ตราประทับจีนและศิลปะแกะตราบนโต๊ะนักปราชญ์

ตราประทับจีนคืออะไร? รู้จัก 印章 และศิลปะ篆刻บนภาพเขียนจีน

เคยสงสัยไหมว่าตราแดงเล็กๆ บนภาพเขียนจีนหรืองานอักษรวิจิตรจีนมีไว้ทำอะไร บางภาพมีเพียงรอยเดียว แต่ภาพเก่าในพิพิธภัณฑ์อาจมีตราหลายสิบรอยเรียงอยู่ตามขอบ รอยเหล่านั้นไม่ใช่ตราประดับแบบสุ่ม และไม่ได้หมายถึง “ลายเซ็นศิลปิน” ทุกอัน บทความนี้จะชวนเราอ่านรอยแดงเหล่านี้ให้เป็น เพราะแต่ละตราอาจบอกชื่อผู้สร้าง ชื่อห้องทำงาน เจ้าของคอลเล็กชัน หรือเส้นทางที่ผลงานเดินทางผ่านมาตลอดหลายร้อยปี

ใจความสำคัญ: ตราประทับจีนเรียกกว้างๆ ว่า 印章yìnzhāng ส่วนศิลปะออกแบบและแกะข้อความลงบนตราเรียกว่า 篆刻zhuànkè ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่คำเดียวกันทั้งหมด

ตราประทับจีนคืออะไร

印章yìnzhāng คือวัตถุที่มีข้อความหรือลวดลายแกะอยู่บนหน้าตรา เมื่อนำไปแตะเนื้อชาดแล้วกดลงบนเอกสาร ผ้าไหม หรือกระดาษ จะเกิดรอยประทับตามแบบที่แกะไว้ ในอดีตตราใช้แสดงตัวบุคคล ตำแหน่ง และอำนาจ ต่อมาบทบาทขยายไปสู่ศิลปะ การเขียนพู่กัน จิตรกรรม การสะสม และชีวิตส่วนตัว

UNESCO อธิบายว่า เดิมตราถูกใช้เป็นลายเซ็นหรือเครื่องหมายแห่งอำนาจ ก่อนที่การใช้ตราจะแพร่ไปยังคนหลายชนชั้นและภูมิภาคอื่นในเอเชีย องค์กรยังขึ้นทะเบียน “Art of Chinese seal engraving” ในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อปี 2009 จุดที่สำคัญคือ UNESCO มองตราไม่ใช่เพียงเครื่องมือรับรองเอกสาร แต่เป็นงานศิลปะที่รวมความรู้ด้านอักษรวิจิตร การออกแบบ และการแกะบนพื้นที่เล็กมาก

ตัวตราและอุปกรณ์สำคัญมีอะไรบ้าง

■ ตัวตรา: ในประวัติศาสตร์ทำได้จากโลหะ หยก ไม้ งาช้าง และวัสดุอื่น ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 หินเนื้อนุ่มเริ่มมีบทบาทสำคัญในงานแกะตราของศิลปินและบัณฑิตจีน เช่นหินจากชิงเถียนหรือโซ่วซาน แต่ไม่ควรเหมารวมว่าตราจีนทุกก้อนต้องทำจากหยก

■ หน้าตรา: เรียกว่า 印面yìnmiàn เป็นพื้นผิวที่แกะข้อความกลับด้าน เมื่อประทับแล้วข้อความจึงกลับมาอยู่ในทิศที่อ่านได้

■ ข้อความ: เรียกว่า 印文yìnwén อาจเป็นชื่อ ตำแหน่ง ชื่อสตูดิโอ บทกวี คติสั้นๆ หรือข้อความแสดงการครอบครอง

■ ยอดตราและจารึกข้าง: 印钮yìnniǔ คือยอดหรือส่วนจับ ส่วน 边款biānkuǎn คือจารึกด้านข้างที่อาจบอกผู้แกะหรือวันที่

■ อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน: 印泥yìnní เป็นสีแดงเนื้อข้นสำหรับประทับตรา ไม่ใช่ส่วนของก้อนตราและไม่ใช่หมึกน้ำทั่วไป สีแดงจึงติดคมและมีผิวสัมผัสเฉพาะ

ทำไมภาพเขียนจีนถึงมีตราแดงหลายดวง

บนงานจิตรกรรมหรืออักษรวิจิตร ตราทำงานพร้อมกับลายมือและองค์ประกอบภาพ ศิลปินอาจใช้ตราชื่อข้างลายเซ็น ใช้ตรานามแฝงอีกดวงหนึ่ง หรือวางตราวลีไว้ในมุมว่างเพื่อถ่วงสมดุลสีแดงกับหมึกดำ ตราจึงมีทั้งหน้าที่ “บอกว่าใครทำ” และหน้าที่ทางสายตา

ตราประทับสีแดงหลายดวงบนภาพเขียนทิวทัศน์จีน
ภาพประกอบตราบนงานจิตรกรรม: รอยตราอาจบอกทั้งศิลปิน เจ้าของเดิม นักสะสม หรือผู้ชื่นชมภายหลัง

แต่ตราทุกดวงไม่ได้มาจากศิลปินเจ้าของภาพ The Met และ Hong Kong Museum of Art อธิบายว่า ภาพเก่ามักมีตราที่เจ้าของ นักสะสม หรือผู้ชื่นชมรุ่นหลังประทับเพิ่ม เพื่อบันทึกการครอบครอง การได้ชม การชื่นชม หรือการตรวจพิจารณา ตราเหล่านี้ช่วยนักวิชาการศึกษาประวัติการครอบครองและการส่งต่อผลงาน หรือ 流传经历liúchuán jīnglì ได้ แม้ต้องตรวจร่วมกับจารึก เอกสาร และหลักฐานอื่น เพราะตราก็อาจถูกเลียนแบบหรือประทับภายหลังได้

ระวังสับสน: รอยตราหลายดวงไม่ได้แปลว่ามีศิลปินหลายคนร่วมวาด และจำนวนตรามากไม่ได้ยืนยันว่าภาพแท้โดยอัตโนมัติ ต้องแยกตราศิลปิน ตรานักสะสม ตราราชสำนัก และตราที่เพิ่มภายหลังออกจากกันก่อน

ทำไมสีแดงจึงไม่ดูแปลกบนภาพหมึกดำ

สีชาดเป็นจุดสีเข้มขนาดเล็กที่สร้างจังหวะให้พื้นที่ว่างของกระดาษ หากวางพอดี ตราจะเชื่อมลายเซ็นกับภาพหรือช่วยถ่วงน้ำหนักองค์ประกอบ แต่ศิลปินไม่ได้มีกฎตำแหน่งเดียวกันทุกยุคทุกสำนัก ขนาด รูปทรง และจำนวนตราต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ว่าง สเกลภาพ และความตั้งใจของผู้สร้าง

ตราประทับจีนมีประเภทอะไรบ้าง

การแบ่งตรามีหลายเกณฑ์ ถ้าแบ่งตามสถานะการใช้ จะเห็นคู่หลักต่อไปนี้:

คำจีนเรียกไทยขอบเขตการใช้
官印guānyìnตราทางการใช้กับตำแหน่งหรืออำนาจทางราชการในบริบทประวัติศาสตร์
私印sīyìnตราส่วนบุคคลคำกว้างสำหรับตราที่บุคคลสร้างและใช้ในฐานะส่วนตัว

แต่ถ้าแบ่งตามข้อความและหน้าที่ของรอยตรา โดยเฉพาะตราที่พบในงานศิลปะ จะได้กลุ่มต่อไปนี้:

คำจีนเรียกไทยใช้ทำอะไร
姓名印xìngmíng yìnตราชื่อใช้ชื่อจริง ชื่อศิลปิน หรือนามแฝงเพื่อแสดงผู้สร้างหรือเจ้าของ
斋馆印zhāiguǎn yìnตราชื่อห้องหรือสตูดิโอบอกชื่อเรือน ห้องหนังสือ หรือสถานที่ทำงานของเจ้าของตรา
闲章xiánzhāngตราวลีหรือข้อคิดใส่วลีสั้น บทกวี คติ หรืออารมณ์ของผู้สร้าง ไม่ได้มีหน้าที่บอกชื่ออย่างเดียว
鉴藏印jiàncáng yìnตรานักสะสมหรือผู้ชื่นชมบันทึกการครอบครอง การได้ชม การชื่นชม หรือการตรวจพิจารณาผลงาน
肖形印xiàoxíng yìnตราภาพใช้ภาพหรือลวดลายเป็นหลัก บางดวงผสมภาพกับตัวอักษร

ตราชื่อไม่จำเป็นต้องมีแค่ชื่อจริง

ศิลปินจีนคนหนึ่งอาจมีชื่อจริง ชื่อรอง นามแฝง และชื่อเรือนทำงาน ตราของเขาจึงอาจมีหลายแบบ เมื่อนำตราสองดวงมาคู่กัน ดวงหนึ่งอาจเป็นชื่อ อีกดวงเป็นนามแฝงหรือชื่อสตูดิโอ การรู้ระบบชื่อจีนจึงช่วยอ่านงานศิลปะได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงใช้เรียกบุคคลในชีวิตประจำวัน

闲章xiánzhāng ไม่ได้หมายถึงตราที่ “ไม่มีประโยชน์”

คำว่า 闲章xiánzhāng มักแปลว่าตราวลีอิสระหรือ leisure seal เนื้อหาอาจเป็นความคิดเรื่องธรรมชาติ การเรียน ความสงบ หรือประโยคจากวรรณกรรม มีหน้าที่เปิดเผยรสนิยมและโลกภายในของเจ้าของตรา บางดวงมีเพียงสองถึงสี่อักษร แต่ต้องใช้ทั้งความรู้ภาษาและศิลปะจัดวางอย่างมาก

朱文zhūwén กับ 白文báiwén ดูต่างกันอย่างไร

วิธีจำง่ายที่สุดให้มอง “สีของตัวอักษร” ในรอยประทับ ไม่ใช่สีของก้อนหิน ถ้าตัวอักษรเป็นสีแดงบนพื้นกระดาษ เรียกว่า 朱文zhūwén ถ้าตัวอักษรเป็นสีขาวหรือสีเนื้อกระดาษอยู่ท่ามกลางพื้นแดง เรียกว่า 白文báiwén

แบบหน้าตราแกะอย่างไรรอยที่เห็นภาพจำ
朱文zhūwénเก็บเส้นตัวอักษรให้นูน แล้วแกะพื้นที่รอบออกตัวอักษรรับชาดจึงเป็นสีแดงเส้นแดงบนพื้นขาว
白文báiwénแกะร่องตามตัวอักษรลงไปร่องไม่รับชาด ตัวอักษรจึงดูขาวบนพื้นแดงตัวขาวในกรอบแดง

ในวงการแกะตรา 朱文zhūwén มักเรียกอีกอย่างว่า 阳文yángwén ส่วน 白文báiwén มักเรียกว่า 阴文yīnwén สำหรับผู้เริ่มต้น การจำจากสีของตัวอักษรในรอยประทับจะง่ายที่สุด บางดวงใช้ทั้งสองเทคนิคร่วมกัน เรียกว่า 朱白文相间zhūbáiwén xiāngjiàn

篆刻zhuànkè ไม่ใช่แค่แกะชื่อใส่หิน

篆刻zhuànkè แปลตามตัวว่าเกี่ยวกับอักษรตราและการแกะ แต่ในฐานะศิลปะ ผู้แกะต้องตัดสินใจทั้งรูปอักษร น้ำหนักเส้น ช่องว่าง ความสมดุล และร่องรอยของมีด UNESCO ระบุว่าศิลปินร่างแบบลงกระดาษก่อน แล้วแกะกลับด้านลงบนหิน ความยากคือพื้นที่เล็กมาก ความโค้งและความหนาของทุกเส้นจึงมีผลต่อภาพรวม

ช่างประทับตราหินจีนลงบนกระดาษด้วยเนื้อชาดสีแดง
ภาพประกอบการประทับตรา: กดหน้าตราลงบนกระดาษอย่างสม่ำเสมอ หลังแตะ 印泥yìnní ให้ทั่วพอดี
ขั้นงานคำจีนสิ่งที่ต้องคิด
1ออกแบบ设计印稿shèjì yìngǎoเลือกข้อความ รูปอักษร และสัดส่วนช่องว่างบนพื้นที่เล็ก
2นำแบบลงหิน上石shàng shíเขียนกลับด้านหรือถ่ายแบบลงหน้าหิน เพื่อให้รอยที่ประทับอ่านถูกทิศ
3ลงมีดแกะ刻制kèzhìควบคุมความลึก น้ำหนักเส้น และขอบ ไม่ใช่เพียงตัดตามเส้นร่าง
4ลองประทับ试印shìyìnตรวจความสมดุล ช่องว่าง และเส้นที่ขาดหรือหนาเกินไป
5เก็บรายละเอียด修整xiūzhěngแกะเพิ่มทีละน้อยแล้วทดลองใหม่ จนภาพรวมมีจังหวะตามที่ต้องการ

นักแกะไม่ได้ทำให้ทุกเส้นเรียบเหมือนงานพิมพ์คอมพิวเตอร์เสมอไป รอยแตกเล็ก ความหนักเบา และขอบที่ดูมีพลังอาจเป็นส่วนหนึ่งของภาษาศิลป์ สิ่งที่ดู “ไม่ตรง” สำหรับสายตาคนเริ่มต้นอาจเป็นการตัดสินใจเพื่อให้ตรามีชีวิต แต่ความไม่เรียบที่เกิดจากความตั้งใจกับความเสียหายของรอยพิมพ์เป็นคนละเรื่องกัน

เรื่องความปลอดภัย: มีดแกะตราคมและต้องควบคุมทิศทางแรง ผู้เริ่มต้นควรเรียนท่าจับและการยึดหินจากผู้สอน ใช้แท่นจับที่มั่นคง และไม่ทดลองแกะโดยวางมือไว้ในแนวที่ใบมีดอาจลื่นเข้าใส่

อ่านตราจีนอย่างไรเมื่ออักษรไม่เหมือนตัวพิมพ์

คนที่อ่านภาษาจีนสมัยใหม่ได้ก็ยังอาจอ่านตราไม่ออก เพราะตราหลายดวงใช้ 篆书zhuànshū หรือรูปอักษรโบราณที่ดัดแปลงให้เข้ากับพื้นที่ของหน้าตรา รูปอักษรจึงอาจต่างจากตัวพิมพ์สมัยใหม่มาก บางตราใช้ 小篆xiǎozhuàn ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในตระกูลอักษรตราประทับ ขณะที่บางตราหยิบรูปอักษรจากแหล่งโบราณหรือรูปแบบการเขียนอื่นมาใช้

ลำดับตรวจทีละขั้น

■ ดูก่อนว่าเป็น 朱文zhūwén หรือ 白文báiwén: จะช่วยแยกเส้นอักษรออกจากพื้นหลังได้ถูก

■ หาทิศและจำนวนช่อง: ตราสี่อักษรมักแบ่งพื้นที่เป็นตาราง แต่ลำดับอ่านอาจเป็นแนวตั้งจากขวาไปซ้าย ไม่ควรสมมติว่าอ่านซ้ายไปขวาแบบข้อความแนวนอนยุคใหม่

■ หาอักษรที่รู้จัก: ชื่อแซ่ เช่น 王Wáng หรือคำอย่าง 印yìn และ 藏cáng อาจช่วยบอกประเภทตรา แต่รูปอักษรในตราอาจไม่เหมือนตัวปัจจุบัน

■ อ่านร่วมกับตำแหน่ง: ตราข้างลายเซ็นมีโอกาสเป็นตราศิลปิน ขณะที่ตราจำนวนมากตามขอบอาจเป็นตรานักสะสม อย่างไรก็ดี ตำแหน่งเป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย

■ เทียบฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์: หากเป็นผลงานสำคัญ ให้ดูคำอธิบายวัตถุ ภาพความละเอียดสูง และงานวิจัยของพิพิธภัณฑ์ แทนการใช้แอปอ่านข้อความอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว

ตราประทับในชีวิตปัจจุบันเหมือนตราศิลปินไหม

คำว่า 盖章gàizhāng ยังพบในงานเอกสาร หมายถึงประทับตรา ส่วน 公章gōngzhāng มักหมายถึงตราของหน่วยงานหรือองค์กร และ 私章sīzhāng คือตราส่วนตัว คำว่า 官印guānyìn ในประวัติศาสตร์กับ 公章gōngzhāng ขององค์กรปัจจุบันจึงไม่ควรถูกเหมารวมเป็นคำเดียวกัน ตราที่มีผลทางกฎหมายอยู่ภายใต้กฎของเอกสารและหน่วยงานนั้นๆ ไม่ควรนำหลักจากตราศิลปินไปใช้แทนคำแนะนำทางกฎหมายหรือขั้นตอนราชการ

สำหรับนักท่องเที่ยว การแกะตราชื่อจีนเป็นของที่ระลึกพบได้ทั่วไป ตราประเภทนี้ช่วยให้เราเห็นขั้นตอนออกแบบชื่อและลองประทับ แต่คุณภาพของงาน วัสดุ และความถูกต้องของตัวอักษรต่างกันมาก ควรขอดูแบบกลับด้านและรอยทดลองก่อนรับงาน โดยเฉพาะถ้าชื่อจีนมีอักษรที่คล้ายกัน

สถานการณ์ประโยคจีนความหมาย
ถามว่าต้องประทับตราไหม这份文件需要盖章吗?Zhè fèn wénjiàn xūyào gàizhāng ma?เอกสารฉบับนี้ต้องประทับตราไหม
ขอดูรอยทดลอง可以先试印一下吗?Kěyǐ xiān shìyìn yíxià ma?ขอลองประทับดูก่อนได้ไหม
ถามว่าแกะชื่อได้ไหม可以刻我的中文名字吗?Kěyǐ kè wǒ de Zhōngwén míngzi ma?แกะชื่อภาษาจีนของฉันได้ไหม
ถามความต่าง这是朱文还是白文?Zhè shì zhūwén háishi báiwén?นี่เป็นแบบตัวแดงหรือแบบตัวขาว

คำศัพท์ตราประทับจีนที่ควรรู้

คำจีนความหมายใช้เมื่อไร
印章yìnzhāngตราประทับคำกว้าง ใช้ได้ทั้งตราส่วนตัว ตราศิลปิน และตราองค์กร
篆刻zhuànkèศิลปะแกะตราผสานการออกแบบตัวอักษร การจัดพื้นที่ และการแกะสลัก
篆书zhuànshūอักษรตราประทับรูปอักษรโบราณที่พบในงานแกะตรามาก จึงอ่านยากกว่าตัวพิมพ์ปัจจุบัน
印面yìnmiànหน้าตราพื้นผิวด้านล่างที่แกะลวดลายและสัมผัสหมึกหรือเนื้อชาด
印文yìnwénข้อความบนตราตัวอักษรหรือข้อความที่ปรากฏเมื่อประทับแล้ว
印泥yìnníเนื้อชาดสำหรับประทับตราวัสดุสีแดงเนื้อข้น ไม่ใช่หมึกน้ำธรรมดา
盖章gàizhāngประทับตรากริยาใช้ในชีวิตประจำวันและงานเอกสาร
朱文zhūwénตัวแดงบนพื้นขาวเส้นตัวอักษรนูนบนหน้าตรา จึงรับสีและพิมพ์ออกมาเป็นสีแดง
白文báiwénตัวขาวบนพื้นแดงร่องตัวอักษรถูกแกะลึก สีจึงอยู่รอบตัวอักษร
印钮yìnniǔยอดตราหรือส่วนจับส่วนด้านบนที่ใช้จับ บางชิ้นแกะเป็นสัตว์หรือรูปประดับ
边款biānkuǎnจารึกด้านข้างข้อมูลผู้แกะ วันที่ หรือข้อความที่สลักไว้บริเวณด้านข้างของก้อนตรา
钤印qiányìnประทับตราบนงานศิลปะคำเชิงศิลปะและพิพิธภัณฑ์ ต่างจาก 盖章gàizhāng ที่พบในชีวิตประจำวัน

เช็กลิสต์ดูตราบนภาพแบบนักสืบงานศิลปะ

ครั้งต่อไปที่เห็นภาพเขียนจีน ให้หยุดดูตราทีละดวง เริ่มจากสีของตัวอักษร รูปทรง จำนวนอักษร และตำแหน่ง จากนั้นถามว่าตรานั้นน่าจะเป็นตราชื่อ ตราสตูดิโอ ตราวลี หรือตรานักสะสม การตั้งคำถามแบบนี้ทำให้ภาพหนึ่งภาพกลายเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงภูเขา ต้นไม้ และหมึกดำ

อย่ารีบสรุปว่าตราเก่ากว่าคือสำคัญกว่า ตรานักสะสมรุ่นหลังอาจให้ข้อมูลมีค่ามากเกี่ยวกับเจ้าของเดิมและการเดินทางของผลงาน ขณะเดียวกัน ตราจำนวนมากเกินไปอาจรบกวนองค์ประกอบเดิม การอ่านตราจึงต้องเห็นทั้งคุณค่าทางเอกสารและผลทางศิลปะพร้อมกัน

Mini Quiz

1. ตราประทับกับศิลปะแกะตราต่างกันอย่างไร

印章yìnzhāng คือตัวตราประทับหรือคำเรียกตราโดยทั่วไป ส่วน 篆刻zhuànkè คือศิลปะออกแบบอักษรและแกะตรา

2. รอยแบบใดมีตัวอักษรสีขาวบนพื้นแดง

白文báiwén เพราะร่องตัวอักษรถูกแกะลึก จึงไม่รับชาด ส่วนพื้นที่รอบรับสีแดง

3. ตราทุกดวงบนภาพเก่าเป็นของศิลปินหรือไม่

ไม่ใช่ บางดวงเป็นตรานักสะสม เจ้าของเดิม ราชสำนัก หรือผู้ที่ประทับเพิ่มภายหลัง ต้องดูตำแหน่ง ข้อความ และหลักฐานประกอบ

4. ทำไมต้องออกแบบกลับด้านก่อนแกะ

เพราะภาพบนหน้าตราจะกลับด้านอีกครั้งเมื่อประทับลงกระดาษ ผลลัพธ์จึงอ่านได้ถูกทิศ

5. อักษรบนตราทำไมอ่านยากกว่าจีนทั่วไป

มักใช้อักษร 篆书zhuànshū และปรับรูปเส้นให้เหมาะกับกรอบเล็ก จึงต่างจากตัวพิมพ์จีนสมัยใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ตราประทับจีนใช้แทนลายเซ็นได้ทุกกรณีไหม

ไม่ควรสรุปแบบนั้น ตราเคยและยังมีบทบาทในการยืนยันบุคคลหรืออำนาจ แต่ผลของตราในเอกสารปัจจุบันขึ้นกับกฎหมาย ประเภทเอกสาร และกระบวนการของหน่วยงานนั้นๆ

ตราจีนจำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยมหรือไม่

ไม่จำเป็น แม้รูปสี่เหลี่ยมพบได้มาก ตรายังมีทรงกลม วงรี สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือทรงอิสระ ขึ้นอยู่กับข้อความ วัสดุ และองค์ประกอบที่จะนำไปใช้

ใช้หมึกแดงธรรมดาแทนเนื้อชาดได้ไหม

รอยอาจออกมาได้ แต่ผิวและความคมต่างกัน เนื้อ 印泥yìnní ถูกทำให้เหมาะกับการติดหน้าตราและถ่ายทอดรายละเอียดบนกระดาษ งานศิลปะควรใช้วัสดุที่เหมาะสมและคำนึงถึงการอนุรักษ์

ซื้อของที่ระลึกควรเลือกชื่อไทยทับศัพท์หรือชื่อจีน

ควรใช้ชื่อจีนที่ตรวจอักษรและความหมายแล้ว เพราะพื้นที่ตรามีจำกัดและรูปอักษรมีผลต่อการออกแบบ หากยังไม่มีชื่อจีน ให้ขอแบบร่างก่อนแกะจริง

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจ

อ่านต่อเรื่องจีนผ่านภาษาและศิลปะ

สรุป

ตราประทับจีนเป็นทั้งเครื่องหมายตัวบุคคล ร่องรอยอำนาจ และงานศิลปะขนาดเล็ก คำว่า 印章yìnzhāng หมายถึงตัวตรา ส่วน 篆刻zhuànkè คือศิลปะออกแบบและแกะตรา บนภาพเขียน ตราดวงหนึ่งอาจเป็นของศิลปิน แต่อีกดวงอาจเป็นของนักสะสมที่อยู่คนละยุค เมื่อแยก 朱文zhūwén กับ 白文báiwén ได้ รู้จักตราชื่อ ตราวลี และตรานักสะสม เราจะเริ่มอ่านรอยสีแดงเหล่านั้นเป็นเรื่องราวได้ ไม่ใช่มองเป็นเพียงของตกแต่งอีกต่อไป

Similar Posts