คำศัพท์จีน
小吃

ตัวเต็ม: 小吃
อ่านว่า: เสี่ยวชือ
ความหมาย: อาหารจานง่ายหรือของกินที่มักราคาไม่แพง รวมถึงอาหารกินเล่นและของอร่อยประจำถิ่นตามบริบท
ชนิดคำ: คำนาม
ระดับ: HSK 4
อาหารจานง่ายที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
小吃 เป็นคำนาม หมายถึงอาหารจานง่ายหรือของกินที่มักราคาไม่แพง ใช้ได้ทั้งอาหารกินเล่น อาหารจานเล็ก และของอร่อยที่คนรู้จักในท้องถิ่น ความหมายจึงกว้างกว่าขนมขบเคี้ยวหนึ่งถุง และไม่ได้กำหนดว่าต้องกินนอกมื้ออาหารเสมอไป
พจนานุกรมกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันอธิบายคำนี้ในความหมายอาหารจานง่ายราคาย่อมเยา พร้อมยกตัวอย่าง 经济小吃 และ 家常小吃 ดูคำจำกัดความได้จาก พจนานุกรมฉบับย่อ การแปลเป็นไทยจึงต้องดูสถานการณ์ว่าเหมาะกับ “ของกินเล่น” “อาหารจานง่าย” หรือ “อาหารพื้นถิ่น” มากที่สุด
ใช้พูดถึงร้าน ตลาด และของอร่อยประจำถิ่น
คำขยายมักวางไว้ข้างหน้า เช่น 特色小吃 ของกินที่มีเอกลักษณ์ 传统小吃 อาหารกินเล่นแบบดั้งเดิม และ 当地小吃 ของกินท้องถิ่น โครงสร้างนี้ช่วยบอกลักษณะหรือถิ่นของอาหารโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปคำหลัก
เมื่อต้องการพูดถึงสถานที่ขาย ใช้ 小吃店 สำหรับร้านอาหารจานง่าย และพบ 夜市小吃 ในบริบทตลาดกลางคืนได้บ่อย เว็บไซต์การท่องเที่ยวไต้หวันมีหมวดแนะนำ ของกินขึ้นชื่อในตลาดกลางคืน ซึ่งช่วยยืนยันบริบทจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารทุกอย่างในตลาดจะต้องเรียกด้วยคำนี้
เลือกคำกริยาและลักษณนามให้เป็นธรรมชาติ
คำกริยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ 吃小吃 กินของกินเล่น 尝小吃 ลองชิม และ 品尝小吃 ลิ้มลอง หากบอกจำนวนจานอาจใช้ 一份小吃 ของกินหนึ่งที่ ส่วนการนับชนิดใช้ 一种小吃 ของกินหนึ่งชนิด
เวลาสั่งอาหารให้แยก “หนึ่งที่” ออกจาก “หนึ่งอย่าง” ให้ชัด ถ้าสั่งรายการเดียวหนึ่งที่ให้ใช้ลักษณนาม 份 แต่ถ้ากำลังจัดประเภทใช้ 种 การพูดเพียง 吃点小吃 เน้นว่ากินสักหน่อย จึงไม่ต้องบอกจำนวนที่แน่นอน
แยกจากขนมขบเคี้ยวและติ่มซำ
零食 มักชี้ไปที่ขนมหรืออาหารว่างที่กินระหว่างมื้อ รวมทั้งของบรรจุห่อ ส่วนคำหลักของบทนี้มักเน้นอาหารที่ปรุงและขายเป็นจานหรือเป็นเมนูง่ายๆ เช่น ของกินตามตลาดหรือของขึ้นชื่อประจำเมือง ดังนั้นมันฝรั่งทอดบรรจุถุงเหมาะกับคำแรกมากกว่า แต่ในประโยคที่จัดป๊อปคอร์นและมันฝรั่งทอดไว้เป็นของกินระหว่างดูหนัง คำหลักก็ยังใช้เชิงหน้าที่ว่าเอามากินเป็นอาหารว่างได้
点心 อาจหมายถึงของว่าง ขนม หรืออาหารจานเล็กบางประเภทตามภูมิภาค ส่วน 快餐 เน้นอาหารที่จัดเตรียมหรือเสิร์ฟรวดเร็ว คำทั้งสามจึงมีพื้นที่ความหมายทับกันได้ แต่ไม่ควรแทนกันอัตโนมัติ ให้พิจารณาว่าผู้พูดกำลังเน้นชนิดอาหาร ช่วงเวลาที่กิน หรือรูปแบบการบริการ
เสียงอ่านและจุดที่พินอินมักพลาด
คำนี้อ่าน 小吃 เสียงสามตามด้วยเสียงหนึ่ง คำอ่านไทย “เสี่ยวชือ” ใช้เป็นตัวช่วยเริ่มต้น ในประโยค 做得非常地道 ตัว 得 เป็นคำช่วยอ่านเสียงเบา และคำที่หมายถึงรสชาติต้นตำรับก็ลงท้ายเสียงเบา ไม่ใช่การอ่านแบบคำว่าอุโมงค์ใต้ดิน
การเปลี่ยนเสียงยังพบใน 一定 不太 และ 一些 ส่วนคำซ้ำ 尝尝 ให้พยางค์หลังเบาลง ฝึกจากตัวอย่างและบทสนทนา แล้วอ่านบทเรียนอื่นต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน
ลำดับการเขียนตัวอักษรจีน


คำประสมที่พบบ่อย
特色小吃 — tèsè xiǎochī — ของกินที่มีเอกลักษณ์
传统小吃 — chuántǒng xiǎochī — อาหารกินเล่นแบบดั้งเดิม
当地小吃 — dāngdì xiǎochī — ของกินท้องถิ่นนั้น
地方小吃 — dìfāng xiǎochī — อาหารกินเล่นประจำถิ่น
各种小吃 — gèzhǒng xiǎochī — ของกินหลากหลายชนิด
经济小吃 — jīngjì xiǎochī — อาหารจานง่ายราคาย่อมเยา
小吃店 — xiǎochīdiàn — ร้านที่ขายอาหารจานง่ายหรือของกินเล่น
ตัวอย่างการใช้
台湾的夜市有很多特色小吃。
Táiwān de yèshì yǒu hěnduō tèsè xiǎochī.
ตลาดกลางคืนของไต้หวันมีของกินขึ้นชื่อมากมาย
这家店的小吃做得非常地道。
Zhè jiā diàn de xiǎochī zuò de fēicháng dìdao.
อาหารกินเล่นของร้านนี้ทำได้รสชาติต้นตำรับมาก
来北京旅游,一定要尝尝这里的传统小吃。
Lái Běijīng lǚyóu, yídìng yào chángchang zhèlǐ de chuántǒng xiǎochī.
มาเที่ยวปักกิ่งต้องลองชิมอาหารกินเล่นดั้งเดิมของที่นี่ให้ได้
旅行的乐趣之一就是品尝各种各样的当地小吃。
Lǚxíng de lèqù zhī yī jiùshì pǐncháng gèzhǒng gèyàng de dāngdì xiǎochī.
หนึ่งในความสนุกของการเดินทางคือการได้ลิ้มลองของกินท้องถิ่นหลากหลายชนิด
电影开始前,他买了一些爆米花和薯片当小吃。
Diànyǐng kāishǐ qián, tā mǎi le yìxiē bàomǐhuā hé shǔpiàn dàng xiǎochī.
ก่อนหนังเริ่ม เขาซื้อป๊อปคอร์นกับมันฝรั่งทอดมากินเป็นของว่าง
这条街上的小吃既便宜又好吃。
Zhè tiáo jiē shàng de xiǎochī jì piányi yòu hǎochī.
ของกินบนถนนเส้นนี้ทั้งราคาถูกและอร่อย
下午三点,我们在附近找了一家小吃店。
Xiàwǔ sān diǎn, wǒmen zài fùjìn zhǎo le yì jiā xiǎochīdiàn.
ตอนบ่ายสาม พวกเราหาร้านขายอาหารกินเล่นใกล้ๆ ได้หนึ่งร้าน
บทสนทนา A-B
A: 晚饭吃什么?
Wǎnfàn chī shénme?
มื้อเย็นกินอะไรดี
B: 我不太饿,我们去吃点小吃吧。
Wǒ bú tài è, wǒmen qù chī diǎn xiǎochī ba.
ฉันไม่ค่อยหิว พวกเราไปหาอาหารจานเล็กกินสักหน่อยเถอะ
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide