HSK 1 ถามให้เป็น! ‘นี่คืออะไร?’ ‘นั่นคือใคร?’ ด้วย 这是什么? และ 那是谁?

by admin

 

 

เปิดประตูสู่โลกกว้างด้วยคำถามสู่การถาม-ตอบเบื้องต้น

สวัสดีครับนักเรียนทุกคน! ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนที่จะเปลี่ยนนักเรียนจากผู้ฟังให้กลายเป็นนักสำรวจ! หลังจากที่เราสร้างประโยคบอกเล่าพื้นฐานอย่าง 学生。(Wǒ shì xuésheng.) หรือ [ชื่อ]。(Wǒ jiào…) ได้แล้ว วันนี้เราจะมาเรียนสุดยอดทักษะที่จะทำให้เราเรียนรู้โลกรอบตัวได้เร็วขึ้น นั่นก็คือ ‘การตั้งคำถาม’ ครับ เราจะมาเรียนวิธีชี้ไปที่ของใกล้ตัวแล้วถามว่า ‘นี่คืออะไร?’ หรือมองไปไกลๆ แล้วถามว่า ‘นั่นคือใคร?’ กัน

ความสามารถในการถามคือหัวใจของการเรียนรู้ภาษาครับ เพราะมันเปิดโอกาสให้เราได้มีปฏิสัมพันธ์ ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และเข้าใจโลกรอบตัวผ่านมุมมองของภาษาจีน

กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจน

เมื่อจบบทความนี้ เหล่าซือรับรองเลยว่านักเรียนจะสามารถใช้ (zhè), (nà), 什么 (shénme), และ (shéi) เพื่อสร้างประโยคคำถามพื้นฐานได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย! เราจะเปลี่ยนความสงสัยให้เป็นความรู้ไปด้วยกันครับ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย!

ชี้ให้ชัด เจาะจงให้เป็น การใช้ (zhè) และ (nà) อย่างมืออาชีพ

ก่อนที่เราจะถามได้ เราต้องรู้วิธี “ชี้” ไปที่สิ่งต่างๆ ด้วยคำพูดกันก่อนครับ ในภาษาจีนมีสองคำหลักๆ ที่เราใช้กันบ่อยที่สุด

แก่นแท้ของ (zhè) – ‘นี่’ ที่จับต้องได้

คำแรกคือ (zhè) อ่านว่า “เจ้อ” แปลว่า “นี่” หรือ “นี้” ครับ หลักการง่ายๆ คือ เราใช้ (zhè) กับสิ่งที่อยู่ ใกล้ตัวผู้พูด ในระยะที่เอื้อมถึง หรือเป็นสิ่งที่กำลังเป็นจุดสนใจหลักที่เรากำลังพูดถึงอยู่ตรงหน้า เช่น:

  • (ชี้ไปที่ปากกาในมือ) 。(Zhè shì bǐ.) – นี่คือปากกา
  • (ชี้ไปที่กาแฟบนโต๊ะตรงหน้า) 咖啡。(Zhè shì kāfēi.) – นี่คือกาแฟ

 

ความหมายของ (nà) – ‘นั่น’ ที่ไกลออกไป

คำที่สองคือ (nà) อ่านว่า “น่า” แปลว่า “นั่น” หรือ “นั้น” ครับ คำนี้จะใช้ในทางตรงกันข้ามกับ (zhè) คือใช้กับสิ่งที่อยู่ ไกลตัวผู้พูด หรืออยู่นอกระยะที่เราจะเอื้อมถึงได้ง่ายๆ ครับ

  • (ชี้ไปที่กระดานไวท์บอร์ดอีกฝั่งของห้อง) 白板。(Nà shì báibǎn.) – นั่นคือกระดานไวท์บอร์ด
  • (ชี้ไปที่อาคารฝั่งตรงข้ามถนน) 银行。(Nà shì yínháng.) – นั่นคือธนาคาร

 

วางรากฐานให้มั่นคงด้วยโครงสร้างประโยคบอกเล่า

ทีนี้เรามาดูโครงสร้างประโยคบอกเล่าพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในภาษาจีนกันครับ มันเป็นเหมือนแม่แบบที่เราจะใช้สร้างประโยคอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

สูตรง่ายๆ คือ: [สรรพนามชี้เฉพาะ: /] + (shì) + [คำนาม]

โดยที่ (shì) ทำหน้าที่เหมือน verb to be หรือ “คือ” ในภาษาไทยนั่นเองครับ การเรียนรู้โครงสร้างนี้เหมือนกับการได้อิฐก้อนแรกที่แข็งแรงที่สุดสำหรับการสร้างกำแพงภาษาจีนของเราเลยครับ

ตัวอย่างประโยคบอกเล่าพื้นฐานด้วย และ

ประโยคภาษาจีนพินอินคำแปลภาษาไทย
Zhè shì shū.นี่คือหนังสือ
老师Nà shì lǎoshī.นั่นคือคุณครู
手机Zhè shì wǒ de shǒujī.นี่คือโทรศัพท์มือถือของฉัน
我们 学校Nà shì wǒmen de xuéxiào.นั่นคือโรงเรียนของพวกเรา
中国 地图Zhè shì Zhōngguó dìtú.นี่คือแผนที่ประเทศจีน

 

ทำความรู้จัก 什么 (shénme) และ (shéi)

เมื่อเราชี้เฉพาะเป็นแล้ว ก็ถึงเวลาของพระเอกในวันนี้ นั่นคือ “คำสรรพนามใช้ถาม” ที่จะมาช่วยให้เราไขปริศนารอบตัวได้ครับ

什么 (shénme) – กุญแจสู่โลกของ ‘สิ่งของ’

คำแรกคือ 什么 (shénme) อ่านว่า “เฉินเมอะ” แปลว่า “อะไร” ครับ เราจะใช้คำนี้เพื่อถามเกี่ยวกับ สิ่งของ, สัตว์, เรื่องราว, หรือแนวคิดต่างๆ ที่ไม่ใช่คนครับ นักเรียนน่าจะคุ้นเคยกับคำนี้จากประโยมสุดคลาสสิกอย่าง 什么 名字?(Nǐ jiào shénme míngzì?) – คุณชื่ออะไร? นั่นเองครับ

 

(shéi) – กุญแจสู่โลกของ ‘ผู้คน’

คำที่สองคือ (shéi) อ่านว่า “เสย” แปลว่า “ใคร” ครับ ชัดเจนเลยว่าคำนี้เราจะใช้ถามเกี่ยวกับ บุคคล เท่านั้น

เกร็ดการออกเสียง

มีเรื่องสำคัญที่เหล่าซือต้องบอกนักเรียนครับ! คำว่า สามารถออกเสียงได้สองแบบคือ shéi (เสย) และ shuí (สุย) ครับ ในตำราเรียนรุ่นเก่าๆ หรือบางพื้นที่อาจจะสอนว่า shuí แต่ในชีวิตจริง ไม่ว่าจะในซีรีส์หรือการพูดคุยทั่วไปในจีนแผ่นดินใหญ่ นักเรียนจะได้ยินเสียง shéi (เสย) บ่อยกว่ามากครับ ดังนั้น เหล่าซือแนะนำให้ออกเสียงว่า shéi ไปเลย จะได้ฟังดูเป็นธรรมชาติและสื่อสารได้ทันทีครับ! การรู้ข้อมูลแบบนี้จะทำให้นักเรียนเข้าใจภาษาที่คนจีนใช้กันจริงๆ ไม่ใช่แค่ภาษาในตำราเรียนครับ

 

กฎทองแห่งไวยากรณ์จีน สร้างประโยคคำถามง่ายๆ ใน 3 วินาที

มาถึงส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดแล้วครับ! หลายคนอาจจะกังวลว่าการสร้างประโยคคำถามในภาษาจีนจะซับซ้อนเหมือนภาษาอังกฤษที่ต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยา แต่ข่าวดีก็คือ… ภาษาจีนง่ายกว่านั้นเยอะครับ!

ลืมการสลับตำแหน่งไปได้เลย ความงามของไวยากรณ์จีน

จำ “กฎทอง” ข้อนี้ไว้ให้ดีนะครับ: “คำถามอยู่ตรงไหน คำตอบก็อยู่ตรงนั้น”

หมายความว่ายังไง? หมายความว่าโครงสร้างประโยคคำถามกับประโยคบอกเล่าในภาษาจีนนั้น เหมือนกันเป๊ะ! เราแค่เอาคำสรรพนามใช้ถาม (什么 หรือ ) ไปวาง แทนที่ คำนามที่เป็นคำตอบในประโยคบอกเล่าได้เลย ไม่ต้องสลับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น!

ลองนึกภาพประโยคบอกเล่าเป็นแบบฟอร์มที่มีช่องว่างดูนะครับ ‘นี่คือ ____.’ การสร้างประโยคคำถามในภาษาจีนก็แค่เอาคำว่า ‘อะไร’ (什么) ไปเติมในช่องว่างนั้นเลย มันง่ายเหมือนการเติมคำในช่องว่างจริงๆ ครับ

 

การแปลงร่างประโยค จาก ‘บอกเล่า’ สู่ ‘คำถาม’

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เรามาดูการแปลงร่างประโยคแบบเทียบกันช็อตต่อช็อตในตารางนี้กันเลยครับ สังเกตดูนะครับว่าคำที่เป็นคำตอบ จะถูกแทนที่ด้วยคำถาม ในตำแหน่งเดียวกันเป๊ะๆ

การแปลงประโยคบอกเล่าเป็นประโยคคำถาม

ประเภทประโยคคำตอบประโยคคำถาม
ถามเกี่ยวกับสิ่งของ  。(Zhè shì shū.) 什么?(Zhè shì shénme?)
นี่คือ หนังสือนี่คือ อะไร?
ถามเกี่ยวกับบุคคล  老师。(Nà shì lǎoshī.) ?(Nà shì shéi?)
นั่นคือ คุณครูนั่นคือ ใคร?

