部位

คำศัพท์จีน

部位

ผู้ใหญ่ชี้ตำแหน่งข้อศอกที่ไฮไลต์ พร้อมภาพขยายบริเวณเดียวกัน สื่อคำว่า 部位

ตัวเต็ม: 部位

Pinyin: bùwèi

อ่านว่า: ปู้เว่ย

ความหมาย: ตำแหน่งหรือบริเวณเฉพาะส่วนภายในสิ่งที่ใหญ่กว่า เช่น ร่างกาย วัตถุ หรือเครื่องจักร

ชนิดคำ: คำนาม (名)

ระดับ: HSK 6

Pronunciation: 部位 (bùwèi)

ความหมายหลัก

部位bùwèi เป็นคำนามหมายถึง “ตำแหน่งหรือบริเวณเฉพาะส่วน” ภายในสิ่งที่ใหญ่กว่า ใช้ระบุว่ากำลังพูดถึงจุดไหน ไม่ใช่เพียงบอกว่ามีส่วนย่อยอยู่ ตัวอย่างที่พบง่ายคือร่างกาย เครื่องจักร อาคาร หรือภาพแผนผัง เมื่อชี้บริเวณแล้ว คนฟังควรสามารถตามไปหาตำแหน่งนั้นได้

ตัวเขียนและการออกเสียง

คำนี้เขียนเหมือนกันทั้งตัวย่อและตัวเต็มคือ 部位bùwèi พินอินที่หลักสูตรระบุคือเสียงสี่สองพยางค์ และคำอ่านไทยตามระบบเว็บไซต์คือ “ปู้เว่ย” ในการพูดต่อเนื่อง 不bù หน้าเสียงสี่อาจเปลี่ยนเสียงตามกฎ แต่คำนี้ไม่ได้ประกอบด้วยอักษรนั้น จึงไม่ต้องใช้กฎเปลี่ยนเสียงของคำปฏิเสธมาอธิบายคำนี้

ใช้กับส่วนของร่างกาย

身体部位shēntǐ bùwèi หมายถึงบริเวณหรือส่วนหนึ่งของร่างกาย หากต้องบอกจุดที่รู้สึกไม่สบายหรือจุดที่เห็นในภาพ ให้ใช้คำนี้ร่วมกับคำระบุ เช่น 受伤部位shòushāng bùwèi คือบริเวณที่บาดเจ็บ แต่คำหลักเองเป็นคำบอกตำแหน่งอย่างเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่าบริเวณนั้นเจ็บเสมอ

ใช้กับวัตถุและเครื่องจักร

นอกจากร่างกายแล้ว ยังใช้กับจุดต่าง ๆ ของสิ่งของได้ เช่นพูดว่า “บริเวณนี้ของเครื่องจักร” เมื่อช่างต้องการชี้ตำแหน่งที่จะตรวจ คำนี้ช่วยให้ระบุที่ตั้งในภาพรวม ไม่ได้บอกว่าเป็นชิ้นส่วนที่แยกออกมาได้ ถ้ากำลังพูดถึงอะไหล่ชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ อาจใช้คำอื่นที่เน้นตัวชิ้นส่วน

คำขยายก่อนและหลังคำหลัก

คำที่วางก่อนมักบอกลักษณะของบริเวณ เช่น 具体部位jùtǐ bùwèi คือตำแหน่งที่เจาะจง และ 不同部位bùtóng bùwèi คือคนละบริเวณ ส่วนคำหลังอาจบอกการกระทำหรือสภาพ เช่น 这个部位需要清洁zhège bùwèi xūyào qīngjié หมายถึงบริเวณนี้ต้องทำความสะอาด การระบุทั้งสิ่งที่ใหญ่กว่าและจุดที่สนใจทำให้ประโยคชัด

ถามหาตำแหน่งอย่างไร

เมื่อไม่รู้ว่าจุดไหน ให้ถามว่า 是什么部位shì shénme bùwèi หรือขอให้อีกฝ่ายชี้ 具体部位jùtǐ bùwèi บนภาพ ของจริง หรือร่างกายก่อนอธิบายต่อ การถามแบบนี้เหมาะกับงานซ่อม การสอน และการบรรยายภาพ เพราะลดความกำกวมของคำว่า “ตรงนั้น” โดยไม่ต้องเดาว่าผู้ฟังเห็นจุดเดียวกับเรา

ต่างจากคำใกล้เคียง

部位bùwèi

เน้นตำแหน่งเฉพาะส่วนของสิ่งที่ใหญ่กว่า

部分bùfen

เน้นส่วนหนึ่งหรือปริมาณบางส่วนของทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องชี้ตำแหน่งบนสิ่งของ

位置wèizhi

หมายถึงที่ตั้งหรือตำแหน่งทั่วไป อาจเป็นที่นั่งหรือสถานที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนภายในของสิ่งเดียว

局部júbù หมายถึงเฉพาะบริเวณเล็ก ๆ ในภาพรวม แต่ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อของบริเวณนั้นเสมอ ส่วน 零件língjiàn คือชิ้นส่วนของเครื่องที่นับเป็นชิ้นได้ ต่างจากคำหลักที่เน้นบริเวณ

ใช้ในบทเรียนการออกเสียง

ในบทเรียนภาษาศาสตร์ 发音部位fāyīn bùwèi หมายถึงตำแหน่งในปากหรือทางเดินเสียงที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียง เช่นริมฝีปากหรือลิ้น เป็นการใช้ความหมาย “ตำแหน่งที่เกิดการทำงาน” ไม่ใช่ชื่ออวัยวะใหม่หนึ่งชิ้น หากพบในตารางการออกเสียง ให้ดูว่าผู้สอนกำลังเปรียบเทียบตำแหน่งใด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

อย่าใช้คำหลักแทน “ส่วนหนึ่ง” ทุกครั้ง เช่นจ่ายเงินเพียงบางส่วนควรใช้คำที่เน้นสัดส่วน ไม่ใช่ตำแหน่งของเงิน และอย่าเข้าใจว่าคำนี้หมายถึง “แผนก” ขององค์กรเพียงเพราะมีอักษร 部bù อยู่ด้วย หากจะใช้กับคน ควรพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและชี้ตำแหน่งเมื่อเหมาะ ไม่ใช้คำนี้เพื่อเดาอาการทางสุขภาพแทนผู้เชี่ยวชาญ

สถานะ HSK ปัจจุบัน

หลักสูตรสอบ HSK ทางการที่มีผลเดือนกรกฎาคม 2026 ระบุ 部位bùwèi เป็นรายการ 3686 ระดับ HSK 6 ชนิดคำนาม ป้าย HSK 5 เดิมของหน้านี้จึงต้องปรับให้ตรงแถวปัจจุบัน น้อง ๆ ดูบทเรียนอื่นต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน

ลำดับขีด

ลำดับขีด 部ลำดับขีด 位

คำประสมที่พบบ่อย

身体部位 shēntǐ bùwèi — บริเวณหรือส่วนของร่างกาย
受伤部位 shòushāng bùwèi — บริเวณที่บาดเจ็บ
疼痛部位 téngtòng bùwèi — บริเวณที่ปวด
发音部位 fāyīn bùwèi — ตำแหน่งที่ใช้ในการออกเสียง
关节部位 guānjié bùwèi — บริเวณข้อต่อ
接触部位 jiēchù bùwèi — จุดหรือบริเวณสัมผัส
具体部位 jùtǐ bùwèi — ตำแหน่งเฉพาะที่ระบุชัด
机器的某个部位 jīqì de mǒu ge bùwèi — ตำแหน่งหนึ่งของเครื่องจักร
这个部位 zhège bùwèi — บริเวณนี้
不同部位 bùtóng bùwèi — คนละบริเวณ

ตัวอย่างการใช้

请指出你不舒服的部位。
Qǐng zhǐchū nǐ bù shūfu de bùwèi.
ช่วยชี้บริเวณที่คุณรู้สึกไม่สบาย

他的膝盖是受伤的部位。
Tā de xīgài shì shòushāng de bùwèi.
หัวเข่าของเขาเป็นบริเวณที่บาดเจ็บ

这台机器的这个部位需要清洁。
Zhè tái jīqì de zhège bùwèi xūyào qīngjié.
บริเวณนี้ของเครื่องจักรต้องทำความสะอาด

请仔细检查连接的部位。
Qǐng zǐxì jiǎnchá liánjiē de bùwèi.
กรุณาตรวจบริเวณที่เชื่อมต่ออย่างละเอียด

不同的动作会用到不同的身体部位。
Bùtóng de dòngzuò huì yòngdào bùtóng de shēntǐ bùwèi.
การเคลื่อนไหวต่างกันจะใช้ร่างกายต่างบริเวณกัน

老师请学生说出图中各个部位的名称。
Lǎoshī qǐng xuéshēng shuōchū tú zhōng gège bùwèi de míngchēng.
ครูให้นักเรียนบอกชื่อแต่ละส่วนในภาพ

这个部位容易积灰,需要定期擦拭。
Zhège bùwèi róngyì jī huī, xūyào dìngqī cāshì.
บริเวณนี้มีฝุ่นสะสมง่าย จึงต้องเช็ดเป็นประจำ

发音部位不同,声音也会不同。
Fāyīn bùwèi bùtóng, shēngyīn yě huì bùtóng.
ตำแหน่งที่ใช้ออกเสียงต่างกัน เสียงก็อาจต่างกันด้วย

这幅图用颜色区分了几个主要部位。
Zhè fú tú yòng yánsè qūfēn le jǐ ge zhǔyào bùwèi.
ภาพนี้ใช้สีแยกบริเวณสำคัญหลายส่วน

บทสนทนา A-B

A: 图上蓝色标出的是什么部位?
Tú shàng lánsè biāochū de shì shénme bùwèi?
บริเวณสีน้ำเงินที่ทำเครื่องหมายในภาพคือส่วนไหน

B: 那是手肘附近的部位。
Nà shì shǒuzhǒu fùjìn de bùwèi.
นั่นคือบริเวณใกล้ข้อศอก

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide