ฐานเดิมแก้ปัญหาใหม่ได้” เช่น เจอประโยคยาวแล้วยังแยกประธาน กริยา กรรม และคำเชื่อมได้ เจอคำใหม่ในบทอ่านแล้วยังเดาความหมายจากบริบทได้บางส่วน ฟังบทสนทนาแล้วรู้สถานการณ์แม้จะไม่เข้าใจทุกคำ และเขียนย่อหน้าสั้นๆ ได้โดยใช้คำเชื่อมพื้นฐาน ถ้าทำได้แบบนี้ น้องๆ พร้อมเริ่ม HSK 4 แล้ว

แต่ถ้ายังรู้สึกกลัว HSK 4 มาก ให้เริ่มแบบเบาๆ ก่อน เช่น อ่านบท HSK 4 วันละย่อหน้า ท่องคำศัพท์วันละ 15 คำ และยังคงทวน HSK 3 สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง วิธีนี้จะไม่ทำให้ฐานเก่าหลุด และช่วยให้การขึ้นระดับไม่กระโดดเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

ต้องจำคำศัพท์ HSK 3 ได้ครบทุกคำก่อนขึ้น HSK 4 ไหม

ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบทุกคำ แต่ควรรู้คำหลักในชีวิตประจำวัน การเรียน เวลา ความรู้สึก การเดินทาง และคำเชื่อมพื้นฐาน ถ้าทำ quiz HSK 3 ได้เกิน 80% อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าเริ่มพร้อมขึ้น HSK 4

ถ้า grammar HSK 3 ยังไม่แม่น ควรขึ้น HSK 4 ไหม

ถ้ายังสับสน , bèi, บทเสริมผล และคำเชื่อมหลัก ควรทวนก่อน เพราะ HSK 4 จะใช้สิ่งเหล่านี้ในประโยคยาวขึ้น ถ้าไม่ทวนจะรู้สึกว่า HSK 4 ยากกว่าความจริง

ใช้เวลาทวนก่อนขึ้น HSK 4 กี่วันดี

ถ้าฐานพอมีแล้ว 7 วันแบบจริงจังก็พอเห็นผล แต่ถ้าคะแนน self-check ต่ำกว่า 10 ควรให้เวลา 2-3 สัปดาห์เพื่อทวนคำศัพท์และ grammar HSK 3 ให้แน่นขึ้น

ควรเริ่ม HSK 4 จากคำศัพท์หรือไวยากรณ์ก่อน

ควรเริ่มคู่กัน แต่ไม่ควรเปิดรายการคำศัพท์ยาวๆ อย่างเดียว ให้เลือกบทเรียน HSK 4 หนึ่งหัวข้อ แล้วเรียน grammar พร้อมคำศัพท์ในบริบท จะจำได้ทนกว่าและใช้ได้จริงกว่า

หลังทำ self-check ควรไปต่อทางไหน

ใช้คะแนนของตัวเองเป็นตัวเลือกเส้นทาง ไม่ต้องรีบขึ้น HSK 4 ถ้าฐาน HSK 3 ยังหลวม

  • ถ้าคะแนน self-check ยังต่ำกว่า 10 ให้เริ่มจากบททวน HSK 3 grammar ก่อน
  • ถ้าคะแนน 10-13 ให้เรียน HSK 4 คู่กับ Flashcard/Quiz HSK 3
  • ถ้าคะแนน 14-16 ให้เริ่มเส้นทางเรียน HSK 4 ได้เลย

สรุป

การขึ้นจาก HSK 3 ไป HSK 4 ไม่ใช่การเปลี่ยนระดับแบบตัดขาด แต่เป็นการใช้ฐาน HSK 3 ให้คล่องขึ้นในประโยคยาวและบทอ่านที่ซับซ้อนขึ้น ถ้าน้องๆ ใช้ , bèi, บทเสริมผล คำเชื่อม และคำศัพท์กลุ่มหลักได้ค่อนข้างมั่นใจ ก็เริ่ม HSK 4 ได้ แต่ถ้ายังติดหลายจุด ให้กลับไปทวนตามเช็กลิสต์นี้ก่อน การช้าลงหนึ่งสัปดาห์เพื่อทำฐานให้แน่น มักทำให้เรียน HSK 4 ได้เร็วขึ้นในระยะยาว

Similar Posts