提醒

คำศัพท์จีน

提醒

เพื่อนชี้ไปที่ร่มเพื่อเตือนคนที่กำลังออกจากบ้านให้หยิบไปด้วย สื่อความหมายของ 提醒

ตัวเต็ม: 提醒

Pinyin: tíxǐng

อ่านว่า: ถีสิ่ง

ความหมาย: เตือนให้จำ เตือนให้สังเกตหรือใส่ใจเรื่องที่อาจมองข้าม

ชนิดคำ: คำกริยา (v.)

ระดับ: HSK 4

Pronunciation: 提醒 (tíxǐng)

提醒tíxǐng หมายถึงเตือนให้ใครนึกขึ้นได้ หรือชี้ให้เขาสังเกตสิ่งที่อาจลืมหรือมองข้าม เป็นคำกริยาที่ใช้ได้ทั้งเรื่องเล็กในชีวิตประจำวันและเรื่องสำคัญ เช่น เตือนนัดหมาย เตือนให้หยิบของ หรือเตือนให้ใส่ใจความปลอดภัย คำไทย “สะกิด” อาจใช้แปลในเชิงเปรียบเทียบได้ แต่คำจีนนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้นิ้วแตะตัวอีกฝ่ายจริง ๆ

จากการลืมสู่การนึกขึ้นได้

หัวใจของคำนี้คือทำให้อีกฝ่ายกลับมารับรู้หรือใส่ใจเรื่องหนึ่ง คนที่ได้รับคำเตือนอาจรู้อยู่แล้วแต่เกือบลืม หรือยังไม่ได้สังเกตเรื่องนั้นก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นการบอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องมีน้ำเสียงดุ ภาพประกอบใช้สถานการณ์เพื่อนชี้ไปที่ร่มก่อนอีกคนออกจากบ้าน เป็นตัวช่วยจำเรื่องการเตือนให้หยิบของ ไม่ใช่การสะกิดร่างกาย

出门前,她提醒我带伞。Chūmén qián, tā tíxǐng wǒ dài sǎn.
ก่อนออกจากบ้าน เธอเตือนให้ฉันเอาร่มไปด้วย

ผู้เตือนไม่จำเป็นต้องเป็นคนเสมอไป นาฬิกาปลุก ข้อความ หรือป้ายก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องที่ต้องทำได้ ในตัวอย่างนาฬิกาปลุกด้านล่าง จึงใช้สิ่งของเป็นประธานได้โดยไม่ได้หมายความว่านาฬิกาพูดกับเราเหมือนคน

วางผู้รับคำเตือนไว้ตรงไหน

โครงสร้างพื้นฐานคือ 提醒+人+要做的事tíxǐng + rén + yào zuò de shì กล่าวคือวางผู้รับคำเตือนหลังคำกริยา แล้วตามด้วยเรื่องที่ต้องการเตือน เช่น 提醒我开会tíxǐng wǒ kāihuì เตือนฉันเรื่องประชุม กับ 提醒你带伞tíxǐng nǐ dài sǎn เตือนคุณให้เอาร่มไปด้วย เมื่อสลับสรรพนาม ความสัมพันธ์ว่าใครได้รับคำเตือนก็เปลี่ยนตาม

ถ้าต้องการย้ำว่าอย่าลืม ใช้ 提醒+人+别忘了……tíxǐng + rén + bié wàng le… ได้ ส่วนการชวนให้ใส่ใจสิ่งหนึ่งใช้ 提醒+人+注意……tíxǐng + rén + zhùyì… ทั้งสองแบบบอกเนื้อหาของคำเตือน ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าอีกฝ่ายทำผิดไปแล้ว

请提醒我下午三点要开会。Qǐng tíxǐng wǒ xiàwǔ sān diǎn yào kāihuì.
ช่วยเตือนฉันด้วยว่าตอนบ่ายสามโมงมีประชุม

ตำแหน่งเวลาในตัวอย่างนี้บอกว่าการประชุมเป็นตอนบ่ายสามโมง ไม่ได้กำหนดว่าต้องรอถึงบ่ายสามจึงค่อยเตือน ถ้าความตรงเวลาสำคัญ ควรระบุเวลาที่ให้เตือนเพิ่มให้ชัดในการสนทนาจริง ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเดาเอง

ขอให้ช่วยเตือนและขอบคุณอย่างเป็นธรรมชาติ

คำขอเริ่มด้วย 请提醒我……qǐng tíxǐng wǒ… หรือถามว่า 你能提醒我……吗?nǐ néng tíxǐng wǒ…ma? ได้ เมื่อตอบรับแล้วควรเข้าใจให้ตรงกันทั้งเรื่องและเวลาที่จะเตือน บทสนทนาท้ายหน้าจึงใช้การส่งข้อความเป็นวิธีเตือนเรื่องโทรหาแม่ในเช้าวันถัดไป

谢谢你的提醒xièxie nǐ de tíxǐng แปลอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ขอบคุณที่เตือนนะ” แม้คำหลักจะจัดเป็นคำกริยา แต่ในวลีนี้ทั้งส่วนหลังหมายถึงการเตือนของคุณ จึงไม่จำเป็นต้องฝืนแปลเป็นคำกริยาตรงตัวทุกตำแหน่ง และไม่ต้องเพิ่มความหมายว่าถูกตำหนิหากบริบทไม่ได้บอกเช่นนั้น

及时提醒jíshí tíxǐng เน้นเตือนได้ทันเวลา ส่วน 再次提醒zàicì tíxǐng เน้นเตือนอีกครั้ง คำว่า 温馨提醒wēnxīn tíxǐng พบในข้อความเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรได้ แต่การตั้งชื่อข้อความให้นุ่มนวลไม่ได้ทำให้เนื้อหาทุกอย่างเป็นคำขอที่สุภาพโดยอัตโนมัติ ยังต้องดูถ้อยคำและบริบทด้วย

อ่านสถานการณ์ให้ตรงกับเรื่องที่เตือน

การเตือนนัดหมายมุ่งให้จำวันเวลา การเตือนเรื่องของที่ต้องพกมุ่งให้ลงมือหยิบของ ส่วนป้ายเตือนความปลอดภัยมุ่งให้ระวังหรือสังเกตสิ่งรอบตัว คำนี้จึงกว้างกว่าการเตือนความจำอย่างเดียว แต่ก็ไม่เท่ากับการแจ้งข่าวทุกชนิด การแปลควรบอกให้ครบว่าผู้พูดอยากให้อีกฝ่ายจำหรือใส่ใจอะไร

ตัวอย่างหมอกับคนไข้ด้านล่างเป็นประโยคฝึกภาษาที่รายงานคำเตือนในสถานการณ์สมมติ ไม่ได้แนะนำให้ผู้อ่านเริ่มหรือเปลี่ยนการใช้ยา ส่วนประโยคที่บอกว่าเกือบลืมนัด เน้นว่าคำเตือนช่วยได้ทันก่อนลืมเรื่องนั้นไปจริง ๆ จึงควรเก็บคำว่า “เกือบ” ไว้ในคำแปล

如果我忘记了,请再提醒我一次。Rúguǒ wǒ wàngjì le, qǐng zài tíxǐng wǒ yí cì.
ถ้าฉันลืม ช่วยเตือนฉันอีกครั้ง

คำว่า “ถ้า” ทำให้เป็นเงื่อนไข ยังไม่ได้ยืนยันว่าคนพูดลืมไปแล้ว ใช้ฝึกแยกระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้

ตัวเต็ม คำอ่าน และระดับสอบ

ตัวย่อและตัวเต็มเขียนเหมือนกันคือ 提醒tíxǐng พยางค์แรกเสียงสอง พยางค์หลังเสียงสาม คำอ่านไทยโดยประมาณ “ถีสิ่ง” ตรงกับแถวตารางเดิม แต่เสียง x เป็นเสียงเสียดแทรกบริเวณหน้าลิ้นที่ไม่ตรงกับ ส ของไทยทั้งหมด และพยางค์หลังมีเสียง ng ปิดท้าย จึงควรฟังเสียงจีนประกอบเมื่อฝึกออกเสียง

ในชุดตัวอย่างนี้ 谢谢xièxie 妈妈māma 消息xiāoxi และ 时候shíhou อ่านพยางค์หลังเบา คำช่วย 了le และ 的de ก็ไม่ใส่วรรณยุกต์ ส่วน 一次yí cì ใช้เสียงสองของเลขหนึ่งก่อนเสียงสี่ และ 打个电话dǎ ge diànhuà ใช้ลักษณนามเสียงเบา

หลักสูตรสอบ HSK ที่มีผลกรกฎาคม 2026 จัดคำนี้เป็นคำกริยา HSK 4 ลำดับ 1731 ป้ายระดับเดิมจึงยังตรงกับหลักสูตรปัจจุบัน ฝึกคำขอและบทสนทนาในชีวิตประจำวันเพิ่มเติมได้ที่ เรียนภาษาจีน

ลำดับขีด

ลำดับขีด 提ลำดับขีด 醒

คำประสมที่พบบ่อย

及时提醒 (jíshí tíxǐng): เตือนได้ทันเวลา
再次提醒 (zàicì tíxǐng): เตือนอีกครั้ง
提醒注意安全 (tíxǐng zhùyì ānquán): เตือนให้ใส่ใจความปลอดภัย
提醒带伞 (tíxǐng dài sǎn): เตือนให้เอาร่มไปด้วย
提醒不要忘记 (tíxǐng bú yào wàngjì): เตือนว่าอย่าลืม
出门前提醒 (chūmén qián tíxǐng): เตือนก่อนออกจากบ้าน
温馨提醒 (wēnxīn tíxǐng): ข้อความเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

ตัวอย่างการใช้

请提醒我下午三点要开会。
Qǐng tíxǐng wǒ xiàwǔ sān diǎn yào kāihuì.
ช่วยเตือนฉันด้วยว่าตอนบ่ายสามโมงมีประชุม

谢谢你的提醒,我差点忘了今天的约会。
Xièxie nǐ de tíxǐng, wǒ chàdiǎn wàng le jīntiān de yuēhuì.
ขอบคุณที่เตือนนะ ฉันเกือบลืมนัดของวันนี้ไปแล้ว

墙上的标语在提醒大家注意安全。
Qiáng shàng de biāoyǔ zài tíxǐng dàjiā zhùyì ānquán.
คำขวัญบนกำแพงกำลังเตือนให้ทุกคนใส่ใจเรื่องความปลอดภัย

医生提醒他要按时吃药,多休息。
Yīshēng tíxǐng tā yào ànshí chī yào, duō xiūxi.
หมอเตือนเขาให้กินยาให้ตรงเวลาและพักผ่อนให้มาก

闹钟响了,提醒我是时候起床了。
Nàozhōng xiǎng le, tíxǐng wǒ shì shíhou qǐchuáng le.
นาฬิกาปลุกดังแล้ว เตือนฉันว่าได้เวลาตื่นนอนแล้ว

出门前,她提醒我带伞。
Chūmén qián, tā tíxǐng wǒ dài sǎn.
ก่อนออกจากบ้าน เธอเตือนให้ฉันเอาร่มไปด้วย

如果我忘记了,请再提醒我一次。
Rúguǒ wǒ wàngjì le, qǐng zài tíxǐng wǒ yí cì.
ถ้าฉันลืม ช่วยเตือนฉันอีกครั้ง

A: 你能提醒我明天早上给妈妈打个电话吗?
Nǐ néng tíxǐng wǒ míngtiān zǎoshang gěi māma dǎ ge diànhuà ma?
เธอช่วยเตือนให้ฉันโทรหาแม่พรุ่งนี้เช้าหน่อยได้ไหม

B: 好的,没问题。我明天会发消息提醒你。
Hǎo de, méi wèntí. Wǒ míngtiān huì fā xiāoxi tíxǐng nǐ.
ได้เลย ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ฉันจะส่งข้อความไปเตือนเธอนะ

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide