ปกบทเรียน HSK 3 เขียนประโยคให้ยาวขึ้น จากประโยคสั้นเป็นย่อหน้าสั้น

HSK 3 เขียนประโยคให้ยาวขึ้น: จากประโยคสั้นเป็นย่อหน้าสั้น

พอเรียนถึง HSK 3 น้องๆ หลายคนเริ่มรู้คำศัพท์และไวยากรณ์มากขึ้น แต่เวลาเขียนจริงกลับยังติดประโยคสั้นมาก เช่น 我学习中文。wǒ xuéxí Zhōngwén 我很忙。wǒ hěn máng 今天下雨。jīntiān xià yǔ ประโยคเหล่านี้ไม่ผิด แต่ถ้าเขียนทั้งบทด้วยประโยคสั้นแบบเดียวกัน งานเขียนจะดูขาดรายละเอียดและยังไม่เหมือนระดับ HSK 3 บทนี้จึงพาน้องๆ ฝึกขยายประโยคทีละชั้น จากประโยคสั้น ไปเป็นประโยคยาวที่ยังคุมโครงสร้างได้ และสุดท้ายรวมเป็นย่อหน้าสั้นที่อ่านรู้เรื่อง

หลักสำคัญคืออย่าเข้าใจผิดว่า “ประโยคยาว” ต้องยัดทุกอย่างไว้ในประโยคเดียวจนอ่านเหนื่อย ภาษาจีนที่ดีในระดับ HSK 3 คือประโยคที่มีเวลา สถานที่ เหตุผล ผลลัพธ์ และคำเชื่อมเท่าที่จำเป็น ถ้าข้อมูลเยอะเกินไป ให้แบ่งเป็นสองหรือสามประโยคสั้นที่ต่อกันอย่างเป็นระบบ แบบนี้ทั้งสอบเขียน อ่านง่าย และเอาไปใช้ในไดอารี่หรือโพสต์สั้นๆ ได้จริง

เคล็ดลับเวลาอ่าน: ถ้าเห็นตัวอักษรจีนที่ขีดเส้นใต้หรือกดได้ สามารถกดที่ตัวอักษรจีนเพื่อดูพินอิน คำอ่านไทย ความหมาย และข้อมูลคำศัพท์เพิ่มเติมได้

เป้าหมายของบทนี้

หลังอ่านบทนี้ น้องๆ ควรทำได้ 4 เรื่อง หนึ่ง ขยายประโยคสั้นด้วยเวลาและสถานที่ สอง ใช้เหตุผลและผลลัพธ์ด้วย 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… สาม ใช้คำเชื่อมพื้นฐาน เช่น 虽然suī rán但是dàn shì…, 不但bù dàn而且ér qiě…, 一边yī biān一边yī biān… และ xiānzài… สี่ รวม 4-5 ประโยคให้เป็นย่อหน้าสั้นที่มีลำดับชัดเจน ไม่ใช่แค่แปลไทยเป็นจีนทีละคำ

บทความนี้เหมาะต่อจาก HSK 3 Reading Practice เรื่องหนึ่งวันในโรงเรียน และ HSK 3 Listening Practice เรื่องนัดเจอเพื่อน เพราะทั้งสองบทช่วยให้เห็นประโยคจริงก่อน แล้วบทนี้ค่อยฝึกสร้างประโยคของตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าคำศัพท์ยังไม่แน่น ให้กลับไปใช้ Flashcard HSK 3 และ Quiz คำศัพท์ HSK 3 สลับกันได้

จากประโยคสั้นไปสู่ประโยคยาวทีละชั้น

ให้เริ่มจากแกนประโยคที่เล็กที่สุดก่อน เช่น ใครทำอะไร จากนั้นค่อยเพิ่มเวลา สถานที่ เหตุผล และผลลัพธ์ ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าประโยคเดียวกันค่อยๆ โตขึ้นได้อย่างไรโดยไม่เสียโครงสร้าง

ขั้นประโยคจีนคำแปล
ประโยคสั้น我学习中文。wǒ xuéxí Zhōngwénฉันเรียนภาษาจีน
เพิ่มเวลา我每天晚上学习中文。wǒ měi tiān wǎn shàng xuéxí Zhōngwénฉันเรียนภาษาจีนทุกคืน
เพิ่มสถานที่我每天晚上在家学习中文。wǒ měi tiān wǎn shàng zài jiā xuéxí Zhōngwénฉันเรียนภาษาจีนที่บ้านทุกคืน
เพิ่มเหตุผล因为我想去中国旅行,所以我每天晚上在家学习中文。yīn wèi wǒ xiǎng qù Zhōngguó lǚ xíng, suǒ yǐ wǒ měi tiān wǎn shàng zài jiā xuéxí Zhōngwénเพราะฉันอยากไปเที่ยวจีน ดังนั้นฉันจึงเรียนภาษาจีนที่บ้านทุกคืน
เพิ่มผลลัพธ์因为我想去中国旅行,所以我每天晚上在家学习中文,现在能说一些简单的句子。yīn wèi wǒ xiǎng qù Zhōngguó lǚ xíng, suǒ yǐ wǒ měi tiān wǎn shàng zài jiā xuéxí Zhōngwén, xiànzài néng shuō yī xiē jiǎn dān de jù ziเพราะฉันอยากไปเที่ยวจีน ฉันจึงเรียนภาษาจีนที่บ้านทุกคืน ตอนนี้พูดประโยคง่ายๆ ได้บ้างแล้ว

สูตรจำง่าย: เวลา + สถานที่ + คน + กริยา + เหตุผล

เวลาเขียนภาษาจีน อย่าเริ่มจากภาษาไทยทั้งประโยคแล้วแปลทีละคำ ให้ถามตัวเองเป็นส่วนๆ ก่อนว่า เมื่อไร ที่ไหน ใคร ทำอะไร เพราะอะไร และผลเป็นอย่างไร การแยกแบบนี้ทำให้ประโยคไม่มั่ว และช่วยให้รู้ว่าควรเพิ่มรายละเอียดตรงไหน

ส่วนของประโยคถามตัวเองว่าตัวอย่างจีนความหมาย
เวลาเมื่อไร今天早上jīntiān zǎo shàng / 下课以后xià kè yǐhòu / 吃饭的时候chī fàn de shí hòuวันนี้ตอนเช้า / หลังเลิกเรียน / ตอนกินข้าว
สถานที่ที่ไหน在学校zài xuéxiào / 在图书馆zài túshūguǎn / 在家zài jiāที่โรงเรียน / ที่ห้องสมุด / ที่บ้าน
คนทำใคร / 小明xiǎo míng / 我的朋友wǒ de péngyouฉัน / เสี่ยวหมิง / เพื่อนของฉัน
การกระทำทำอะไร学习中文xuéxí Zhōngwén / 写作业xiě zuòyè / 复习生词fù xí shēng cíเรียนจีน / ทำการบ้าน / ทบทวนคำศัพท์ใหม่
เหตุผลเพราะอะไร因为考试快到了yīn wèi kǎo shì kuài dào le / 因为我想提高中文yīn wèi wǒ xiǎng tí gāo Zhōngwénเพราะใกล้สอบแล้ว / เพราะฉันอยากพัฒนาภาษาจีน
ผลลัพธ์หรือความรู้สึกแล้วเป็นอย่างไร所以我觉得很有用suǒ yǐ wǒ juéde hěn yǒu yòng / 我觉得越来越有信心wǒ juéde yuè lái yuè yǒu xìn xīnดังนั้นฉันรู้สึกว่ามีประโยชน์ / ฉันมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

คำเชื่อม HSK 3 ที่ทำให้งานเขียนโตขึ้นทันที

คำเชื่อมคือเครื่องมือที่ทำให้ประโยคไม่เป็นแค่รายการสั้นๆ แต่เริ่มมีเหตุผล ลำดับ และความสัมพันธ์ บทนี้เลือกเฉพาะคำเชื่อมที่เจอบ่อยและใช้ได้จริงในระดับ HSK 3 ถ้าน้องๆ ใช้ได้แม่น 6 ชุดนี้ งานเขียนจะดูดีขึ้นมากโดยไม่ต้องใช้คำยาก

แพตเทิร์นความหมายตัวอย่างใช้เมื่อไร
因为yīn wèi所以suǒ yǐเพราะว่า…ดังนั้น…因为下雨,所以我没有出去。yīn wèi xià yǔ, suǒ yǐ wǒ méiyǒu chūqùใช้เขียนเหตุผลและผลลัพธ์
虽然suī rán但是dàn shìแม้ว่า…แต่…虽然这个题有点难,但是我想试试。suī rán zhè gè tí yǒudiǎn nán, dàn shì wǒ xiǎng shì shìใช้เขียนความขัดแย้งแบบสุภาพ
不但bù dàn而且ér qiěไม่เพียงแต่…แต่ยัง…这个方法不但简单,而且很有用。zhè gè fāng fǎ bù dàn jiǎn dān, ér qiě hěn yǒu yòngใช้เพิ่มข้อมูลสองชั้น
一边yī biān一边yī biānทำ…ไปด้วย ทำ…ไปด้วย我一边听录音,一边写生词。wǒ yī biān tīng lù yīn, yī biān xiě shēng cíใช้เขียนกิจกรรมพร้อมกัน
xiānzàiก่อน…แล้วค่อย…我先看问题,再读文章。wǒ xiān kàn wèn tí, zài dú wén zhāngใช้เรียงขั้นตอน
如果rúguǒjiùถ้า…ก็…如果明天有时间,我就复习语法。rúguǒ míngtiān yǒu shíjiān, wǒ jiù fù xí yǔ fǎใช้เขียนเงื่อนไข

ตัวอย่างคลังประโยคสำหรับเอาไปดัดแปลง

การเขียนดีไม่ได้เริ่มจากแต่งเองทั้งหมด แต่เริ่มจากมีประโยคต้นแบบที่ไว้ใจได้ แล้วค่อยเปลี่ยนเวลา สถานที่ หรือเหตุผลให้เป็นของตัวเอง ตารางนี้คือตัวอย่างการขยายจากประโยคง่ายไปหาประโยคที่ใช้สอบหรือเขียนจริงได้มากขึ้น

ความหมายไทยประโยคจีน
วันนี้ฉันไปห้องสมุด今天我去图书馆。jīntiān wǒ qù túshūguǎn
วันนี้หลังเลิกเรียนฉันไปห้องสมุด今天放学以后,我去图书馆。jīntiān fàng xué yǐhòu, wǒ qù túshūguǎn
วันนี้หลังเลิกเรียนฉันไปห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือจีน今天放学以后,我去图书馆借中文书。jīntiān fàng xué yǐhòu, wǒ qù túshūguǎn jiè Zhōngwén shū
วันนี้หลังเลิกเรียนฉันไปห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือจีน เพราะฉันอยากฝึกอ่าน今天放学以后,我去图书馆借中文书,因为我想练习阅读。jīntiān fàng xué yǐhòu, wǒ qù túshūguǎn jiè Zhōngwén shū, yīn wèi wǒ xiǎng liàn xí yuè dú
วันนี้หลังเลิกเรียนฉันไปห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือจีน เพราะฉันอยากฝึกอ่านให้เร็วขึ้น今天放学以后,我去图书馆借中文书,因为我想把阅读练得更快一点。jīntiān fàng xué yǐhòu, wǒ qù túshūguǎn jiè Zhōngwén shū, yīn wèi wǒ xiǎng bǎ yuè dú liàn de gèng kuài yìdiǎn

วิธีเขียนย่อหน้าสั้น HSK 3

ย่อหน้าสั้นในระดับ HSK 3 ไม่ต้องยาวมาก แค่ 4-5 ประโยคก็พอ แต่ควรมีลำดับชัดเจน เช่น เปิดเรื่อง บอกเวลา/สถานที่ บอกเหตุผล บอกกิจกรรม และสรุปความรู้สึกหรือผลลัพธ์ ถ้าเขียนตามหน้าที่ของประโยคแบบนี้ งานจะอ่านง่ายกว่าเขียนทุกอย่างที่คิดออกแบบไม่เรียงลำดับ

หน้าที่ความหมายไทยประโยคจีน
ประโยคเปิดวันนี้ฉันมีเรียนภาษาจีนตอนบ่าย今天下午我有中文课。jīntiān xià wǔ wǒ yǒu Zhōngwén kè
ประโยคขยายเวลา/สถานที่ก่อนเข้าเรียนฉันทบทวนคำศัพท์ที่บ้านครึ่งชั่วโมง上课以前,我在家复习了半个小时生词。shàng kè yǐqián, wǒ zài jiā fù xí le bàn gè xiǎoshí shēng cí
ประโยคเหตุผลเพราะบทเรียนวันนี้มีคำใหม่เยอะ ฉันจึงจดโน้ตไว้ล่วงหน้า因为今天的课有很多生词,所以我提前做了笔记。yīn wèi jīntiān de kè yǒu hěn duō shēng cí, suǒ yǐ wǒ tí qián zuò le bǐ jì
ประโยคกิจกรรมตอนเรียน ฉันฟังครูอธิบายไปด้วย เขียนตัวอย่างไปด้วย上课的时候,我一边听老师解释,一边写例句。shàng kè de shí hòu, wǒ yī biān tīng lǎoshī jiě shì, yī biān xiě lì jù
ประโยคสรุปหลังเลิกเรียน ฉันรู้สึกว่าตัวเองเขียนประโยคยาวได้ดีขึ้น下课以后,我觉得自己写长句子写得更好了。xià kè yǐhòu, wǒ juéde zì jǐ xiě zhǎng jù zi xiě de gèng hǎo le

