สวัสดีครับนักเรียนทุกคน! พร้อมจะปลดล็อกหนึ่งในสุดยอดทักษะของภาษาจีนกันหรือยังครับ?
วันนี้เราจะมาทำเรื่องที่ดูเหมือนยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว นั่นคือ ‘ระบบการนับเลข’ ครับ เหล่าซือรับรองว่าเมื่อจบบทความนี้ นักเรียนจะไม่ได้แค่นับเลข 0-99 ได้ แต่จะเข้าใจหลักการไปจนถึงการอ่านเลขหลักแสนหลักล้านได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว! เราจะเปลี่ยนตัวเลขที่น่ากลัวให้กลายเป็นเพื่อนซี้กันในบทความเดียวจบครับ!
เป้าหมายของเราชัดเจนมากครับ เราจะเริ่มจากตัวต่อชิ้นเล็กที่สุด นั่นคือการทบทวนเลข 0-10 ซึ่งเป็นรากฐานของทุกสิ่ง จากนั้น เราจะนำตัวต่อเหล่านี้มาประกอบร่างเป็นเลข 11-99 และเมื่อฐานแน่นแล้ว เราจะก้าวไปสู่การไขความลับของเลขหลักร้อย, พัน, และที่สำคัญที่สุดคือ ‘หลักหมื่น’ ( wàn) ซึ่งเป็นกุญแจดอกสุดท้ายสู่ตัวเลขทั้งหมดในภาษาจีนครับ ระหว่างทาง เราจะแวะทำความเข้าใจ ‘สอง’ แบบ และ ที่หลายคนสับสนกันด้วย พร้อมแล้วลุยกันเลยครับ!

ทบทวนรากฐาน – ตัวเลข 0-10
ก่อนจะสร้างตึกสูง เราต้องมีอิฐที่แข็งแรงก่อนใช่ไหมครับ? ในภาษาจีนก็เหมือนกัน ตัวเลข 0-10 คืออิฐก้อนแรกและก้อนที่สำคัญที่สุดครับ เรามาทบทวนกันเร็วๆ เลยนะ
ตารางด้านล่างนี้คือหัวใจสำคัญที่นักเรียนต้องจำให้แม่นนะครับ เพราะมันคือชิ้นส่วนพื้นฐานที่เราจะนำไปใช้ประกอบเป็นตัวเลขอื่นๆ ทั้งหมด การมีพื้นฐานที่แน่นจะทำให้การเรียนรู้ในขั้นต่อไปง่ายขึ้นอย่างมากครับ
| ตัวเลขอารบิก | อักษรจีน | พินอิน (Pinyin) | คำอ่านไทย (แบบเข้าใจง่าย) |
| 0 | 零 / 〇 | líng | หลิง |
| 1 | 一 | yī | อี |
| 2 | 二 | èr | เอ้อร์ |
| 3 | 三 | sān | ซาน |
| 4 | 四 | sì | ซื่อ |
| 5 | 五 | wǔ | อู่ |
| 6 | 六 | liù | ลิ่ว |
| 7 | 七 | qī | ชี |
| 8 | 八 | bā | ปา |
| 9 | 九 | jiǔ | จิ่ว |
| 10 | 十 | shí | ฉือ |
จำ 11 ตัวนี้ให้แม่นนะครับ เพราะนี่คือทั้งหมดที่เราต้องใช้เพื่อสร้างตัวเลขไปจนถึง 99 เลยทีเดียว! ไปดูกันเลยว่าจะง่ายขนาดไหน
การสร้างตัวเลข 11-99
เมื่อเรามีตัวต่อเลโก้ชิ้นเล็กๆ (เลข 0-10) ครบแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาเอามาประกอบร่างกันครับ! ระบบการสร้างตัวเลข 11-99 ของจีนนั้นมีตรรกะที่ตรงไปตรงมามากครับ ง่ายกว่าภาษาอังกฤษที่ต้องจำคำว่า “eleven” หรือ “twelve” แยกต่างหากเสียอีก
ตัวเลข 11-19 หลักการคือการใช้ “สิบ + ตัวเลข”
สำหรับเลข 11 ถึง 19 หลักการง่ายนิดเดียวครับ คือการเอา “สิบ” () มาวางไว้ข้างหน้า แล้วตามด้วยตัวเลข 1-9 ที่เราท่องมาเมื่อสักครู่ เหมือนการบอกว่า “สิบ-หนึ่ง”, “สิบ-สอง” ไปเรื่อยๆ ครับ
หลักการคือ: (shí) + [ตัวเลข 1-9]
- 11 = (10) + (1) → (shí yī)
- 12 = (10) + (2) → (shí’èr)
- 19 = (10) + (9) → (shí jiǔ)
หลักการของตัวเลขหลักสิบ
“ตัวเลข + สิบ”
สำหรับเลขที่ลงท้ายด้วยศูนย์ เช่น 20, 30, 40 ก็มีหลักการที่ตรงไปตรงมาไม่แพ้กันครับ คือการเอาตัวเลข 2-9 มาวางไว้ข้างหน้า “สิบ” () เพื่อบอกว่ามีสิบอยู่กี่ก้อน
หลักการคือ: [ตัวเลข 2-9] + (shí)
- 20 = (2) + (10) → (èr shí)
- 30 = (3) + (10) → (sān shí)
- 90 = (9) + (10) → (jiǔ shí)
การผสมผสานขั้นสุดยอด ตัวเลข 21-99
ตอนนี้เราจะนำทั้งสองหลักการข้างบนมารวมกันเพื่อสร้างเลขที่เหลือครับ มันคือการประกอบร่างเลโก้ขั้นสุดท้ายสำหรับเลขสองหลัก ง่ายๆ คือ เอา “หลักสิบ” ที่เราเรียนไปในข้อก่อน แล้วตามด้วย “หลักหน่วย” ครับ
หลักการคือ: ([X] + ) +
- 25 = (20) + (5) → (èr shí wǔ)
- 58 = (50) + (8) → (wǔ shí bā)
- 99 = (90) + (9) → (jiǔ shí jiǔ)
เห็นไหมครับว่ามันตรงไปตรงมาเหมือนเอาตัวต่อมาวางเรียงกันเลย! ในภาษาไทยเรามีคำว่า ‘ยี่สิบ’ ซึ่งจริงๆ แล้วคำว่า ‘ยี่’ ก็มีรากมาจากภาษาจีนนั่นเอง แต่ในภาษาจีนกลางปัจจุบัน ระบบนี้ใช้ได้กับทุกเลขตั้งแต่ 20-90 เลยครับ ทำให้คาดเดาได้ง่ายและเป็นระบบมากๆ
หัวข้อที่สำคัญที่สุด! สอง ( èr) vs สอง ( liǎng)
เอาล่ะครับ มาถึงจุดที่หลายคนงงกันที่สุด! ภาษาจีนมีคำว่า ‘สอง’ ถึงสองคำ คือ (èr) และ (liǎng) แล้วจะใช้ต่างกันยังไง? ไม่ต้องกังวลครับ เหล่าซือจะอธิบายให้เคลียร์ใน 5 นาที ด้วยหลักการง่ายๆ คือ: (èr) คือ ‘เลขสอง’ ส่วน (liǎng) คือ ‘จำนวนสอง’ ครับ
(èr) มักจะใช้กับอะไรที่เป็นนามธรรม เป็นการระบุตัวตน เช่น ลำดับที่, หมายเลข, หรือตัวเลขในสมการคณิตศาสตร์ ในขณะที่ (liǎng) จะใช้กับการบอกปริมาณของสิ่งของที่จับต้องได้ หรือการนับจำนวนจริงๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูหลักการใช้กันเลยครับ
เมื่อไหร่ใช้ 二 (èr) – “เลขสอง”
二 (èr) จะถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับลำดับ หมายเลข หรือการคำนวณครับ
- ในการนับเลขเรียงลำดับ: ใช้ (èr) ในการนับเลขเรียงกัน เช่น , , (yī, èr, sān)
- ในตัวเลขหลายหลัก (หลักหน่วย/สิบ): ใช้ (èr) เท่านั้นในหลักหน่วยและหลักสิบ เช่น 12 อ่านว่า 十 (shí’èr) และ 22 อ่านว่า 十 (èr shí ‘èr) จะไม่มีการใช้ (liǎng) ในหลักเหล่านี้ (ไม่มี 十两 หรือ 两十)
- ในการบอกลำดับที่: ใช้ (èr) ในการบอกลำดับที่ เช่น (dì-èr – ลำดับที่ 2) หรือ 楼 (èrlóu – ชั้น 2)
- ในเศษส่วนและทศนิยม: ใช้ (èr) เท่านั้น เช่น 三分之**** (sān fēn zhī èr – 2/3) หรือ 零点 (líng diǎn èr – 0.2)
เมื่อไหร่ใช้ 两 (liǎng) – “จำนวนสอง”
两 (liǎng) จะถูกใช้เมื่อเราต้องการบอกปริมาณหรือจำนวนของสิ่งต่างๆ ครับ
- ในการบอกจำนวน (เมื่อมีลักษณนาม): ใช้ (liǎng) เมื่อต้องการบอกจำนวนนับของสิ่งของและมีลักษณนามตามหลัง เช่น 个人 (liǎng gè rén – คน 2 คน) หรือ 本书 (liǎng běn shū – หนังสือ 2 เล่ม) จะไม่ใช้ (èr) หน้าลักษณนามเด็ดขาด
- ในหลักร้อย, พัน, และหมื่น: นิยมใช้ (liǎng) เป็นหลักในการบอกจำนวน “สองร้อย”, “สองพัน”, และ “สองหมื่น” เช่น 百 (liǎngbǎi), 千 (liǎngqiān), 万 (liǎngwàn) แม้ว่า 百 (èrbǎi) จะใช้ได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่า
ตัวอย่างประโยคเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น:
- “ฉันมีพี่ชาย 2 คน” → 我有两个哥哥。 (Wǒ yǒu liǎng gè gēge.) – เพราะเป็นการบอกจำนวนคน ซึ่งต้องมีลักษณนาม (个 gè) ตามมา
- “วันนี้วันที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์” → 今天是二月二号。 (Jīntiān shì èr yuè èr hào.) – เพราะเป็นการบอกลำดับของเดือนและวันที่
- “ของชิ้นนี้ราคา 200 หยวน” → 这个东西两百块。 (Zhège dōngxi liǎng bǎi kuài.) – เมื่อพูดถึงจำนวนเงินในหลักร้อย คนส่วนใหญ่นิยมใช้ มากกว่า
ก้าวสู่เลขหลักร้อย, พัน และ “กฎของเลขศูนย์”
เก่งมากครับทุกคน! ตอนนี้เราไปต่อกันที่เลขหลักร้อยและพันกันนะ ง่ายนิดเดียวครับ เราแค่ต้องรู้จักตัวอักษรเพิ่มอีก 2 ตัว คือ
(bǎi – ร้อย)
(qiān – พัน)
แต่ความสนุกของพาร์ทนี้อยู่ที่ “กฎของเลขศูนย์” หรือ (líng) ครับ
หน้าที่หลักของ (líng) คือการทำหน้าที่เป็น “ตัวคั่น” ที่พูดออกมา เพื่อป้องกันความสับสนครับ ตัวอย่างเช่น ถ้าไม่มี คำว่า “หนึ่งร้อยเก้า” (109) กับ “หนึ่งร้อยเก้าสิบ” (190) อาจจะฟังดูคล้ายกันได้ ดังนั้น กฎของ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความชัดเจนครับ
กฎข้อที่ 1: เมื่อศูนย์อยู่ “คั่นกลาง”
เมื่อมีเลข 0 อยู่คั่นกลางระหว่างตัวเลขอื่น เราต้องอ่าน “零” (líng) ออกมา 1 ครั้ง เพื่อบอกว่าตำแหน่งนั้นว่างอยู่นะครับ
- 105 อ่านว่า (yī bǎi líng wǔ)
- ข้อควรระวัง: ห้ามอ่านว่า (yī bǎi wǔ) เด็ดขาด เพราะนั่นจะหมายถึง 150 ครับ
- 2008 อ่านว่า (liǎng qiān líng bā)
- ข้อสังเกต: ถึงแม้จะมีศูนย์ 2 ตัวติดกัน เราก็อ่าน แค่ครั้งเดียวครับ
กฎข้อที่ 2: เมื่อศูนย์อยู่กลาง แต่ไม่ได้อยู่ท้ายสุด
ถ้ามี 0 อยู่กลาง แต่หลักหน่วยไม่ใช่ 0 เราก็ยังต้องอ่าน 零 เพื่อคั่นหลักที่หายไปครับ
- 3050 อ่านว่า (sān qiān líng wǔshí)
- เราอ่าน เพื่อบอกว่า “หลักร้อย” นั้นว่างไป จากนั้นก็อ่าน “ห้าสิบ” () ต่อได้เลย
กฎข้อที่ 3: เมื่อศูนย์อยู่ “ท้ายสุด”
ถ้าเลข 0 อยู่ท้ายสุดของจำนวน ไม่ว่าจะกี่ตัวก็ตาม เราจะ ไม่อ่าน 零 ออกมาครับ
- 250 อ่านว่า (èr bǎi wǔshí) หรือ (liǎng bǎi wǔshí) (ไม่มี ต่อท้าย)
- 4000 อ่านว่า (sì qiān) (ไม่มี ต่อท้าย)
กุญแจดอกสุดท้าย! ปลดล็อกเลขหลักล้านด้วยระบบ “หมื่น” ( wàn)
มาถึงกุญแจดอกสุดท้ายและดอกที่สำคัญที่สุดแล้วครับ! นี่คือจุดที่แตกต่างจากภาษาไทยและอังกฤษอย่างสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่ถ้าเข้าใจแล้ว จะทำให้นักเรียนอ่านเลขได้ถึงหลักล้านสบายๆ เลยครับ หลักการคือ: ภาษาจีนไม่ได้นับทีละ 3 หลัก (พัน, ล้าน) แต่นับทีละ 4 หลัก โดยมี ‘หมื่น’ (, wàn) เป็นหัวใจสำคัญ
พูดง่ายๆ คือ เวลาเจอเลขเยอะๆ ให้ลองนับจากข้างหลังมา 4 ตัว แล้วใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) ในใจดูครับ ส่วนที่อยู่ข้างหน้าจุลภาคตัวใหม่นี้ ก็อ่านตามปกติ แล้วเติมคำว่า (wàn) เข้าไป
เรามาดูตารางเปรียบเทียบมุมมองกันครับ แล้วทุกอย่างจะกระจ่างทันที!
| ตัวเลข | มุมมองไทย/อังกฤษ (แบ่งทีละ 3 หลัก) | มุมมองจีน (แบ่งทีละ 4 หลัก) | การอ่านแบบจีน | พินอิน (Pinyin) |
| 10,000 | 10,000 | 1,0000 | 一万 | yī wàn |
| 100,000 | 100,000 | 10,0000 | 十万 | shí wàn |
| 1,000,000 | 1,000,000 | 100,0000 | 一百万 | yī bǎi wàn |
| 10,000,000 | 10,000,000 | 1000,0000 | 一千万 | yī qiān wàn |
| 100,000,000 | 100,000,000 | 1,0000,0000 | 一亿 | yī yì |
และระบบนี้ก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ครับ พอถึง 100,000,000 (ร้อยล้าน) ภาษาจีนก็จะมีหน่วยใหม่คือ (yì) ครับ เห็นไหมครับว่ามันเป็นระบบ 4 หลักที่สม่ำเสมอและมีตรรกะมากๆ เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองได้แล้ว การอ่านเลขเยอะๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
มาทดสอบกัน!
เอาล่ะครับ ทฤษฎีแน่นแล้ว ถึงเวลาลงสนามจริง! เหล่าซือมีตัวเลขสุดท้าทายมาให้ลองอ่านกัน ลองดูนะครับว่าจะใช้กฎข้อไหนบ้าง
- 250
- คำตอบ: (èr bǎi wǔshí) หรือ (liǎng bǎi wǔshí)
- คำอธิบาย: เลขนี้ทดสอบกฎ ในหลักร้อยครับ ซึ่งใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่… ข้อควรระวัง! ในภาษาพูดและวัฒนธรรมจีน คำว่า (èrbǎiwǔ) เป็นคำสแลงที่ใช้ด่า มีความหมายว่า ‘คนโง่’ หรือ ‘ไม่เต็มเต็ง’ ครับ! ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเวลาบอกราคา ควรพูดให้เต็มๆ ว่า (èr bǎi wǔshí) นะครับ นี่เป็นเกร็ดวัฒนธรรมที่ต้องรู้ไว้เลย!
- 888
- คำตอบ: (bā bǎi bāshí bā)
- คำอธิบาย: เลขนี้เป็นการทดสอบการประกอบร่างเลขหลักร้อย สิบ และหน่วยเข้าด้วยกันแบบตรงไปตรงมา นอกจากนี้ เลข 8 ( bā) ยังเป็นเลขมงคลของจีนด้วย เพราะพ้องเสียงกับคำว่า (fā) ที่แปลว่า ‘ร่ำรวย’ หรือ ‘เจริญรุ่งเรือง’ ครับ
- 2,025
- คำตอบ: (liǎng qiān líng èrshí wǔ)
- คำอธิบาย: เลขนี้ทดสอบ 3 กฎในข้อเดียว! 1) หลักพันนิยมใช้ (liǎng) 2) มี 0 คั่นกลาง ต้องอ่าน (líng) 3) หลักสิบเป็นเลข 2 ต้องใช้ (èr) ตามกฎครับ
- 54,321
- คำตอบ: (wǔ wàn sì qiān sān bǎi èrshí yī)
- คำอธิบาย: ข้อนี้ทดสอบระบบ (wàn) ครับ เราจะมองเลขนี้เป็น “5” แล้วตามด้วย “หมื่น” () ทันที จากนั้นก็อ่านส่วนที่เหลือ (4321) ตามกฎที่เราเรียนมาได้เลยครับ
- 1,250,000
- คำตอบ: (yī bǎi èrshí wǔ wàn)
- คำอธิบาย: นี่คือตัวอย่างสุดยอดของการใช้ระบบ (wàn)! เราจะมองเลขนี้เป็น “125” แล้วตามด้วย “หมื่น” ครับ เราจึงอ่านว่า (yī bǎi èrshí wǔ) แล้วตามด้วย (wàn) เป็นอันเรียบร้อย! ส่วนที่เป็นศูนย์สี่ตัวด้านหลังก็ตัดทิ้งไปเลยตามกฎการอ่านเลขที่ลงท้ายด้วยศูนย์ครับ
บทสรุปและการบ้าน
สุดยอดมากครับทุกคน! เราเดินทางมาถึงสุดทางของบทความนี้แล้ว เหล่าซือขอสรุป ‘กฎทอง 3 ข้อ’ ของการนับเลขจีนที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ:
- กฎ vs. : คือ ‘เลขสอง’ (ใช้นับเรียง, บอกลำดับ, บอกหมายเลข) ส่วน คือ ‘จำนวนสอง’ (ใช้กับลักษณนามเพื่อบอกปริมาณ).
- กฎของ : ถ้า 0 อยู่ ‘กลาง’ ต้องอ่าน ‘หลิง’ 1 ครั้งเพื่อคั่น ถ้า 0 อยู่ ‘ท้าย’ ไม่ต้องอ่าน.
- กฎของ : หัวใจของเลขจำนวนมากคือ ‘หมื่น’ (). ให้นับเลขข้างหน้า ก่อน แล้วค่อยเติมคำว่า เข้าไป (เช่น 120,000 คือ ).
และนี่คือการบ้านจากเหล่าซือครับ!
ลองเขียน ‘ปีเกิด ค.ศ.’ ของตัวเองเป็นอักษรจีนดูสิครับ!
มีทริคเล็กน้อยครับ การอ่านปี ค.ศ. ในภาษาจีน เราจะอ่านเรียงตัวเลขทีละตัวเลย ไม่ได้อ่านเป็นหลักพันหลักร้อยครับ
ตัวอย่าง: คนที่เกิดปี 1998 จะเขียนว่า (yī jiǔ jiǔ bā nián) ครับ. หรือใครจะลองไปหาป้ายราคาในห้างที่มีเลขเยอะๆ แล้วลองอ่านเป็นภาษาจีนดูก็ได้นะครับ!
ระบบตัวเลขของจีนอาจจะดูต่างไปบ้างในตอนแรก แต่เมื่อนักเรียนเข้าใจ ‘หลักการ’ ของมันแล้ว มันจะมีตรรกะที่ตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอมากครับ การฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติทันที สู้ๆ นะครับทุกคน! 加油! (Jiāyóu!)
ตารางสรุปคำศัพท์จากบทเรียน
| ตัวอักษรจีน | พินอิน (Pinyin) | คำอ่านภาษาไทย | คำแปล |
| 零 / 〇 | líng | หลิง | ศูนย์ |
| 一 | yī | อี | หนึ่ง |
| 二 | èr | เอ้อ | สอง (ใช้กับลำดับ, หมายเลข) |
| 三 | sān | ซาน | สาม |
| 四 | sì | ซื่อ | สี่ |
| 五 | wǔ | อู่ | ห้า |
| 六 | liù | ลิ่ว | หก |
| 七 | qī | ชี | เจ็ด |
| 八 | bā | ปา | แปด |
| 九 | jiǔ | จิ่ว | เก้า |
| 十 | shí | ฉือ | สิบ |
| 两 | liǎng | เหลี่ยง | สอง (ใช้กับจำนวน, ปริมาณ) |
| 百 | bǎi | ไป่ | ร้อย |
| 千 | qiān | เชียน | พัน |
| 万 | wàn | ว่าน | หมื่น |
| 亿 | yì | อี้ | ร้อยล้าน |
| 年 | nián | เหนียน | ปี |
| 加油 | jiāyóu | เจียโหยว | สู้ๆ, ให้กำลังใจ |