เห็นไหมครับว่ามันตรงไปตรงมาขนาดไหน! นี่คือเสน่ห์ของไวยากรณ์จีนที่ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถสร้างประโยคได้เร็วและลดความสับสนไปได้เยอะเลยครับ

 

ฝึกฝนในสนามจริง บทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ

เอาล่ะครับนักเรียน! ทฤษฎีแน่นแล้ว ถึงเวลาเอาไปใช้จริงกันแล้ว! ลองมาดูสถานการณ์จำลองเหล่านี้กันดีกว่าครับ

 

สถานการณ์ที่ 1 ในห้องเรียน

  • A: (ชี้ไปที่หนังสือบนโต๊ะ)
    什么
    Zhè shì shénme?
    นี่คืออะไร?
  • B: 汉语
    Zhè shì Hànyǔ shū.
    นี่คือหนังสือภาษาจีน

“เห็นไหมครับ B ไม่ได้ตอบแค่ (shū) แต่ตอบว่า 汉语 (Hànyǔ shū) เพื่อให้ข้อมูลที่เจาะจงขึ้น นี่คือพลังของการถาม-ตอบครับ! มันทำให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์ที่ละเอียดขึ้นไปอีก”

 

สถานการณ์ที่ 2 ดูรูปถ่ายกับเพื่อน

  • A: (ชี้ไปที่ผู้ชายในรูป)

    Nà shì shéi?
    นั่นคือใคร?
  • B: 爸爸
    Nà shì wǒ de bàba.
    นั่นคือคุณพ่อของฉัน
  • A: (ชี้ไปที่ผู้หญิงข้างๆ)

    Zhè shì shéi?
    (แล้ว)นี่คือใคร?
  • B: 妈妈
    Zhè shì wǒ de māma.
    นี่คือคุณแม่ของฉัน

“ในบริบทของการดูรูป zhè และ nà อาจใช้สลับกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พูดโฟกัสที่ใครในขณะนั้นครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางจริงในรูปภาพ! ภาษาคือเครื่องมือที่ยืดหยุ่นได้เสมอครับ”

 

ภารกิจท้าทาย เปลี่ยนโลกของคุณให้เป็นห้องเรียนภาษาจีน

Challenge ประจำสัปดาห์นี้! เหล่าซืออยากให้นักเรียนลองมองไปรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือร้านกาแฟ แล้วฝึกตั้งคำถามกับตัวเองเป็นภาษาจีนดูครับ!

  • ชี้ไปที่เก้าอี้แล้วถามในใจว่า 什么 แล้วตอบตัวเองว่า 椅子。(Zhè shì yǐzi.)
  • เห็นรูปดาราในทีวีแล้วถามในใจว่า แล้วตอบตัวเองว่า [ชื่อดารา]。(Nà shì…)

การฝึกพูดกับตัวเองแบบนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ความรู้ฝังแน่นและพร้อมใช้งานจริงครับ ใครกล้าๆ ลองฝึกใช้ในคอมเมนต์ใต้บทความนี้ก็ได้นะครับ เหล่าซือรอตรวจการบ้านอยู่นะ!

 

ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

สุดยอดไปเลยครับทุกคน! ตอนนี้นักเรียนมีเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งในการเรียนภาษาแล้ว นั่นคือความสามารถในการถามไถ่และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว การเป็นคนช่างถามคือหนทางที่เร็วที่สุดสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาครับ! สู้ๆ นะครับ (加油!Jiāyóu!) เจอกันบทเรียนหน้าครับ!

 

ตารางคำศัพท์จากบทเรียน HSK 1

ตัวอักษรจีนพินอินคำอ่านภาษาไทยคำแปล
zhèเจ้อนี่, นี้
น่านั่น, นั้น
什么shénmeเสินเมอะอะไร
shéiเสยใคร
shìชื่อคือ, เป็น, ใช่
shūซูหนังสือ
老师lǎoshīเหล่าซือคุณครู
爸爸bàbaป้าปะพ่อ
妈妈māmaมามะแม่
หว่อฉัน
我们wǒmenหว่อเมินพวกเรา
学生xuéshengเสวเซิงนักเรียน
学校xuéxiàoเสวเสี้ยวโรงเรียน
手机shǒujīโส่วจีโทรศัพท์มือถือ
汉语Hànyǔฮั่นอวี่ภาษาจีน
中国Zhōngguóจงกั๋วประเทศจีน
地图dìtúตี้ถูแผนที่
名字míngzìหมิงจึชื่อ
jiàoเจี้ยวเรียก, ชื่อว่า
椅子yǐziอี่จึเก้าอี้
咖啡kāfēiคาเฟยกาแฟ
ปี่ปากกา
白板báibǎnไป๋ป่านกระดานไวท์บอร์ด
银行yínhángอิ๋นหังธนาคาร
加油jiāyóuเจียโหยวสู้ๆ

You may also like