ตัวอย่างย่อหน้าสั้นฉบับเต็ม

中文Zhōngwén 今天下午我有中文课。上课以前,我在家复习了半个小时生词。因为今天的课有很多生词,所以我提前做了笔记。上课的时候,我一边听老师解释,一边写例句。下课以后,我觉得自己写长句子写得更好了。jīntiān xià wǔ wǒ yǒu Zhōngwén kè shàng kè yǐqián, wǒ zài jiā fù xí le bàn gè xiǎoshí shēng cí yīn wèi jīntiān de kè yǒu hěn duō shēng cí, suǒ yǐ wǒ tí qián zuò le bǐ jì shàng kè de shí hòu, wǒ yī biān tīng lǎoshī jiě shì, yī biān xiě lì jù xià kè yǐhòu, wǒ juéde zì jǐ xiě zhǎng jù zi xiě de gèng hǎo le

พินอิน: Jīntiān xiàwǔ wǒ yǒu Zhōngwén kè. Shàngkè yǐqián, wǒ zài jiā fùxí le bàn ge xiǎoshí shēngcí. Yīnwèi jīntiān de kè yǒu hěn duō shēngcí, suǒyǐ wǒ tíqián zuò le bǐjì. Shàngkè de shíhou, wǒ yìbiān tīng lǎoshī jiěshì, yìbiān xiě lìjù. Xiàkè yǐhòu, wǒ juéde zìjǐ xiě cháng jùzi xiě de gèng hǎo le.

แปลไทย: วันนี้ตอนบ่ายฉันมีเรียนภาษาจีน ก่อนเข้าเรียน ฉันทบทวนคำศัพท์ใหม่ที่บ้านครึ่งชั่วโมง เพราะบทเรียนวันนี้มีคำศัพท์ใหม่เยอะ ฉันจึงจดโน้ตไว้ล่วงหน้า ตอนเรียน ฉันฟังครูอธิบายไปด้วยและเขียนประโยคตัวอย่างไปด้วย หลังเลิกเรียน ฉันรู้สึกว่าตัวเองเขียนประโยคยาวได้ดีขึ้น

ทำไมย่อหน้านี้อ่านรู้เรื่อง

ย่อหน้าด้านบนอ่านง่ายเพราะมีลำดับเวลาและเหตุผลชัดเจน ประโยคแรกบอกหัวข้อ ประโยคสองบอกสิ่งที่ทำก่อนเรียน ประโยคสามบอกเหตุผล ประโยคสี่บอกกิจกรรมระหว่างเรียน ประโยคสุดท้ายบอกผลลัพธ์ นี่คือโครงที่น้องๆ ใช้ซ้ำได้กับหัวข้ออื่น เช่น วันหยุด การไปเที่ยว การเตรียมสอบ หรือการฝึกฟังภาษาจีน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเขียนดูแปลจากไทยเกินไป

ปัญหาของผู้เรียนไทยไม่ใช่ไม่รู้คำศัพท์ แต่คือเอาลำดับคำแบบไทยไปวางในภาษาจีนโดยตรง เช่น เอาเวลาท้ายประโยค ใช้ le แทนคำว่า แล้ว ทุกครั้ง หรือเขียนยาวเป็นก้อนเดียวโดยไม่มีจุดพัก ตารางนี้คือจุดที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ปัญหาประโยคที่ควรเลี่ยงประโยคที่ดีกว่าเหตุผล
ใส่คำบอกเวลาไว้ท้ายประโยคแบบไทย我学习中文今天晚上。wǒ xuéxí Zhōngwén jīntiān wǎn shàng今天晚上我学习中文。jīntiān wǎn shàng wǒ xuéxí Zhōngwénภาษาจีนมักวางเวลาไว้หน้า verb หรือหน้าประโยค
ใช้ 因为yīn wèi แต่ลืม 所以suǒ yǐ因为我想提高中文,我每天写句子。yīn wèi wǒ xiǎng tí gāo Zhōngwén, wǒ měi tiān xiě jù zi因为我想提高中文,所以我每天写句子。yīn wèi wǒ xiǎng tí gāo Zhōngwén, suǒ yǐ wǒ měi tiān xiě jù ziใช้ได้ทั้งสองแบบในจีนจริง แต่ผู้เรียน HSK 3 ควรฝึกคู่ให้แม่นก่อน
ใส่ de หลังทุกคำคุณศัพท์这是一个很有用的的方法。zhè shì yí ge hěn yǒu yòng de de fāng fǎ这是一个很有用的方法。zhè shì yí ge hěn yǒu yòng de fāng fǎอย่าใส่ de ซ้ำโดยไม่จำเป็น
แปลคำว่า แล้ว เป็น le ทุกครั้ง我看书了写作业。wǒ kàn shū le xiě zuòyè我先看书,再写作业。wǒ xiān kàn shū, zài xiě zuòyèถ้าหมายถึงลำดับ ให้ใช้ xiānzài
ประโยคยาวแต่ไม่มีจุดพัก我今天很忙我早上上课中午吃饭下午考试晚上复习。wǒ jīntiān hěn máng wǒ zǎo shàng shàng kè zhōng wǔ chī fàn xià wǔ kǎo shì wǎn shàng fù xí我今天很忙。早上我上课,中午吃饭,下午考试,晚上复习。wǒ jīntiān hěn máng zǎo shàng wǒ shàng kè, zhōng wǔ chī fàn, xià wǔ kǎo shì, wǎn shàng fù xíย่อหน้าสั้นไม่จำเป็นต้องเป็นประโยคเดียวที่ยาวมาก

แบบฝึก: ขยายประโยคสั้น

ลองทำเองก่อนดูคำตอบ วิธีที่ดีคือเขียนประโยคจีนของตัวเองหนึ่งรอบ แล้วค่อยเทียบกับตัวอย่างคำตอบ ไม่จำเป็นต้องเหมือนคำตอบทุกตัวอักษร แต่โครงสร้างควรถูกและอ่านเข้าใจง่าย

ข้อประโยคตั้งต้นโจทย์ตัวอย่างคำตอบ
1我看书。wǒ kàn shūเพิ่มเวลาและสถานที่今天晚上我在家看书。jīntiān wǎn shàng wǒ zài jiā kàn shū
2他复习生词。tā fù xí shēng cíเพิ่มเหตุผลด้วย 因为yīn wèi所以suǒ yǐ因为明天有考试,所以他今天晚上复习生词。yīn wèi míngtiān yǒu kǎo shì, suǒ yǐ tā jīntiān wǎn shàng fù xí shēng cí
3我们讨论问题。wǒ men tǎo lùn wèn tíเพิ่ม 一边yī biān一边yī biān我们一边看课文,一边讨论问题。wǒ men yī biān kàn kè wén, yī biān tǎo lùn wèn tí
4这个方法有用。zhè gè fāng fǎ yǒu yòngเพิ่ม 不但bù dàn而且ér qiě这个方法不但简单,而且很有用。zhè gè fāng fǎ bù dàn jiǎn dān, ér qiě hěn yǒu yòng
5我写句子。wǒ xiě jù ziขยายเป็น 2 ประโยคสั้น我每天写三个句子。写完以后,我会检查语法。wǒ měi tiān xiě sān gè jù zi xiě wán yǐhòu, wǒ huì jiǎn chá yǔ fǎ

เช็กลิสต์ก่อนส่งงานเขียน HSK 3

  • ■ มีเวลาอย่างน้อย 1 จุด เช่น 今天jīntiān, 明天míngtiān, 下课以后xià kè yǐhòu, 吃饭的时候chī fàn de shí hòu
  • ■ มีสถานที่หรือบริบท เช่น 在家zài jiā, 在学校zài xuéxiào, 在图书馆zài túshūguǎn
  • ■ มีเหตุผลหรือผลลัพธ์อย่างน้อย 1 จุด เช่น 因为yīn wèi所以suǒ yǐ
  • ■ ถ้าเขียนหลายกิจกรรม ให้ใช้ xiānzài… หรือ 一边yī biān一边yī biān
  • ■ อ่านทวนว่าประโยคยาวเกินไปไหม ถ้ายาวมากให้แยกเป็น 2 ประโยค
  • ■ ตรวจคำที่มักผิด เช่น de, le, zài, de และลำดับเวลา

แผนฝึก 7 วัน

วันสิ่งที่ทำเป้าหมาย
วันที่ 1เขียนประโยคสั้น 10 ประโยคจากคำศัพท์ HSK 3สร้างแกน ใครทำอะไร
วันที่ 2เพิ่มเวลาและสถานที่ให้ประโยคเดิมฝึกลำดับคำจีน
วันที่ 3ใช้ 因为yīn wèi所以suǒ yǐ… ขยาย 5 ประโยคเขียนเหตุผลและผลลัพธ์
วันที่ 4ใช้ xiānzài… เขียนขั้นตอน 5 ชุดเรียงลำดับเหตุการณ์
วันที่ 5เขียนย่อหน้า 4 ประโยคเรื่องหนึ่งวันของฉันรวมประโยคเป็นย่อหน้า
วันที่ 6อ่านย่อหน้าของตัวเองแล้วตัดคำที่ซ้ำหรือไม่จำเป็นทำให้งานเขียนกระชับ
วันที่ 7เขียนใหม่เรื่องเดิมโดยไม่ดูฉบับแรกเช็กว่าจำโครงสร้างได้จริงไหม

ต่อยอดกับเครื่องมือ HSK 3

ถ้าน้องๆ ยังติดว่าคิดคำไม่ออก ให้เริ่มจากคลังคำใน วิธีจำคำศัพท์ HSK 3 ระบบใหม่ แล้วเลือกคำมาแต่งประโยควันละ 5 คำ จากนั้นใช้ Flashcard HSK 3 เพื่อทบทวนคำเดิม และใช้ Quiz คำศัพท์ HSK 3 ตรวจว่าจำความหมายได้แม่นไหม เมื่ออ่านและฟังพร้อมแล้ว งานเขียนจะดีขึ้นเร็วกว่าเขียนอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

HSK 3 ต้องเขียนประโยคยาวแค่ไหน

ไม่ต้องยาวมาก ประโยคหนึ่งควรอ่านแล้วเข้าใจในครั้งเดียว ถ้าเริ่มมีเวลา สถานที่ เหตุผล และผลลัพธ์ครบจนยาวเกินไป ให้แยกเป็นสองประโยคจะดีกว่า เป้าหมายคือชัด ไม่ใช่ยาวที่สุด

ควรจำแพตเทิร์นก่อนหรือแต่งเองก่อน

ควรจำแพตเทิร์นก่อน เช่น 因为yīn wèi所以suǒ yǐ…, 虽然suī rán但是dàn shì…, xiānzài… แล้วแต่งประโยคของตัวเองตามแพตเทิร์น เมื่อใช้คล่องแล้วค่อยปรับให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ถ้าเขียนแล้วไม่แน่ใจเรื่อง de หรือ le ต้องทำอย่างไร

ให้ลดความซับซ้อนก่อน เขียนประโยคพื้นฐานให้ถูก แล้วค่อยเพิ่ม de หรือ le เฉพาะจุดที่จำเป็น อย่าใส่เพราะรู้สึกว่าภาษาจีนต้องมีคำเหล่านี้ทุกประโยค

ฝึกเขียนทุกวันควรใช้เวลากี่นาที

วันละ 10-15 นาทีก็พอ ถ้าฝึกสม่ำเสมอ ให้เขียนน้อยแต่ตรวจจริง ดีกว่าเขียนยาวมากแล้วไม่กลับมาแก้ เพราะการแก้ประโยคคือช่วงที่ได้เรียนรู้มากที่สุด

สรุป

การเขียน HSK 3 ให้ดีขึ้นไม่ได้เริ่มจากคำยาก แต่เริ่มจากการขยายประโยคอย่างมีลำดับ เริ่มด้วยแกน ใครทำอะไร แล้วเพิ่มเวลา สถานที่ เหตุผล ผลลัพธ์ และคำเชื่อมที่จำเป็น เมื่อทำซ้ำจนคล่อง น้องๆ จะเขียนจากประโยคสั้นไปเป็นย่อหน้าสั้นได้เอง โดยไม่ต้องแปลจากภาษาไทยทีละคำ และไม่ต้องกลัวว่าประโยคจะยาวจนควบคุมไม่ได้

Similar Posts