คำศัพท์จีน
意义

ตัวเต็ม: 意義
อ่านว่า: อี้อี้
ความหมาย: ความหมายในเชิงสาระหรือเจตนาของสิ่งหนึ่ง และความสำคัญ คุณค่า หรือผลที่สิ่งนั้นมีต่อเรื่องที่กว้างกว่า
ชนิดคำ: คำนาม (n.)
ระดับ: HSK 3
ความหมายหลัก
意义 เป็นคำนามที่มีสองแกนสำคัญ แกนแรกคือความหมายหรือสาระที่คำ เหตุการณ์ หรือสัญลักษณ์สื่อ เช่น 这个词的意义 ความหมายของคำนี้ แกนที่สองคือความสำคัญ คุณค่า หรือผลต่อคน สังคม ประวัติศาสตร์ หรือการปฏิบัติ เช่น 具有历史意义 มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รูปที่ใช้มากคือ 对 + คน/เรื่อง + 有意义 เช่น 这件事对我很有意义 เรื่องนี้มีความหมายมากสำหรับฉัน และ 有/没有意义 มีหรือไม่มีความหมาย ไม่ควรเติมคำแปล ‘เชิงบวก’ เองหากต้นฉบับเพียงบอกว่ามี significance
ตำแหน่งและสถานการณ์ที่ใช้
คำขยายที่ใช้บ่อยวางหน้า 意义 เช่น 重要意义、现实意义、历史意义、积极意义、深远意义 และ 特殊意义 กริยาที่เข้าคู่คือ 有、具有、失去、理解、说明 และ 赋予 เช่น 赋予新的意义 มอบความหมายใหม่ เมื่อบอกผู้ได้รับผลใช้ 对……有意义 ส่วน 的 เชื่อมเจ้าของหรือขอบเขต เช่น 这个决定的意义 ความสำคัญของการตัดสินใจนี้ รูป 很有意义 เป็นธรรมชาติ แต่ 很意义 ไม่ถูก เพราะ 意义 เป็นคำนาม หากต้องการบอกระดับใช้ 很有、非常有 หรือ 意义重大 ซึ่งเป็นสำนวนภาษาเขียน
คำที่มักใช้ร่วมกัน
重要意义 เน้นความสำคัญสูง 现实意义 เน้นผลหรือคุณค่าที่เชื่อมกับความเป็นจริง 历史意义 มองจากประวัติศาสตร์ 积极意义 ระบุผลหรือนัยเชิงบวก 深远意义 เน้นผลลึกยาวนาน 人生意义 กล่าวถึงความหมายหรือคุณค่าของชีวิต และ 教育意义 เน้นคุณค่าหรือความสำคัญต่อการเรียนรู้ กลุ่มเชิงลบใช้ 没有意义、失去意义、消极意义 หรือ 负面意义 ตามบริบท ไม่ควรใช้ 积极意义 หากต้นฉบับพูดเพียงว่ามีผลสำคัญโดยไม่ประเมินทิศทาง
เปรียบเทียบคำใกล้เคียง
意义 ต่างจาก 意思、含义 และ 价值。意思 เป็นคำใช้กว้างในบทสนทนา หมายถึงความหมาย ความตั้งใจ หรือความน่าสนใจ เช่น 你什么意思、很有意思 含义 เน้นเนื้อความหรือนัยที่คำ ประโยค สัญลักษณ์ หรือการกระทำบรรจุไว้ และมักเฉพาะเจาะจงกว่า 意义 ส่วน 价值 คือคุณค่า ประโยชน์ หรือมูลค่า ซึ่งอาจประเมินได้ในด้านเศรษฐกิจหรือการใช้งาน 意义 เน้นสิ่งนั้นสื่ออะไรหรือสำคัญอย่างไร จึงพูด 这次经历很有意义 ได้ แต่ 有意思 จะกลายเป็น ‘น่าสนใจ/สนุก’ และ 有价值 เน้นว่ามีคุณค่า
การออกเสียงและข้อควรระวัง
พินอิน yìyì ทั้งสองพยางค์เป็นเสียงสี่ คำอ่านไทย ‘อี้อี้’ ตัวเต็ม 意義 ต้องออกสองพยางค์ชัด ไม่ลดพยางค์หลังเป็นเสียงเบา ระวังสับสนกับ 意思 yìsi ซึ่งพยางค์หลังมักเป็นเสียงเบา และ 异议 yìyì ‘ข้อคัดค้าน’ ซึ่งออกเสียงเหมือนกันแต่เขียนต่างกัน เมื่อตีความ 有意义 ให้ดูว่าพูดถึงความหมายส่วนตัว ความสำคัญทางสังคม หรือสาระทางภาษา และหลีกเลี่ยงการอ้างว่าสิ่งใดมี意义เชิงบวกหรือเชิงลบโดยไม่มีข้อความรองรับ
รูปแบบที่ใช้บ่อย
- คำขยาย + 意义
- มี/ไม่มี + 意义
- 对 + คน/เรื่อง + 有意义
- 具有 + 意义
- ……的 + 意义
- 赋予 + 新的意义
- 意义 + 重大/深远
เวลาฝึกคำนี้ควรอ่านทั้งกลุ่มคำและประโยคเต็มตามพินอิน สังเกตหน้าที่ของคำ ความสัมพันธ์กับคำรอบข้าง และบริบทที่ผู้พูดต้องการสื่อ การจำรูปแบบที่ใช้จริงช่วยให้เลือกคำได้แม่นกว่าการท่องคำแปลเดี่ยว
สรุปก่อนใช้
意义 อาจหมายถึงเนื้อความหรือความสำคัญ ต้องดูบริบท
有意思 มักหมายถึงน่าสนใจ แต่ 有意义 หมายถึงมีความหมายหรือมีความสำคัญ
价值 เน้นคุณค่าหรือมูลค่า ส่วน 含义 เน้นเนื้อความหรือนัย
พินอิน yìyì คำอ่านไทย อี้อี้ ตัวเต็ม 意義
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
重要意义 (zhòngyào yìyì): ความสำคัญอย่างยิ่ง
现实意义 (xiànshí yìyì): ความสำคัญเชิงความเป็นจริงหรือการใช้งาน
历史意义 (lìshǐ yìyì): ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
积极意义 (jījí yìyì): นัยหรือคุณค่าเชิงบวก
深远意义 (shēnyuǎn yìyì): ความสำคัญที่ส่งผลลึกและยาวไกล
人生意义 (rénshēng yìyì): ความหมายของชีวิต
教育意义 (jiàoyù yìyì): ความสำคัญหรือคุณค่าด้านการศึกษา
ตัวอย่างการใช้
这次活动对孩子们很有意义。
Zhè cì huódòng duì háizimen hěn yǒu yìyì.
กิจกรรมครั้งนี้มีความหมายมากสำหรับเด็ก ๆ
学习这段历史具有重要意义。
Xuéxí zhè duàn lìshǐ jùyǒu zhòngyào yìyì.
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ช่วงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง
这个词在不同语境中有不同的意义。
Zhège cí zài bùtóng yǔjìng zhōng yǒu bùtóng de yìyì.
คำนี้มีความหมายต่างกันในบริบทที่ต่างกัน
这项研究有一定的现实意义。
Zhè xiàng yánjiū yǒu yídìng de xiànshí yìyì.
งานวิจัยนี้มีความสำคัญต่อโลกความเป็นจริงในระดับหนึ่ง
如果不能解决实际问题,这样做就没有意义。
Rúguǒ bù néng jiějué shíjì wèntí, zhèyàng zuò jiù méiyǒu yìyì.
หากแก้ปัญหาจริงไม่ได้ การทำเช่นนี้ก็ไม่มีความหมาย
这座建筑对当地人有特殊的历史意义。
Zhè zuò jiànzhù duì dāngdì rén yǒu tèshū de lìshǐ yìyì.
อาคารนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นพิเศษต่อคนท้องถิ่น
志愿服务让这个假期变得更有意义。
Zhìyuàn fúwù ràng zhège jiàqī biàn de gèng yǒu yìyì.
งานอาสาทำให้วันหยุดครั้งนี้มีความหมายยิ่งขึ้น
A: 你为什么还保留着这封旧信?
Nǐ wèishénme hái bǎoliúzhe zhè fēng jiù xìn?
ทำไมคุณยังเก็บจดหมายเก่าฉบับนี้ไว้
B: 因为它对我有特别的意义。
Yīnwèi tā duì wǒ yǒu tèbié de yìyì.
เพราะมันมีความหมายพิเศษสำหรับฉัน
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide