ปกบทเรียน HSK 3 บทเสริมทิศทาง 上来 出去 过去 สำหรับเรียนภาษาจีนฟรี

HSK 3 บทเสริมทิศทาง: 上来 出去 过去 พูดให้เห็นภาพ

บทเสริมทิศทาง หรือ direction complement เป็นจุดที่ทำให้นักเรียน HSK 3 หลายคนเริ่มรู้สึกว่าภาษาจีน “เห็นภาพ” มากขึ้น เพราะภาษาจีนไม่ได้บอกแค่ว่าเดิน วิ่ง เอา วาง หรือพูด แต่ยังบอกทิศทางของการกระทำนั้นด้วยว่าเข้ามา ออกไป ขึ้นมา ลงไป กลับมา หรือข้ามไปทางอีกฝั่ง เช่น 走进来zǒu jìnlái คือเดินเข้ามา, 拿出来ná chūlái คือหยิบออกมา, 走过去zǒu guo qù คือเดินไปตรงนั้น และ 说下去shuō xiàqù คือพูดต่อไป

บทนี้เหล่าซือจะพานักเรียนแยกทีละชั้น ไม่เริ่มจากการท่องคำยาว ๆ ก่อน แต่เริ่มจากแกนที่สำคัญที่สุดคือ lái กับ แล้วค่อยต่อเป็น 上来shànglái, 出去chūqù, 过去guòqù, 回来huílái และรูปอื่น ๆ ถ้าเข้าใจแกนนี้ นักเรียนจะเดาความหมายได้ดีขึ้นมากเวลาอ่านบทสนทนา ดูซีรีส์จีน หรือทำข้อสอบ HSK 3 เพราะคำเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในบทเรียน แต่เป็นคำที่คนจีนใช้ในชีวิตประจำวันแทบตลอด

อ่านบทก่อนหน้าและบทต่อไป

อ่านบทก่อนหน้า: บทเสริมบอกผลลัพธ์ 看懂kàn dǒng 找到zhǎo dào 做完zuò wán
กลับไปหน้าไวยากรณ์ HSK 3
ดูเส้นทางเรียน HSK 3 ฟรี

บทเสริมทิศทางคืออะไร

บทเสริมทิศทางคือคำที่วางหลังคำกริยาเพื่อบอกทิศทางของการเคลื่อนไหวหรือทิศทางของผลลัพธ์ โครงสร้างพื้นฐานคือ กริยา + บทเสริมทิศทาง เช่น 走出来zǒu chūlái เดินออกมา, 跑过去pǎo guo qù วิ่งไปทางนั้น, 拿回来ná huílái เอากลับมา, 放进去fàng jìnqù วางเข้าไป จุดสำคัญคือคำหลังไม่ได้แปลแยกแบบแข็ง ๆ แต่ทำหน้าที่ช่วยให้ภาพของการกระทำชัดขึ้น

ถ้าแปลเป็นไทย เรามักแปลเป็นคำท้ายกริยา เช่น เข้ามา ออกไป ขึ้นมา ลงไป กลับมา ผ่านไป หรือข้ามไป แต่ภาษาจีนจะจัดระบบชัดกว่า เพราะต้องดูว่าผู้พูดยืนอยู่ตรงไหน สิ่งนั้นเคลื่อนเข้าหาผู้พูดหรือออกห่างจากผู้พูด และจุดอ้างอิงในประโยคคือที่ไหน นี่คือเหตุผลที่ lái กับ สำคัญมาก

โครงสร้างตัวอย่างความหมายภาพในหัว
กริยา + lái走来Zǒu láiเดินมาเคลื่อนเข้าหาผู้พูดหรือจุดอ้างอิง
กริยา + 走去Zǒu qùเดินไปเคลื่อนออกจากผู้พูดหรือไปอีกจุดหนึ่ง
กริยา + 上来shànglái走上来Zǒu shàngláiเดินขึ้นมาขึ้นและเข้ามาทางผู้พูด
กริยา + 出去chūqù走出去zǒu chūqùเดินออกไปออกจากด้านในไปด้านนอก
กริยา + 过去guòqù走过去Zǒu guòqùเดินไปทางนั้นข้ามหรือเคลื่อนไปอีกฝั่ง

แกนหลัก: lái คือมาทางนี้ คือไปทางนั้น

วิธีจำง่ายที่สุดคือ lái แปลว่า “มาทางนี้” ส่วน แปลว่า “ไปทางนั้น” คำว่าทางนี้ไม่ได้หมายถึงผู้พูดเสมอแบบตายตัว แต่อาจหมายถึงจุดอ้างอิงที่ประโยคกำลังพูดถึง เช่น ถ้าคนอยู่ในห้องแล้วเรียกเพื่อนข้างนอกให้เข้าห้อง จะพูด 进来jìnlái เพราะให้เข้ามาทางจุดที่ผู้พูดอยู่ แต่ถ้าบอกเพื่อนให้เข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่งที่ผู้พูดไม่ได้อยู่ อาจพูด 进去jìnqù

ในภาษาไทยเราใช้ “มา/ไป” คล้ายกัน แต่บางครั้งภาษาไทยพูดได้ยืดหยุ่นกว่า ภาษาจีนจะบังคับให้คิดภาพมากกว่าเล็กน้อย ถ้าทิศทางเข้าหาจุดที่เรายืนหรือจุดที่เราให้ความสำคัญ ใช้ lái ถ้าออกห่างจากจุดนั้นหรือไปอีกที่ ใช้

สถานการณ์ประโยคจีนคำแปลเหตุผล
ผู้พูดอยู่ในห้อง เรียกอีกคนเข้ามา请进来。Qǐng jìnlái。เชิญเข้ามาเคลื่อนเข้าหาผู้พูด
ผู้พูดอยู่ข้างนอก บอกให้เข้าไปในห้อง请进去。Qǐng jìnqù。เชิญเข้าไปเคลื่อนออกจากจุดผู้พูด
ของอยู่ไกล ให้เอากลับมาที่นี่把书拿回来。Bǎ shū ná huílái。เอาหนังสือกลับมากลับเข้าหาผู้พูด
เอาของไปส่งที่อีกห้อง把书拿过去。Bǎ shū ná guòqù。เอาหนังสือไปตรงนั้นไปยังอีกจุดหนึ่ง

ภาพจำ: ผู้พูดอยู่ตรงไหน

เวลาเลือก lái หรือ อย่าดูแค่คำไทยว่า “มา/ไป” ให้ถามก่อนว่า การเคลื่อนที่นั้นเข้าหาจุดที่ผู้พูดหรือจุดอ้างอิงอยู่ไหม ถ้าเข้าหา ใช้ lái ถ้าออกห่างหรือไปอีกจุด ใช้

สถานการณ์จีนไทยภาพจำ
ผู้พูดอยู่ชั้นบน เรียกอีกคนขึ้นมา你上来。Nǐ shànglái。คุณขึ้นมาขึ้น + เข้าหาผู้พูด
ผู้พูดอยู่ชั้นล่าง บอกให้อีกคนขึ้นไปข้างบน你上去。Nǐ shàngqù。คุณขึ้นไปขึ้น + ออกห่างจากผู้พูด
ผู้พูดอยู่ในห้อง เรียกอีกคนเข้ามา请进来。Qǐng jìnlái。เชิญเข้ามาเข้า + เข้าหาผู้พูด
ผู้พูดอยู่ข้างนอก บอกให้อีกคนเข้าไปอีกห้อง请进那个房间去。Qǐng jìn nà ge fáng jiān qù。เชิญเข้าไปในห้องนั้นสถานที่แทรกก่อน

ชุดคำที่ต้องรู้ใน HSK 3

เมื่อนำทิศทางพื้นฐานมารวมกับ lái หรือ จะได้ชุดคำที่ใช้บ่อย เช่น 上来shànglái/上去shàngqù, 下来xiàlái/下去xiàqù, 进来jìnlái/进去jìnqù, 出来chūlái/出去chūqù, 回来huílái/回去huíqù และ 过来guòlái/过去guòqù นักเรียนไม่จำเป็นต้องท่องทั้งหมดแบบแยกโดด ๆ ให้จำเป็นคู่ เพราะคู่ lái/ จะช่วยบอกว่าทิศทางนั้นเข้าหาหรือออกห่างจากจุดอ้างอิง

คู่คำความหมายหลักตัวอย่างจีนคำแปล
上来 / 上去Shàng lái / shàngqùขึ้นมา / ขึ้นไป他走上来了。Tā zǒu shànglái le。เขาเดินขึ้นมาแล้ว
下来 / 下去Xià lái / xiàqùลงมา / ลงไป请你下来一下。Qǐng nǐ xiàlái yī xià。ช่วยลงมาหน่อย
进来 / 进去Jìn lái / jìnqùเข้ามา / เข้าไป老师走进来了。Lǎo shī zǒu jìnlái le。ครูเดินเข้ามาแล้ว
出来 / 出去Chū lái / chūqùออกมา / ออกไป他从房间里出来了。Tā cóng fáng jiān lǐ chūlái le。เขาออกมาจากห้องแล้ว
回来 / 回去Huí lái / huíqùกลับมา / กลับไป你什么时候回来?Nǐ shénme shí hòu huílái?คุณจะกลับมาเมื่อไหร่
过来 / 过去Guò lái / guòqùมาทางนี้ / ไปทางนั้น你过来一下。Nǐ guòlái yī xià。คุณมาทางนี้หน่อย

上来shànglái และ 上去shàngqù: ขึ้นมา หรือขึ้นไป

shàng บอกทิศทางขึ้น เมื่อรวมกับ lái หรือ จะได้ 上来shànglái และ 上去shàngqù เช่น ถ้าผู้พูดอยู่ชั้นบน แล้วเรียกคนข้างล่างให้ขึ้นมา ใช้ 上来shànglái ถ้าผู้พูดอยู่ข้างล่าง แล้วบอกให้คนหนึ่งขึ้นไปข้างบน ใช้ 上去shàngqù ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “ขึ้น” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ปลายทางของการขึ้นนั้นเข้าหาหรือออกห่างจากผู้พูด

ประโยคจีนคำแปลใช้เมื่อไร
你上来吧。Nǐ shànglái ba。คุณขึ้นมาเถอะผู้พูดอยู่ด้านบนหรือจุดปลายทางอยู่ทางผู้พูด
他上去了。Tā shàngqù le。เขาขึ้นไปแล้วเขาเคลื่อนไปด้านบนที่ไม่ใช่จุดผู้พูด
老师走上来了。Lǎo shī zǒu shànglái le。ครูเดินขึ้นมาแล้วครูขึ้นมาทางจุดที่ผู้พูดอยู่
我们一起走上去。Wǒ men yì qǐ zǒu shàngqù。พวกเราเดินขึ้นไปด้วยกันทุกคนกำลังไปยังด้านบน

出来chūlái และ 出去chūqù: ออกมา หรือออกไป

chū บอกการออกจากพื้นที่หนึ่ง เช่น ออกจากห้อง ออกจากบ้าน ออกจากกระเป๋า หรือออกจากสถานการณ์บางอย่าง ถ้าออกมาทางผู้พูดใช้ 出来chūlái ถ้าออกไปจากผู้พูดหรือออกไปด้านนอกใช้ 出去chūqù ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือ 老师出来了lǎoshī chūlái le ครูออกมาแล้ว, 他出去了tā chūqù le เขาออกไปแล้ว, 把手机拿出来bǎ shǒujī ná chūlái เอาโทรศัพท์ออกมา

คำว่า 出来chūlái ยังมีความหมายเชิงนามธรรมได้ด้วย เช่น 看出来kàn chūlái แปลว่า “ดูออก” หรือ “สังเกตออก” ไม่ได้มีของเคลื่อนออกมาจริง ๆ แต่เหมือนผลหรือข้อมูลปรากฏออกมาให้เห็น นี่เป็นจุดที่ทำให้บทเสริมทิศทางสำคัญกว่าแค่การบอกตำแหน่งทางกายภาพ

ชุดคำตัวอย่างคำแปลหมายเหตุ
走出来Zǒu chūlái他从教室里走出来。Tā cóng jiào shì lǐ zǒu chūlái。เขาเดินออกมาจากห้องเรียนออกมาทางจุดอ้างอิง
走出去zǒu chūqù他走出去了。Tā zǒu chūqù le。เขาเดินออกไปแล้วออกไปด้านนอกหรือออกห่าง
拿出来ná chūlái请把护照拿出来。Qǐng bǎ hù zhào ná chūlái。กรุณาเอาพาสปอร์ตออกมาหยิบออกมาให้เห็น
看出来Kàn chūlái我看出来了。Wǒ kàn chūlái le。ฉันดูออกแล้วความหมายเชิงนามธรรม

过来guòlái และ 过去guòqù: มาทางนี้ หรือไปทางนั้น

guo มีภาพของการข้ามหรือเคลื่อนผ่านจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เมื่อรวมกับ lái จะเป็น 过来guòlái คือมาทางนี้หรือขยับเข้ามาหาผู้พูด เมื่อรวมกับ จะเป็น 过去guòqù คือไปทางนั้นหรือขยับออกไปอีกฝั่ง คำคู่นี้เจอบ่อยมากในบทสนทนา เช่น 你过来一下nǐ guo lái yíxià มานี่หน่อย, 我过去看看wǒ guo qù kàn kàn ฉันไปดูตรงนั้นหน่อย

ใน HSK 3 นักเรียนควรเริ่มสังเกตว่า 过去guòqù บางครั้งไม่ได้แปลว่าอดีต แม้คำว่า 过去guòqù เป็นคำนาม/คำบอกเวลาแปลว่าอดีตได้ แต่เมื่ออยู่หลังคำกริยา มักเป็นบทเสริมทิศทาง เช่น 走过去zǒu guo qù เดินไปตรงนั้น, 跑过去pǎo guo qù วิ่งไปตรงนั้น, 拿过去ná guo qù เอาไปตรงนั้น ต้องดูตำแหน่งในประโยคก่อนแปล

ประโยคคำแปลจุดสังเกต
你过来一下。Nǐ guòlái yī xià。คุณมาทางนี้หน่อยเข้าหาผู้พูด
我现在过去。Wǒ xiànzài guòqù。ฉันจะไปตอนนี้ไปยังจุดของอีกฝ่าย
他走过去问老师。Tā zǒu guòqù wèn lǎoshī。เขาเดินไปถามครูเดินไปยังตำแหน่งครู
请把杯子拿过来。Qǐng bǎ bēizi ná guòlái。ช่วยเอาแก้วมาทางนี้ของเคลื่อนมาหาผู้พูด

过去guòqù มี 3 แบบที่ควรแยกให้ชัด

คำว่า 过去guòqù อาจแปลว่า “อดีต” หรือเป็นบทเสริมทิศทางก็ได้ จุดตัดสินคือดูตำแหน่งในประโยค ไม่ใช่จำคำแปลเดียว

รูปความหมายตัวอย่างแปล
过去guòqù + de / เวลาอดีต过去的事Guò qù de shìเรื่องในอดีต
กริยา + 过去guòqùไปทางนั้น / ข้ามไปทางนั้น他走过去问老师。Tā zǒu guòqù wèn lǎoshī。เขาเดินไปถามครู
guo + สถานที่ + ข้าม/ผ่านไปยังที่หนึ่ง走过马路去。Zǒu guò mǎ lù qù。เดินข้ามถนนไป

ตำแหน่งกรรม: เอา object ไว้ตรงไหน

เมื่อบทเสริมทิศทางมีกรรมเข้ามา ต้องแยกก่อนว่ากรรมนั้นเป็น “สถานที่” หรือ “สิ่งของ” เพราะตำแหน่งไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นสถานที่ มักวางสถานที่ไว้ระหว่างกริยา/ทิศทางกับ lái/ เช่น 进教室来jìn jiào shì lái, 回中国去huí Zhōngguó qù แต่ถ้าเป็นสิ่งของเฉพาะเจาะจง มักใช้ เพื่อให้ประโยคเป็นธรรมชาติ เช่น 请把护照拿出来。qǐng bǎ hù zhào ná chūlái

สถานการณ์โครงสร้างที่แนะนำตัวอย่างคำแปล
ไม่ระบุกรรมกริยา + บทเสริมทิศทาง他走进来了。Tā zǒu jìnlái le。เขาเดินเข้ามาแล้ว
กรรมเป็นสถานที่กริยา + สถานที่ + lái / 他走进教室来了。 / 他走进教室去了。Tā zǒu jìn jiào shì lái le。 / tā zǒu jìn jiào shì qù le。เขาเดินเข้าห้องเรียนมา / เดินเข้าห้องเรียนไป
กรรมเป็นสิ่งของเฉพาะเจาะจง + กรรม + กริยา + บทเสริมทิศทาง请把护照拿出来。Qǐng bǎ hù zhào ná chūlái。กรุณาเอาพาสปอร์ตออกมา
กรรมเป็นสิ่งของทั่วไป/ไม่เฉพาะกริยา + จำนวน/สิ่งของ + lái / 请再拿几个碗来。Qǐng zài ná jǐ gè wǎn lái。ช่วยเอาถ้วยมาเพิ่มอีกสองสามใบ

ดังนั้นประโยคอย่าง 拿出来护照ná chūlái hù zhào หรือ 放进去手机fàng jìnqù shǒujī ไม่ควรใช้เป็นแบบจำหลักสำหรับ HSK 3 ถ้าของนั้นเฉพาะเจาะจง ให้ใช้ 请把护照拿出来。qǐng bǎ hù zhào ná chūláiหรือ 请把手机放进去。qǐng bǎ shǒujī fàng jìnqùจะชัดและเป็นธรรมชาติกว่า

กรรมเป็นสถานที่ vs กรรมเป็นสิ่งของ

จุดที่นักเรียนไทยพลาดบ่อยคือเอากรรมทุกชนิดไปวางหลังคำยาว ๆ แบบเดียวกัน ทั้งที่ภาษาจีนแยกภาพค่อนข้างชัด

ชนิดของกรรมตัวอย่างจีนไทยจำอย่างไร
สถานที่回中国来。 / 回美国去。Huí Zhōngguó lái。 / huí měi guó qù。กลับจีนมา / กลับอเมริกาไปสถานที่มักแทรกระหว่าง huí กับ lái/
สถานที่请你进那个房间去。Qǐng nǐ jìn nà ge fáng jiān qù。เชิญคุณเข้าไปในห้องนั้นไม่ใช้ 进去那个房间jìnqù nà gè fáng jiān เป็นแบบหลัก
สิ่งของเฉพาะเจาะจง请把手机拿出来。Qǐng bǎ shǒujī ná chūlái。กรุณาเอามือถือออกมาใช้ ช่วยย้ายกรรมขึ้นหน้า
สิ่งของเฉพาะเจาะจง请把书放进去。Qǐng bǎ shū fàng jìnqù。กรุณาวางหนังสือเข้าไปสิ่งของถูกจัดการจนเกิดทิศทาง
คน/สิ่งที่พาไปมา你可以带朋友过来。Nǐ kě yǐ dài péngyou guòlái。คุณพาเพื่อนมาทางนี้ได้dài + คน/ของ + 过来guòlái/过去guòqù ใช้ได้บ่อย
คน/สิ่งที่ส่งไป我送孩子去学校。Wǒ sòng háizi qù xuéxiào。ฉันไปส่งลูกที่โรงเรียนถ้าเน้นสถานที่ปลายทาง ใช้ + สถานที่ ได้ตรง ๆ

ความหมายนามธรรม: คำไม่ได้เคลื่อนที่จริงเสมอไป

เมื่อเรียนไปสักพัก นักเรียนจะเจอประโยคที่ไม่มีใครเดินเข้าออกจริง ๆ แต่ยังใช้บทเสริมทิศทาง เช่น 想起来xiǎng qǐlái นึกขึ้นมาได้, 看出来kàn chūlái ดูออก, 说下去shuō xiàqù พูดต่อไป, 坚持下去jiān chí xiàqù ทำต่อไป/ยืนหยัดต่อไป จุดนี้ต้องมองบทเสริมทิศทางเป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่แค่ทิศทางทางกายภาพ

ชุดคำความหมายตัวอย่างคำแปล
想起来Xiǎng qǐláiนึกขึ้นมาได้我想起来了。Wǒ xiǎng qǐlái le。ฉันนึกออกแล้ว
看出来Kàn chūláiดูออก / สังเกตออก我看出来你很累。Wǒ kàn chūlái nǐ hěn lèi。ฉันดูออกว่าคุณเหนื่อยมาก
说下去Shuō xiàqùพูดต่อไป请你说下去。Qǐng nǐ shuō xiàqù。เชิญพูดต่อไป
坚持下去Jiān chí xiàqùทำต่อไป / ยืนหยัดต่อไป你要坚持下去。Nǐ yào jiān chí xiàqù。คุณต้องทำต่อไป

จุดผิดบ่อยของนักเรียนไทย

จุดผิดแรกคือเลือก lái/ ตามภาษาไทยโดยไม่ดูจุดอ้างอิง เช่น แปล “เข้ามา” ทุกครั้งเป็น 进来jìnlái ทั้งที่บางสถานการณ์ต้องเป็น 进去jìnqù จุดผิดที่สองคือแปล 过去guòqù เป็นอดีตทุกครั้ง ทั้งที่หลังคำกริยาอาจแปลว่าไปทางนั้น จุดผิดที่สามคือวางกรรมหลังประโยคแบบไทยตรง ๆ โดยไม่แยกว่าสิ่งนั้นเป็นสถานที่หรือสิ่งของ

ประโยคที่มักผิดประโยคที่ควรใช้เหตุผล
请你进来那个房间。Qǐng nǐ jìnlái nà ge fáng jiān。请你进那个房间去。 / 请你到那个房间去。Qǐng nǐ jìn nà ge fáng jiān qù。 / qǐng nǐ dào nà ge fáng jiān qù。那个房间nà gè fáng jiān เป็นสถานที่ จึงควรวางก่อน
我回去中国。Wǒ huíqù Zhōngguó。我回中国去。Wǒ huí Zhōngguó qù。中国Zhōngguó เป็นสถานที่ ควรแทรกระหว่าง huí กับ
我拿出来了手机。Wǒ ná chūlái le shǒujī。我把手机拿出来了。Wǒ bǎ shǒujī ná chūlái le。手机shǒujī เป็นสิ่งของเฉพาะเจาะจง ใช้ จะเป็นธรรมชาติกว่า
他过去是老师。Tā guòqù shì lǎoshī。ประโยคนี้ 过去guòqù แปลว่าอดีตเพราะ 过去guòqù ไม่ได้ตามหลังกริยา
他走过去老师。Tā zǒu guòqù lǎoshī。他走过去问老师。 / 他走到老师那里去。Tā zǒu guòqù wèn lǎoshī。 / tā zǒu dào lǎoshī nà lǐ qù。ถ้าจะไปหาครู ควรมีการกระทำปลายทาง หรือใช้ dào那里去nà lǐ qù

แบบฝึกเติมคำ

ลองเติม lái หรือ ให้เหมาะกับสถานการณ์ 1) ผู้พูดอยู่ในห้อง: 请进qǐng jìn___。 2) ผู้พูดอยู่ข้างนอก บอกให้เพื่อนเข้าไปในห้อง: 你先进nǐ xiān jìn___。 3) ผู้พูดอยู่ชั้นบน เรียกเพื่อนขึ้นมา: 你上nǐ shàng___吧。ba 4) เอาหนังสือกลับมาที่นี่: 把书拿回bǎ shū ná huí___。 5) เดินไปถามครูที่อยู่อีกมุมหนึ่ง: 我走过wǒ zǒu guo___问老师。wèn lǎoshī

คำตอบที่ควรได้คือ 1) lái 2) 3) lái 4) lái 5) หลังทำเสร็จให้ย้อนถามตัวเองทุกข้อว่า “การเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูดหรือออกจากผู้พูด” ถ้าตอบคำถามนี้ได้ จะจำได้ดีกว่าการท่องคำแปลไทยอย่างเดียว

แบบฝึกเพิ่ม: แก้ประโยคผิด

ลองดูว่าประโยคเหล่านี้ผิดตรงไหน แล้วแก้ให้เป็นธรรมชาติกว่า

ประโยคผิดแก้เป็นเหตุผลสั้น ๆ
我回去中国。Wǒ huíqù Zhōngguó。我回中国去。Wǒ huí Zhōngguó qù。中国Zhōngguó เป็นสถานที่
请你进去那个房间。Qǐng nǐ jìnqù nà ge fáng jiān。请你进那个房间去。Qǐng nǐ jìn nà ge fáng jiān qù。สถานที่วางก่อน
我拿出来了手机。Wǒ ná chūlái le shǒujī。我把手机拿出来了。Wǒ bǎ shǒujī ná chūlái le。มือถือเป็นสิ่งของเฉพาะเจาะจง
他走过去老师。Tā zǒu guòqù lǎoshī。他走过去问老师。 / 他走到老师那里去。Tā zǒu guòqù wèn lǎoshī。 / tā zǒu dào lǎoshī nà lǐ qù。ต้องบอกการกระทำปลายทางหรือใช้ dào那里nà lǐ

Sentence bank สำหรับใช้จริง

สถานการณ์ประโยคจีนคำแปล
เรียกเพื่อน你过来一下。Nǐ guòlái yī xià。คุณมาทางนี้หน่อย
หยิบของ请把手机拿出来。Qǐng bǎ shǒujī ná chūlái。ช่วยเอาโทรศัพท์ออกมา
กลับบ้าน你什么时候回去?Nǐ shénme shí hòu huíqù?คุณจะกลับไปเมื่อไหร่
จำได้我想起来了。Wǒ xiǎng qǐlái le。ฉันนึกออกแล้ว
พูดต่อ你继续说下去。Nǐ jì xù shuō xiàqù。คุณพูดต่อไปได้เลย
เดินเข้า老师走进来了。Lǎo shī zǒu jìnlái le。ครูเดินเข้ามาแล้ว

แผนฝึก 7 วัน

วันที่ 1 ฝึกแยก lái กับ จากประโยคสั้น ๆ วันที่ 2 ฝึก 进来jìnlái/进去jìnqù กับสถานการณ์ในห้อง วันที่ 3 ฝึก 出来chūlái/出去chūqù กับสิ่งของและสถานที่ วันที่ 4 ฝึก 回来huílái/回去huíqù กับเรื่องกลับบ้าน วันที่ 5 ฝึก 过来guòlái/过去guòqù กับการเรียกคนหรือเดินไปหาใคร วันที่ 6 ฝึกความหมายนามธรรม เช่น 想起来xiǎng qǐlái, 看出来kàn chūlái, 说下去shuō xiàqù วันที่ 7 เขียนบันทึกสั้น 8 ประโยค โดยใช้บทเสริมทิศทางอย่างน้อย 6 คำ

ถ้านักเรียนอยากทวนให้เห็นผล ให้จับคู่คำกับภาพจริงรอบตัว เช่น เอาแก้วออกมา วางโทรศัพท์เข้าไป เดินไปหาประตู เดินกลับมาโต๊ะ วิธีนี้ทำให้สมองจำจากภาพ ไม่ใช่จำจากคำแปล และตรงกับธรรมชาติของ direction complement มากกว่า

คำถามที่พบบ่อย

lái กับ ต้องยึดผู้พูดเสมอไหม

โดยทั่วไปยึดผู้พูดหรือจุดอ้างอิงของประโยค ถ้าประโยคกำหนดจุดอ้างอิงอื่นไว้ชัด อาจยึดจุดนั้นแทนได้ สิ่งที่ต้องดูคือการเคลื่อนที่เข้าหาหรือออกห่างจากจุดสำคัญในประโยค

过去guòqù แปลว่าอดีตหรือไปทางนั้น

ได้ทั้งสองแบบ ต้องดูตำแหน่งในประโยค ถ้าเป็นคำนามหรือคำบอกเวลา เช่น 过去的事guo qù de shì แปลว่าเรื่องในอดีต แต่ถ้าอยู่หลังคำกริยา เช่น 走过去zǒu guo qù, 拿过去ná guo qù มักเป็นบทเสริมทิศทาง แปลว่าไปทางนั้นหรือเอาไปทางนั้น

บทเสริมทิศทางต้องใช้กับการเดินเท่านั้นไหม

ไม่ใช่ ใช้กับการเคลื่อนที่ของคน สิ่งของ และความหมายเชิงนามธรรมได้ เช่น 拿出来ná chūlái เอาออกมา, 放进去fàng jìnqù วางเข้าไป, 想起来xiǎng qǐlái นึกขึ้นมาได้, 看出来kàn chūlái ดูออก

สรุปก่อนอ่านบทต่อไป

บทเสริมทิศทาง HSK 3 ไม่ได้น่ากลัวถ้าเริ่มจากภาพหลัก lái คือมาทางนี้ คือไปทางนั้น แล้วค่อยจับคู่กับ shàng, xià, jìn, chū, huí, guo เมื่อเห็นคำยาวอย่าง 走出来zǒu chūlái หรือ 拿过去ná guo qù ให้แยกเป็น กริยา + ทิศทาง + lái/ ก่อน นักเรียนจะอ่านความหมายได้เร็วขึ้นและสร้างประโยคได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ฝึกต่อด้วยเครื่องมือ HSK 3

เส้นทางเรียน HSK 3 ฟรี
Flashcard HSK 3 ฟรี
Quiz HSK 3 ฟรี
คำศัพท์ HSK 3 ระบบใหม่ 973 รายการ

Similar Posts