历史

คำศัพท์จีน

历史

หนังสือจดหมายเหตุปิดเล่มกับแว่นขยายไร้ข้อความ เป็นภาพช่วยจำคำว่า 历史

ตัวเต็ม: 歷史

Pinyin: lìshǐ

อ่านว่า: ลี่สื่อ

ความหมาย: ประวัติศาสตร์ เหตุการณ์และกระบวนการในอดีต วิชาที่ศึกษาอดีต หรือประวัติความเป็นมาของบุคคล สถานที่ องค์กร และสิ่งหนึ่ง

ชนิดคำ: คำนาม (n.)

ระดับ: HSK 4

Pronunciation: 历史 (lìshǐ)

历史lìshǐ อ่านว่า lìshǐ ‘ลี่สื่อ’ ตัวเต็ม 歷史lìshǐ หมายถึง ‘ประวัติศาสตร์/ความเป็นมา’ ใช้กับ 世界历史、历史事件、公司历史、学习历史shìjiè lìshǐ, lìshǐ shìjiàn, gōngsī lìshǐ, xuéxí lìshǐ ได้ ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงเรื่องที่เกิดในอดีต แต่เป็นการศึกษาหลักฐาน ลำดับเวลา บริบท สาเหตุ และการตีความ แหล่งปฐมภูมิเองก็อาจมีอคติหรือช่องว่าง จึงควรตรวจผู้สร้าง วันที่ ที่มาของหลักฐาน และเปรียบเทียบหลายแหล่งก่อนยืนยันข้ออ้าง

อดีตและวิชาประวัติศาสตร์

学习历史、世界历史、历史学家、历史研究xuéxí lìshǐ, shìjiè lìshǐ, lìshǐxuéjiā, lìshǐ yánjiū ใช้ทั้งชื่อวิชา ขอบเขตพื้นที่ และงานวิจัย ควรระบุช่วงเวลา ภูมิภาค และคำถาม ไม่ใช้วลี 历史证明lìshǐ zhèngmíng โดยไม่มีหลักฐาน

เหตุการณ์ ภูมิหลัง และความเป็นมา

历史事件、历史背景、悠久的历史、发展历史lìshǐ shìjiàn, lìshǐ bèijǐng, yōujiǔ de lìshǐ, fāzhǎn lìshǐ คำหลักวางหน้าคำนามได้ หรือใช้โครงสร้าง 有……历史yǒu…lìshǐ บอกระยะความเป็นมา แต่คำว่า 悠久yōujiǔ เป็นคำประเมิน ควรใส่ปีเมื่อความยาวสำคัญ

หลักฐานและการตีความ

历史资料、原始记录、考古证据、不同解释lìshǐ zīliào, yuánshǐ jìlù, kǎogǔ zhèngjù, bùtóng jiěshì ต้องแยกสิ่งที่หลักฐานระบุโดยตรงจากข้อสรุปของนักวิชาการ และยอมรับความไม่แน่นอนเมื่อเอกสารขัดกันหรือสูญหาย

แยกคำเกี่ยวกับอดีตและข้อจำกัดของภาพ

过去、经历、史、文学史、历史guòqù, jīnglì, shǐ, wénxuéshǐ, lìshǐ คำแรกคืออดีตทั่วไป คำที่สองคือประสบการณ์หรือสิ่งที่บุคคลผ่านพบ คำที่สามพบในคำย่อเชิงสาขา เช่นคำที่สี่ ส่วนคำหลักกว้างกว่า ภาพหนังสือจดหมายเหตุปิดเล่มกับแว่นขยายเป็นเพียงตัวช่วยจำเรื่องการศึกษาหลักฐานจากอดีต ไม่พิสูจน์ลำดับเวลา ที่มา ความแท้ ความเป็นตัวแทน เหตุและผล ความครบถ้วน ฉันทามติทางประวัติศาสตร์ หรือข้อถกเถียงต่างมุม

ลำดับขีด

ลำดับขีด 历ลำดับขีด 史

คำประสมที่พบบ่อย

历史记录 (lìshǐ jìlù): บันทึกประวัติศาสตร์
历史事件 (lìshǐ shìjiàn): เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์
历史背景 (lìshǐ bèijǐng): ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
历史资料 (lìshǐ zīliào): เอกสารประวัติศาสตร์
历史研究 (lìshǐ yánjiū): การวิจัยประวัติศาสตร์
悠久的历史 (yōujiǔ de lìshǐ): ประวัติศาสตร์ยาวนาน

ตัวอย่างการใช้

她在大学学习历史。
Tā zài dàxué xuéxí lìshǐ.
เธอเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย

这本书介绍城市的发展历史。
Zhè běn shū jièshào chéngshì de fāzhǎn lìshǐ.
หนังสือนี้แนะนำประวัติการพัฒนาเมือง

研究历史要核对资料来源。
Yánjiū lìshǐ yào héduì zīliào láiyuán.
ศึกษาประวัติศาสตร์ต้องตรวจแหล่งข้อมูล

同一历史事件可能有不同解释。
Tóng yì lìshǐ shìjiàn kěnéng yǒu bùtóng jiěshì.
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เดียวกันอาจมีคำอธิบายต่างกัน

原始记录也可能带有作者的立场。
Yuánshǐ jìlù yě kěnéng dàiyǒu zuòzhě de lìchǎng.
บันทึกต้นฉบับก็อาจมีจุดยืนของผู้เขียน

这家公司有五十年的历史。
Zhè jiā gōngsī yǒu wǔshí nián de lìshǐ.
บริษัทนี้มีประวัติห้าสิบปี

一件旧物不能代表完整的历史。
Yí jiàn jiùwù bùnéng dàibiǎo wánzhěng de lìshǐ.
ของเก่าชิ้นเดียวแทนประวัติศาสตร์ทั้งหมดไม่ได้

A:这个说法有历史证据吗?
A: Zhège shuōfǎ yǒu lìshǐ zhèngjù ma?
A: ข้อกล่าวนี้มีหลักฐานประวัติศาสตร์ไหม
B:先查原始资料,再比较不同研究。
B: Xiān chá yuánshǐ zīliào, zài bǐjiào bùtóng yánjiū.
B: ตรวจเอกสารต้นฉบับก่อนแล้วเทียบงานวิจัยต่าง ๆ

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide