ปกบทเรียน HSK 3 ความต่างระหว่าง 就 กับ 才 บอกเร็ว ช้า น้อย เกินคาด

HSK 3 ต่างกันยังไง: 就 กับ 才 บอกเร็ว ช้า น้อย เกินคาด

ถ้านักเรียนเคยเห็นประโยคว่า 他八点就来了。tā bā diǎn jiù lái le กับ 他十点才来。tā shí diǎn cái lái แล้วรู้สึกว่าแปลไทยก็คล้ายๆ กันว่า “เขามาเวลา…” บทนี้คือจุดที่ต้องหยุดดูให้ละเอียด เพราะ 就jiù กับ 才cái ไม่ได้บอกเวลาแบบนาฬิกาอย่างเดียว แต่บอก “ความรู้สึกของผู้พูดต่อเวลา จำนวน หรือความยากง่าย” ด้วย คำหนึ่งให้ความรู้สึกว่าเร็ว ง่าย เร็วกว่าที่คิด หรือแค่นี้เอง อีกคำหนึ่งให้ความรู้สึกว่าช้า ยาก กว่าจะได้ หรือเพิ่งจะถึงตอนนั้น

ใน HSK 3 คู่ 就jiù กับ 才cái เป็นไวยากรณ์ที่ออกข้อสอบและเจอในบทสนทนาบ่อยมาก เพราะภาษาจีนชอบใช้คำสั้นๆ เพื่อบอกอารมณ์แทรกเข้าไปในประโยค ถ้าใส่ผิด ความหมายหลักอาจยังพอเดาได้ แต่โทนจะเปลี่ยนทันที เช่น “ฉันทำเสร็จในสิบห้านาที” ถ้าใช้ 就jiù จะฟังเหมือนเร็วมาก แต่ถ้าใช้ 才cái จะฟังเหมือนกว่าจะเสร็จ ดังนั้นบทนี้เหล่าซือจะไม่ให้จำว่า 就jiù = ก็, 才cái = เพิ่ง แบบแบนๆ แต่จะให้จำเป็นภาพว่า 就jiù ดันเหตุการณ์ให้ “เร็ว/น้อย/ง่ายกว่าที่คิด” ส่วน 才cái ดึงเหตุการณ์ให้ “ช้า/ยาก/น้อยกว่าที่หวัง”

tt-hsk-course-nav:start
tt-hsk-course-nav:end

สรุปสั้นที่สุด: 就jiù กับ 才cái ต่างกันที่ “ความคาดหวัง”

แกนของบทนี้คือความคาดหวังของคนพูด ไม่ใช่เวลาในปฏิทิน ถ้าผู้พูดรู้สึกว่าเหตุการณ์เกิดเร็ว ใช้เวลาน้อย ใช้แรงน้อย หรือจำนวนน้อยแบบ “แค่นี้เอง” มักใช้ 就jiù แต่ถ้าผู้พูดรู้สึกว่าเหตุการณ์เกิดช้า ใช้เวลานาน ใช้แรงมาก หรือกว่าจะได้ผลลัพธ์ค่อยเกิดขึ้น มักใช้ 才cái

คำภาพจำความรู้สึกตัวอย่างสั้น
就jiùเร็วกว่า/ง่ายกว่า/น้อยกว่าที่คิดโอ้ เร็วจัง, แค่นี้เอง, ไม่นานก็…他八点就来了。Tā bā diǎn jiù lái le.
才cáiช้ากว่า/ยากกว่า/กว่าจะถึงกว่าจะ…, เพิ่ง…, ตั้งนานถึง…他十点才来。Tā shí diǎn cái lái.

สังเกตว่าทั้งสองประโยคอาจพูดเรื่อง “มา” เหมือนกัน แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกัน 他八点就来了。tā bā diǎn jiù lái le คือเขามาตั้งแต่แปดโมง หรือมาเร็วกว่าที่คิด ส่วน 他十点才来。tā shí diǎn cái lái คือเขาสิบโมงถึงจะมา ฟังเหมือนรอนานหรือมาช้า

อ่านบทต่อไปและบทที่เกี่ยวข้อง

■ บทก่อนหน้า: HSK 3 เปรียบเทียบว่าเหมือนกัน A 跟gēn B 一样yíyàng
■ กลับไปหน้าไวยากรณ์ HSK 3
■ ดูเส้นทางเรียน HSK 3 ฟรี

โครงสร้างที่ 1: เวลา + 就jiù + กริยา + 了le

โครงสร้างนี้ใช้เมื่อเหตุการณ์เกิดเร็วหรือเกิดก่อนเวลาที่ผู้พูดคาดไว้ ส่วนท้ายมักมี 了le เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วหรือเสร็จแล้ว เช่น 八点就来了bā diǎn jiù lái le, 十分钟就写完了shí fēnzhōng jiù xiě wán le, 三岁就会说中文了sān suì jiù huì shuō Zhōngwén le จุดสำคัญคือ 就jiù วางหน้ากริยา และ 了le มักช่วยปิดประโยคให้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดแล้ว

จีนไทยโทน
他八点半就来了。tā bā diǎn bàn jiù lái leเขามาตั้งแต่แปดโมงครึ่งแล้วมาเร็ว/มาก่อนคาด
我十五分钟就做完了。wǒ shí wǔ fēnzhōng jiù zuò wán leฉันทำเสร็จในสิบห้านาทีเองเร็วมาก
这个字我昨天就认识了。zhè gè zì wǒ zuótiān jiù rèn shí leตัวอักษรนี้ฉันรู้จักตั้งแต่เมื่อวานแล้วรู้ก่อนหน้านี้แล้ว
她三岁就会唱歌了。tā sān suì jiù huì chàng gē leเธอร้องเพลงเป็นตั้งแต่อายุสามขวบแล้วทำได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป

โครงสร้างที่ 2: เวลา + 才cái + กริยา

โครงสร้างนี้ใช้เมื่อเหตุการณ์เกิดช้า หรือเกิดหลังจากที่ผู้พูดคาดไว้ จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยคือเอา 了le ไปใส่ท้ายประโยคแบบเดียวกับ 就jiù ในแพตเทิร์นพื้นฐานของ HSK 3 ถ้าต้องการเน้นว่า “สิบโมงถึงจะมา” ให้ใช้ 他十点才来。tā shí diǎn cái lái ก่อน อย่าเพิ่งใส่ 了le แบบ 他十点才来了。tā shí diǎn cái lái le เพราะจะทำให้โฟกัสของประโยคเปลี่ยน และเป็นรูปที่ผู้เริ่มต้นมักใช้พลาด

จีนไทยโทน
他十点才来。Tā shí diǎn cái lái.เขามาเอาตั้งสิบโมง / สิบโมงถึงจะมามาช้า/ต้องรอ
我两个小时才做完。Wǒ liǎng gè xiǎoshí cái zuò wán.ฉันใช้ตั้งสองชั่วโมงกว่าจะทำเสร็จนานกว่าที่คิด
她昨天晚上才回家。tā zuótiān wǎn shàng cái huí jiāเธอเพิ่งกลับบ้านเมื่อคืน / เมื่อคืนเธอถึงค่อยกลับบ้านกลับช้า
我们等了半天,他才出现。wǒ men děng le bàn tiān, tā cái chū xiànพวกเรารอตั้งนาน เขาถึงโผล่มากว่าจะมา

เปรียบเทียบคู่เดียวกันให้เห็นภาพ

วิธีฝึกที่ดีที่สุดคือจับประโยคคู่เดียวกันมาเปลี่ยนแค่ 就jiù กับ 才cái แล้วดูว่าอารมณ์เปลี่ยนอย่างไร ตารางนี้ควรอ่านออกเสียงช้าๆ เพราะมันจะทำให้นักเรียนรู้สึกถึงน้ำหนักของคำ ไม่ใช่แค่จำคำแปล

ใช้ 就jiùใช้ 才cáiความต่าง
他八点就到学校了。Tā bā diǎn jiù dào xuéxiào le.他九点才到学校。Tā jiǔ diǎn cái dào xuéxiào.แปดโมงก็มาถึงแล้ว vs เก้าโมงถึงจะมาถึง
我十分钟就看完了。Wǒ shí fēnzhōng jiù kàn wán le.我一个小时才看完。Wǒ yí ge xiǎoshí cái kàn wán.อ่านจบเร็ว vs กว่าจะอ่านจบ
孩子三岁就会写字了。Háizi sān suì jiù huì xiě zì le.孩子七岁才会写字。Háizi qī suì cái huì xiě zì.ทำได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป vs ทำได้ช้ากว่าที่คาด
他一听就懂了。Tā yì tīng jiù dǒng le.他听了三遍才懂。Tā tīng le sān biàn cái dǒng.ฟังครั้งเดียวก็เข้าใจ vs ฟังสามรอบถึงเข้าใจ

一yī…就jiù… = พอ…ก็…ทันที

โครงสร้าง 一yī + กริยา + 就jiù + กริยา เป็นแพตเทิร์นสำคัญของ 就jiù แปลว่า “พอ…ก็… / ทันทีที่…” ใช้เมื่อเหตุการณ์ที่สองเกิดตามหลังเหตุการณ์แรกอย่างรวดเร็ว หรือเกิดเป็นนิสัยทุกครั้งที่มีเงื่อนไขนั้น

จีนไทยโทน
我一到家就睡觉。wǒ yī dào jiā jiù shuì juéพอถึงบ้านก็หลับเลยเกิดตามทันที
他一看就知道。tā yī kàn jiù zhī dàoเขาเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีรู้เร็วมาก
这个句子我一听就懂了。zhè gè jù zi wǒ yī tīng jiù dǒng leประโยคนี้ฉันฟังครั้งเดียวก็เข้าใจเลยง่าย/เร็วเกินคาด
他一听就懂了。Tā yì tīng jiù dǒng le.เขาฟังปุ๊บก็เข้าใจทันทีเป็นตัวอย่างที่เจอบ่อยใน HSK

就jiù ใช้กับ “จำนวนน้อย/แค่นี้เอง”

นอกจากเรื่องเวลา 就jiù ยังใช้บอกว่าจำนวนหรือปริมาณถูกจำกัดอยู่แค่นี้เองได้ เช่น 我就带了十块钱。wǒ jiù dài le shí kuài qián ไม่ได้แปลว่า “ฉันก็พกสิบหยวน” เฉยๆ แต่มีความรู้สึกว่า “ฉันพกมาแค่สิบหยวนเท่านั้น” หรือ 我们班就十个学生。wǒ men bān jiù shí gè xué shēng คือห้องเรามีนักเรียนแค่สิบคนเอง โทนนี้สำคัญมากเวลาอ่านข้อสอบ เพราะคำว่า 就jiù อาจเป็นตัวบอกทัศนคติของผู้พูด

จีนไทยความรู้สึก
我就带了十块钱。Wǒ jiù dài le shí kuài qián.ฉันพกมาแค่สิบหยวนเท่านั้นมีมาเท่านี้จริงๆ
我们班就十个学生。Wǒmen bān jiù shí ge xuésheng.ห้องเรามีนักเรียนแค่สิบคนจำนวนน้อยกว่าที่คิด
他就吃了一点儿。Tā jiù chī le yìdiǎnr.เขากินไปนิดเดียวเองกินน้อย
这本书就二十页。Zhè běn shū jiù èrshí yè.หนังสือเล่มนี้มีแค่ยี่สิบหน้าเองสั้น/ไม่เยอะ

才cái ก็ใช้กับ “แค่/จำนวนเล็ก” ได้เหมือนกัน

จุดที่ต้องระวังคือ “แค่ + จำนวน” ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ 就jiù เสมอไป เพราะ 才cái ก็ใช้กับจำนวนที่ผู้พูดรู้สึกว่าน้อย ต่ำ หรือเด็กกว่าที่คาดได้เหมือนกัน ความต่างอยู่ที่น้ำเสียงและสิ่งที่คนพูดอยากเน้น

ประโยคความรู้สึก
我只有十块钱。wǒ zhǐyǒu shí kuài qiánฉันมีแค่สิบหยวน — กลางๆ บอกข้อเท็จจริงว่ามีเท่านี้
我才十岁。wǒ cái shí suìฉันอายุแค่สิบขวบเอง — น้อย/เด็กกว่าที่คิด
我就带了十块钱。Wǒ jiù dài le shí kuài qián.ฉันพกมาแค่สิบหยวนเท่านั้น — มีมาเท่านี้จริงๆ
我们班才十个学生。wǒ men bān cái shí gè xué shēngห้องเรามีนักเรียนแค่สิบคนเอง — น้อยกว่าที่คาด

ดังนั้นถ้าเน้น “มีเท่านี้จริงๆ / จำกัดอยู่แค่นี้” ใช้ 就jiù ได้ แต่ถ้าเน้นว่า “น้อยกว่าที่คิด / ยังน้อยอยู่” 才cái ก็ธรรมชาติมากเช่นกัน

才cái ใช้กับ “เพิ่งจะ” หรือ “กว่าจะ”

ในหลายประโยค 才cái ให้ความรู้สึกว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน หรือกว่าจะถึงจุดนั้น เช่น 我刚才知道。wǒ gāng cái zhī dào แปลว่า “ฉันเพิ่งรู้เมื่อกี้” แต่ถ้าเป็นโครงสร้างเวลา + 才cái + กริยา จะเน้นว่ากว่าจะถึงเวลานั้นจึงทำ เช่น 他晚上十一点才睡觉。tā wǎn shàng shí yìdiǎn cái shuì jué คือเขาห้าทุ่มถึงจะนอน ฟังเหมือนช้า ไม่ใช่แค่บอกเวลานอนแบบกลางๆ

จีนไทยหมายเหตุ
我刚才知道。wǒ gāng cái zhī dàoฉันเพิ่งรู้เมื่อกี้刚才gāng cái เป็นคำบอกเวลา “เมื่อกี้”
他十一点才睡觉。tā shí yìdiǎn cái shuì juéเขาห้าทุ่มถึงจะนอนนอนช้า
我今天才明白。wǒ jīntiān cái míng báiวันนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจกว่าจะเข้าใจ
她看了两遍才懂。tā kàn le liǎng biàn cái dǒngเธอดูสองรอบถึงเข้าใจต้องใช้ความพยายาม

ข้อควรระวัง: 刚才gāng cái ไม่ใช่ 才cái แบบเดียวกัน

คำว่า 刚才gāng cái แปลว่า “เมื่อกี้” เป็นคำบอกเวลา ส่วน 才cái ในบทนี้เป็นคำช่วยเน้นความรู้สึกว่าเพิ่ง/กว่าจะ/ช้ากว่าคาด นักเรียนบางคนเห็นตัว 才cái แล้วคิดว่าใช้เหมือนกันทั้งหมด แต่จริงๆ ต้องดูทั้งคำ ถ้าเป็น 刚才gāng cái ให้คิดว่าเป็นคำศัพท์หนึ่งคำ ไม่ต้องแยก 才cái ออกมาแปลเดี่ยวๆ

คำชนิดตัวอย่างแปล
刚才gāngcáiคำบอกเวลา刚才谁给你打电话了?Gāngcái shéi gěi nǐ dǎ diànhuà le?เมื่อกี้ใครโทรหาคุณ
才cáiคำช่วยเน้นโทน他十点才来。Tā shí diǎn cái lái.เขาสิบโมงถึงจะมา
才能cáinéngคำศัพท์อีกคำ她很有才能。Tā hěn yǒu cáinéng.เธอมีความสามารถมาก
人才réncáiคำศัพท์อีกคำ公司需要人才。Gōngsī xūyào réncái.บริษัทต้องการบุคลากรเก่งๆ

就jiù ในประโยคเงื่อนไข 如果rúguǒ…就jiù…

HSK 3 ยังมี 就jiù อีกแบบที่เจอบ่อยมาก คือ 如果rúguǒ…就jiù… แปลว่า “ถ้า…ก็…” เช่น 如果明天下雨,我们就不出去了。rúguǒ míngtiān xià yǔ, wǒ men jiù bù chūqù le ถ้าพรุ่งนี้ฝนตก พวกเราก็จะไม่ออกไปข้างนอก ในรูปนี้ 就jiù ไม่ได้เน้นเร็วหรือช้าเท่ากับบทหลัก แต่ทำหน้าที่เชื่อมผลลัพธ์กับเงื่อนไข นักเรียนควรแยกให้ได้ว่า 就jiù ตัวเดียวกันแต่บริบทต่างกัน

รูปแบบตัวอย่างหน้าที่ของ 就jiù
เวลา + 就jiù + กริยา + 了le他八点就来了。Tā bā diǎn jiù lái le.เน้นเร็ว/ก่อนคาด
จำนวน + 就jiù我们班就十个人。Wǒmen bān jiù shí ge rén.เน้นน้อย/แค่นี้เอง
如果rúguǒ…就jiù…如果你有问题,就问老师。Rúguǒ nǐ yǒu wèntí, jiù wèn lǎoshī.เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์
马上就mǎshàng jiù…我马上就回来。Wǒ mǎshàng jiù huílái.เน้นว่าใกล้จะเกิดทันที

只有zhǐyǒu…才cái… เทียบกับ 如果rúguǒ…就jiù… และ 只要zhǐyào…就jiù…

เมื่อพูดเรื่องเงื่อนไข 就jiù และ 才cái จะเข้าคู่กับคำหน้าได้หลายแบบ ถ้าจำเป็นภาพจะง่ายกว่า: 如果rúguǒ…就jiù… คือ “ถ้า…ก็…”, 只要zhǐyào…就jiù… คือ “ขอแค่…ก็…”, ส่วน 只有zhǐyǒu…才cái… คือ “ต้อง…เท่านั้น ถึงจะ…” หรือ only if

รูปประโยคความหมายตัวอย่างไทย
如果rúguǒ…就jiù…ถ้า…ก็…如果下雨,我们就不出去。rúguǒ xià yǔ, wǒ men jiù bù chūqùถ้าฝนตก พวกเราก็ไม่ออกไป
只要zhǐyào…就jiù…ขอแค่…ก็…只要你努力,就会进步。zhǐyào nǐ nǔ lì, jiù huì jìn bùขอแค่คุณพยายาม ก็จะพัฒนาขึ้น
只有zhǐyǒu…才cái…ต้อง…เท่านั้น ถึงจะ…只有多练习,才会说得好。zhǐyǒu duō liàn xí, cái huì shuō de hǎoต้องฝึกเยอะเท่านั้น ถึงจะพูดได้ดี
只有zhǐyǒu…才cái…เงื่อนไขจำเป็น只有做完作业,才能看电视。zhǐyǒu zuò wán zuòyè, cái néng kàn diàn shìต้องทำการบ้านเสร็จเท่านั้น ถึงจะดูทีวีได้

ตำแหน่งในประโยคที่ต้องจำ

โดยทั่วไป 就jiù และ 才cái วางหน้ากริยาหรือหน้าส่วนที่ต้องการเน้น เช่น 他八点就来了tā bā diǎn jiù lái le, 他十点才来tā shí diǎn cái lái, 我就带了十块钱wǒ jiù dài le shí kuài qián แต่ถ้ามีประธานและคำบอกเวลา ให้เรียงแบบ ประธาน + เวลา + 就jiù/才cái + กริยา นักเรียนไทยมักเอา 就jiù/才cái ไปวางท้ายประโยคตามคำไทยว่า “แล้ว/เอง/ถึง” ซึ่งทำให้ประโยคจีนผิดตำแหน่ง

ประโยคผิดที่เจอบ่อย

ผิดถูกเหตุผล
他八点来了就。Tā bā diǎn lái le jiù.他八点就来了。Tā bā diǎn jiù lái le.就jiù ต้องอยู่หน้ากริยา 来lái
我才两个小时做完。Wǒ cái liǎng gè xiǎoshí zuò wán.我两个小时才做完。Wǒ liǎng gè xiǎoshí cái zuò wán.เวลา/ระยะเวลาต้องมาก่อน 才cái
我们班十个学生就。Wǒmen bān shí ge xuésheng jiù.我们班就十个学生。Wǒmen bān jiù shí ge xuésheng.就jiù อยู่หน้าจำนวนที่เน้นว่าน้อย
他十点才来了。Tā shí diǎn cái lái le.他十点才来。Tā shí diǎn cái lái.ในแพตเทิร์นพื้นฐานของ HSK 3 ให้ใช้ 他十点才来。tā shí diǎn cái lái ก่อน เพราะ 才cái เน้นว่ากว่าจะมาถึงเวลานั้น

วิธีเลือกใช้ในข้อสอบ

เวลาเจอโจทย์เติมคำ ให้ถามตัวเองสามข้อก่อน หนึ่ง ประโยคนี้พูดถึงความเร็วหรือความช้าไหม สอง ผู้พูดรู้สึกว่า “แค่นี้เอง” หรือ “กว่าจะ…” ไหม สาม มี 如果rúguǒ อยู่หน้าประโยคไหม ถ้ามี 如果rúguǒ โอกาสสูงว่าช่องหลังจะเป็น 就jiù ถ้าไม่มี ให้ดูโทนเร็ว/ช้า ถ้าเร็วหรือทำได้ง่าย ใช้ 就jiù ถ้าช้าหรือกว่าจะได้ ใช้ 才cái

สัญญาณในประโยคมักใช้เหตุผล
八点, 十分钟, 一听, 三岁bā diǎn, shí fēnzhōng, yì tīng, sān suì就jiùสื่อว่าเร็วหรือทำได้ก่อนคาด
十点, 两个小时, 看了三遍shí diǎn, liǎng gè xiǎoshí, kàn le sān biàn才cáiสื่อว่าช้าหรือกว่าจะสำเร็จ
只有/จำนวนเล็กๆzhǐyǒu / จำนวนเล็กๆ就jiùสื่อว่าแค่นี้เอง
如果rúguǒ就jiùเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

แบบฝึกเติม 就jiù หรือ 才cái

ลองทำเองก่อนดูเฉลย ถ้าเลือกผิด ให้ถามว่าประโยคนั้นสื่อว่า “เร็ว/แค่นี้เอง” หรือ “กว่าจะ/ช้า”

  1. 他昨天晚上十一点tā zuótiān wǎn shàng shí yìdiǎn___睡觉。shuì jué
  2. 这个作业我十分钟zhè gè zuòyè wǒ shí fēnzhōng___做完了。zuò wán le
  3. 我们班wǒ men bān___十二个学生。shí èr gè xué shēng
  4. 如果你不懂rúguǒ nǐ bù dǒng,___问老师。wèn lǎoshī
  5. 她学了一年tā xué le yì nián___会说一点儿中文。huì shuō yìdiǎnr Zhōngwén
  6. 我一看wǒ yī kàn___知道答案了。zhī dào dá àn le

แบบฝึกเพิ่ม: เลือกคำตอบพร้อมเหตุผล

ชุดนี้ไม่ได้ให้เลือกแค่ 就jiù หรือ 才cái แต่ให้ดู “เหตุผล” ด้วย เพราะข้อสอบจริงมักทดสอบว่านักเรียนจับน้ำเสียงเร็ว/ช้า/น้อย/เงื่อนไขได้ไหม

โจทย์AB
他五岁___会写汉字了。Tā wǔ suì ___ huì xiě Hànzì le.就jiù เพราะทำได้เร็ว才cái เพราะทำได้ช้า
我等了一个小时,他___来。Wǒ děng le yí ge xiǎoshí, tā ___ lái.就jiù เพราะเร็ว才cái เพราะกว่าจะมา
我们班___十个学生。Wǒmen bān ___ shí ge xuésheng.就jiù เพราะมีแค่นี้เอง才cái เพราะทำได้ช้า
这个字我一看___认识。Zhège zì wǒ yí kàn ___ rènshi.就jiù เพราะเห็นปุ๊บก็จำได้才cái เพราะกว่าจะจำได้
只有多听多说,___能说得自然。Zhǐyǒu duō tīng duō shuō, ___ néng shuō de zìrán.就jiù เพราะถ้า…ก็…ทั่วไป才cái เพราะต้องทำเงื่อนไขนี้เท่านั้น
她___十二岁,还不能一个人去很远的地方。Tā ___ shí’èr suì, hái bù néng yí ge rén qù hěn yuǎn de dìfang.就jiù เพราะมีเท่านี้จริงๆ才cái เพราะอายุยังน้อย
ดูเฉลยและเหตุผล
ข้อคำตอบเหตุผล
1A: 就jiùอายุห้าขวบก็เขียนอักษรจีนได้แล้ว เร็วกว่าที่คาด
2B: 才cáiรอตั้งหนึ่งชั่วโมง เขาถึงมา สื่อว่าช้า/รอนาน
3A: 就jiùมีนักเรียนแค่สิบคน เน้นจำนวนจำกัด
4A: 就jiùอยู่ในโครง 一yī…就jiù… เห็นปุ๊บก็จำได้
5B: 才cáiอยู่ในโครง 只有zhǐyǒu…才cái… เงื่อนไขจำเป็น
6B: 才cái才十二岁cái shí èr suì เน้นว่ายังอายุน้อย

เฉลยแบบฝึก

ข้อคำตอบเหตุผล
1才cáiห้าทุ่มถึงจะนอน สื่อว่าช้า
2就jiùสิบนาทีก็ทำเสร็จแล้ว สื่อว่าเร็ว
3就jiùมีแค่สิบสองคน สื่อว่าจำนวนน้อย
4就jiù如果rúguǒ…就jiù… ถ้าไม่เข้าใจก็ถามครู
5才cáiเรียนตั้งหนึ่งปีถึงพูดได้เล็กน้อย
6就jiùดูครั้งเดียวก็รู้คำตอบ

สรุปจำง่าย

จำเป็นประโยคสั้นๆ ว่า 就jiù = เร็ว แค่นี้เอง ถ้า…ก็… ส่วน 才cái = กว่าจะ เพิ่งจะ ช้ากว่าที่คิด เมื่อฝึกอ่านบทสนทนา ให้ขีดเส้นใต้ 就jiù กับ 才cái ทุกครั้ง แล้วเขียนกำกับว่าในประโยคนั้นใช้เพื่อบอกเวลา จำนวน เงื่อนไข หรือความพยายาม วิธีนี้จะทำให้นักเรียนเห็นว่าไวยากรณ์จีนไม่ได้มีแค่รูปประโยค แต่มีน้ำเสียงซ่อนอยู่ด้วย

tt-learn-chinese-return:start

tt-learn-chinese-return:end

คำถามที่พบบ่อย

就jiù กับ 才cái แปลว่าอะไรแบบตรงตัว

แปลตรงตัวไม่ได้คำเดียวเสมอไป 就jiù อาจแปลว่า ก็, ตั้งแต่, แค่, ทันที ส่วน 才cái อาจแปลว่า เพิ่ง, ถึงจะ, กว่าจะ ต้องดูบริบทและความรู้สึกของประโยค

ทำไมประโยค 他十点才来tā shí diǎn cái lái ไม่ใส่ 了le

ในแพตเทิร์นพื้นฐานที่เน้นว่า “สิบโมงถึงจะมา” 才cái วางหน้ากริยาและมักไม่ต้องปิดด้วย 了le นักเรียน HSK 3 ควรจำรูป 他十点才来。tā shí diǎn cái lái ก่อน ไม่ใช่จำว่า 才cái + 了le ผิดเสมอในทุกบริบท เพราะกรณีซับซ้อนกว่านี้ต้องดูโฟกัสของประโยคและบริบทเพิ่มเติม

如果rúguǒ…就jiù… เป็น 就jiù ตัวเดียวกับบทนี้ไหม

เป็นตัวเดียวกัน แต่หน้าที่ต่างกัน ใน 如果rúguǒ…就jiù… 就jiù ทำหน้าที่เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์มากกว่าเน้นเร็วหรือช้า ถ้าต้องการบอกเงื่อนไขจำเป็นแบบ “ต้อง…เท่านั้น ถึงจะ…” ให้ใช้ 只有zhǐyǒu…才cái…

ต้องจำคู่กับ 了le เสมอไหม

ไม่เสมอ แต่ในรูป “เวลา + 就jiù + กริยา + 了le” มักเจอบ่อยเพราะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดแล้ว ส่วน 才cái ใน pattern หลักมักไม่ใส่ 了le

tt-hsk-hub-tool-cta:start

ฝึกต่อหลังอ่านบทนี้

■ Flashcard HSK 3 ฟรี
■ Quiz HSK 3 ฟรี
■ รายการคำศัพท์ HSK 3 ระบบใหม่ 973 คำ
■ คลังเครื่องมือ HSK ฟรี

tt-hsk-hub-tool-cta:end

Similar Posts