HSK 2 อัปเกรดพลังของ 要 (yào) เพื่อบอกแผนอนาคต

by admin

HSK 2: “ฉันจะไปปักกิ่ง” – อัปเกรดพลังของ (yào) เพื่อบอกแผนอนาคต

 

 

บทนำ: ปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่ในคำว่า (yào)

 

สวัสดีครับทุกคน! ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนภาษาจีนกับ Tenttulip ที่จะทำให้อนาคตของคุณชัดเจนขึ้นครับ!

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า (yào) ที่แปลว่า “ต้องการ” หรือ “จะเอา” กันดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ เช่น เวลาไปสั่งชานมไข่มุก เราก็จะพูดอย่างมั่นใจว่า 我要一杯珍珠奶茶。(Wǒ yào yī bēi zhēnzhū nǎichá.) – ผมต้องการชานมไข่มุกหนึ่งแก้ว แต่วันนี้เราจะมาเปิดเผยอีกหนึ่งพลังที่ซ่อนอยู่ในคำๆ นี้ ซึ่งเป็นพลังที่สำคัญมากในระดับ HSK 2 นั่นก็คือการใช้ (yào) เพื่อพูดถึง ‘แผนการในอนาคต’ หรือสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำครับ

หลายคนอาจจะเคยสับสนว่า เอ๊ะ! แล้วมันต่างจาก (xiǎng) ที่แปลว่า “อยาก” ยังไงล่ะ? ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะนี่คือภารกิจหลักของเราในวันนี้ เราจะมา “อัปเกรด” ความรู้เดิมที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งและแม่นยำยิ่งขึ้น

เมื่อจบบทความนี้ คุณจะสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง (yào) ทั้งสองความหมายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และสามารถใช้ (yào) เพื่อบอกเล่าแผนการในอนาคตของตัวเองได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษาเลยครับ! พร้อมจะปลดล็อกความสามารถใหม่กันหรือยังครับ? ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย!

 

ส่วนที่ 1: ทบทวนความหมายเดิม – (yào) + คำนาม = “ต้องการ/จะเอา”

 

ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ความหมายใหม่ เรามาทบทวนพื้นฐานเดิมให้แน่นกันก่อนนะครับ ความหมายแรกของ (yào) ที่ทุกคนรู้จักดี คือการใช้เพื่อแสดงความต้องการที่หนักแน่น ชัดเจน และผ่านการตัดสินใจมาแล้ว มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก “อยาก” ลอยๆ แต่เป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่า “ฉันจะเอาสิ่งนี้” หรือ “ฉันต้องการสิ่งนี้” ครับ

บริบทที่เรามักจะเจอความหมายนี้บ่อยที่สุดคือสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกหรือร้องขออะไรบางอย่าง ณ ขณะนั้น เช่น การสั่งอาหารในร้านอาหาร การซื้อของในร้านค้า หรือการบอกความต้องการของเราให้ผู้อื่นรับทราบอย่างตรงไปตรงมา

 

สูตรโครงสร้างพื้นฐาน

 

โครงสร้างของมันเรียบง่ายมากครับ คือ:

ประธาน + (yào) + คำนาม (Noun)

 

สถานการณ์และตัวอย่างประโยค

 

ลองมาดูตัวอย่างในสถานการณ์จริงกันนะครับ จะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

  1. เมื่อสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม:
    • 我要一杯咖啡。(Wǒ yào yī bēi kāfēi.) – ฉันขอกาแฟหนึ่งแก้วครับ
    • A: 你要什么?(Nǐ yào shénme?) – คุณต้องการอะไรครับ/คะ?
    • B: 我要这个。(Wǒ yào zhège.) – ฉันเอาอันนี้ครับ/ค่ะ (พร้อมกับชี้ไปที่เมนูหรือสินค้า)
  2. เมื่อซื้อของ:
    • 我要那本书。(Wǒ yào nà běn shū.) – ฉันจะเอาหนังสือเล่มนั้น
    • 这个多少钱?我要两个。(Zhège duōshǎo qián? Wǒ yào liǎng ge.) – อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ? ผมเอาสองอัน
  3. เมื่อแสดงความต้องการที่รุนแรง:
    • 孩子要玩具。(Háizi yào wánjù.) – เด็กต้องการของเล่นประโยคนี้ให้ความรู้สึกว่าเด็กไม่ได้แค่ “อยากได้” แต่กำลังร้องไห้ งอแง หรือแสดงความต้องการอย่างจริงจังว่าจะต้องได้ของเล่นชิ้นนั้นให้ได้

จะเห็นได้ว่า (yào) ในความหมายนี้มีพลังของ “การตัดสินใจ” แฝงอยู่เสมอครับ มันคือการบอกว่า “ฉันเลือกแล้ว และฉันจะเอามัน” ซึ่งความรู้สึกของ “ความตั้งใจที่แน่วแน่” นี่แหละครับ คือกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงเราไปสู่ความหมายที่สองของมัน จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีๆ นะครับ แล้วเราไปต่อกันเลย!

 

ส่วนที่ 2: ความหมายใหม่สุดทรงพลัง – (yào) + คำกริยา

 

เอาล่ะครับ ถึงเวลาอัปเกรดความสามารถกันแล้ว! ทีนี้เรามาดูกันว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ (yào) ไม่ได้ตามด้วยคำนาม แต่ตามด้วย คำกริยา (Verb) แทน โครงสร้างนี้สามารถสื่อได้ 2 ความรู้สึกหลักๆ คือ ความตั้งใจ (Intention) และ ความจำเป็น (Necessity) ครับ

 

1. ความหมายที่ 1: “จะ” (บอกแผนอนาคต)

 

เมื่อโครงสร้างเปลี่ยนเป็น + คำกริยา พลังและความหมายของมันจะเปลี่ยนไปทันทีครับ! จากการ “ต้องการ/จะเอา” สิ่งของ จะกลายเป็นการ “ตั้งใจจะ” ทำการกระทำนั้นๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือแปลว่า “จะ” เพื่อใช้บอกแผนการในอนาคต (Future Plan / Intention) นั่นเองครับ

แผนการที่พูดด้วย (yào) นี้ ไม่ใช่ความฝันหรือความปรารถนาลอยๆ นะครับ แต่มันคือแผนที่มีความแน่นอนสูง มีความตั้งใจจริงจังว่าจะทำให้เกิดขึ้น หรือได้มีการวางแผนไว้แล้วว่าจะทำจริงๆ

สูตรโครงสร้างสำหรับการบอกแผนอนาคต

ประธาน + [คำบอกเวลา] + (yào) + คำกริยา (Verb) + (กรรม)

หมายเหตุ: คำบอกเวลา เช่น 明天 (míngtiān – พรุ่งนี้) หรือ 下个星期 (xià ge xīngqī – สัปดาห์หน้า) จะช่วยทำให้ประโยคชัดเจนขึ้นว่าเป็นเรื่องในอนาคตครับ

  • การวางแผนการเดินทาง:
    • 去北京。(Wǒ yào qù Běijīng.) – ฉันจะไปปักกิ่ง (นี่คือแผนของฉัน ไม่ใช่แค่ความฝัน)
  • การบอกตารางงานหรือนัดหมาย:
    • 明天我开会。(Míngtiān wǒ yào kāihuì.) – พรุ่งนี้ฉันจะประชุม (เป็นเรื่องที่กำหนดไว้แล้วในตาราง)
  • การบอกความตั้งใจที่จะทำบางสิ่ง:
    • 我们学习汉语。(Wǒmen yào xuéxí Hànyǔ.) – พวกเราจะเรียนภาษาจีน (เราตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนอย่างจริงจัง)

 

2. ความหมายที่ 2: “ต้อง” (บอกความจำเป็น)

 

นอกจากการบอกแผนแล้ว ยังสามารถหมายถึง “ต้องทำ” (have to/need to) เมื่อถูกบังคับด้วยสถานการณ์ หรือเมื่อเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นบางอย่างได้อีกด้วยครับ

  • เมื่อเป็นความจำเป็นหรือเงื่อนไข:
    • 去那个地方一个小时。(Qù nàge dìfāng yào yī ge xiǎoshí.) – “ไปที่นั่นต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง” (เป็นเงื่อนไขด้านเวลาที่จำเป็น)

 

เจาะลึก: สร้าง “สเปกตรัมความแน่นอน” (The Certainty Spectrum) เพื่อป้องกันการใช้ผิด

 

นี่คือจุดที่หลายคนสับสนครับ ระหว่าง (xiǎng) กับ (yào) ลองมาดู ‘สเปกตรัม’ หรือ ‘แถบวัดระดับความแน่นอน’ ที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนและเลือกใช้คำได้เหมือนเจ้าของภาษาครับ

  • ระดับ 1: (xiǎng) – ความอยาก / ความฝัน (Wish / Dream)
    • ความหมาย: เป็นเพียงความคิด ความปรารถนา ยังไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
    • ตัวอย่าง: 去中国。(Wǒ xiǎng qù Zhōngguó.) – ฉันอยากไปประเทศจีน (แค่คิดๆ ไว้ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไป)
  • ระดับ 2: (yào) – แผนที่ตัดสินใจแล้ว (Plan / Intention)
    • ความหมาย: มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำ มีการวางแผนไว้แล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นจริง
    • ตัวอย่าง: 去中国。(Wǒ yào qù Zhōngguó.) – ฉันจะไปประเทศจีน (มีความตั้งใจจริงจัง อาจจะเริ่มเก็บเงิน หรือดูข้อมูลตั๋วเครื่องบินแล้ว)
  • ระดับ 3: (yào…le) – กำลังจะเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้! (Imminent Action)
    • ความหมาย: การกระทำนั้นใกล้จะเกิดขึ้นมากๆ ในอนาคตอันใกล้ หรือกำลังจะเริ่มทำแล้ว
    • ตัวอย่าง: 你看,下雨。(Nǐ kàn, yào xià yǔ le.) – ดูสิ ฝนจะตกแล้วนะ! (สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปเดี๋ยวนี้แล้ว)

 

เจาะลึกเรื่อง (le)

 

การเติม (le) เข้าไปในโครงสร้าง “ระดับ 3” ไม่ใช่แค่บอกว่าเหตุการณ์ใกล้จะเกิดนะครับ แต่มันเป็นการเน้นย้ำถึง “การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์” (change of state) จากที่ยังไม่เกิด กำลังจะเกิดแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนการ “แจ้งให้ทราบ” คล้ายๆ กับคำว่า “…แล้วนะ” ในภาษาไทยเลยครับ นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างที่ความหมายใกล้เคียงกันมากคือ 快要 (kuàiyào…le) และ 就要 (jiùyào…le) ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เน้นว่าเหตุการณ์ใกล้จะเกิดขึ้นมากๆ แล้วครับ

การเข้าใจสเปกตรัมนี้จะช่วยให้คุณสื่อสารความรู้สึกและความตั้งใจของตัวเองได้อย่างละเอียดและแม่นยำขึ้นมากครับ จากนี้ไป เวลาจะบอกแผนในอนาคต ลองถามตัวเองดูนะครับว่าแผนของเราอยู่ในระดับไหนบนสเปกตรัมนี้!

 

ส่วนที่ 3: เทคนิคการสร้างประโยคปฏิเสธและคำถามอย่างเจ้าของภาษา

 

เมื่อเราพูดถึงแผนในอนาคตได้แล้ว ก็ต้องรู้วิธีถามและปฏิเสธด้วยใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการปฏิเสธ ซึ่งมี “กับดัก” ที่สำคัญซ่อนอยู่ ถ้าใช้ผิด ความหมายจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยครับ!

 

การตั้งคำถาม: ง่ายและตรงไปตรงมา

 

การสร้างประโยคคำถามนั้นง่ายที่สุดครับ เพียงแค่นำประโยคบอกเล่ามาเติม (ma) ต่อท้ายได้เลย

สูตรโครงสร้าง: ประโยคบอกเล่า + (ma)?

  • ตัวอย่าง:
    • 去北京?(Nǐ yào qù Běijīng ma?) – คุณจะไปปักกิ่งไหม?
    • 你们明天开会?(Nǐmen míngtiān yào kāihuì ma?) – พรุ่งนี้พวกคุณจะประชุมกันไหม?

 

การปฏิเสธ: กฎทองที่ห้ามลืมเด็ดขาด!

 

มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของบทเรียนนี้แล้วครับ นั่นคือการปฏิเสธแผนการที่เราใช้ (yào) ในการบอกเล่า

กฎทอง: เมื่อเราต้องการจะบอกว่า “ฉันจะไม่ทำ…” หรือ “ฉันไม่ได้วางแผนจะทำ…” เราจะ ไม่ใช้ 不要 (bú yào) เด็ดขาด! แต่เราจะใช้คำว่า 不想 (bù xiǎng) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ไม่อยากจะ…” แทนครับ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? มีเหตุผลสำคัญ 2 ข้อครับ:

  • เหตุผลเชิงไวยากรณ์: เมื่อ + กริยา แสดงถึง “เจตจำนง” (intention) ที่จะทำอะไรบางอย่าง รูปปฏิเสธที่ตรงที่สุดก็คือการปฏิเสธ “เจตจำนง” นั้น ซึ่งก็คือ 不想 (bù xiǎng) ที่แปลว่า “ไม่อยาก” หรือ “ไม่มีความตั้งใจจะทำ” นั่นเองครับ
  • เหตุผลเชิงวัฒนธรรม: การใช้ 不想 ยังเป็นวิธีปฏิเสธที่สุภาพและนุ่มนวลกว่ามากในวัฒนธรรมจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับการ “รักษาหน้า” (面子 – miànzi) ทั้งของผู้พูดและผู้ฟัง มันเป็นการปฏิเสธโดยอ้างอิงถึงความรู้สึกส่วนตัว (“ฉันไม่อยาก”) แทนที่จะเป็นการปฏิเสธแผนนั้นอย่างแข็งกร้าว

ที่น่าสนใจคือ 不想 สามารถใช้ปฏิเสธได้ทั้งความอยาก () และความตั้งใจ () ทำให้เป็นคำปฏิเสธที่ยืดหยุ่นมากครับ

  • A: 去吗?(Nǐ xiǎng qù ma? – คุณอยากไปไหม?)
  • B: 不想。(Wǒ bù xiǎng qù. – ฉันไม่อยากไป)
  • A: 你明天去吗?(Nǐ míngtiān yào qù ma? – พรุ่งนี้คุณจะไปไหม?)
  • B: 不想。(Wǒ bù xiǎng qù. – ฉันไม่อยากไป)

 

เจาะลึก: กับดักมรณะ! ทำไมห้ามใช้ 不要 + กริยา?

 

ต้องขอย้ำอีกครั้งว่าการใช้ 不要 + กริยา เป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงมาก เพราะมันไม่ได้แปลว่า “ฉันจะไม่ทำ” แต่มีความหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ “อย่าทำสิ่งนั้น!” ซึ่งเป็น ประโยคคำสั่งห้าม ที่รุนแรงและใช้ในบริบทที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

  • การบอกความรู้สึกส่วนตัว (ถูกต้อง):
    • 不想去北京。(Wǒ bù xiǎng qù Běijīng.)
    • ความหมาย: ฉันไม่อยากไปปักกิ่ง (อาจจะเพราะเหนื่อย, ไม่ชอบอากาศ, หรือไม่มีเงิน)
  • การออกคำสั่งห้าม (ความหมายของ 不要):
    • 不要去北京!(Bú yào qù Běijīng!)
    • ความหมาย: อย่าไปปักกิ่งนะ! (อาจจะเป็นการเตือนเพราะที่นั่นมีอันตราย หรือพ่อแม่สั่งห้ามลูก)

 

ข้อควรระวังและทางเลือกอื่นๆ ในการปฏิเสธ

 

  1. การใช้ 不要 (bú yào) + คำนาม: แม้จะถูกต้องตามไวยากรณ์ (เช่น 我不要这个 – ฉันไม่เอาอันนี้) แต่ก็เป็นการปฏิเสธที่ค่อนข้างตรงและหนักแน่น ในบางสถานการณ์ การใช้คำที่นุ่มนวลกว่า เช่น 不用了,谢谢。(Bú yòng le, xièxie.) – “ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ ขอบคุณ” จะฟังดูสุภาพกว่ามากครับ
  2. ทางเลือกสำหรับมือโปร: ไม่ได้วางแผนไว้ด้วย 不打算 (bù dǎsuàn): หากต้องการปฏิเสธแผนอย่างเป็นทางการและเป็นกลางมากขึ้น สามารถใช้ 不打算 (bù dǎsuàn) ซึ่งหมายถึง “ไม่ได้วางแผนไว้” ได้ครับ คำนี้จะเน้นไปที่ตัวแผน ไม่ได้เน้นความรู้สึกส่วนตัวเหมือน 不想 จึงเหมาะกับบริบทการทำงานมากกว่า
    • 明天我不打算去公司。(Wǒ míngtiān bù dǎsuàn qù gōngsī.) – “พรุ่งนี้ฉันไม่ได้วางแผนว่าจะไปบริษัท”

การเลือกใช้คำปฏิเสธที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะทำให้ไวยากรณ์ของเราถูกต้องเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจวัฒนธรรมการสื่อสารที่ลึกซึ้งของภาษาจีนอีกด้วยครับ

 

หัวข้อพิเศษ: ตารางเปรียบเทียบ (yào) สามความหมายฉบับสมบูรณ์

 

เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดและทบทวนได้ง่าย ลองศึกษาตารางเปรียบเทียบ “พลัง” ทั้งสามด้านของ (yào) ที่จะช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างในทุกมิติ ตั้งแต่ความหมาย โครงสร้าง ไปจนถึงจุดที่สำคัญที่สุดคือ “การปฏิเสธ” ครับ

คุณสมบัติพลังที่ 1: “ต้องการ/จะเอา”พลังที่ 2: “จะ” (บอกแผนอนาคต)พลังที่ 3: “ต้อง” (บอกความจำเป็น)
ความหมายการแสดงความต้องการ / การร้องขอแผนการ / ความตั้งใจ (Intention)ความจำเป็น / เงื่อนไข (Necessity)
ตามด้วย…คำนาม (Noun)คำกริยา (Verb)คำกริยา (Verb)
บริบทสั่งอาหาร, ซื้อของ, ร้องขอสิ่งของวางแผนการเดินทาง, ตารางงาน, การเรียนสถานการณ์บังคับ, เงื่อนไขที่จำเป็น
ตัวอย่างบอกเล่า这个。(Wǒ yào zhège.) ฉันเอาอันนี้去工作。(Wǒ yào qù gōngzuò.) ฉันจะไปทำงาน去那里一个小时。(Qù nàlǐ yào yī ge xiǎoshí.) ไปที่นั่นต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง
ตัวอย่างปฏิเสธใช้ 不要 (bú yào) 不要这个。(Wǒ bú yào zhège.) ฉันไม่เอาอันนี้ใช้ 不想 (bù xiǎng) หรือ 不打算 (bù dǎsuàn) 不想去工作。(Wǒ bù xiǎng qù gōngzuò.) ฉันไม่อยากไปทำงานใช้ 不用 (búyòng) หรือ 不需要 (bù xūyào) A: 去那里要一个小时吗? B: 不用一个小时。

 

บทสรุปและการบ้าน Challenge

 

ยอดเยี่ยมมากครับทุกคน! วันนี้เราได้อัปเกรดความสามารถในการใช้ (yào) ไปอีกหลายระดับเลยนะครับ เราได้เรียนรู้พลังที่ซ่อนอยู่ของมันทั้งในการบอกแผนอนาคตและความจำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือเราได้เรียนรู้ “กฎทอง” และทางเลือกต่างๆ ในการปฏิเสธอย่างถูกต้องและสุภาพ

ขอสรุปประเด็นสำคัญที่สุดอีกครั้งนะครับ:

  • (yào) + คำนาม แปลว่า “ต้องการ/จะเอา” -> ปฏิเสธใช้ 不要 (bú yào) (แต่ระวังความแรง)
  • (yào) + คำกริยา แปลว่า “จะ” (แผน) หรือ “ต้อง” (จำเป็น) -> ปฏิเสธแผนใช้ 不想 (bù xiǎng) หรือ 不打算 (bù dǎsuàn)

ตอนนี้ก็ถึงเวลาฝึกใช้จริงแล้วครับ! ขอท้าให้ทุกคนลองบอกแผนของตัวเองในคอมเมนต์ข้างล่างนี้หน่อยครับ:

Challenge: 你明天要做什么? (Nǐ míngtiān yào zuò shénme?) – พรุ่งนี้คุณจะทำอะไร?

ลองตอบโดยใช้โครงสร้าง 我明天要… (Wǒ míngtiān yào…) ดูนะครับ ไม่ว่าจะเป็น “ไปทำงาน”, “เรียนภาษาจีน”, “ดูหนัง”, หรือ “กินข้าวกับเพื่อน” ก็ได้ทั้งนั้นเลยครับ!

ยอดเยี่ยมมากครับ! แค่เข้าใจความแตกต่างนี้ คุณก็สามารถสื่อสารความต้องการในปัจจุบันและแผนการในอนาคตได้อย่างชัดเจนแล้ว นี่เป็นทักษะที่สำคัญและใช้บ่อยมากๆ ในการสนทนาจริงครับ ขอให้สนุกกับการวางแผนอนาคตเป็นภาษาจีนนะครับ สู้ๆ ครับทุกคน! 加油!(Jiāyóu!)

 

ตารางคำศัพท์ในบทเรียนนี้

 

ตัวอักษรจีนพินอินคำอ่านภาษาไทยคำแปล
yàoย่าวต้องการ, จะ, ต้อง
xiǎngเสี่ยงอยาก, คิด, คิดถึง
不要bú yàoปู๋ ย่าวไม่เอา, อย่า
不想bù xiǎngปู้ เสี่ยงไม่อยาก
不打算bù dǎsuànปู้ ต่าซ่วนไม่ได้วางแผน
不用búyòngปู๋ย่งไม่ต้อง
不需要bù xūyàoปู้ ซวี ย่าวไม่จำเป็นต้อง
leเลอแล้ว (คำเสริมน้ำเสียง)
快要kuàiyào…leไขว้าย่าว…เลอใกล้จะ…แล้ว
就要jiùyào…leจิ้วย่าว…เลอก็จะ…แล้ว
公司gōngsīกงซือบริษัท
开会kāihuìคายฮุ่ยประชุม
学习xuéxíเสวียสีเรียน
汉语Hànyǔฮั่นอวี่ภาษาจีน
北京Běijīngเป่ยจิงปักกิ่ง
明天míngtiānหมิงเทียนพรุ่งนี้

You may also like