语法

คำศัพท์จีน

语法

สมุดเปล่ากับบล็อกไม้เรียงเป็นระเบียบ สื่อความหมายของ 语法

ตัวเต็ม: 語法

Pinyin: yǔfǎ

อ่านว่า: อวี่ฝ่า

ความหมาย: ไวยากรณ์ หรือกฎและรูปแบบที่กำหนดว่าคำ วลี และประโยคในภาษาประกอบและสัมพันธ์กันอย่างไร

ชนิดคำ: คำนาม (n.)

ระดับ: HSK 4

Pronunciation: 语法 (yǔfǎ)

ความหมายหลัก

语法yǔfǎ เป็นคำนาม หมายถึงไวยากรณ์ หรือระบบกฎที่บอกว่าคำ วลี และประโยคประกอบและสัมพันธ์กันอย่างไร เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจความหมายตามที่ผู้พูดต้องการ

คำนี้ใช้ได้ทั้งเมื่อพูดถึงไวยากรณ์ของภาษาหนึ่งโดยรวม และเมื่อกล่าวถึงกฎหรือรูปแบบเฉพาะ เช่น 汉语语法Hànyǔ yǔfǎ ไวยากรณ์ภาษาจีน และ 语法规则yǔfǎ guīzé กฎไวยากรณ์

ภาพบล็อกที่เรียงเป็นลำดับช่วยจำแนวคิดว่าไวยากรณ์กำหนดตำแหน่งและความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ ในภาษา ไม่ได้หมายความว่าทุกภาษาต้องเรียงคำเหมือนกัน

ไวยากรณ์ครอบคลุมอะไร

เวลาเรียนภาษาจีน ผู้เรียนจะพบหัวข้ออย่าง 词序cíxù ลำดับคำ การวางคำบอกเวลา การใช้คำช่วย และรูปแบบประโยคต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนของ 语法知识yǔfǎ zhīshi ความรู้ด้านไวยากรณ์

ตัวอย่างเช่น 把字句bǎzìjù และ 被字句bèizìjù มีโครงสร้างและเงื่อนไขการใช้เฉพาะ การจำคำศัพท์ทุกคำได้จึงยังไม่พอ หากเรียงความสัมพันธ์ผิด ประโยคอาจไม่เป็นธรรมชาติหรือเปลี่ยนความหมาย

รูปแบบที่ใช้บ่อย

ใช้ 学习语法xuéxí yǔfǎ เมื่อต้องการพูดว่าเรียนไวยากรณ์ และใช้ 掌握语法zhǎngwò yǔfǎ เมื่อเน้นว่าเข้าใจหลักและนำไปใช้ได้แล้ว หากกำลังฝึก ให้พูดว่า 做语法练习zuò yǔfǎ liànxí ทำแบบฝึกไวยากรณ์

เวลาตรวจงานเขียน พบบ่อยทั้ง 语法正确yǔfǎ zhèngquè ไวยากรณ์ถูกต้อง 语法不自然yǔfǎ bù zìrán ไวยากรณ์ไม่เป็นธรรมชาติ และ 语法错误yǔfǎ cuòwù ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

แยกจากคำใกล้เคียง

语法yǔfǎ

ระบบหรือกฎการประกอบคำ วลี และประโยค ใช้ได้ทั้งความหมายกว้างและกฎเฉพาะข้อ

句法jùfǎ

วากยสัมพันธ์หรือโครงสร้างประโยค เป็นขอบเขตที่เจาะความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ ในประโยคมากกว่า

词汇cíhuì

คลังคำศัพท์ของภาษา เน้นตัวคำและความหมาย ไม่ใช่กฎที่นำคำมาประกอบกัน

语法学yǔfǎxué

วิชาไวยากรณ์หรือศาสตร์ที่ศึกษาไวยากรณ์ ส่วนคำหลักหมายถึงตัวระบบกฎเอง

语病yǔbìng

ข้อบกพร่องในประโยค อาจมาจากไวยากรณ์ การเลือกคำ หรือเหตุผลที่ไม่สอดคล้องกัน

表达biǎodá

การถ่ายทอดความคิดหรือวิธีแสดงความหมาย ประโยคอาจถูกไวยากรณ์แต่ยังสื่อสารไม่ชัดก็ได้

เรื่องรูปคำและคำพ้องใกล้เคียง

รูปตัวเต็มคือ 語法yǔfǎ ส่วน 文法wénfǎ เป็นคำใกล้เคียงที่บางพื้นที่และบางตำราใช้ในความหมายไวยากรณ์ แต่ไม่ควรใส่เป็น alias อัตโนมัติหากยังไม่ได้ตรวจการเป็นเจ้าของคำทั้งระบบ

คำว่า 语法结构yǔfǎ jiégòu หมายถึงโครงสร้างทางไวยากรณ์ ส่วน 句子结构jùzi jiégòu ระบุโครงสร้างของประโยคหนึ่งหรือชนิดประโยคโดยตรง ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ควรแทนกันทุกบริบท

สถานการณ์ใช้งานจริง

ในห้องเรียน ครูอาจพูดว่า 先看例句,再总结语法Xiān kàn lìjù, zài zǒngjié yǔfǎ ดูประโยคตัวอย่างก่อน แล้วจึงสรุปไวยากรณ์ วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่ากฎทำงานในบริบทอย่างไร

เมื่อเขียนข้อความ ไม่จำเป็นต้องหยุดตรวจทุกคำในร่างแรก หลังเขียนเสร็จค่อย 检查语法jiǎnchá yǔfǎ ตรวจไวยากรณ์ แล้วอ่านทั้งประโยคอีกครั้งเพื่อดูว่าการแสดงความหมายเป็นธรรมชาติหรือไม่

ข้อควรระวังในการเรียน

อย่าจำ 语法规则yǔfǎ guīzé แยกจากตัวอย่าง เพราะกฎเดียวกันอาจมีเงื่อนไขด้านบริบท น้ำเสียง หรือชนิดคำ ควรฝึกเปลี่ยนประธาน เวลา และกรรมเพื่อดูว่าโครงสร้างยังใช้ได้หรือไม่

อีกด้านหนึ่ง ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้จริงอาจละส่วนที่เข้าใจกันอยู่แล้ว จึงไม่ควรตัดสินว่าเป็น 语法错误yǔfǎ cuòwù เพียงเพราะไม่ตรงกับแบบฝึกหัดพื้นฐาน ต้องดูสถานการณ์และระดับภาษาประกอบด้วย

ระดับ HSK และทางเรียนต่อ

หลักสูตรการสอบ HSK ที่มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 จัด 语法yǔfǎ เป็นคำนาม HSK 4 รายการ 1898 การตรวจรายการทางการทั้งเล่มยืนยันรูปคำ พินอิน และชนิดคำตรงกัน จึงคงระดับ HSK 4 ไว้ น้องๆ อ่านบทเรียนและฝึกโครงสร้างต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน

ลำดับขีด

ลำดับขีด 语ลำดับขีด 法

คำประสมที่พบบ่อย

汉语语法 Hànyǔ yǔfǎ — ไวยากรณ์ภาษาจีน
基础语法 jīchǔ yǔfǎ — ไวยากรณ์พื้นฐาน
语法规则 yǔfǎ guīzé — กฎไวยากรณ์
语法结构 yǔfǎ jiégòu — โครงสร้างไวยากรณ์
语法错误 yǔfǎ cuòwù — ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
语法知识 yǔfǎ zhīshi — ความรู้ด้านไวยากรณ์
语法练习 yǔfǎ liànxí — แบบฝึกไวยากรณ์
掌握语法 zhǎngwò yǔfǎ — เข้าใจและใช้ไวยากรณ์ได้คล่อง

ตัวอย่างการใช้

学好一门语言,不能只背单词,还要懂语法。
Xuéhǎo yì mén yǔyán, bù néng zhǐ bèi dāncí, hái yào dǒng yǔfǎ.
การเรียนภาษาให้ดีจะท่องแต่คำศัพท์ไม่ได้ ยังต้องเข้าใจไวยากรณ์ด้วย

这句话的语法没有问题。
Zhè jù huà de yǔfǎ méiyǒu wèntí.
ไวยากรณ์ของประโยคนี้ไม่มีปัญหา

老师用图表解释了这个语法规则。
Lǎoshī yòng túbiǎo jiěshì le zhège yǔfǎ guīzé.
ครูใช้แผนภาพอธิบายกฎไวยากรณ์ข้อนี้

我常把这个语法结构用错。
Wǒ cháng bǎ zhège yǔfǎ jiégòu yòng cuò.
ฉันมักใช้โครงสร้างไวยากรณ์นี้ผิด

做完语法练习以后,请自己检查答案。
Zuòwán yǔfǎ liànxí yǐhòu, qǐng zìjǐ jiǎnchá dá'àn.
หลังทำแบบฝึกไวยากรณ์เสร็จ กรุณาตรวจคำตอบด้วยตนเอง

这本书把基础语法讲得很清楚。
Zhè běn shū bǎ jīchǔ yǔfǎ jiǎng de hěn qīngchu.
หนังสือเล่มนี้อธิบายไวยากรณ์พื้นฐานได้ชัดเจนมาก

她能听懂大意,但是语法知识还不够扎实。
Tā néng tīngdǒng dàyì, dànshì yǔfǎ zhīshi hái bú gòu zhāshi.
เธอฟังใจความสำคัญเข้าใจ แต่ความรู้ไวยากรณ์ยังไม่แน่นพอ

写完邮件后,我检查了语法错误。
Xiěwán yóujiàn hòu, wǒ jiǎnchá le yǔfǎ cuòwù.
หลังเขียนอีเมลเสร็จ ฉันตรวจข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

บทสนทนา A-B

A: 你为什么改了这句话?
Nǐ wèishénme gǎi le zhè jù huà?
ทำไมคุณถึงแก้ประโยคนี้

B: 因为原来的语法不太自然。
Yīnwèi yuánlái de yǔfǎ bú tài zìrán.
เพราะไวยากรณ์เดิมฟังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide