HSK 3 Collocation: จับคู่คำกริยากับคำนามให้พูดจีนเป็นธรรมชาติขึ้น
จำได้ว่า 做 แปลว่า “ทำ” และ 作业 แปลว่า “การบ้าน” แต่พอต้องพูดจริงกลับหยุดคิดว่าควรเอาคำไหนมาต่อกัน ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากจำศัพท์น้อยอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากการจำทุกคำแยกเดี่ยว บทนี้เหล่าซือจะพานักเรียน HSK 3 ฝึกจำคำเป็นคู่กริยา–คำนาม เช่น 做作业 และค่อยๆ ขยายคู่คำนั้นเป็นประโยคที่ใช้ได้จริง
Collocation คืออะไร และทำไมต้องจำเป็นคู่
คำว่า collocation ในบทนี้หมายถึงคำที่มักปรากฏและทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคู่หรือเป็นก้อน ภาษาจีนใช้คำว่า 搭配 ส่วนคู่แบบกริยา + กรรมเรียกว่า 动宾搭配 จุดสำคัญไม่ใช่การท่องศัพท์ภาษาศาสตร์ แต่คือรู้ทันทีว่ากริยาหนึ่งคำชอบอยู่กับคำนามแบบไหน
| จำแบบเดี่ยว | จำเป็นคู่ | สิ่งที่ได้เพิ่ม |
|---|---|---|
做 = ทำ | 做作业 = ทำการบ้าน | รู้ทั้งความหมายและกรรมที่ใช้ตามหลัง |
参加 = เข้าร่วม | 参加会议 = เข้าร่วมประชุม | รู้ว่าประธานเป็นผู้เข้าร่วม ไม่ใช่ผู้จัดงาน |
提高 = ยกระดับ | 提高成绩 = เพิ่มผลการเรียน | ไม่เผลอนำไปใช้กับคำนามที่ไม่เข้าคู่ |
งานวิจัยจาก Beijing Language and Culture University อธิบายว่าภาษาจีนมีข้อมูลไวยากรณ์จำนวนมากอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคำ และคำมักทำงานเพื่อการสื่อสารผ่านการจับคู่กัน การจำเป็นก้อนจึงไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคท่องศัพท์ แต่ช่วยให้เห็นโครงประโยคได้เร็วขึ้นด้วย
กลุ่มที่ 1: เรียนและทำแบบฝึก
กลุ่มแรกใช้บ่อยทั้งในห้องเรียน การบ้าน และการเตรียมสอบ ให้สังเกตว่ากริยาที่แปลว่า “เรียน ทบทวน หรือแก้” เลือกกรรมไม่เหมือนกัน การจำทั้งคู่ทำให้ไม่ต้องประกอบประโยคจากศูนย์ทุกครั้ง
| คู่คำ | ความหมาย | ประโยคสั้น |
|---|---|---|
做作业 | ทำการบ้าน | 我晚上做作业。 ฉันทำการบ้านตอนเย็น |
复习课文 | ทบทวนเนื้อหาบทเรียน | 我先复习课文。 ฉันทบทวนเนื้อหาบทเรียนก่อน |
预习生词 | ศึกษาคำศัพท์ใหม่ล่วงหน้า | 我每天预习生词。 ฉันศึกษาคำศัพท์ใหม่ล่วงหน้าทุกวัน |
回答问题 | ตอบคำถาม | 请回答这个问题。 กรุณาตอบคำถามข้อนี้ |
解决问题 | แก้ปัญหา | 我们一起解决问题。 พวกเราช่วยกันแก้ปัญหา |
提高成绩 | ทำให้ผลการเรียนดีขึ้น | 她想提高成绩。 เธออยากทำให้ผลการเรียนดีขึ้น |
กลุ่มที่ 2: สื่อสารและทำงานร่วมกัน
คำไทยว่า “ติดต่อ” อาจกลายเป็นกริยาหลายคำในภาษาจีน โทรศัพท์ใช้คำหนึ่ง ส่งข้อความหรืออีเมลใช้อีกคำหนึ่ง ส่วนการประชุมต้องแยกว่าเรา “เข้าร่วม” หรือเป็นฝ่าย “จัด”
| คู่คำ | ความหมาย | ประโยคสั้น |
|---|---|---|
打电话 | โทรศัพท์ | 我给妈妈打电话。 ฉันโทรหาแม่ |
发短信 | ส่งข้อความหรือ SMS | 他给我发短信。 เขาส่งข้อความมาหาฉัน |
发邮件 | ส่งอีเมล | 我今天发邮件。 วันนี้ฉันส่งอีเมล |
参加会议 | เข้าร่วมประชุม | 我下午参加会议。 ช่วงบ่ายฉันเข้าร่วมประชุม |
举行会议 | จัดการประชุม | 公司明天举行会议。 บริษัทจะจัดประชุมพรุ่งนี้ |
保持联系 | ติดต่อกันไว้ | 我们一直保持联系。 พวกเราติดต่อกันมาตลอด |
กลุ่มที่ 3: เดินทางและจัดการธุระ
กลุ่มเดินทางเป็นจุดที่จำคู่คำแล้วเห็นผลเร็ว เพราะกริยาบอกทั้งวิธีเดินทางและขั้นตอนของธุระ เช่น จองตั๋วอาจเกิดก่อนซื้อจริง ส่วนจักรยานใช้กริยาคนละตัวกับรถไฟใต้ดิน
| คู่คำ | ความหมาย | ประโยคสั้น |
|---|---|---|
买票 | ซื้อตั๋ว | 我去车站买票。 ฉันไปสถานีเพื่อซื้อตั๋ว |
订票 | จองตั๋ว | 我先在网上订票。 ฉันจองตั๋วออนไลน์ก่อน |
坐地铁 | นั่งรถไฟใต้ดิน | 我每天坐地铁上班。 ฉันนั่งรถไฟใต้ดินไปทำงานทุกวัน |
骑自行车 | ขี่จักรยาน | 他骑自行车去学校。 เขาขี่จักรยานไปโรงเรียน |
带护照 | พกหนังสือเดินทาง | 出国别忘了带护照。 ไปต่างประเทศอย่าลืมพกหนังสือเดินทาง |
拍照片 | ถ่ายรูป | 我想在这里拍照片。 ฉันอยากถ่ายรูปที่นี่ |
กลุ่มที่ 4: ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์
คู่คำชีวิตประจำวันดูง่าย แต่เป็นกลุ่มที่ผู้เรียนมักแปลกริยาไทยตรงตัว เช่น ใช้ “กิน” กับเครื่องดื่ม หรือใช้ “ทำ” กับทุกกิจกรรม ให้จำภาพของการกระทำคู่กับสิ่งที่ตามหลังแทน
| คู่คำ | ความหมาย | ประโยคสั้น |
|---|---|---|
做饭 | ทำอาหาร | 爸爸晚上做饭。 พ่อทำอาหารตอนเย็น |
喝咖啡 | ดื่มกาแฟ | 我早上喝咖啡。 ฉันดื่มกาแฟตอนเช้า |
穿衣服 | สวมเสื้อผ้า | 天冷了,多穿衣服。 อากาศหนาวแล้ว ใส่เสื้อผ้าเพิ่มให้อุ่นขึ้น |
见朋友 | พบเพื่อน | 周末我去见朋友。 สุดสัปดาห์ฉันไปพบเพื่อน |
送礼物 | มอบของขวัญ | 她送我一件礼物。 เธอมอบของขวัญหนึ่งชิ้นให้ฉัน |
过生日 | ฉลองวันเกิด | 我下个星期过生日。 สัปดาห์หน้าฉันจะฉลองวันเกิด |
คู่คำที่สับสนบ่อย: เปลี่ยนกริยา ความหมายก็เปลี่ยน
คู่คำต่อไปนี้สำคัญกว่าการจำจำนวนคำเยอะๆ เพราะแปลไทยใกล้กันจนเผลอเลือกกริยาผิด ให้เริ่มจากถามว่า “ใครทำอะไร และอยู่ขั้นตอนไหน” แทนการแปลทีละคำ
| คู่ที่เทียบ | ต่างกันตรงไหน | ภาพจำ |
|---|---|---|
参加会议 举行会议 | เข้าร่วมประชุม เทียบกับ จัดการประชุม | คนเข้าห้องประชุม เทียบกับ บริษัทกำหนดและจัดงาน |
买票 订票 | ซื้อและชำระเพื่อได้ตั๋ว เทียบกับ จองที่นั่งหรือตั๋วไว้ก่อน | จ่ายเงิน เทียบกับ สำรองไว้ล่วงหน้า |
借书 还书 | ยืมหนังสือ เทียบกับ คืนหนังสือ | ระวังเสียง: ในความหมายคืน อ่าน 还 ไม่ใช่เสียงที่แปลว่า “ยัง” |
拍照片 照相 | ทั้งสองใช้พูดว่าถ่ายรูปได้ แต่คำแรกเห็นโครงกริยา + กรรมชัดกว่า | เริ่มฝึกจากคู่คำแรก แล้วค่อยจำคำที่สองเป็นก้อน |
戴帽子 带护照 | สวมเครื่องประดับหรือของชิ้นเล็กบนร่างกาย เทียบกับ พกของติดตัว แม้ออกเสียงเหมือนกัน | หมวก แว่น และนาฬิกาใช้กริยาสวม ส่วนหนังสือเดินทางใช้กริยาพก |
做作业 写作业 | ทำการบ้านโดยรวม เทียบกับ ทำส่วนที่ต้องเขียน | กิจกรรมทั้งหมด เทียบกับ ปากกากับกระดาษ |
ประโยคแบบไหนฟังแปลก และควรเปลี่ยนอย่างไร
| อย่าแปลตรงตัว | เปลี่ยนเป็น | เหตุผล |
|---|---|---|
ไม่ธรรมชาติ: 做会议 | ใช้: 开会 หรือ 举行会议 | คำไทยว่า “ทำประชุม” ไม่ได้เลือกกริยาเดียวกับภาษาจีน |
ผิดคู่: 吃咖啡 | ใช้: 喝咖啡 | กาแฟเป็นเครื่องดื่ม จึงใช้กริยาดื่ม |
ผิดวิธีเดินทาง: 坐自行车 | ใช้: 骑自行车 | จักรยานใช้กริยาขี่ ส่วนรถไฟใต้ดินใช้กริยานั่ง |
ผิดช่องทาง: 打邮件 | ใช้: 发邮件 | โทรศัพท์ใช้กริยาโทร แต่ข้อความและอีเมลใช้กริยาส่ง |
ขยายคู่คำเป็นประโยคโดยไม่หลงลำดับ
เมื่อจำคู่คำได้แล้ว อย่ารีบแต่งประโยคไทยยาวๆ แล้วแปลทั้งก้อน ให้ถือความสัมพันธ์ของคู่คำเป็นแกน จากนั้นเติมข้อมูลทีละชั้น วิธีนี้ช่วยไม่ให้เผลอเปลี่ยนกริยาเป็นคำที่ไม่เข้าคู่ แม้ในประโยคจริงจะมีเวลา สถานที่ ผู้รับ ลักษณนาม หรือคำอื่นคั่นระหว่างกริยากับกรรมได้
เริ่มจากคู่คำ
复习课文
ทบทวนบทเรียน
เติมประธานและเวลา
我每天复习课文。
ฉันทบทวนบทเรียนทุกวัน
เติมสถานที่
我每天晚上在家复习课文。
ฉันทบทวนบทเรียนที่บ้านทุกเย็น
โครงสร้างต่อยอด 4 แบบ
Mini Practice: เลือกคู่คำก่อน แล้วค่อยเปิดเฉลย
ลองตอบบนกระดาษหรือพูดออกเสียงก่อนเปิดเฉลย เป้าหมายไม่ใช่จำตัวเลือก แต่คืออธิบายให้ได้ว่าทำไมกริยานั้นจึงเข้ากับคำนาม
ข้อ 1: ถ้าจะพูดว่า “บริษัทจัดประชุมพรุ่งนี้” ควรเลือกกริยาใด
เฉลย: ใช้ 举行会议 เพราะบริษัทเป็นฝ่ายทำให้การประชุมเกิดขึ้น
ข้อ 2: เติมกริยาใน “___ อีเมล” และ “___ โทรศัพท์”
เฉลย: อีเมลใช้ 发邮件 ส่วนโทรศัพท์ใช้ 打电话 อย่าใช้กริยาตัวเดียวตามคำไทยว่า “ติดต่อ”
ข้อ 3: “ยืมหนังสือ” กับ “คืนหนังสือ” ใช้คำใด และต้องระวังเสียงอะไร
เฉลย: ยืมหนังสือคือ 借书 คืนหนังสือคือ 还书 คำที่แปลว่า “คืน” อ่าน 还
ข้อ 4: แก้ประโยคที่ใช้กริยาผิด “ฉันนั่งจักรยานไปโรงเรียน”
เฉลย: จักรยานใช้กริยาขี่ ไม่ใช่กริยานั่ง
