เที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรก 2026: วีซ่าฟรี แอปจ่ายเงิน อินเทอร์เน็ต และแผนวันแรก
เที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรกไม่ยากเกินไป แต่ไม่ควรไปแบบ “เดี๋ยวค่อยแก้หน้างาน” เพราะจีนเป็นประเทศที่ระบบชีวิตประจำวันพึ่งพาแอป การยืนยันตัวตน เบอร์โทร อินเทอร์เน็ต และการจ่ายเงินผ่านมือถือมากกว่าที่นักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากคาดไว้ ถ้าวางแผนถูกตั้งแต่ก่อนบิน วันแรกจะราบรื่นมากขึ้น แต่ถ้าขาดแผนสำรองเล็กๆ เช่น จ่ายเงินไม่ได้ เรียกรถไม่ได้ เปิดแผนที่ไม่ได้ หรือซื้อตั๋วรถไฟไม่ได้ ทริปอาจสะดุดตั้งแต่สนามบิน
บทนี้เป็นคู่มือสำหรับน้องๆ ที่อยากเที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรกแบบไม่ต้องพึ่งทัวร์ เน้นเรื่องที่ใช้จริง: พาสปอร์ตและเงื่อนไขเข้าประเทศ, เงินและแอปจ่ายเงิน, อินเทอร์เน็ต, การเดินทางในเมือง, รถไฟระหว่างเมือง, ที่พัก, อาหาร, ภาษา, และแผนสำรองเมื่อระบบดิจิทัลไม่เป็นใจ ข้อมูลส่วนที่เปลี่ยนได้ตรวจจากแหล่งทางการและแหล่งบริการหลักในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 แต่ก่อนเดินทางจริงควรเช็คซ้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะกฎเข้าเมือง เที่ยวบิน ประกัน และเงื่อนไขแอปจ่ายเงิน
อัปเดต 2026: เช็ก 6 เรื่องนี้ก่อนบิน
ถ้าน้องๆ จะเที่ยวจีนด้วยตัวเองครั้งแรกในปี 2026 ให้เช็กมากกว่าแค่ตั๋วเครื่องบินและโรงแรม เพราะหลายเรื่องเปลี่ยนตามกฎเข้าเมือง ระบบจ่ายเงิน และสภาพอินเทอร์เน็ตในจีน
| เรื่องที่ต้องเช็ก | จำแบบสั้น | ควรเตรียมอะไร |
|---|---|---|
| วีซ่าจีนคนไทย 30 วัน | พาสปอร์ตไทยธรรมดาเข้าเพื่อท่องเที่ยวได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และมีเพดานวันรวมตามประกาศ | เช็กประกาศสถานทูตก่อนบินทุกครั้ง |
| Arrival Card จีน | ตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน 2025 จีนเปิดให้กรอกออนไลน์ล่วงหน้าได้ | ใช้ช่องทาง NIA ทางการเท่านั้น บริการนี้ฟรี |
| จ่ายเงินที่จีน | Alipay / WeChat Pay สำคัญมาก แต่เงินสดและบัตรยังควรมี | ผูกบัตรต่างประเทศไว้ล่วงหน้า และพกเงินหยวนสำรอง |
| TrueMoney | บางร้านที่รองรับ Alipay+ อาจใช้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกที่ | ใช้เป็นช่องทางเสริม ไม่ใช่แผนหลักช่องทางเดียว |
| อินเทอร์เน็ตและแอป | Google, YouTube, Facebook, X อาจใช้งานไม่ได้ตามปกติ | โหลดแอปจีน แผนที่ และข้อมูลโรงแรมแบบ offline |
| เที่ยวจีนคนเดียว | เมืองใหญ่เที่ยวเองได้ แต่ต้องระวังทรัพย์สิน มิจฉาชีพ และแผนกลับที่พักตอนดึก | แชร์แผนทริป เก็บเบอร์ฉุกเฉิน และมี power bank |
อ่านต่อและเตรียมทริป
■ 10 แอปจีนที่ควรมี ก่อนเที่ยวหรืออยู่จีน
■ คู่มือสั่งอาหารในร้านอาหารจีน
■ ชาจีนมีกี่ประเภท เลือกดื่มยังไง
■ คลังเครื่องมือ HSK ฟรี สำหรับเตรียมภาษาจีนพื้นฐาน
1. เช็คก่อนว่าเข้าจีนได้กี่วัน: วีซ่าฟรี 30 วันสำหรับทริปสั้น
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาไทยและจีน มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกัน ซึ่งในทางวางแผนท่องเที่ยวหลายคนเรียกง่ายๆ ว่า วีซ่าฟรี 30 วัน โดยประกาศสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยระบุว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเดินทางเข้าประเทศคู่สัญญาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และภายในช่วงเวลา 180 วัน ระยะเวลาพำนักรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน เงื่อนไขนี้เหมาะกับทริปท่องเที่ยวทั่วไป แต่ถ้าไปทำงาน เรียน ทำกิจกรรมสื่อ ตั้งถิ่นฐาน หรืออยู่เกินกำหนด ต้องตรวจประเภทวีซ่าแยกต่างหาก
| เรื่อง | ควรจำ | ทำก่อนเดินทาง |
|---|---|---|
| เข้าจีนแบบท่องเที่ยวทั่วไป | คนไทยพาสปอร์ตธรรมดาเข้าจีนได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้งตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่า | เช็คประกาศสถานทูตจีนอีกครั้งก่อนบิน |
| จำนวนวันรวม | ภายใน 180 วัน อยู่รวมได้ไม่เกิน 90 วัน | นับทริปก่อนหน้า ถ้าเดินทางจีนบ่อยต้องระวัง |
| กิจกรรมที่ไม่ใช่ท่องเที่ยว | งาน เรียน สื่อ ตั้งถิ่นฐาน อาจต้องขออนุญาตหรือวีซ่า | สอบถามสถานทูต/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| พาสปอร์ต | ควรเหลืออายุพาสปอร์ตมากพอและมีหน้าว่าง | ถ่ายรูปหน้า passport เก็บออฟไลน์ |
ต้องกรอก Arrival Card จีนไหม?
อีกเรื่องที่ควรเพิ่มใน checklist คือ Arrival Card จีน หรือข้อมูลเข้าเมืองก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 จีนเปิดให้ชาวต่างชาติกรอกข้อมูลเข้าเมืองออนไลน์ล่วงหน้าได้ผ่านช่องทางของ National Immigration Administration หรือ NIA
ช่องทางที่ระบุโดย NIA และสถานทูตจีน ได้แก่ เว็บไซต์/แพลตฟอร์มบริการของ NIA, แอป NIA 12367, mini program ใน WeChat หรือ Alipay และ QR code ทางการ ถ้าน้องๆ ไม่ทันกรอกออนไลน์ก่อนเดินทาง ยังสามารถกรอกเมื่อถึงด่านเข้าเมืองจีนได้ผ่านอุปกรณ์ที่จุดตรวจ หรือใช้แบบกระดาษที่ยังมีให้ในบางช่องทาง
| คำถาม | คำตอบสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ต้องกรอก Arrival Card จีนไหม? | โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวต่างชาติควรเตรียมกรอกข้อมูลเข้าเมืองตามระบบของจีน เว้นแต่เข้าข่ายกลุ่มที่ NIA ระบุว่ายกเว้น | เช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนบิน เพราะกฎด่านเข้าเมืองเปลี่ยนได้ |
| กรอกได้ที่ไหน? | เว็บไซต์ NIA, NIA 12367, WeChat/Alipay mini program หรือ QR code ทางการ | อย่ากรอกข้อมูลพาสปอร์ตในเว็บที่ดูไม่เป็นทางการ |
| กรอกฟรีไหม? | ฟรี NIA ระบุชัดว่าการกรอก Arrival Card ออนไลน์ไม่มีค่าบริการ | ระวังเว็บปลอมที่เรียกเก็บเงินหรือขอค่าดำเนินการ |
| ถ้ากรอกออนไลน์ไม่ทันทำอย่างไร? | ไปกรอกที่ด่านเข้าเมืองได้ โดยใช้ QR code/อุปกรณ์ที่จุดตรวจ หรือแบบกระดาษตามที่มีให้ | เผื่อเวลาเพิ่มตอนลงเครื่อง โดยเฉพาะสนามบินใหญ่ |
สรุปง่ายๆ คือ ก่อนบินให้ลองกรอก Arrival Card จากช่องทางทางการไว้ก่อน จะช่วยลดความตื่นตอนถึงสนามบิน แต่ถ้าทำไม่ทันก็ยังมีทางเลือกที่ด่านเข้าเมือง
2. วางเส้นทางแบบมือใหม่ อย่าอัดหลายเมืองเกินไป
ข้อผิดพลาดของทริปจีนครั้งแรกคืออยากเก็บหลายเมืองในทริปสั้นๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หางโจว ซีอาน เฉิงตู ในเจ็ดวัน ฟังดูคุ้ม แต่จริงๆ เหนื่อยมาก เพราะแต่ละเมืองใหญ่ สนามบินกับตัวเมืองอาจไกล สถานีรถไฟความเร็วสูงมีหลายสถานี และบางสถานที่ต้องจองล่วงหน้า ถ้าเป็นครั้งแรก แนะนำให้เลือกหนึ่งเมืองหลักกับหนึ่งเมืองเสริมพอ เช่น เซี่ยงไฮ้บวกหางโจว หรือปักกิ่งอย่างเดียวแบบละเอียด
| จำนวนวัน | แผนที่เหมาะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 3-4 วัน | เมืองเดียว | ลดเวลาย้ายเมือง เหมาะกับการปรับตัวกับแอปและการเดินทาง |
| 5-6 วัน | เมืองหลัก 1 เมือง + day trip ใกล้ๆ | ได้เห็นความต่างโดยไม่เหนื่อยเกินไป |
| 7-9 วัน | 2 เมืองที่ต่อรถไฟง่าย | เริ่มใช้รถไฟระหว่างเมืองได้ แต่ยังไม่แน่นเกิน |
| 10 วันขึ้นไป | 2-3 เมือง | มีเวลาเผื่อเดินทาง พัก และแก้เหตุฉุกเฉิน |
ไปจีนเดือนไหนดี: ฤดูกาลและอากาศที่มือใหม่ควรรู้
จีนกว้างมาก อากาศของปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู กว่างโจว และฮาร์บินไม่เหมือนกันเลย ดังนั้นอย่าเช็กแค่ “อากาศจีน” แบบประเทศเดียว ให้เช็กชื่อเมืองจริงในช่วงวันที่เดินทาง
| ช่วงเวลา | เหมาะกับใคร | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ฤดูใบไม้ผลิ / ฤดูใบไม้ร่วง | มือใหม่ส่วนใหญ่ เพราะอากาศมักเดินเที่ยวสบายกว่า | เมืองยอดนิยมอาจคนเยอะและราคาที่พักสูงในวันหยุด |
| ฤดูร้อน | คนที่รับอากาศร้อนและฝนได้ | ฝนตกหนัก น้ำท่วมบางพื้นที่ และพายุอาจกระทบเที่ยวบิน/รถไฟ |
| พฤษภาคมถึงพฤศจิกายน | ยังเที่ยวได้ แต่ต้องติดตามประกาศอากาศ | GOV.UK ระบุว่าช่วงไต้ฝุ่นโดยทั่วไปอยู่ราวพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน และกระทบภาคใต้/ชายฝั่งตะวันออกได้ |
| ฤดูหนาว | คนอยากเจอหิมะหรือบรรยากาศหนาวจริง | ภาคเหนือหนาวมาก ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวจริงจัง และเผื่อเวลาเดินทาง |
สำหรับเที่ยวจีนครั้งแรก ถ้าไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะอย่างหิมะหรือเทศกาลใหญ่ ช่วงที่อากาศไม่สุดโต่งมักช่วยให้ทริปง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ชินกับการใช้แอปจีนและการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน
3. เลือกเมืองแรกให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง
เมืองแรกควรเลือกจากความสะดวก ไม่ใช่จากความดังอย่างเดียว ถ้าน้องๆ อยากเริ่มง่าย มีภาษาอังกฤษมากกว่าเมืองรอง และเดินทางสะดวก เซี่ยงไฮ้เป็นตัวเลือกดี ถ้าชอบประวัติศาสตร์ ปักกิ่งเหมาะมาก แต่ต้องวางแผนจองสถานที่ล่วงหน้ามากขึ้น ถ้าชอบอาหารเผ็ดและบรรยากาศชิล เฉิงตูน่าสนใจ แต่ควรเตรียมแอปแปลภาษาและแผนที่ให้พร้อม เมืองไหนก็เที่ยวเองได้ แต่อย่าเริ่มด้วยเมืองที่ต้องต่อรถหลายชั้นตั้งแต่วันแรก
4. เตรียมเงิน: มือถือสำคัญ แต่เงินสดยังควรมี
จีนใช้ mobile payment สูงมาก แต่คู่มือของรัฐบาลจีนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังระบุทางเลือกการจ่ายเงินหลายแบบ เช่น mobile payment, บัตรธนาคาร, เงินสด และ e-CNY สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สิ่งที่ควรทำคือเตรียม Alipay หรือ WeChat Pay ให้พร้อมก่อนบิน ผูกบัตรต่างประเทศ ทดสอบเข้าแอป และพกเงินสดหยวนจำนวนหนึ่งเป็นแผนสำรอง เผื่อร้านเล็กๆ สัญญาณไม่ดี หรือบัตรถูกปฏิเสธ
| วิธีจ่าย | ใช้เมื่อไหร่ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Alipay | จ่ายร้านค้า รถไฟใต้ดิน เรียกรถ บางบริการในเมือง | ผูกบัตรก่อนบินและเช็คว่าบัตรธนาคารรองรับ |
| WeChat Pay | จ่ายร้านค้า คุยกับร้าน/ที่พัก บางเมืองใช้สะดวกมาก | บัญชีใหม่อาจมีข้อจำกัด ต้องเตรียมล่วงหน้า |
| บัตรเครดิต/เดบิต | โรงแรม ห้าง ร้านใหญ่ บางบริการออนไลน์ | ไม่ใช่ทุกร้านรับบัตรต่างประเทศ |
| เงินสดหยวน | แผนสำรอง ร้านเล็ก รถแท็กซี่บางกรณี | พกพอดี ไม่ต้องเยอะเกิน และเตรียมแบงก์ย่อย |
ใช้ TrueMoney ที่จีนได้ไหม?
สำหรับคนไทย คำถามนี้สำคัญมาก คู่มือการจ่ายเงินของรัฐบาลจีนระบุว่า e-wallet ต่างประเทศบางตัว เช่น TrueMoney และ Changi Pay อาจได้รับการยอมรับจากร้านค้าในจีนบางแห่งผ่านระบบที่รองรับ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าใช้ได้ทุกร้านเหมือนอยู่ไทย
| ช่องทางจ่ายเงิน | ใช้เมื่อไร | ข้อควรจำ |
|---|---|---|
| Alipay | ใช้กับร้านค้า รถ เรียกบริการ และหลายระบบท่องเที่ยว | ควรผูกบัตรต่างประเทศและทดสอบก่อนบิน |
| WeChat Pay | ใช้กับร้านค้าและบริการที่ผูกกับ WeChat | เป็นช่องทางเสริมที่ดี โดยเฉพาะถ้าต้องสื่อสารผ่าน WeChat |
| TrueMoney / Alipay+ | บางร้านที่รองรับระบบที่เกี่ยวข้องอาจใช้ได้ | อย่าพึ่งเป็นช่องทางหลักช่องทางเดียว เพราะการรองรับขึ้นกับร้านและระบบหน้าร้าน |
| เงินสดหยวน | ใช้เป็นแผนสำรองเมื่อมือถือ บัตร หรือแอปมีปัญหา | พกธนบัตรย่อยไว้บ้าง เพราะบางร้านอาจทอนยาก |
| บัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศ | โรงแรมใหญ่ ห้าง หรือร้านที่มีเครื่องรับบัตร | เปิดใช้งานต่างประเทศ และอย่าคาดหวังว่าร้านเล็กจะรับบัตร |
สูตรที่ปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่คือ เตรียมอย่างน้อย 3 ชั้น: Alipay หรือ WeChat Pay ที่ผูกบัตรไว้แล้ว, เงินสดหยวนจำนวนหนึ่ง และบัตรอีกใบเป็นสำรอง ส่วน TrueMoney ให้ถือเป็นทางเลือกเสริมถ้าร้านรองรับ
5. แอปที่ควรติดตั้งก่อนขึ้นเครื่อง
อย่ารอไปโหลดที่จีน เพราะบางครั้งเบอร์ไทยรับ OTP ช้า อินเทอร์เน็ตยังไม่พร้อม หรือแอปต้องตั้งค่าหลายขั้นตอน แอปขั้นต่ำสำหรับมือใหม่คือ Alipay, WeChat, แผนที่, แอปเรียกรถ, แอปจองที่พัก/ตั๋ว, แอปแปลภาษา และแอปสายการบิน/โรงแรมที่ใช้จริง ถ้าจะนั่งรถไฟระหว่างเมือง ให้เตรียม 12306 หรือใช้แพลตฟอร์มที่รองรับภาษาอังกฤษอย่าง Trip.com ควบคู่
| หมวด | แอป/บริการ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| จ่ายเงิน | Alipay, WeChat Pay | จ่ายร้านค้า เรียกรถ เมโทร บางบริการท้องถิ่น |
| สื่อสาร | ติดต่อโรงแรม ร้านค้า คนขับ หรือเพื่อนที่จีน | |
| แผนที่ | AMap หรือ Baidu Maps | ดูเส้นทางรถไฟใต้ดิน รถบัส เดินเท้า |
| เดินทาง | DiDi, 12306, Trip.com | เรียกรถ ซื้อตั๋วรถไฟ จองโรงแรม/กิจกรรม |
| ภาษา | Pleco, Baidu Translate หรือแอปแปลที่ถนัด | แปลเมนู ป้าย ประโยคฉุกเฉิน |
6. อินเทอร์เน็ตต้องพร้อมตั้งแต่สนามบิน
ทริปจีนยุคนี้อินเทอร์เน็ตคือแผนที่ กระเป๋าเงิน ล่าม และตั๋วเดินทางในเครื่องเดียว ตัวเลือกหลักคือ eSIM, ซิมท่องเที่ยว, roaming จากค่ายไทย หรือซื้อซิมในจีน แต่สำหรับมือใหม่ eSIM หรือ roaming ที่เปิดใช้ได้ตั้งแต่เครื่องลงจอดมักลดความเสี่ยงที่สุด ก่อนซื้อให้เช็คว่าโทรศัพท์รองรับ eSIM ไหม ใช้ Google/LINE/บริการที่ต้องใช้ได้หรือไม่ และมีวิธีติดต่อผู้ขายเมื่อใช้งานไม่ได้หรือเปล่า
LINE / Google / YouTube ใช้ได้ไหมในจีน?
ในจีน บริการออนไลน์บางอย่างอาจใช้งานไม่ได้ตามปกติ GOV.UK ระบุว่าบริการอย่าง Google, Facebook, YouTube และ X ถูกบล็อกถาวร และเว็บไซต์อื่นๆ อาจถูกบล็อกเป็นครั้งคราว ดังนั้นอย่าวางแผนทริปโดยพึ่ง Google Maps, Gmail, YouTube หรือบริการตะวันตกเพียงอย่างเดียว
| สิ่งที่หลายคนพึ่ง | ความเสี่ยงในจีน | ควรเตรียมแทน |
|---|---|---|
| Google Maps | ข้อมูลอาจไม่สะดวกหรือใช้งานไม่ได้ตามปกติ | AMap, Baidu Maps, screenshot ที่อยู่โรงแรมภาษาจีน |
| Gmail / Google Drive | อาจเปิดไม่ได้ในเวลาที่ต้องใช้เอกสาร | เซฟ PDF ตั๋ว โรงแรม ประกัน และพาสปอร์ตไว้ในเครื่อง |
| LINE | อาจไม่เสถียร ขึ้นกับเครือข่ายและช่วงเวลา | นัดคนที่บ้านเรื่องช่องทางสำรอง และเก็บเบอร์โทรสำคัญ |
| YouTube / Facebook / X | ไม่ควรใช้เป็นแหล่งข้อมูลแผนเที่ยวหน้างาน | ดาวน์โหลดข้อมูลสำคัญก่อนบิน |
| VPN | กฎหมายจีนมีข้อกำหนดเรื่องบริการออนไลน์และ VPN | ตรวจข้อกฎหมายท้องถิ่นเองและอย่าใช้บริการที่ไม่ชัดเจน |
ก่อนบินให้ทำ “ชุดออฟไลน์” ไว้หนึ่งชุด: ที่อยู่โรงแรมภาษาจีน, เบอร์โรงแรม, QR booking, หน้า passport, ประกันเดินทาง, แผนที่รอบที่พัก, ชื่อสถานีรถไฟ/สนามบิน และประโยคขอความช่วยเหลือสั้นๆ
7. วันที่ถึงจีนให้มีแผนง่ายที่สุด
วันแรกไม่ควรจัดกิจกรรมแน่น เพราะต้องผ่าน ตม. รับกระเป๋า ตั้งค่าอินเทอร์เน็ต เรียกรถหรือขึ้นรถไฟเข้าเมือง เช็คอิน และปรับตัวกับแอป ถ้าเครื่องลงบ่ายหรือเย็น ให้ตั้งเป้าแค่เข้าโรงแรม กินข้าวใกล้ที่พัก เดินดูรอบๆ และทดสอบจ่ายเงินกับร้านเล็กๆ หนึ่งครั้ง ถ้าทุกอย่างผ่าน วันต่อไปค่อยเริ่มตารางเที่ยวจริง
| ช่วงเวลา | งานหลัก | อย่าลืม |
|---|---|---|
| ก่อนลงเครื่อง | เปิด roaming/eSIM เตรียมที่อยู่โรงแรมภาษาจีน | เก็บ screenshot ไว้แบบ offline |
| หลังรับกระเป๋า | เช็คเน็ต เปิดแผนที่ เปิดแอปจ่ายเงิน | อย่าเพิ่งออกจากสนามบินถ้าเน็ตยังใช้ไม่ได้ |
| เข้าเมือง | เลือกทางที่ง่ายที่สุด ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด | วันแรกเน้นความแน่นอน |
| ถึงโรงแรม | เช็คอิน พัก ทดสอบจ่ายเงินใกล้ที่พัก | ถาม reception เรื่องสถานี/ทางออกที่ใกล้ที่สุด |
เที่ยวจีนคนเดียวปลอดภัยไหม: เช็กแบบ solo traveler
ภาพรวมเมืองใหญ่ในจีนเดินทางเองได้ค่อนข้างสะดวก แต่เที่ยวจีนคนเดียวต้องคิดแบบ “ลดจุดพลาด” มากกว่าทริปที่ไปกับเพื่อน GOV.UK ระบุว่าอาชญากรรมรุนแรงต่อชาวต่างชาติพบไม่บ่อย แต่ยังมีเหตุได้ และควรระวังทรัพย์สินในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงมิจฉาชีพแนวชวนไปดื่มชา นวด หรือเข้าร้านแล้วเรียกเก็บเงินสูง
| สถานการณ์ | คำแนะนำสำหรับคนเที่ยวคนเดียว | เหตุผล |
|---|---|---|
| เลือกเมืองแรก | เริ่มจากเมืองที่มี metro ดี สนามบินเข้าเมืองง่าย และโรงแรมใกล้สถานี | ลดการเรียกรถและลดความเสี่ยงหลงทางวันแรก |
| ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว | เลี่ยงดื่มกับคนแปลกหน้า ไม่รับเครื่องดื่มที่ไม่ได้เห็นขั้นตอน และกลับที่พักก่อนดึกมาก | GOV.UK เตือนเรื่อง drink spiking/sexual assault แม้พบไม่บ่อย |
| กลับที่พักตอนดึก | รู้เส้นทาง metro/ทางออกสถานีไว้ก่อน และมีแผนเรียกรถจากแอปหรือให้โรงแรมช่วย | เมืองใหญ่มีหลายทางออกสถานี ถ้าผิดทางอาจเดินไกล |
| เจอคนชวนไปดื่มชา/นวด/บาร์ | ปฏิเสธสุภาพแล้วเดินออก อย่าตามไปสถานที่ที่ไม่ได้วางแผน | เป็นรูปแบบ scam ที่พบบริเวณท่องเที่ยว |
| มือถือแบตหมด | พก power bank และมีที่อยู่โรงแรมบนกระดาษหรือ screenshot | มือถือคือแผนที่ กระเป๋าเงิน ล่าม และตั๋วในเครื่องเดียว |
| จ่ายเงินไม่ได้ | มีเงินสดหยวนและบัตรอีกใบแยกจากกระเป๋าหลัก | แอปหรือบัตรอาจล่ม/ถูกปฏิเสธได้ |
ถ้าเที่ยวคนเดียว ให้แชร์แผนรายวันกับคนที่บ้านหรือเพื่อนหนึ่งคน เช่น โรงแรม เมืองที่ไป เลขเที่ยวบิน/รถไฟ และเวลาที่คาดว่าจะกลับถึงที่พัก ไม่ต้องแชร์ทุกนาที แต่ควรมีคนรู้ภาพรวมทริป
เบอร์ฉุกเฉินจีนและกรณีพาสปอร์ตหาย
ก่อนเดินทางให้เซฟเบอร์ฉุกเฉินไว้ทั้งในมือถือและแบบ offline เพราะตอนเกิดปัญหาจริงเราอาจไม่มีเน็ตหรือเปิดแอปไม่ได้
| เหตุฉุกเฉิน | เบอร์ในจีน | ควรทำอะไรเพิ่ม |
|---|---|---|
| ตำรวจ | 110 | ใช้เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรม พาสปอร์ตหาย หรือถูกคุกคาม |
| ดับเพลิง | 119 | ใช้กรณีไฟไหม้หรือเหตุฉุกเฉินด้านอาคาร |
| รถพยาบาล | 120 | ใช้กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน |
ถ้าพาสปอร์ตหาย ให้แจ้งตำรวจท้องที่ทันทีและเก็บใบรายงานไว้ เพราะอาจจำเป็นต่อการติดต่อสถานทูต/สถานกงสุล โรงแรม รถไฟ หรือประกันเดินทาง จากนั้นติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย และบริษัทประกันเดินทางของตัวเอง
เอกสารที่ควรมีสำรอง: รูปหน้าพาสปอร์ต, สำเนาวีซ่าหรือหลักฐานเข้าเมืองถ้ามี, เบอร์โรงแรม, ที่อยู่โรงแรมภาษาจีน, เบอร์สถานทูต/สถานกงสุลไทย และกรมธรรม์ประกันเดินทาง
8. รถไฟใต้ดินและรถไฟความเร็วสูงต้องแยกกัน
รถไฟใต้ดินใช้เดินทางในเมือง ส่วนรถไฟความเร็วสูงใช้ข้ามเมือง นักท่องเที่ยวใหม่มักสับสนชื่อสถานี เช่น Shanghai Railway Station, Shanghai Hongqiao Railway Station, Beijing South Railway Station คนละแห่งกับสนามบินและสถานีเมโทรบางจุด เวลาจองตั๋ว ให้ดูชื่อสถานีเต็ม ภาษาอังกฤษและภาษาจีน เวลาออกเดินทาง และเวลาไปถึงสถานีล่วงหน้า โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงควรเผื่อเวลา security check และหาชานชาลา
9. โรงแรมต้องรับชาวต่างชาติและที่อยู่ต้องชัด
ก่อนจองที่พัก ให้เช็ครีวิวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและดูว่าที่พักรับพาสปอร์ตต่างชาติได้หรือไม่ จองผ่านแพลตฟอร์มที่มีภาษาอังกฤษหรือมี customer service ช่วยได้จะปลอดภัยกว่า เก็บชื่อโรงแรม ที่อยู่ภาษาจีน เบอร์โทร และรูปหน้าโรงแรมไว้ในมือถือแบบ offline เพราะคนขับรถหรือคนท้องถิ่นอาจอ่านชื่ออังกฤษไม่ถนัด
ลงทะเบียนที่พักสำหรับชาวต่างชาติ: โรงแรม vs บ้านเพื่อน
นอกจากเลือกโรงแรมที่รับชาวต่างชาติแล้ว ยังควรรู้เรื่อง การลงทะเบียนที่พักของชาวต่างชาติ ด้วย ตามประกาศของ NIA ถ้าพักโรงแรม โรงแรมจะลงทะเบียนข้อมูลที่พักตามระบบโรงแรมและส่งข้อมูลให้หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะในพื้นที่ แต่ถ้าพักบ้านเพื่อน บ้านญาติ หรือที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ผู้เข้าพักหรือเจ้าของบ้านต้องดำเนินการลงทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมงหลังมาถึง
| พักแบบไหน | ใครมักจัดการ | สิ่งที่น้องๆ ควรทำ |
|---|---|---|
| โรงแรมทั่วไป | โรงแรมลงทะเบียนให้ตามระบบ | เตรียมพาสปอร์ตตัวจริง และเช็กว่าโรงแรมรับชาวต่างชาติ |
| บ้านเพื่อน / บ้านญาติ | ผู้เข้าพักหรือเจ้าบ้านต้องลงทะเบียน | ถามเจ้าบ้านล่วงหน้าว่าต้องทำที่สถานีตำรวจหรือทำออนไลน์ได้ไหม |
| ที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม | ขึ้นกับพื้นที่และรูปแบบที่พัก | เก็บที่อยู่ภาษาจีน เบอร์เจ้าของที่พัก และหลักฐานการจอง |
| พื้นที่นำร่องออนไลน์ | ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2026 NIA นำร่องใน Hebei, Liaoning, Zhejiang, Hubei, Guangxi, Chongqing และ Sichuan | ใช้ NIA website, NIA 12367 app, WeChat/Alipay mini program ได้ในพื้นที่ที่เปิดบริการ แต่ช่องทาง offline ยังมีอยู่ |
ถ้าเป็นทริปแรกและเที่ยวคนเดียว แนะนำให้พักโรงแรมหรือที่พักที่ระบุชัดว่ารับชาวต่างชาติ จะลดงานเอกสารและลดความเสี่ยงเรื่องเช็กอินตอนดึกได้มาก
10. อาหาร: เตรียมประโยคและแผนสั่งอาหาร
ถ้าน้องๆ อ่านเมนูจีนไม่ออก ให้เตรียมคำพื้นฐาน เช่น ไม่เผ็ด 少辣, ไม่เอาเผ็ด 不要辣, น้ำเปล่า 水, จ่ายเงิน 买单 และใช้รูปประกอบในเมนูช่วย ร้านเล็กบางแห่งไม่มีเมนูอังกฤษ แต่คนจีนมักช่วยถ้าเราชี้รูปหรือใช้แอปแปลภาษา ประสบการณ์สั่งอาหารจะดีขึ้นมากถ้าเตรียมคำที่ตัวเองกินไม่ได้ เช่น แพ้ถั่ว แพ้อาหารทะเล ไม่กินหมู หรือกินมังสวิรัติ
11. ภาษาเอาตัวรอด 12 ประโยค
| สถานการณ์ | จีน | ไทย |
|---|---|---|
| ถามทาง | 这个地方怎么走? | ไปที่นี่ไปยังไง |
| เรียกรถ | 我在这里。 | ฉันอยู่ตรงนี้ |
| จ่ายเงิน | 可以用支付宝吗? | ใช้ Alipay ได้ไหม |
| ขอใบเสร็จ | 可以给我小票吗? | ขอใบเสร็จได้ไหม |
| ไม่เผ็ด | 不要辣。 | ไม่เอาเผ็ด |
| เผ็ดนิดเดียว | 少辣。 | เผ็ดน้อย |
| ห้องน้ำ | 洗手间在哪里? | ห้องน้ำอยู่ที่ไหน |
| โรงแรม | 我要去这个酒店。 | ฉันจะไปโรงแรมนี้ |
| ช่วยเหลือ | 请帮我一下。 | ช่วยฉันหน่อย |
| ไม่เข้าใจ | 我听不懂。 | ฉันฟังไม่เข้าใจ |
| พูดช้าๆ | 请说慢一点。 | ช่วยพูดช้าหน่อย |
| ฉุกเฉิน | 我需要帮助。 | ฉันต้องการความช่วยเหลือ |
12. แผนสำรองเมื่อแอปใช้ไม่ได้
แผนสำรองไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เที่ยวจีนเองได้มั่นใจขึ้น ให้เตรียม screenshot ที่อยู่โรงแรม แผนที่รอบโรงแรม QR/booking confirmation เบอร์โทรโรงแรม ประกันเดินทาง และเบอร์ติดต่อธนาคารไว้แบบ offline ถ้า Alipay หรือ WeChat Pay ใช้ไม่ได้ ให้มีเงินสดหยวนและบัตรอีกใบ ถ้าเรียกรถไม่ได้ ให้รู้สถานีเมโทรที่ใกล้ที่สุด ถ้าแปลภาษาไม่ได้ ให้มีรูปประโยคสำคัญหรือไฟล์ PDF ในเครื่อง
| ปัญหา | ทางแก้เร็ว | เตรียมก่อนบิน |
|---|---|---|
| จ่ายเงินไม่ได้ | ใช้เงินสด/ลองอีกแอป/ลองบัตรอีกใบ | ผูกทั้ง Alipay และ WeChat Pay ถ้าเป็นไปได้ |
| เน็ตใช้ไม่ได้ | ใช้ Wi-Fi สนามบิน/โรงแรม ติดต่อผู้ขาย eSIM | เก็บข้อมูลสำคัญ offline |
| เรียกรถไม่ได้ | ใช้เมโทรหรือให้โรงแรมช่วยเรียก | รู้ชื่อสถานีเมโทรใกล้โรงแรม |
| คุยไม่เข้าใจ | ใช้ประโยคสั้น แสดงที่อยู่/รูปภาพ | เตรียมประโยคจีนพื้นฐาน |
13. Checklist ก่อนบิน 7 วัน
ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเดินทางให้หยุดเพิ่มสถานที่เที่ยวใหม่ แล้วตรวจระบบที่ทำให้ทริปเดินได้จริงแทน ได้แก่ พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ประกัน อินเทอร์เน็ต แอปจ่ายเงิน แอปแผนที่ และเอกสารสำคัญ offline ถ้าทุกอย่างพร้อม ทริปจะยืดหยุ่นได้ แม้บางร้านปิด ฝนตก หรือแผนเปลี่ยน
■ เช็คเงื่อนไขเข้าประเทศและวันพำนัก
■ เช็คชื่อในตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และพาสปอร์ตให้ตรงกัน
■ ผูกบัตรกับ Alipay/WeChat Pay และเปิดใช้งานให้ได้ก่อนบิน
■ ดาวน์โหลดแอปแผนที่ แปลภาษา เรียกรถ และจองตั๋ว
■ ซื้อ eSIM/roaming หรือเตรียมซิม
■ แลกเงินสดหยวนจำนวนหนึ่ง
■ เก็บ PDF/screenshot ของ booking, passport, insurance, ที่อยู่โรงแรม
■ เตรียมประโยคจีนที่จำเป็นสำหรับอาหาร ทาง และจ่ายเงิน
14. ตัวอย่างแผน 5 วันสำหรับมือใหม่
| วัน | แผน | เหตุผล |
|---|---|---|
| วัน 1 | ถึงจีน เข้าโรงแรม กินใกล้ที่พัก ทดสอบจ่ายเงิน | ปรับตัวและเช็คระบบ |
| วัน 2 | เที่ยวแลนด์มาร์กหลักในเมืองเดียว | ใช้เมโทรและแผนที่จริงครั้งแรก |
| วัน 3 | พิพิธภัณฑ์/ย่านวัฒนธรรม/ร้านอาหารท้องถิ่น | เริ่มใช้ภาษาจีนและแอปแปล |
| วัน 4 | day trip หรือย่านชานเมืองที่เดินทางง่าย | ทดลองออกนอกพื้นที่หลักโดยยังไม่เสี่ยงเกิน |
| วัน 5 | ซื้อของ เดินเล่นใกล้โรงแรม ไปสนามบิน | เผื่อเวลา ไม่รีบในวันกลับ |
15. ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
ข้อแรกคือจองหลายเมืองเกินไป ข้อสองคือคิดว่าใช้บัตรเครดิตได้ทุกที่ ข้อสามคือไม่เตรียมเน็ตตั้งแต่สนามบิน ข้อสี่คือไม่เก็บชื่อโรงแรมภาษาจีน ข้อห้าคือไปถึงแล้วค่อยโหลดแอป ข้อหกคือไม่เผื่อเวลาสถานีรถไฟ ข้อเจ็ดคือไม่เช็ควันปิดหรือระบบจองสถานที่ยอดนิยม ถ้าเลี่ยงเจ็ดข้อนี้ได้ ทริปแรกจะง่ายขึ้นมาก
สรุป: เที่ยวจีนครั้งแรกให้ชนะตั้งแต่วันแรก
ทริปจีนด้วยตัวเองที่ดีไม่ใช่ทริปที่แน่นที่สุด แต่คือทริปที่ระบบพื้นฐานไม่พัง ตั้งแต่เข้าประเทศ จ่ายเงิน เดินทาง สื่อสาร และกลับที่พักได้เอง ถ้าน้องๆ เตรียมแอป เงินสำรอง อินเทอร์เน็ต เอกสาร offline และเลือกเมืองแรกให้เหมาะกับตัวเอง จีนจะเป็นประเทศที่เที่ยวเองสนุกมาก เพราะรถไฟดี เมืองใหญ่มีระบบขนส่งแน่น อาหารหลากหลาย และมีอะไรให้เรียนรู้ทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
คนไทยเที่ยวจีนต้องขอวีซ่าไหม
สำหรับพาสปอร์ตธรรมดาและการท่องเที่ยวระยะสั้น ตามประกาศสถานทูตจีน คนไทยเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และภายใน 180 วันอยู่รวมไม่เกิน 90 วัน แต่ก่อนเดินทางควรเช็คประกาศล่าสุดอีกครั้ง
เที่ยวจีนครั้งแรกควรไปเมืองไหนดี
ถ้าอยากเริ่มง่าย ให้เลือกเมืองที่ระบบขนส่งดีและมีเที่ยวบินตรงหรือเดินทางต่อไม่ซับซ้อน เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู หรือกว่างโจว เลือกหนึ่งเมืองหลักก่อน แล้วค่อยเพิ่ม day trip ใกล้ๆ แทนการย้ายเมืองทุกวัน
เที่ยวจีนคนเดียวปลอดภัยไหม
เที่ยวคนเดียวได้ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่มีรถไฟใต้ดินและโรงแรมชัดเจน แต่ควรระวังทรัพย์สินในที่คนเยอะ เลี่ยงตามคนแปลกหน้าไปดื่มชา นวด หรือบาร์ และควรแชร์แผนทริปกับคนที่ไว้ใจไว้หนึ่งคน
ต้องกรอก Arrival Card จีนไหม
ตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน 2025 จีนเปิดระบบ Arrival Card ออนไลน์ให้ชาวต่างชาติก่อนเดินทางผ่านช่องทาง NIA ทางการ ถ้ากรอกออนไลน์ไม่ทัน สามารถกรอกที่ด่านเข้าเมืองได้ตามช่องทางที่จัดไว้ บริการออนไลน์นี้ฟรี
ใช้ TrueMoney ที่จีนได้ไหม
บางร้านที่รองรับระบบที่เกี่ยวข้องกับ Alipay+ อาจรับ TrueMoney ได้ แต่ไม่ควรพึ่งเป็นช่องทางหลักช่องทางเดียว ให้เตรียม Alipay หรือ WeChat Pay ที่ผูกบัตรต่างประเทศไว้ และพกเงินสดหยวนเป็นแผนสำรอง
LINE / Google / YouTube ใช้ได้ไหมในจีน
บริการบางอย่างอาจใช้ไม่ได้หรือไม่เสถียร โดย GOV.UK ระบุว่า Google, Facebook, YouTube และ X ถูกบล็อกในจีน ควรโหลดแอปจีนและเก็บเอกสารสำคัญแบบ offline ก่อนบิน
ไปจีนครั้งแรกควรพกเงินสดไหม
ควรพกเงินสดหยวนจำนวนหนึ่งเป็นแผนสำรอง ถึงแม้ mobile payment จะสำคัญมาก เพราะบางสถานการณ์แอปหรือบัตรอาจใช้ไม่ได้ทันที
ใช้ Google Maps ในจีนพอไหม
ควรมีแอปแผนที่จีน เช่น AMap หรือ Baidu Maps เพิ่ม เพราะข้อมูลขนส่งและสถานที่ท้องถิ่นมักละเอียดกว่า โดยเฉพาะชื่อทางออกสถานีและเส้นทางรถบัส
ควรจองรถไฟจีนผ่าน 12306 หรือ Trip.com
12306 เป็นเว็บไซต์ทางการของ China Railway ส่วน Trip.com ใช้ง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในหลายกรณี เลือกตามความถนัด แต่ต้องตรวจชื่อ สถานี เวลา และพาสปอร์ตให้ตรง
แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ
■ Embassy of China in Thailand: Requirements and Procedures for Chinese Visa Application
■ Embassy of China in the U.S.: China Launches Online Arrival Card for International Travelers
■ National Immigration Administration: Beware of Fraudulent Websites for Arrival Card Filling
■ NIA official Arrival Card filling page
■ National Immigration Administration: Online accommodation registration pilot for foreigners
■ China government payment service guide for overseas visitors
■ Alipay+: Pay in the Chinese mainland
■ GOV.UK China travel advice: safety, scams, internet access
■ GOV.UK China travel advice: typhoon and travel disruption notes
■ U.S. Department of State: China travel advisory and emergency numbers
■ China Railway 12306 English site
■ Trip.com app page






