คำศัพท์จีน
提问

ตัวเต็ม: 提問
อ่านว่า: ถีเวิ่น
ความหมาย: ตั้งคำถามหรือยกคำถามขึ้นถาม โดยเฉพาะในห้องเรียน การประชุม การสัมภาษณ์ หรือช่วงถามตอบอย่างเป็นทางการ
ชนิดคำ: คำกริยา (v.)
ระดับ: HSK 3
ความหมายหลัก
提问 เป็นกริยาหมายถึงยกคำถามขึ้นถามหรือเข้าสู่การถามอย่างชัดเจน มักใช้เมื่อสถานการณ์มีบทบาทผู้ถามและผู้ตอบ เช่น นักเรียนถามครู ผู้สื่อข่าวถามผู้แถลง หรือผู้ฟังถามวิทยากร จึงพบบ่อยในห้องเรียน การประชุม การสัมภาษณ์ งานบรรยาย และช่วงถามตอบ คำนี้เน้นการกระทำ ‘ตั้งคำถาม’ มากกว่าตัวเนื้อหาของคำถามเอง หากต้องการกล่าวถึงสิ่งที่ถาม ใช้ 问题 เช่น 提出一个问题 หรือ 我有一个问题
ตำแหน่งและสถานการณ์ที่ใช้
โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ 向 + คน + 提问 เช่น 向老师提问 ถามครู และ 就/关于 + เรื่อง + 提问 เช่น 就这个决定提问 ตั้งคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจนี้ ผู้ถามอาจเป็นประธานของประโยคโดยตรง เช่น 记者提问,也อาจใช้ 请 + คน + 提问 เพื่อเชิญให้ถาม ในภาษาการจัดกิจกรรมใช้ 提问时间 และ 提问环节 เพื่อระบุช่วงที่เปิดรับคำถาม ส่วน 对学生提问 มักหมายถึงผู้สอนตั้งคำถามให้นักเรียนตอบ ต้องดูว่าใครเป็นผู้ถามและใครเป็นผู้รับคำถาม
คำที่มักใช้ร่วมกัน
กลุ่มคำสำคัญ ได้แก่ 记者提问、举手提问、课堂提问、提问时间、向老师提问、主动提问 และ 提问环节。举手提问 บอกมารยาทในชั้นเรียน; 主动提问 เน้นว่าผู้เรียนไม่รอให้ถูกเรียก; 记者提问 และ 提问环节 มีน้ำเสียงเป็นทางการกว่า 问一句。เมื่อจะบอกจำนวนคำถาม มักนับตัวคำถามด้วย 个 เช่น 提了三个问题 ไม่ใช้ 三个提问 เป็นตัวเลือกหลักในการสนทนาทั่วไป
เปรียบเทียบคำใกล้เคียง
提问 ต่างจาก 问、问题、询问 และ 发问。问 เป็นกริยาพื้นฐานที่ใช้กว้างและเป็นธรรมชาติในชีวิตประจำวัน เช่น 问老师、问路、问名字; 提问 เน้นการยกคำถามในสถานการณ์ค่อนข้างเป็นระบบหรือเป็นทางการ; 问题 เป็นคำนามหมายถึงคำถาม ปัญหา หรือประเด็น ไม่ใช่กริยาว่าถาม; 询问 เป็นการสอบถามข้อมูลอย่างสุภาพหรือเป็นทางการและมักต้องการข้อมูลเฉพาะ; 发问 ใกล้กับการเอ่ยถามหรือยิงคำถามและอาจมีน้ำเสียงเชิงบรรยาย การพูดกับเพื่อนว่า 我想问你一下 มักธรรมชาติกว่า 我想向你提问
การออกเสียงและข้อควรระวัง
พินอินคือ tíwèn อ่านไทยว่า ‘ถีเวิ่น’ โดย tí เป็นเสียงสองและ wèn เป็นเสียงสี่ ตัวเต็มคือ 提問 ระวัง 问 ในพยางค์หลังไม่อ่านเป็น wěn และไม่ใช้ไม้เสียงของพินอินผิดตำแหน่ง เมื่อ 提问 รับหัวข้อ ไม่ควรวางกรรมคำถามซ้ำซ้อนแบบ 提问一个问题 โดยไม่จำเป็น แม้พบได้ในบางบริบท รูปที่กระชับกว่าคือ 提一个问题 หรือ 提问时问了什么 ควรเลือก 提问 เมื่อเน้นกิจกรรมถาม และเลือก 问 เมื่อเป็นการถามทั่วไป
รูปแบบที่ใช้บ่อย
- คน + 提问
- 向 + คน + 提问
- 就/关于 + เรื่อง + 提问
- 举手 + 提问
- 主动 + 提问
- 提问 + 时间/环节
- 请 + คน + 提问
เวลาฝึกคำนี้ ให้เลือกสถานการณ์จริงหนึ่งสถานการณ์แล้วอ่านประโยคเต็มตามพินอิน สังเกตหน้าที่ของคำ ตำแหน่งในประโยค และคำที่มักอยู่ร่วมกัน การจำเป็นกลุ่มคำพร้อมบริบทจะช่วยให้เลือกใช้ได้แม่นกว่าการท่องคำแปลไทยเพียงคำเดียว
สรุปก่อนใช้
提问 เป็นกริยา ส่วน 问题 เป็นคำนามว่าคำถามหรือปัญหา
บทสนทนาประจำวันมักใช้ 问 ซึ่งเบาและกว้างกว่า 提问
ถ้าจะนับคำถาม ใช้ 提了几个问题 ได้เป็นธรรมชาติกว่า 几个提问
ดูบุพบทให้ชัด: 向某人提问 คือถามบุคคลนั้น ส่วน 对学生提问 อาจหมายถึงถามให้นักเรียนตอบ
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
记者提问 (jìzhě tíwèn): ผู้สื่อข่าวตั้งคำถาม
举手提问 (jǔshǒu tíwèn): ยกมือถาม
课堂提问 (kètáng tíwèn): การตั้งคำถามในชั้นเรียน
提问时间 (tíwèn shíjiān): ช่วงเวลาสำหรับถามคำถาม
向老师提问 (xiàng lǎoshī tíwèn): ถามคำถามกับครู
主动提问 (zhǔdòng tíwèn): เป็นฝ่ายตั้งคำถามเอง
提问环节 (tíwèn huánjié): ช่วงถามคำถามในกิจกรรม
ตัวอย่างการใช้
如果有不明白的地方,请举手提问。
Rúguǒ yǒu bù míngbai de dìfang, qǐng jǔshǒu tíwèn.
หากมีจุดที่ไม่เข้าใจ กรุณายกมือถาม
记者就新政策向负责人提问。
Jìzhě jiù xīn zhèngcè xiàng fùzérén tíwèn.
ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามต่อผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายใหม่
老师鼓励学生在课堂上主动提问。
Lǎoshī gǔlì xuésheng zài kètáng shang zhǔdòng tíwèn.
ครูสนับสนุนให้นักเรียนเป็นฝ่ายตั้งคำถามเองในชั้นเรียน
演讲结束后会有十分钟的提问时间。
Yǎnjiǎng jiéshù hòu huì yǒu shí fēnzhōng de tíwèn shíjiān.
หลังการบรรยายจะมีเวลาสิบนาทีสำหรับถามคำถาม
他提问时先简单说明了事情的背景。
Tā tíwèn shí xiān jiǎndān shuōmíng le shìqing de bèijǐng.
ตอนตั้งคำถาม เขาอธิบายภูมิหลังของเรื่องโดยย่อก่อน
主持人请大家把问题留到最后再提问。
Zhǔchírén qǐng dàjiā bǎ wèntí liú dào zuìhòu zài tíwèn.
ผู้ดำเนินรายการขอให้ทุกคนเก็บคำถามไว้ถามตอนท้าย
提问环节中,她问了一个很具体的问题。
Tíwèn huánjié zhōng, tā wèn le yí ge hěn jùtǐ de wèntí.
ในช่วงถามคำถาม เธอถามประเด็นหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงมาก
A: 我可以现在提问吗?
Wǒ kěyǐ xiànzài tíwèn ma?
ฉันถามตอนนี้ได้ไหม
B: 可以,请先说你的问题。
Kěyǐ, qǐng xiān shuō nǐ de wèntí.
ได้ กรุณาบอกคำถามของคุณก่อน
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide