ปกบทเรียน HSK 7-9 คำศัพท์กฎหมาย นโยบาย และการบริหาร

HSK 7-9 คำศัพท์กฎหมาย นโยบาย และการบริหารที่ควรรู้เวลาอ่านข่าว

ข่าวกฎหมายและนโยบายจีนยากตรงที่คำหลายคำแปลไทยคล้ายกัน แต่ทำหน้าที่คนละช่วง บางคำบอกว่ากำลังร่างกติกา บางคำบอกว่าศาลเพิ่งรับคดี บางคำเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของคู่ความ และบางคำบอกว่างานถูกวางแผนแล้วแต่ยังต้องนำไปปฏิบัติ หากนักเรียนแปลทุกคำว่า “ดำเนินการ” หรือ “กฎหมาย” เหมือนกัน ลำดับข่าวจะหายไปทันที

บทนี้คัดคำหลัก 36 คำที่ตรวจแล้วว่าอยู่ในรายการระดับ HSK 7-9 ของ syllabus ทางการที่มีผลเดือนกรกฎาคม 2026 พร้อมพินอิน ชนิดคำ ชุดคำที่พบจริง ความต่าง ตัวอย่าง บทอ่านสมมติ และแบบฝึก เป้าหมายคืออ่านแล้วตอบได้ว่า “ใครทำอะไร เอกสารอยู่ขั้นไหน คดีไปถึงไหน และนโยบายเกิดผลจริงหรือยัง”

36 คำนี้อยู่ใน HSK 7-9 อย่างไร

คำหลักทุกคำในสี่ตารางตรงกับแถวระดับ 7-9 ใน syllabus ข้อสอบ HSK ทางการ ซึ่งโครงการนี้ใช้เป็นแหล่งจำแนกระดับปัจจุบัน การอยู่ในบัญชีหมายถึงคำเหล่านี้อยู่ในขอบเขตที่ผู้สอบระดับสูงควรรู้ ไม่ได้หมายความว่าข้อสอบทุกชุดต้องออกครบทั้ง 36 คำ

คำพื้นฐานไม่ได้ถูกนับซ้ำ: การอธิบายจำเป็นต้องใช้คำอย่าง 法律fǎlǜ 政策zhèngcè 法规fǎguī 制度zhìdù 措施cuòshī 监督jiāndū และ 证据zhèngjù คำเหล่านี้ช่วยสร้างบริบท แต่ไม่ได้นับเป็นส่วนหนึ่งของชุดหลัก 36 คำในบทนี้
ขอบเขตบทเรียน: บทนี้สอนการอ่านภาษาจีน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย การแปลศัพท์กฎหมายต้องดูระบบกฎหมาย ผู้ออกเอกสาร ประเภทคดี และข้อเท็จจริงของเรื่องจริงเสมอ
อย่าข้ามสถานะเอกสาร: 草案cǎo’àn ร่าง → 通过tōngguò ผ่านการพิจารณา → 公布gōngbù ประกาศ → 施行shīxíng เริ่มใช้ หรือ 生效shēngxiào มีผล คำว่า “ผ่าน” จึงไม่ได้ยืนยันเสมอว่าเอกสารมีผลใช้บังคับแล้ว ต้องอ่านวันประกาศและวันเริ่มใช้ต่อ
กรอบกฎหมาย
9 คำ
คดีและขั้นตอน
9 คำ
คู่ความและสิทธิ
9 คำ
นโยบายและการบริหาร
9 คำ

อ่านข่าวกฎหมายและนโยบายด้วย 6 คำถาม

รอบแรกให้ตามบทบาทและเวลา ไม่ต้องรีบเปิดพจนานุกรมทุกคำ รอบสองจึงตรวจชนิดเอกสาร คำเชื่อม และเงื่อนไข ส่วนรอบสุดท้ายค่อยดูศัพท์เฉพาะ วิธีนี้ช่วยกันปัญหาที่อ่านเข้าใจทุกประโยคแยกกัน แต่ต่อเรื่องทั้งข่าวไม่ได้

ถามก่อนแปลละเอียด
  • ใครเป็นผู้กระทำ: หน่วยงาน ศาล โจทก์ จำเลย พยาน หรือองค์กรกลาง
  • ข้อความนี้เป็นร่าง เอกสารที่ผ่านแล้ว การประกาศต่อสาธารณะ หรือเพียงข้อเสนอ
  • คดีอยู่ที่การยื่นฟ้อง การรับคดี การพิจารณา หรือมีคำพิพากษาแล้ว
  • ประโยคเป็นคำกล่าวอ้างของฝ่ายใด หรือเป็นข้อเท็จจริงที่หน่วยงานหรือศาลยืนยัน
  • ข้อพิพาทกำลังใช้การไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ หรือศาล
  • นโยบายอยู่ระดับทิศทาง มาตรการ การแบ่งงาน การปฏิบัติ หรือการกำกับติดตาม
1

กลุ่ม 1: กรอบกฎหมายและเอกสารที่กำหนดกติกา

กลุ่มนี้ช่วยแยกว่าเนื้อหากำลังกล่าวถึงหลักใหญ่ของระบบ การสร้างกฎหมาย การใช้กฎหมาย หรือสถานะของเอกสาร หากเห็นคำว่า ‘กฎหมาย’ แล้วแปลเหมือนกันหมด เราจะพลาดทั้งผู้กระทำและขั้นของเอกสาร

