HSK 2 ฉบับสมบูรณ์: ไขทุกข้อสงสัยการใช้ 了 (le) บอกว่า ‘ทำแล้ว’ แบบที่คนไทยไม่เคยงงอีกต่อไป
สวัสดีครับ/ค่ะ นักเรียนทุกคน! เหล่าซือจาก Tenttulip กลับมาอีกครั้งพร้อมกับไวยากรณ์ระดับ HSK 2 ที่เรียกได้ว่าเป็น “บอสใหญ่” ที่หลายคนกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหัวใจสำคัญที่ถ้าเข้าใจแล้ว การใช้ภาษาจีนของเราจะก้าวกระโดดไปอีกระดับเลยทีเดียวครับ/ค่ะ
เคยสงสัยไหมครับ/คะ เวลาเจอเพื่อนคนจีนแล้วเขาชอบทักเราว่า “你吃饭了吗? (nǐ chīfàn le ma?)” ประโยคสุดคลาสสิกที่แปลตรงตัวว่า “คุณกินข้าวแล้วหรือยัง?” แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเหมือนการทักทาย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ คล้ายๆ กับ “สบายดีไหม?” ของบ้านเราเลยครับ/ค่ะ และในประโยคสั้นๆ นี้เอง ก็มีพระเอกของเราซ่อนอยู่ นั่นก็คือคำว่า 了 (le)
หลายคนพอเห็นเจ้าตัวนี้แล้วอาจจะสับสน คิดไปไกลว่ามันยากแน่ๆ แต่เหล่าซือขอรับรองเลยว่า ถ้าอ่านบทความนี้จบ นักเรียนจะเข้าใจการใช้ le แบบทะลุปรุโปร่ง สามารถบอกเล่าได้ว่าเรา “ทำอะไรไปแล้ว” ถามเพื่อนได้ว่า “ทำนั่นทำนี่แล้วหรือยัง” และปฏิเสธได้อย่างถูกต้องว่า “ยังไม่ได้ทำ” พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยครับ/ค่ะ!

ทำความรู้จักพระเอกของเรา: 了 (le) ไม่ใช่ ‘อดีต’ แต่คือ ‘ความสมบูรณ์’
ก่อนอื่นเลย เหล่าซือต้องขอนักเรียนทุกคน “ลบ” ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการใช้ le ออกไปก่อน นั่นคือความคิดที่ว่า le = กาลเวลาในอดีต (Past Tense)
นี่คือกับดักที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนไทยเลยครับ/ค่ะ เพราะเรามักจะเผลอเอาไปเทียบกับคำว่า “แล้ว” ในภาษาไทย หรือการเติม “-ed” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต แต่สำหรับภาษาจีนแล้ว le ไม่ได้ทำหน้าที่นั้นโดยตรง
หน้าที่ที่แท้จริงของ le คือการเป็น คำช่วยบอกลักษณะของกริยา (Aspect Particle หรือ 助词 – zhùcí) ที่บ่งชี้ว่า การกระทำนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือเกิดขึ้นแล้ว (Completion/Realization) ลองนึกภาพตามนะครับ/คะ ว่า le ก็เหมือนเครื่องหมาย “ติ๊กถูก” (✓) ที่เราขีดฆ่ารายการ To-Do List ของเรา เมื่อเราทำอะไรสักอย่างเสร็จ เราก็จะติ๊ก ✓ ข้างๆ รายการนั้น การใส่ le หลังคำกริยาก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันเลย คือการยืนยันว่า “แอ็กชันนี้ จบแล้วนะ!”
จุดสำคัญที่ต้องเปลี่ยนความคิดของเราก็คือ จากเดิมที่มองไวยากรณ์โดยยึด “เวลา” เป็นหลัก (เกิดขึ้นเมื่อวาน, วันนี้, หรือพรุ่งนี้) ให้เปลี่ยนมามองโดยยึด “การกระทำ” เป็นหลักแทน (การกระทำนี้เสร็จหรือยัง?)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองดูประโยคตัวอย่างที่จะเปลี่ยนความเข้าใจของทุกคนไปตลอดกาลครับ/ค่ะ:
明天我吃了早饭就去找你。
(míngtiān wǒ chī le zǎofàn jiù qù zhǎo nǐ.)
แปลว่า: พรุ่งนี้ พอกินข้าวเช้าเสร็จ ฉันจะไปหาเธอ
เห็นไหมครับ/คะ? ประโยคนี้พูดถึงเรื่องใน อนาคต (“明天” – พรุ่งนี้) แต่กลับมีการใช้ le อยู่ด้วย! ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะว่าประโยคนี้ต้องการจะบอกเงื่อนไขว่า การกระทำ “ไปหาเธอ” จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อการกระทำ “กินข้าวเช้า” นั้น เสร็จสิ้นสมบูรณ์ (Completed) ลงเสียก่อน นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า le ไม่ได้ผูกติดกับเวลาในอดีต แต่ผูกติดกับ “ความเสร็จสมบูรณ์” ของการกระทำนั่นเองครับ/ค่ะ
โครงสร้างพื้นฐาน: การวาง 了 ในประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentences)
เมื่อเราเข้าใจคอนเซ็ปต์หลักแล้ว ต่อไปมาดูวิธีการนำ le ไปวางในประโยคบอกเล่ากัน ซึ่งมีโครงสร้างหลักๆ ที่นักเรียน HSK 2 ต้องรู้ อยู่ 2 รูปแบบครับ/ค่ะ
A. โครงสร้างที่ 1: ประธาน + กริยา + 了 (Subject + Verb + 了)
โครงสร้างนี้เรียบง่ายที่สุด มักใช้กับคำกริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารองรับ หรือเมื่อผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีว่ากรรมคืออะไร โดยไม่ต้องพูดออกมา
ตัวอย่าง:
- 他来了。(tā lái le.)เขามาแล้ว (การกระทำ “มา” ได้เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นแล้ว เขาอยู่ที่นี่แล้ว)
- 雨停了。(yǔ tíng le.)ฝนหยุดตกแล้ว (การกระทำ “หยุด” ได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ฝนไม่ตกแล้ว)
- A: 你明白吗? (nǐ míngbai ma?) – เธอเข้าใจไหม?B: 我懂了。(wǒ dǒng le.)ฉันเข้าใจแล้ว (ณ จุดนี้ การกระทำ “เข้าใจ” ได้เกิดขึ้นแล้ว)
B. โครงสร้างที่ 2: ประธาน + กริยา + 了 + [ส่วนขยาย] + กรรม
นี่คือโครงสร้างที่นักเรียนจะได้เจอและใช้บ่อยที่สุด และเป็นจุดที่สำคัญมากครับ/ค่ะ กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ต้องวาง le ไว้ “หลังคำกริยา” ทันที และเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่สุด กรรม (Object) ที่ตามมา มักจะต้องมีส่วนขยาย เช่น คำบอกจำนวน, คำชี้เฉพาะ (นี้/นั้น), หรือคำคุณศัพท์ กำกับอยู่ข้างหน้าเสมอ
โครงสร้างที่ควรเน้น: ประธาน + กริยา + 了 + [ส่วนขยาย] + กรรม
ตัวอย่าง:
- 我买了一本书。(wǒ mǎi le yì běn shū.)ฉันซื้อหนังสือมาหนึ่งเล่ม(yì běn คือส่วนขยายบอกจำนวน)
- 我看了那个电影。(wǒ kàn le nà ge diànyǐng.)ฉันดูหนังเรื่องนั้นแล้ว(那个 คือส่วนขยายชี้เฉพาะ)
- 她穿了一件很漂亮的衣服。(tā chuān le yí jiàn hěn piàoliang de yīfu.)เขาใส่เสื้อผ้าที่สวยมากหนึ่งตัว(一件很漂亮的 คือส่วนขยาย)
เจาะลึกความแตกต่าง: 了 บอกความสมบูรณ์ (Aspect Particle) vs. 了 บอกการเปลี่ยนแปลง (Modal Particle)
ถึงจุดนี้ นักเรียนอาจจะสังเกตเห็นว่าบางครั้ง le ก็อยู่หลังกริยา แต่บางครั้งก็อยู่ท้ายประโยค นั่นเป็นเพราะ le มี 2 หน้าที่หลักๆ ที่แตกต่างกันครับ/ค่ะ
1. 了 หลังกริยา (Aspect Particle): บอกความสมบูรณ์ของการกระทำ
นี่คือหน้าที่หลักที่เราเพิ่งเรียนไปครับ/ค่ะ การวาง le ไว้หลังคำกริยาทันที (Verb + le) เป็นการเน้นว่า “การกระทำนั้นๆ” ได้เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว
- 我吃了饭。(wǒ chī le fàn.) – ฉันกินข้าวแล้ว (เน้นว่าการ “กิน” เสร็จแล้ว)(ประโยคนี้มักใช้เมื่อมีเหตุการณ์อื่นตามมา เช่น 我吃了饭就去学校。 – ฉันกินข้าวเสร็จแล้วก็จะไปโรงเรียน)
2. 了 ท้ายประโยค (Modal Particle): บอกการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
เมื่อวาง le ไว้ท้ายสุดของประโยค มันจะทำหน้าที่บอกว่ามี “สถานการณ์ใหม่” เกิดขึ้น หรือเกิด “การเปลี่ยนแปลง” จากสภาวะหนึ่งไปอีกสภาวะหนึ่ง
- 下雨了。(xià yǔ le.) – ฝนตกแล้ว (สถานการณ์เปลี่ยน: ก่อนหน้านี้ไม่ตก แต่ตอนนี้ตกแล้ว)
- 我没有钱了。(wǒ méiyǒu qián le.) – ฉันไม่มีเงินแล้ว (สถานการณ์เปลี่ยน: ก่อนหน้านี้มี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
- 他是爸爸了。(tā shì bàba le.) – เขาเป็นพ่อคนแล้ว (สถานะเปลี่ยนไป: ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พ่อ แต่ตอนนี้เป็นแล้ว)
การแยกแยะสองหน้าที่นี้ได้ จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของประโยคภาษาจีนได้ดียิ่งขึ้นครับ/ค่ะ
เมื่อเรา ‘ยังไม่ได้’ ทำ: รูปแบบปฏิเสธด้วย 没有 (méiyǒu)
เอาล่ะครับ/ค่ะ เราพูดถึงสิ่งที่ “ทำแล้ว” กันไปแล้ว ทีนี้ถ้าเราจะบอกว่า “ยังไม่ได้ทำ” ล่ะ? ตรงนี้มีกฎทองคำหนึ่งข้อที่สำคัญมากๆ และห้ามผิดเด็ดขาด!
กฎทองคำ: ในการปฏิเสธการกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้ว เราจะใช้ 没 (méi) หรือ 没有 (méiyǒu) วางไว้หน้าคำกริยา และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องเอา 了 (le) ออกไปจากประโยคเสมอ!
โครงสร้าง: ประธาน + 没有 + กริยา + (กรรม)
ทำไมถึงต้องเอา le ออก? ลองคิดตามหลักเหตุผลดูนะครับ/คะ le คือเครื่องหมายติ๊กถูก (✓) ที่บอกว่าการกระทำ “เสร็จสมบูรณ์” ส่วน 没有 คือการบอกว่าการกระทำนั้น “ไม่เคยเกิดขึ้น” เลยตั้งแต่แรก มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะบอกว่าการกระทำหนึ่ง “เสร็จสมบูรณ์” (มี le) ทั้งๆ ที่มัน “ไม่เคยเกิดขึ้น” (มี 没有) สองอย่างนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้โดยสิ้นเชิงครับ/ค่ะ
มาดูตัวอย่างเปรียบเทียบกันชัดๆ ครับ/ค่ะ
- บอกเล่า: 我买了苹果。(wǒ mǎi le píngguǒ.) – ฉันซื้อแอปเปิ้ลแล้ว
- ปฏิเสธ: 我没有买苹果。(wǒ méiyǒu mǎi píngguǒ.) – ฉันไม่ได้ซื้อแอปเปิ้ล
- ผิดมหันต์: 我没有买了苹果。 (wǒ méiyǒu mǎi le píngguǒ) <— ห้ามใช้เด็ดขาด!
เกร็ดความรู้: ในภาษาพูด เจ้าของภาษามักจะย่อรูปจาก 没有 (méiyǒu) เหลือเพียง 没 (méi) ซึ่งมีความหมายเหมือนกันทุกประการ เช่น 我没买苹果。(wǒ méi mǎi píngguǒ.)
การสร้างประโยคคำถาม: “ทำ…แล้วหรือยัง?”
เมื่อเราต้องการจะถามใครสักคนว่าเขาได้ทำอะไรเสร็จสิ้นไปแล้วหรือยัง ในภาษาจีนมีวิธีถามหลักๆ อยู่ 2 วิธีที่นิยมใช้กันมากครับ/ค่ะ
A. การใช้ 吗 (ma) ต่อท้าย: รูปแบบที่ง่ายที่สุด
วิธีนี้ตรงไปตรงมาที่สุด แค่เราเอาประโยคบอกเล่าที่มี le อยู่แล้ว มาเติมคำว่า 吗 (ma) ต่อท้าย ก็จะกลายเป็นประโยคคำถามทันที
โครงสร้าง: ประโยคบอกเล่า (ที่มี 了) + 吗?
ตัวอย่าง:
- 你吃饭了吗?(nǐ chīfàn le ma?)คุณกินข้าวแล้วหรือยัง?
- 他到学校了吗?(tā dào xuéxiào le ma?)เขาถึงโรงเรียนแล้วหรือยัง?
B. การใช้ ‘V + 了 + 没有’: อีกรูปแบบที่เป็นธรรมชาติและใช้บ่อย
วิธีนี้อาจจะดูซับซ้อนขึ้นมานิดหน่อย แต่เป็นรูปแบบที่เจ้าของภาษาใช้บ่อยมากและฟังดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ครับ/ค่ะ มันคือการสร้างคำถามแบบ “A-not-A” หรือการถามโดยเอารูปบอกเล่ากับรูปปฏิเสธมาวางคู่กัน ในที่นี้ก็คือการเอา “ทำแล้ว” (V + le) มาถามคู่กับ “ยังไม่ได้ทำ” (没有) นั่นเอง
โครงสร้าง: ประธาน + กริยา + 了 + (กรรม) + 没有?
ตัวอย่าง:
- 你吃饭了没有?(nǐ chīfàn le méiyǒu?)คุณกินข้าวแล้วหรือยัง?
- 你看了那本书没有?(nǐ kàn le nà běn shū méiyǒu?)เธออ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วหรือยัง?
(หมายเหตุ: โดยทั่วไปแล้ว 了 ในประโยคคำถามลักษณะนี้ จะทำหน้าที่เป็น Modal Particle ที่ถามถึง “การเปลี่ยนแปลงของสถานะ” คือ จากสถานะ “ยังไม่ได้ทำ” เปลี่ยนเป็น “ทำแล้ว” หรือยังนั่นเองครับ/ค่ะ)
ตารางสรุปไวยากรณ์: เทียบชัดๆ บอกเล่า, ปฏิเสธ, และคำถาม
เพื่อให้เห็นภาพรวมและทบทวนได้ง่ายขึ้น เหล่าซือสรุปโครงสร้างทั้งหมดมาให้ในตารางเดียวครับ/ค่ะ ลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นรูปแบบที่น่าสนใจซ่อนอยู่
| รูปแบบ (Form Type) | โครงสร้าง (Structure) | ตัวอย่าง (Example) |
| บอกเล่า (Affirmative) | ประธาน + กริยา + 了 + (กรรม) | 我看了这本书。(wǒ kàn le zhè běn shū.) |
| ปฏิเสธ (Negative) | ประธาน + 没有 + กริยา + (กรรม) | 我没有看这本书。(wǒ méiyǒu kàn zhè běn shū.) |
| คำถาม (吗) | ประธาน + กริยา + 了 + (กรรม) + 吗? | 你看了这本书吗?(nǐ kàn le zhè běn shū ma?) |
| คำถาม (没有) | ประธาน + กริยา + 了 + (กรรม) + 没有? | 你看了这本书没有?(nǐ kàn le zhè běn shū méiyǒu?) |
จากตารางนี้ นักเรียนจะเห็นแพตเทิร์นที่ชัดเจนมากเลยใช่ไหมครับ/คะ? สังเกตว่า 了 (le) จะปรากฏตัวในประโยคบอกเล่าและประโยคคำถามทั้งสองแบบ แต่จะ หายตัวไป ในประโยคปฏิเสธทันที และมี 没有 (méiyǒu) เข้ามาทำหน้าที่แทน การมองเห็นภาพเปรียบเทียบแบบนี้จะช่วยให้เราจำกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้นครับ/ค่ะ
ข้อควรระวัง! กับดักและข้อยกเว้นการใช้ 了
เหล่าซือได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดจากประสบการณ์การสอนนักเรียนไทยมาให้โดยเฉพาะเลยครับ/ค่ะ ลองมาดูกันว่ามีกับดักอะไรบ้างที่เราต้องระวัง
กับดักที่ 1: ใช้ 了 กับการกระทำที่เป็นกิจวัตรในอดีต
- ผิด: 去年我每天跑步了。 (qùnián wǒ měitiān pǎobù le.)
- ถูก: 去年我每天跑步。(qùnián wǒ měitiān pǎobù.)(ปีที่แล้วฉันวิ่งทุกวัน)
คำอธิบาย: le ใช้บ่งบอกการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลง “ครั้งเดียว” หรือเป็นเหตุการณ์เฉพาะเจาะจง แต่การ “วิ่งทุกวัน” เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นกิจวัตร ในกรณีนี้ แค่มีคำบอกเวลาอย่าง 去年 (qùnián – ปีที่แล้ว) ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ le ครับ/ค่ะ
กับดักที่ 2: ใช้ 了 กับกริยาที่ไม่สามารถ ‘จบ’ ได้
คำกริยาบางประเภทในภาษาจีนเป็นกริยาที่บอกสภาวะต่อเนื่อง ความรู้สึก หรือการรับรู้ ซึ่งไม่มีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน จึงไม่สามารถใช้ le เพื่อบอกว่ามัน “เสร็จสิ้น” ได้
กลุ่มกริยาที่มักจะไม่ใช้กับ 了:
- กริยาบอกความรู้สึก/ความสามารถ: 喜欢 (xǐhuān – ชอบ), 爱 (ài – รัก), 会 (huì – สามารถ)
- กริยาที่แสดงการรับรู้/การตัดสิน: 觉得 (juéde – รู้สึกว่า), 知道 (zhīdào – รู้), 是 (shì – เป็น, คือ)
- กริยาที่แสดงสภาวะต่อเนื่อง: 在 (zài – อยู่), 有 (yǒu – มี)
ตัวอย่าง:
หมายเหตุเพิ่มเติม: นักเรียนอาจจะเคยได้ยินคนพูดว่า 我知道了 (wǒ zhīdào le) ซึ่งเป็นกรณีพิเศษ ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่า “ฉันรู้เสร็จแล้ว” แต่มีความหมายในเชิง “รับทราบ/อ๋อ เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้แหละ” ซึ่งเป็นการใช้ le ในหน้าที่บอก “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะ” (จาก “ไม่รู้” เป็น “รู้”) นั่นเองครับ/ค่ะ
บทสรุปและแบบฝึกหัดทบทวนความเข้าใจ
เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับ/คะ เรามาสรุปหัวใจสำคัญของการใช้ le กันอีกครั้ง
- 了 (le) มี 2 หน้าที่หลัก: บอก “ความสมบูรณ์” ของการกระทำ (หลังกริยา) และบอก “การเปลี่ยนแปลง” ของสถานการณ์ (ท้ายประโยค)
- ปฏิเสธด้วย “没有” (méiyǒu) หรือ “没” (méi) และต้องเอา “了” (le) ออกเสมอ
- สร้างคำถามได้ 2 แบบ คือใช้ 了吗 (le ma) ต่อท้ายประโยค หรือใช้รูปแบบ …了没有 (…le méiyǒu)
ตอนนี้ถึงเวลาทดสอบความเข้าใจของทุกคนแล้วครับ/ค่ะ ลองทำแบบฝึกหัดสั้นๆ นี้ดูนะครับ/คะ
แบบฝึกหัด (Exercises)
Part 1: เติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง (ใช้ 了 หรือ ไม่ต้องเติม)
- 昨天我 ______ (买) 一本书。(zuótiān wǒ ______ (mǎi) yì běn shū.)
- 他还没 ______ (来)。(tā hái méi ______ (lái).)
- 你去商店 ______ 吗?(nǐ qù shāngdiàn ______ ma?)
Part 2: แปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาจีน
- ฉันยังไม่ได้ทำการบ้าน
- เมื่อวานเธอดื่มกาแฟแล้วหรือยัง? (ใช้รูปแบบ…了没有)
- พวกเรากินข้าวเย็นแล้ว
Part 3: แก้ประโยคที่ผิดให้ถูกต้อง
- 他没来了。(tā méi lái le.)
- 我去年每天看书了。(wǒ qùnián měitiān kànshū le.)
- 你喝了咖啡没有吗?(nǐ hē le kāfēi méiyǒu ma?)
เฉลย (Answer Key)
Part 1:
- 买了 (mǎi le)
- 来 (lái)
- 了吗 (le ma)
Part 2:
- 我没有做作业。(wǒ méiyǒu zuò zuòyè.)
- 昨天你喝咖啡了没有?(zuótiān nǐ hē kāfēi le méiyǒu?)
- 我们吃了晚饭。(wǒmen chī le wǎnfàn.)เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: ในสถานการณ์จริง เพื่อให้ฟังดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เจ้าของภาษามักจะพูดว่า 我们吃了晚饭了。 (wǒmen chī le wǎnfàn le.) โดยที่ 了 ตัวแรก (หลังกริยา 吃) บอกความสมบูรณ์ของการกระทำ และ 了 ตัวที่สอง (ท้ายประโยค) บอกการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ (ตอนนี้อยู่ในสถานะที่กินอิ่มแล้ว) ครับ/ค่ะ
Part 3:
- 他没来。(tā méi lái.)
- 我去年每天看书。(wǒ qùnián měitiān kànshū.)
- 你喝咖啡了吗?(nǐ hē kāfēi le ma?) หรือ 你喝咖啡了没有?(nǐ hē kāfēi le méiyǒu?) – (ประโยคผิดเพราะใช้โครงสร้างคำถาม 2 รูปแบบ (…没有? และ…吗?) ซ้อนกัน ต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง)
ตารางคำศัพท์ในบทเรียนนี้ (Vocabulary List)
| ตัวอักษรจีน | พินอิน (Pinyin) | คำอ่านภาษาไทย | คำแปล (Meaning) |
| 了 | le | เลอ | แล้ว (คำช่วย) |
| 吃 | chī | ชือ | กิน |
| 饭 | fàn | ฟ่าน | ข้าว, อาหาร |
| 吗 | ma | มะ | ไหม (คำลงท้ายประโยคคำถาม) |
| 买 | mǎi | หม่าย | ซื้อ |
| 书 | shū | ชู | หนังสือ |
| 看 | kàn | คั่น | ดู, อ่าน |
| 电影 | diànyǐng | เตี้ยนอิ่ง | ภาพยนตร์ |
| 衣服 | yīfu | อีฝุ | เสื้อผ้า |
| 漂亮 | piàoliang | เพี่ยวเลี่ยง | สวย |
| 来 | lái | ไหล | มา |
| 停 | tíng | ถิง | หยุด |
| 雨 | yǔ | อวี่ | ฝน |
| 懂 | dǒng | ต่ง | เข้าใจ |
| 明白 | míngbai | หมิงไป | เข้าใจ |
| 昨天 | zuótiān | จั๋วเทียน | เมื่อวาน |
| 明天 | míngtiān | หมิงเทียน | พรุ่งนี้ |
| 早饭 | zǎofàn | เจ่าฟ่าน | อาหารเช้า |
| 晚饭 | wǎnfàn | หว่านฟ่าน | อาหารเย็น |
| 找 | zhǎo | จ่าว | หา, ไปหา |
| 学校 | xuéxiào | เสวียเซี่ยว | โรงเรียน |
| 苹果 | píngguǒ | ผิงกั่ว | แอปเปิ้ล |
| 没有 | méiyǒu | เหมยโหย่ว | ไม่มี, ไม่ได้ (ปฏิเสธในอดีต) |
| 做 | zuò | จั้ว | ทำ |
| 作业 | zuòyè | จั้วเย่ | การบ้าน |
| 喝 | hē | เฮอ | ดื่ม |
| 咖啡 | kāfēi | คาเฟย | กาแฟ |
| 去年 | qùnián | ชวี่เหนียน | ปีที่แล้ว |
| 每天 | měitiān | เหม่ยเทียน | ทุกวัน |
| 跑步 | pǎobù | ผ่าวปู้ | วิ่ง |
| 喜欢 | xǐhuān | สี่ฮวาน | ชอบ |
| 知道 | zhīdào | จือเต้า | รู้, ทราบ |
| 是 | shì | ชื่อ | เป็น, คือ |
| 在 | zài | ไจ้ | อยู่ |
| 有 | yǒu | โหย่ว | มี |
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ/คะ ทำได้กี่ข้อเอ่ย? ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ไม่เป็นไรนะครับ/คะ สิ่งสำคัญคือเราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจมันอย่างเต็มที่แล้ว
ทุกคนทำได้ดีมากครับ/ค่ะ! การเข้าใจเรื่อง le ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากในการเรียนภาษาจีนระดับ HSK 2 มันอาจจะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อเราเข้าใจแก่นของมันแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นเอง ขอให้ทุกคนฝึกฝนใช้บ่อยๆ แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปเองครับ/ค่ะ สู้ๆ ต่อไปนะครับ/คะ! 加油 (Jiāyóu!)