9 คำหลัก HSK 7-9: กรอบกฎหมายและเอกสารที่กำหนดกติกา
คำหลักความหมายไทยชุดคำที่พบบ่อยอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
法治fǎzhì
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม / คำกริยา
หลักนิติธรรม หรือการบริหารบ้านเมืองตามกฎหมาย
法治社会fǎzhì shèhuì法治建设fǎzhì jiànshè
เป็นกรอบใหญ่เรื่องการใช้อำนาจและจัดการสังคมตามกฎหมาย ไม่ใช่ชื่อของกฎหมายฉบับเดียว และไม่ควรแปลให้เหลือเพียงคำว่า 法律fǎlǜ
宪法xiànfǎ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
รัฐธรรมนูญ
宪法原则xiànfǎ yuánzé依据宪法yījù xiànfǎ
เป็นกฎหมายพื้นฐานสูงสุดของรัฐในบริบทจีน อย่าใช้แทนกฎหมายทั่วไปหรือกฎหมายอาญา
刑法xíngfǎ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
กฎหมายอาญา
刑法规定xíngfǎ guīdìng违反刑法wéifǎn xíngfǎ
เน้นบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดและโทษทางอาญา ไม่ใช่คำรวมของคดีทุกประเภท
立法lìfǎ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ตรากฎหมาย หรือกระบวนการนิติบัญญัติ
立法程序lìfǎ chéngxù立法工作lìfǎ gōngzuò
เป็นการสร้าง แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายตามกระบวนการ จึงมักอยู่ใกล้คำว่าร่าง การพิจารณา และการรับฟังความคิดเห็น
司法sīfǎ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
งานตุลาการหรือการอำนวยความยุติธรรม
司法机关sīfǎ jīguān司法程序sīfǎ chéngxù
ในข่าวมักชี้ไปที่ระบบหรือหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม ต่างจากการออกกฎหมายและการบังคับใช้โดยหน่วยงานบริหาร
执法zhífǎ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
บังคับใช้กฎหมาย
严格执法yángé zhífǎ执法人员zhífǎ rényuán
เน้นการนำกฎหมายหรือกฎไปใช้กับสถานการณ์จริง เช่น ตรวจสอบ ออกคำสั่ง หรือจัดการการฝ่าฝืน
条例tiáolì
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
ข้อบังคับหรือระเบียบประเภทหนึ่งที่ใช้ชื่อเรียกเฉพาะตามเอกสาร
管理条例guǎnlǐ tiáolì暂行条例zànxíng tiáolì
ตัวคำนี้อย่างเดียวไม่ได้บอกลำดับศักดิ์ของเอกสาร จึงไม่ควรแปลเหมารวมกับ 规章guīzhāng โดยไม่ดูชื่อเต็ม ผู้ออก และฐานอำนาจ
规章guīzhāng
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
กฎหรือระเบียบทางปกครองประเภทหนึ่ง
部门规章bùmén guīzhāng地方政府规章dìfāng zhèngfǔ guīzhāng
ในบริบทกฎหมายจีนมีกลุ่มสำคัญ เช่น 部门规章bùmén guīzhāng และ 地方政府规章dìfāng zhèngfǔ guīzhāng จึงต้องดูผู้ออก ฐานอำนาจ และชื่อเต็มก่อนเลือกคำแปลไทย
草案cǎo’àn
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
ร่างเอกสารหรือร่างกฎหมาย
法律草案fǎlǜ cǎo’àn审议草案shěnyì cǎo’àn
บอกว่ายังอยู่ในขั้นร่างหรือพิจารณา ไม่ควรเขียนพาดหัวหรือสรุปราวกับมีผลบังคับใช้แล้ว
2

กลุ่ม 2: คดีและลำดับของกระบวนการ

เวลาอ่านข่าวคดี อย่าเริ่มจากคำว่าใครชนะ ให้เรียงกริยาตามเวลาเสียก่อน คำแต่ละคำบอกเพียงว่าคดีมาถึงขั้นใด ไม่ได้ยืนยันผลของขั้นถัดไป

9 คำหลัก HSK 7-9: คดีและลำดับของกระบวนการ
คำหลักความหมายไทยชุดคำที่พบบ่อยอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
案件ànjiàn
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
คดีหรือเรื่องที่เข้าสู่การจัดการตามกระบวนการ
审理案件shěnlǐ ànjiàn刑事案件xíngshì ànjiàn
เป็นตัวเรื่องหรือคดี ไม่ใช่ชื่อของกระบวนการฟ้องร้องทั้งหมด และประเภทคดีต้องดูคำขยายด้านหน้า
诉讼sùsòng
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
การดำเนินคดีหรือกระบวนพิจารณาในศาล
提起诉讼tíqǐ sùsòng诉讼程序sùsòng chéngxù
เป็นเส้นทางกระบวนการ ส่วน 案件ànjiàn คือตัวคดี จึงไม่ควรแปลทั้งสองคำเป็น “คดี” แล้วละความต่าง
起诉qǐsù
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ยื่นฟ้องหรือเริ่มดำเนินคดีต่อศาล
向法院起诉xiàng fǎyuàn qǐsù依法起诉yīfǎ qǐsù
บอกการนำเรื่องเข้าสู่ศาลโดยผู้มีสิทธิหรืออำนาจฟ้องตามประเภทคดี ไม่ได้แปลว่าศาลรับคดีแล้วหรือฝ่ายฟ้องชนะแล้ว
受理shòulǐ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
รับเรื่องหรือรับคดีไว้ดำเนินการ
受理案件shòulǐ ànjiàn正式受理zhèngshì shòulǐ
ประธานมักเป็นศาลหรือหน่วยงานที่รับคำขอ คำนี้แสดงการรับเข้าสู่กระบวนการ ไม่ใช่การยืนยันข้อกล่าวหา
审理shěnlǐ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
พิจารณาคดีหรือดำเนินการพิจารณาคดี
公开审理gōngkāi shěnlǐ审理此案shěnlǐ cǐ’àn
เน้นการตรวจข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อกฎหมายของคดี ขณะกำลังพิจารณายังไม่ควรสรุปผลแทนคำพิพากษา
审判shěnpàn
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
พิจารณาพิพากษา หรือกิจกรรมการตัดสินคดีของศาล
审判工作shěnpàn gōngzuò审判程序shěnpàn chéngxù
มีกรอบกว้างเชิงงานตุลาการมากกว่า 审理shěnlǐ ซึ่งมักจับที่การพิจารณาคดีหนึ่งเรื่อง
判决pànjué
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
พิพากษาหรือคำพิพากษา
作出判决zuòchū pànjué一审判决yìshěn pànjué
ใช้เป็นกริยาหรือผลที่ศาลวินิจฉัยประเด็นสาระของคดี ต้องแยกจากคำสั่งหรือการตัดสินประเภทอื่นตามเอกสารจริง
上诉shàngsù
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
อุทธรณ์ต่อศาลชั้นสูงขึ้นตามกระบวนการ
提出上诉tíchū shàngsù上诉期限shàngsù qīxiàn
เป็นการโต้แย้งคำตัดสินผ่านช่องทางอุทธรณ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้แทนการร้องเรียนทั่วไป
申诉shēnsù
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ยื่นคำร้องขอให้ทบทวนตามช่องทางที่กำหนด
提出申诉tíchū shēnsù申诉渠道shēnsù qúdào
ขอบเขตต่างกันตามประเภทเรื่องและหน่วยงาน และกลไกไม่เหมือน 上诉shàngsù จึงต้องดูว่าเป็นคำร้องต่อใคร เรื่องใด และอยู่ขั้นไหน
3

กลุ่ม 3: คู่ความ สิทธิ และทางออกของข้อพิพาท

กลุ่มนี้ช่วยระบุว่าใครกำลังพูด เขาพูดในฐานะใด สิ่งที่อ้างคือสิทธิหรือข้อเท็จจริง และเรื่องกำลังไปสู่การตกลง การตัดสินโดยอนุญาโตตุลาการ หรือศาล

9 คำหลัก HSK 7-9: คู่ความ สิทธิ และทางออกของข้อพิพาท
คำหลักความหมายไทยชุดคำที่พบบ่อยอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
原告yuángào
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
โจทก์หรือฝ่ายที่ยื่นฟ้อง
原告主张yuángào zhǔzhāng原告提交证据yuángào tíjiāo zhèngjù
คำนี้บอกฐานะของฝ่ายหนึ่งในกระบวนการ ไม่ได้ยืนยันว่าข้ออ้างเป็นจริง และพบบ่อยในคดีแพ่งหรือคดีปกครอง ส่วนคดีอาญาอาจพบ 公诉机关gōngsù jīguān แทน
被告bèigào
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
จำเลยหรือฝ่ายที่ถูกฟ้อง
被告答辩bèigào dábiàn被告代理人bèigào dàilǐrén
เป็นฐานะในคดี ไม่ใช่คำยืนยันว่าบุคคลนั้นกระทำผิด และในคดีอาญามักพบคำว่า 被告人bèigàorén จึงต้องดูประเภทคดีแยกต่างหาก
辩护biànhù
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
แก้ต่างหรือให้การต่อสู้คดีเพื่อคุ้มครองฝ่ายที่ถูกกล่าวหา
辩护律师biànhù lǜshī进行辩护jìnxíng biànhù
พบบ่อยในบริบทคดีอาญา ให้ดูว่าใครเป็นผู้แก้ต่างและกำลังโต้แย้งประเด็นใด
证人zhèngrén
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
พยานบุคคล
证人证言zhèngrén zhèngyán证人出庭zhèngrén chūtíng
หมายถึงผู้ให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตัวหลักฐานทุกชนิด ซึ่งมักใช้คำพื้นฐานว่า 证据zhèngjù
侵权qīnquán
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ละเมิดสิทธิหรือการกระทำอันเป็นการละเมิด
侵权行为qīnquán xíngwéi构成侵权gòuchéng qīnquán
บอกลักษณะการกระทำที่กระทบสิทธิ ไม่ใช่คำรวมของการฝ่าฝืนกฎหมายทุกชนิด และคำว่าเข้าข่ายละเมิดยังไม่เท่ากับศาลยืนยันแล้ว ต่างจากคำกว้างว่า 违法wéifǎ
维权wéiquán
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ปกป้องหรือเรียกร้องสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย
依法维权yīfǎ wéiquán维权渠道wéiquán qúdào
เป็นการกระทำของผู้ที่ปกป้องสิทธิ อาจใช้ช่องทางร้องเรียน ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ หรือฟ้องคดีตามบริบท
权益quányì
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
สิทธิและผลประโยชน์ที่พึงได้รับ
合法权益héfǎ quányì消费者权益xiāofèizhě quányì
เป็นคำนามรวมสิทธิและประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ต่างจาก 维权wéiquán ซึ่งเป็นการลงมือปกป้องสิทธิ
调解tiáojiě
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
ไกล่เกลี่ยให้คู่กรณีตกลงกัน
接受调解jiēshòu tiáojiě调解协议tiáojiě xiéyì
แกนสำคัญคือบุคคลหรือองค์กรกลางช่วยให้คู่กรณีหาข้อตกลง ผลและกระบวนการต้องดูชนิดของการไกล่เกลี่ย
仲裁zhòngcái
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
อนุญาโตตุลาการหรือการชี้ขาดโดยคณะอนุญาโตตุลาการ
申请仲裁shēnqǐng zhòngcái仲裁机构zhòngcái jīgòu
เป็นคนละเส้นทางกับ 诉讼sùsòng และ 调解tiáojiě แม้ทั้งหมดใช้จัดการข้อพิพาทได้
4

กลุ่ม 4: นโยบายและการบริหารจากแนวทางสู่การลงมือ

ข่าวนโยบายมักมีคำดูคล้ายกันหลายชั้น ตั้งแต่ทิศทางใหญ่ไปจนถึงการแบ่งงาน การใช้ทรัพยากร การกำกับ และการเปิดเผยต่อสาธารณะ การเรียงคำตามหน้าที่ช่วยให้เห็นว่างานอยู่ที่ ‘คิด วางแผน ทำ หรือตรวจ’

9 คำหลัก HSK 7-9: นโยบายและการบริหารจากแนวทางสู่การลงมือ
คำหลักความหมายไทยชุดคำที่พบบ่อยอ่านอย่างไรไม่ให้พลาด
方针fāngzhēn
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
แนวทางหรือหลักชี้นำระดับกว้าง
基本方针jīběn fāngzhēn制定方针zhìdìng fāngzhēn
บอกทิศทางและหลักที่ใช้ตัดสินใจ ไม่ใช่งานย่อยหรือมาตรการเฉพาะหนึ่งชิ้น
举措jǔcuò
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม
มาตรการหรือการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม
改革举措gǎigé jǔcuò推出举措tuīchū jǔcuò
ใกล้กับคำพื้นฐานว่า 措施cuòshī ตัวคำเองไม่จำเป็นต้องหมายถึงของใหม่เสมอ ส่วน 推出举措tuīchū jǔcuò สื่อการออกมาตรการ
部署bùshǔ
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
วางแผนและจัดกำลังหรือหน้าที่เพื่อดำเนินงาน
工作部署gōngzuò bùshǔ按照部署ànzhào bùshǔ
มองจากผู้วางงานระดับองค์กรหรือแผนโดยรวม ประโยคถัดไปมักบอกหน่วยรับผิดชอบและสิ่งที่ต้องทำ
落实luòshí
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
นำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง
落实政策luòshí zhèngcè推动落实tuīdòng luòshí
ใช้ตอนเปลี่ยนมติ แผน นโยบาย หรือข้อกำหนดให้เป็นงานจริง ถ้าข่าวพูดว่า “ต้องเร่ง 落实luòshí” แปลว่ายังเน้นขั้นปฏิบัติ
统筹tǒngchóu
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
วางแผนและประสานจากภาพรวม
统筹资源tǒngchóu zīyuán统筹推进tǒngchóu tuījìn
เน้นการมองหลายด้านพร้อมกันแล้วจัดลำดับ คน งบ หรือเวลา ไม่ได้หมายถึงเพียงประสานนัดหมาย
监管jiānguǎn
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
กำกับดูแลตามอำนาจหรือกติกา
市场监管shìchǎng jiānguǎn加强监管jiāqiáng jiānguǎn
มักเน้นการกำกับกิจการ ตลาด หรือภาคส่วนโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ ส่วน 监督jiāndū กว้างกว่าและใช้กับการตรวจสอบหรือกำกับได้หลายผู้กระทำ
行政xíngzhèng
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา / คำนาม
การบริหารราชการหรือกิจการทางปกครอง
行政管理xíngzhèng guǎnlǐ行政机关xíngzhèng jīguān
ในข่าวอาจขยายการกระทำ หน่วยงาน กระบวนการ หรือข้อพิพาท จึงต้องอ่านคำนามที่ตามหลัง ไม่แปลเดี่ยวๆ ว่า ‘รัฐบาล’ ทุกครั้ง
机关jīguān
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำนาม / คำคุณศัพท์
องค์กรหรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจหน้าที่ตามระบบ
国家机关guójiā jīguān有关机关yǒuguān jīguān
ในบทกฎหมายและการบริหารมักหมายถึงองค์กรของรัฐ แต่คำเดียวกันมีความหมายอื่นได้ เช่น กลไกของเครื่อง จึงต้องดูหัวข้อ
公示gōngshì
ชนิดคำตาม HSK syllabus: คำกริยา
เปิดเผยหรือประกาศต่อสาธารณะให้ตรวจดู
向社会公示xiàng shèhuì gōngshì公示结果gōngshì jiéguǒ
เน้นการนำข้อมูลออกแสดงให้สาธารณะตรวจหรือรับทราบ ต่างจาก 公告gōnggào ซึ่งมักเป็นตัวประกาศหรือการประกาศข่าวสาร

12 ชุดคำที่ต้องแยกก่อนอ่านเร็ว

คำในกลุ่มเดียวกันไม่ได้แทนกันได้ ตารางนี้จัดตามคำถามที่แต่ละคำตอบ เช่น “กำลังสร้างกฎหมายหรือนำไปใช้” “ศาลรับคดีหรือพิพากษาแล้ว” และ “กำลังเปิดให้ตรวจหรือกำกับการทำงาน”

คำสนับสนุนใช้เพื่อแยกความหมาย และไม่ได้นับเพิ่มในชุดหลัก 36 คำ
คำที่มักชนกันแกนความต่างชุดคำตัวอย่าง
法制fǎzhì / 法治fǎzhì
法制fǎzhì เน้นระบบกฎหมายและกฎระเบียบในฐานะโครงสร้าง ส่วน 法治fǎzhì เน้นหลัก วิธีการ และการปกครองตามกฎหมาย ทั้งสองคำออกเสียงเหมือนกัน
法律制度fǎlǜ zhìdù / 法治建设fǎzhì jiànshè
法治fǎzhì / 法律fǎlǜ
法治fǎzhì คือกรอบการบริหารสังคมตามกฎหมาย ส่วน 法律fǎlǜ คือกฎหมายหรือระบบกฎหมายในความหมายทั่วไป
法治建设fǎzhì jiànshè / 遵守法律zūnshǒu fǎlǜ
立法lìfǎ / 司法sīfǎ / 执法zhífǎ
立法lìfǎ สร้างกฎหมาย; 司法sīfǎ เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม; 执法zhífǎ นำกฎหมายไปบังคับใช้
立法程序lìfǎ chéngxù / 司法机关sīfǎ jīguān / 严格执法yángé zhífǎ
条例tiáolì / 规章guīzhāng / 草案cǎo’àn
草案cǎo’àn บอกว่ายังเป็นร่าง ส่วน 条例tiáolì และ 规章guīzhāng ต้องดูชื่อเต็ม ผู้ออก และฐานกฎหมาย
管理条例guǎnlǐ tiáolì / 部门规章bùmén guīzhāng / 法律草案fǎlǜ cǎo’àn
案件ànjiàn / 诉讼sùsòng
案件ànjiàn คือตัวคดีหรือเรื่อง ส่วน 诉讼sùsòng คือเส้นทางดำเนินคดีในศาล
审理案件shěnlǐ ànjiàn / 提起诉讼tíqǐ sùsòng
受理shòulǐ / 审理shěnlǐ / 审判shěnpàn / 判决pànjué
受理shòulǐ รับเข้าสู่กระบวนการ; 审理shěnlǐ พิจารณาคดี; 审判shěnpàn เป็นกิจกรรมตัดสินคดีเชิงตุลาการ; 判决pànjué คือการพิพากษาหรือผลพิพากษา
正式受理zhèngshì shòulǐ / 公开审理gōngkāi shěnlǐ / 作出判决zuòchū pànjué
起诉qǐsù / 上诉shàngsù / 申诉shēnsù
起诉qǐsù นำเรื่องเข้าสู่ศาล; 上诉shàngsù อุทธรณ์คำตัดสินตามขั้น; 申诉shēnsù ยื่นคำร้องขอให้ทบทวนตามช่องทางเฉพาะ
向法院起诉xiàng fǎyuàn qǐsù / 提出上诉tíchū shàngsù / 申诉渠道shēnsù qúdào
原告yuángào / 被告bèigào
原告yuángào คือฝ่ายยื่นฟ้อง ส่วน 被告bèigào คือฝ่ายถูกฟ้อง ทั้งสองเป็นฐานะในกระบวนการ ไม่ใช่ผลว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด
原告主张yuángào zhǔzhāng / 被告答辩bèigào dábiàn
侵权qīnquán / 维权wéiquán / 权益quányì
侵权qīnquán คือการละเมิด; 维权wéiquán คือการปกป้องสิทธิ; 权益quányì คือสิทธิและผลประโยชน์ที่เป็นสิ่งถูกคุ้มครอง
侵权行为qīnquán xíngwéi / 依法维权yīfǎ wéiquán / 合法权益héfǎ quányì
调解tiáojiě / 仲裁zhòngcái / 诉讼sùsòng
调解tiáojiě ช่วยให้คู่กรณีตกลง; 仲裁zhòngcái ให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาด; 诉讼sùsòng ดำเนินผ่านศาล
调解协议tiáojiě xiéyì / 申请仲裁shēnqǐng zhòngcái / 诉讼程序sùsòng chéngxù
方针fāngzhēn / 举措jǔcuò / 部署bùshǔ / 落实luòshí
方针fāngzhēn บอกทิศทาง; 举措jǔcuò บอกสิ่งที่ริเริ่ม; 部署bùshǔ บอกการจัดงาน; 落实luòshí บอกการนำไปทำให้เกิดผล
基本方针jīběn fāngzhēn / 改革举措gǎigé jǔcuò / 工作部署gōngzuò bùshǔ / 推动落实tuīdòng luòshí
统筹tǒngchóu / 监管jiānguǎn / 公示gōngshì
统筹tǒngchóu จัดภาพรวมและทรัพยากร; 监管jiānguǎn กำกับดูแล; 公示gōngshì เปิดข้อมูลต่อสาธารณะให้ตรวจดู
统筹资源tǒngchóu zīyuán / 市场监管shìchǎng jiānguǎn / 公示结果gōngshì jiéguǒ

12 ประโยคตัวอย่างจากภาษาข่าว

อ่านประโยคจีนก่อนแล้วระบุว่าเป็น “สถานะเอกสาร” “ขั้นคดี” “ฐานะบุคคล” หรือ “การบริหารงาน” จากนั้นจึงเปิดคำแปล การฝึกแบบนี้ทำให้ศัพท์ผูกกับหน้าที่แทนการจำคำไทยคำเดียว

国家持续推进法治建设。Guójiā chíxù tuījìn fǎzhì jiànshè.
ประเทศเดินหน้าการพัฒนาหลักนิติธรรมอย่างต่อเนื่อง
这份草案仍在公开征求意见。Zhè fèn cǎo’àn réng zài gōngkāi zhēngqiú yìjiàn.
ร่างฉบับนี้ยังอยู่ระหว่างเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะ
有关机关将依法加强市场监管。Yǒuguān jīguān jiāng yīfǎ jiāqiáng shìchǎng jiānguǎn.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มการกำกับตลาดตามกฎหมาย
法院已经受理了原告提起的诉讼。Fǎyuàn yǐjīng shòulǐ le yuángào tíqǐ de sùsòng.
ศาลรับคำฟ้องของโจทก์เข้าสู่กระบวนการแล้ว
案件正在审理,法院尚未作出判决。Ànjiàn zhèngzài shěnlǐ, fǎyuàn shàngwèi zuòchū pànjué.
คดีกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา
报道说,被告委托律师进行辩护。Bàodào shuō, bèigào wěituō lǜshī jìnxíng biànhù.
รายงานระบุว่าจำเลยมอบหมายทนายให้แก้ต่าง
原告认为该行为构成侵权,损害了自己的合法权益。Yuángào rènwéi gāi xíngwéi gòuchéng qīnquán, sǔnhài le zìjǐ de héfǎ quányì.
โจทก์เห็นว่าการกระทำนั้นเข้าข่ายละเมิดและทำให้สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของตนเสียหาย
双方愿意先通过调解解决争议。Shuāngfāng yuànyì xiān tōngguò tiáojiě jiějué zhēngyì.
ทั้งสองฝ่ายยินดีลองแก้ข้อพิพาทผ่านการไกล่เกลี่ยก่อน
合同中有仲裁条款,一方决定申请仲裁。Hétong zhōng yǒu zhòngcái tiáokuǎn, yì fāng juédìng shēnqǐng zhòngcái.
ในสัญญามีข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการ ฝ่ายหนึ่งจึงตัดสินใจยื่นขออนุญาโตตุลาการ
相关部门按照部署统筹人员和预算。Xiāngguān bùmén ànzhào bùshǔ tǒngchóu rényuán hé yùsuàn.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรบุคลากรและงบประมาณโดยภาพรวมตามแผนงาน
新举措能否落实,要看责任是否明确。Xīn jǔcuò néngfǒu luòshí, yào kàn zérèn shìfǒu míngquè.
มาตรการริเริ่มใหม่จะนำไปใช้จริงได้หรือไม่ ต้องดูว่าความรับผิดชอบชัดเจนหรือเปล่า
拟录用人员名单将在官网公示七天。Nǐ lùyòng rényuán míngdān jiāng zài guānwǎng gōngshì qī tiān.
รายชื่อผู้ที่มีแผนจะรับเข้าทำงานจะเปิดเผยบนเว็บไซต์ทางการเป็นเวลา 7 วัน

บทอ่านสมมติ: จากร่างข้อบังคับถึงข่าวคดีผู้บริโภค

เนื้อหาสมมติเพื่อฝึกภาษา: เมือง หน่วยงาน ข้อบังคับ แพลตฟอร์ม และคดีในบทอ่านไม่อ้างถึงเหตุการณ์จริง ไม่ควรนำไปใช้สรุปสิทธิหรือผลของคดีใด บทอ่านออกแบบมาให้ฝึกแยกเอกสาร ผู้กระทำ ลำดับกระบวนการ และระดับความแน่นอนของข่าว
ย่อหน้า 1
某市准备修改一项公共服务条例。有关机关先公布草案,并说明立法目的、适用范围和意见提交方式。公开征求意见期间,居民、企业和专业机构都可以提出意见。Mǒu shì zhǔnbèi xiūgǎi yí xiàng gōnggòng fúwù tiáolì. Yǒuguān jīguān xiān gōngbù cǎo’àn, bìng shuōmíng lìfǎ mùdì, shìyòng fànwéi hé yìjiàn tíjiāo fāngshì. Gōngkāi zhēngqiú yìjiàn qījiān, jūmín, qǐyè hé zhuānyè jīgòu dōu kěyǐ tíchū yìjiàn.
เมืองสมมติแห่งหนึ่งเตรียมแก้ไขข้อบังคับด้านบริการสาธารณะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเผยแพร่ร่างก่อน พร้อมอธิบายเป้าหมายการตรากฎหมาย ขอบเขตการใช้ และวิธีส่งความคิดเห็น ระหว่างช่วงเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะ ผู้อยู่อาศัย ธุรกิจ และองค์กรวิชาชีพสามารถเสนอความคิดเห็นได้
ย่อหน้า 2
意见汇总后,负责部门调整了草案,并提出几项具体举措。条例通过并公布后,将在规定日期施行。行政机关会按照工作部署统筹人员和预算,加强对服务机构的监管,推动各项要求落实。Yìjiàn huìzǒng hòu, fùzé bùmén tiáozhěng le cǎo’àn, bìng tíchū le jǐ xiàng jùtǐ jǔcuò. Tiáolì tōngguò bìng gōngbù hòu, jiāng zài guīdìng rìqī shīxíng. Xíngzhèng jīguān huì ànzhào gōngzuò bùshǔ tǒngchóu rényuán hé yùsuàn, jiāqiáng duì fúwù jīgòu de jiānguǎn, tuīdòng gè xiàng yāoqiú luòshí.
หลังรวบรวมความคิดเห็น หน่วยงานรับผิดชอบปรับร่างและเสนอมาตรการรูปธรรมหลายข้อ เมื่อข้อบังคับผ่านและประกาศแล้ว จะเริ่มใช้ตามวันที่กำหนด จากนั้นหน่วยงานทางปกครองจึงจัดบุคลากรกับงบประมาณตามแผนงาน เพิ่มการกำกับองค์กรบริการ และผลักดันข้อกำหนดต่างๆ ให้เกิดผลจริง
ย่อหน้า 3
同一篇报道还提到一起消费者权益案件。消费者认为平台的做法构成侵权,双方调解未果后,原告向法院起诉。法院受理案件,随后依法审理,并听取了被告和证人的陈述。Tóng yì piān bàodào hái tídào yì qǐ xiāofèizhě quányì ànjiàn. Xiāofèizhě rènwéi píngtái de zuòfǎ gòuchéng qīnquán, shuāngfāng tiáojiě wèiguǒ hòu, yuángào xiàng fǎyuàn qǐsù. Fǎyuàn shòulǐ ànjiàn, suíhòu yīfǎ shěnlǐ, bìng tīngqǔ le bèigào hé zhèngrén de chénshù.
รายงานสมมติชิ้นเดียวกันยังกล่าวถึงคดีสิทธิผู้บริโภคเรื่องหนึ่ง ผู้บริโภคเห็นว่าวิธีปฏิบัติของแพลตฟอร์มเข้าข่ายละเมิด หลังไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ โจทก์จึงยื่นฟ้องต่อศาล ศาลรับคดีและต่อมาพิจารณาตามกฎหมาย พร้อมรับฟังคำชี้แจงของจำเลยกับพยาน
ย่อหน้า 4
报道没有预测判决,只写案件仍在审理。这个细节很重要:受理不等于原告胜诉,审理也不等于判决已经作出。读者应当把当事人的主张、证人的陈述和法院确认的事实分开。Bàodào méiyǒu yùcè pànjué, zhǐ xiě ànjiàn réng zài shěnlǐ. Zhège xìjié hěn zhòngyào: shòulǐ bù děngyú yuángào shèngsù, shěnlǐ yě bù děngyú pànjué yǐjīng zuòchū. Dúzhě yīngdāng bǎ dāngshìrén de zhǔzhāng, zhèngrén de chénshù hé fǎyuàn quèrèn de shìshí fēnkāi.
รายงานไม่ได้คาดเดาคำพิพากษา เพียงเขียนว่าคดียังอยู่ระหว่างพิจารณา รายละเอียดนี้สำคัญมาก การรับคดีไม่ได้เท่ากับโจทก์ชนะ และการพิจารณาก็ไม่ได้แปลว่ามีคำพิพากษาแล้ว ผู้อ่านควรแยกคำกล่าวอ้างของคู่ความ คำให้การของพยาน และข้อเท็จจริงที่ศาลยืนยันออกจากกัน
ย่อหน้า 5
如果新闻继续报道上诉、申诉或仲裁,读者还要先确认这些词属于同一案件还是另一条解决路径。程序词不能只按“继续告”的模糊意思来记,否则很容易把时间线读错。Rúguǒ xīnwén jìxù bàodào shàngsù, shēnsù huò zhòngcái, dúzhě hái yào xiān quèrèn zhèxiē cí shǔyú tóng yí ànjiàn háishi lìng yì tiáo jiějué lùjìng. Chéngxù cí bùnéng zhǐ àn ‘jìxù gào’ de móhu yìsi lái jì, fǒuzé hěn róngyì bǎ shíjiānxiàn dú cuò.
ถ้าข่าวกล่าวต่อถึงการอุทธรณ์ การยื่นคำร้องขอทบทวน หรืออนุญาโตตุลาการ ผู้อ่านต้องยืนยันก่อนว่าคำเหล่านี้อยู่ในคดีเดียวกันหรือเป็นเส้นทางแก้ข้อพิพาทอีกแบบ คำกระบวนการจำแบบคลุมเครือว่า ‘ฟ้องต่อ’ อย่างเดียวไม่ได้ มิฉะนั้นจะอ่านลำดับเวลาผิดได้ง่าย

แกะโครงบทอ่านทีละชั้น

เริ่มจากบทบาทและลำดับเวลา แล้วค่อยย้อนตรวจศัพท์เฉพาะ
ขั้นสิ่งที่ต้องตามคำสัญญาณ
1. หาแหล่งอำนาจหรือเอกสาร
ดูว่าเป็นหลักกฎหมาย ร่าง เอกสารที่ผ่านแล้ว หรือกฎของหน่วยงาน
法治fǎzhì / 草案cǎo’àn / 条例tiáolì / 规章guīzhāng
2. หาผู้กระทำ
แยกหน่วยงาน ศาล คู่ความ พยาน และองค์กรกลาง
机关jīguān / 原告yuángào / 被告bèigào / 证人zhèngrén
3. เรียงขั้นของคดี
วางกริยาตามเวลาและอย่ากระโดดจากการรับเรื่องไปสู่ผลแพ้ชนะ
起诉qǐsù / 受理shòulǐ / 审理shěnlǐ / 判决pànjué
4. แยกคำกล่าวอ้างกับข้อยืนยัน
สังเกตว่าใครเป็นผู้พูด และมีคำตัดสินหรือหลักฐานยืนยันแล้วหรือยัง
原告主张yuángào zhǔzhāng / 构成侵权gòuchéng qīnquán / 作出判决zuòchū pànjué
5. หาเส้นทางแก้ข้อพิพาท
ตรวจว่าเป็นการตกลง การชี้ขาดนอกศาล หรือการดำเนินคดีในศาล
调解tiáojiě / 仲裁zhòngcái / 诉讼sùsòng
6. อ่านนโยบายจากแผนสู่ผล
จับทิศทาง มาตรการ การจัดงาน การลงมือ และการตรวจติดตาม
方针fāngzhēn / 举措jǔcuò / 部署bùshǔ / 落实luòshí / 监管jiānguǎn

สองย่อหน้าแรกเดินจากร่างและการเปิดรับความคิดเห็นไปสู่การจัดงานหลังเอกสารผ่าน ส่วนสามย่อหน้าหลังเปลี่ยนเป็นข่าวคดีและจงใจหยุดที่คำว่า “กำลังพิจารณา” ถ้านักเรียนยังไม่สรุปว่าใครชนะ แสดงว่าอ่านสถานะกระบวนการได้ถูกต้องแล้ว

แบบฝึกสั้น: เลือกคำให้ตรงขั้นและบทบาท

ตอบก่อนเปิดเฉลย เมื่อผิดให้เขียนเหตุผลว่าคำที่เลือกผิดอยู่คนละ “ผู้กระทำ” หรือคนละ “ช่วงเวลา” การอธิบายความผิดพลาดจะช่วยจำได้แม่นกว่าการเปิดดูเฉลยอย่างเดียว

1. คำใดหมายถึงกรอบการบริหารสังคมตามกฎหมาย ไม่ใช่ชื่อกฎหมายฉบับเดียว
ดูคำตอบ
法治fǎzhì
มักพบในบริบทการสร้างระบบและการใช้อำนาจตามกฎหมาย
2. เอกสารยังอยู่ระหว่างพิจารณาและยังไม่ควรสรุปว่ามีผลแล้ว ควรมองหาคำใด
ดูคำตอบ
草案cǎo’àn
คำนี้แปลว่าร่าง ต้องตรวจขั้นตอนและวันที่มีผลต่อ
3. กริยาใดหมายถึงการสร้างหรือแก้ไขกฎหมายตามกระบวนการ
ดูคำตอบ
立法lìfǎ
执法zhífǎ คือการบังคับใช้ ส่วน 立法lìfǎ คือการตรากฎหมาย
4. เจ้าหน้าที่นำกฎไปใช้ตรวจและจัดการการฝ่าฝืน ควรใช้คำใด
ดูคำตอบ
执法zhífǎ
ประธานมักเป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้
5. ศาลรับคดีเข้าสู่ระบบแล้ว แต่ยังไม่ตัดสิน ใช้กริยาใด
ดูคำตอบ
受理shòulǐ
受理shòulǐ ไม่เท่ากับผู้ยื่นฟ้องชนะ
6. ข่าวเขียนว่าศาลกำลังตรวจข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่ยังไม่มีผลสุดท้าย ใช้คำใด
ดูคำตอบ
审理shěnlǐ
ผลที่เป็นคำพิพากษาใช้ 判决pànjué
7. การโต้แย้งคำตัดสินต่อศาลชั้นสูงขึ้นตามขั้นกระบวนการคือคำใด
ดูคำตอบ
上诉shàngsù
อย่ารวมกับ 申诉shēnsù ซึ่งเป็นคำร้องขอให้ทบทวนตามช่องทางเฉพาะ
8. ผู้บริโภคใช้ช่องทางที่มีอยู่เพื่อปกป้องสิทธิของตน ควรใช้คำใด
ดูคำตอบ
维权wéiquán
权益quányì คือสิทธิและผลประโยชน์ ส่วน 维权wéiquán คือการลงมือปกป้อง
9. คู่กรณีต้องการให้คนกลางช่วยเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ใช้คำใด
ดูคำตอบ
调解tiáojiě
ต่างจาก 仲裁zhòngcái ที่เข้าสู่กระบวนการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
10. เมื่อนโยบายหรือแผนต้องถูกนำไปทำให้เกิดผลจริง ใช้กริยาใด
ดูคำตอบ
落实luòshí
部署bùshǔ เน้นจัดวางงาน ส่วน 落实luòshí เน้นลงมือให้เกิดผล

แผนฝึก 7 วันสำหรับอ่านข่าวยาว

ใช้วันละประมาณ 20-30 นาที และให้แต่ละวันมีผลงานที่ตรวจได้ เช่น เส้นเวลา แผนที่บทบาท หรือสรุปสั้น อย่าใช้ทั้งสัปดาห์อ่านตารางเดิมซ้ำโดยไม่แต่งประโยค

ไล่จากการจัดหมวดไปสู่การอ่านและเขียนข่าวสมมติ
วันงานหลักวิธีทำสิ่งที่ต้องได้
1
แบ่งคำเป็น 4 ระบบ
เขียนคำกลุ่มละ 5 คำโดยไม่ดูตาราง แล้วเติมคำที่ขาด
จำจากหน้าที่ ไม่ใช่ลำดับตัวอักษร
2
ทำแผนที่กฎหมาย
วาง 立法lìfǎ 司法sīfǎ และ 执法zhífǎ รอบคำว่า 法治fǎzhì
แยกการตรากฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย
3
เรียงเวลาในข่าวคดี
จัด 起诉qǐsù 受理shòulǐ 审理shěnlǐ 判决pànjué แล้วเขียนคำเตือนใต้แต่ละขั้น
ไม่สรุปผลก่อนข่าวให้ข้อมูล
4
ฝึกแยกฐานะบุคคล
แต่งประโยคสั้นด้วย 原告yuángào 被告bèigào และ 证人zhèngrén
รู้ว่าใครกล่าวอ้าง ใครตอบ และใครให้ข้อเท็จจริง
5
เทียบทางออกข้อพิพาท
สรุปความต่างของ 调解tiáojiě 仲裁zhòngcái และ 诉讼sùsòng เป็นภาษาไทยหนึ่งบรรทัดต่อคำ
ไม่แปลทุกทางว่า ‘ฟ้อง’
6
อ่านข่าวนโยบายจริงหนึ่งชิ้น
ขีดเส้นใต้ 举措jǔcuò 部署bùshǔ 落实luòshí 统筹tǒngchóu และ 监管jiānguǎn
สรุปว่าใครต้องทำอะไรและตรวจอย่างไร
7
ทดสอบและเขียนสรุป
ตอบแบบทดสอบโดยไม่เปิดตาราง แล้วเขียนข่าวสมมติ 120-150 字zì
ใช้คำหลักอย่างน้อย 8 คำถูกหน้าที่

คำถามที่พบบ่อย

ต้องจำทั้ง 36 คำก่อนอ่านข่าวจริงไหม

ไม่ต้อง เริ่มจากคำที่เป็นป้ายบอกขั้น เช่น ร่าง รับคดี พิจารณา พิพากษา วางแผน และนำไปปฏิบัติ เมื่อเห็นโครงเวลาแล้วค่อยเติมชื่อเอกสาร บุคคล และช่องทางแก้ข้อพิพาท

คำหลัก 36 คำนี้จะออกข้อสอบทุกคำหรือไม่

ยืนยันได้ว่าทุกคำอยู่ในแถวระดับ 7-9 ของบัญชีทางการปัจจุบัน แต่บัญชีไม่ได้รับประกันว่าข้อสอบทุกครั้งจะใช้ทุกคำ บทเรียนจึงเน้นทักษะอ่านข่าวและบทความซึ่งนำไปใช้กับหัวข้อใหม่ได้

ทำไมตัวอย่างมีคำระดับต่ำกว่า HSK 7-9

ภาษาจริงต้องใช้คำพื้นฐานเชื่อมความหมาย คำระดับต่ำกว่าจึงปรากฏตามธรรมชาติ แต่บทนี้แยกชัดว่าชุดหลักมี 36 คำใดบ้าง และไม่เอาคำสนับสนุนมาบวกยอดให้ดูมากขึ้น

เริ่มอ่านข่าวกฎหมายจากส่วนใดง่ายที่สุด

เริ่มจากข่าวที่มีเส้นเวลาชัดและพาดหัวไม่ชวนเดาผล เช่น การเผยแพร่ร่าง การเปิดรับความคิดเห็น หรือข่าวที่ระบุว่าศาลรับหรือกำลังพิจารณาคดี จากนั้นจดผู้กระทำ กริยาหลัก และสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างละหนึ่งบรรทัด

ใช้คำแปลไทยชุดนี้กับเอกสารจริงได้ตรงตัวเสมอไหม

ไม่ได้ ศัพท์กฎหมายขึ้นกับระบบกฎหมาย ชนิดเอกสาร และฐานะของหน่วยงาน บทนี้ให้แกนอ่านเบื้องต้น เมื่อแปลเอกสารจริงต้องตรวจชื่อเต็ม นิยาม และผลทางกฎหมายจากแหล่งทางการของเรื่องนั้นอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจ

สรุป

การอ่านข่าวกฎหมาย นโยบาย และการบริหารระดับ HSK 7-9 ไม่ได้เริ่มจากท่องคำแปลยาวๆ แต่เริ่มจากการวางคำลงในแผนที่ ใครมีอำนาจ เอกสารอยู่ขั้นใด คดีเดินมาถึงไหน ใครเป็นผู้กล่าวอ้าง และงานถูกวางแผนหรือนำไปทำแล้ว เมื่อเห็นโครงนี้ คำอย่าง 草案cǎo’àn 受理shòulǐ 审理shěnlǐ 判决pànjué 部署bùshǔ และ 落实luòshí จะไม่ใช่คำทางการที่คล้ายกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นป้ายบอกเวลาและหน้าที่ซึ่งช่วยให้สรุปข่าวได้แม่นขึ้น

Similar Posts