ข้อ 5: ขยาย “ทบทวนบทเรียน” ให้มีประธาน เวลา และสถานที่
คำตอบตัวอย่าง:
เปลี่ยนเวลาและสถานที่ให้ตรงชีวิตจริงของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องตอบเหมือนตัวอย่างทุกคำ
ข้อ 6: เลือก “จองตั๋ว” หรือ “ซื้อตั๋ว” ให้ตรงสถานการณ์
ถ้ายังไม่ได้เดินทางและสำรองตั๋วออนไลน์ไว้ก่อน ใช้ 订票 ถ้าเน้นขั้นตอนซื้อหรือชำระเพื่อได้ตั๋ว ใช้ 买票 ในชีวิตจริงบางระบบจองและจ่ายพร้อมกันได้ จึงต้องดูว่าผู้พูดต้องการเน้นขั้นตอนไหน
แผนฝึก 7 วัน: จากจำคู่คำไปสู่การพูดเอง
| วัน | สิ่งที่ฝึก | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| 1 | อ่านออกเสียง 6 คู่กลุ่มการเรียน แล้วปิดความหมายไทย | เห็นกริยาแล้วนึกถึงกรรมได้อย่างน้อย 4 คู่ |
| 2 | ฝึกกลุ่มสื่อสารและประชุม พร้อมแยกผู้เข้าร่วมกับผู้จัด | ไม่สลับกริยาในสองสถานการณ์ประชุม |
| 3 | ฝึกกลุ่มเดินทางด้วยภาพหรือแผนการเที่ยวของตัวเอง | พูด 4 ขั้นตอนตั้งแต่จองตั๋วถึงเดินทาง |
| 4 | ฝึกกลุ่มชีวิตประจำวัน แล้วแต่งประโยคที่เป็นเรื่องจริง | ได้ 6 ประโยคที่ไม่ต้องท่องตามตัวอย่าง |
| 5 | ทวนตารางคู่สับสนและแก้ประโยคแปลตรงตัว | อธิบายเหตุผลที่เปลี่ยนกริยาได้ 4 จุด |
| 6 | เลือก 5 คู่ แล้วเติมเวลา สถานที่ และคำเชื่อม | สร้างประโยคยาวขึ้นโดยคู่คำยังติดกันถูกต้อง |
| 7 | อัดเสียง 1 นาที เล่าเรื่องเรียน งาน หรือการเดินทาง | ใช้ collocation อย่างน้อย 6 คู่โดยไม่อ่านสคริปต์ทั้งหน้า |
วิธีเก็บ Collocation จากบทอ่านและเสียงจริง
หลังอ่านหรือฟังหนึ่งบท อย่าจดทุกคำที่ไม่รู้ ให้เลือกไม่เกิน 5 คู่ที่มีประโยชน์กับชีวิตตัวเอง จดกริยาและกรรมไว้ด้วยกัน แล้วเขียนประโยคใหม่หนึ่งประโยค วิธีนี้ทำให้สมุดคำศัพท์กลายเป็นคลังประโยค ไม่ใช่พจนานุกรมอีกเล่มที่ไม่เคยเปิดใช้
■ คู่คำจีนพร้อมพินอิน
■ ความหมายสั้นๆ หนึ่งบรรทัด
■ ประโยคจากต้นฉบับหนึ่งประโยค
■ ประโยคของตัวเองหนึ่งประโยค
■ จุดเปรียบเทียบ ถ้ามีกริยาที่ชอบสลับกัน
งานเขียน HSK 3 ส่วนเรียงคำต้องอาศัยการเห็นคำที่ควรอยู่ใกล้กัน ตัวอย่างข้อสอบทางการยังมีคำอย่าง 举行会议 อยู่ในโจทย์เรียงคำ การจำคู่คำจึงช่วยลดตัวเลือกในการจัดลำดับ แม้บทนี้จะไม่ใช่ข้อสอบจำลองโดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
HSK 3 ต้องจำ collocation กี่คู่
ไม่มีจำนวนตายตัวสำหรับบทฝึกนี้ เริ่มจาก 24 คู่แกนในบทความให้ใช้เป็นก่อน แล้วเพิ่มจากบทอ่านหรือบทฟังครั้งละ 3–5 คู่ คุณภาพของประโยคที่แต่งเองสำคัญกว่าจำนวนที่คัดไว้แต่ไม่เคยใช้
Collocation เป็นไวยากรณ์หรือคำศัพท์
อยู่ตรงกลางระหว่างสองอย่าง เพราะต้องรู้ความหมายของคำศัพท์และรู้ว่าคำเหล่านั้นประกอบกันอย่างไร การฝึกคู่คำจึงช่วยทั้งคลังศัพท์ ลำดับคำ และความเป็นธรรมชาติของประโยค
ถ้าคู่คำถูก แต่ประโยคยังฟังแปลก เกิดจากอะไร
อาจเกิดจากตำแหน่งเวลา สถานที่ คำช่วย ลักษณนาม หรือบริบท ตรวจคู่คำก่อน แล้วค่อยตรวจส่วนอื่นทีละชั้น อย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันจนไม่รู้ว่าจุดใดเป็นสาเหตุ
ต้องท่องประโยคตัวอย่างทั้งหมดไหม
ไม่ต้อง ให้จำคู่คำและโครงสร้างหนึ่งแบบ แล้วเปลี่ยนประธาน เวลา สถานที่ หรือเหตุผลให้เป็นเรื่องของตัวเอง การดัดแปลงประโยคช่วยให้เรียกใช้คำได้จริงกว่าการท่องย่อหน้าเดิม
คลังคำ 973 รายการกับข้อสอบ HSK 3 ปัจจุบันเหมือนกันทุกคำไหม
สถานะข้อมูลตรวจเมื่อ 10 สิงหาคม 2026: ไม่ควรเหมารวมว่าเหมือนกันทั้งหมด Tenttulip ใช้คลังคำระบบใหม่สำหรับเส้นทางเรียนระยะยาว ขณะที่ประกาศ Chinese Test ระบุว่าการสอบ HSK 3.0 วันที่ 31 มกราคม 2026 เป็นการทดลอง และรอบปกติปี 2026 ยังใช้ HSK 2.0 จนกว่าจะมีประกาศวันเริ่มใช้เต็มระบบ บทนี้จึงระบุระดับจากคลังเรียนของเว็บและแยกคำต่อยอดให้ชัด ผู้สมัครสอบควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนลงทะเบียน เพราะระดับคำและรูปแบบสอบอาจเปลี่ยนได้
■ เส้นทางเรียน HSK 3 ฟรี
■ วิธีจำคำศัพท์ HSK 3 ระบบใหม่
■ รายการคำศัพท์ HSK 3 จำนวน 973 รายการ
■ ไวยากรณ์ HSK 3 สรุปครบ
■ Flashcard HSK 3 ฟรี
■ Quiz คำศัพท์ HSK 3 ฟรี
■ รวมบทเรียนภาษาจีนฟรีทั้งหมด
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจ
- Chinese Test: HSK Level 3 ใช้ตรวจโครงสร้างข้อสอบระดับ 3 ที่แสดงอยู่ในระบบปัจจุบัน
- Chinese Test: ประกาศทดลอง HSK 3.0 ใช้แยกการทดลองสอบเดือนมกราคม 2026 ออกจากรอบสอบปกติ
- กระทรวงศึกษาธิการจีน: มาตรฐานระดับภาษาจีนสำหรับการศึกษานานาชาติ ใช้ตรวจกรอบสามช่วงเก้าระดับและองค์ประกอบด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ และทักษะภาษา
- Beijing Language and Culture University: งานวิจัยคลังความรู้การจับคู่กริยา–กรรม ใช้ตรวจความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกริยาและกรรมในการใช้ภาษาจีน
- BCC Corpus: คู่มือคลังภาษาจีนออนไลน์ ใช้ตรวจแนวคิดการดูคำในบริบทและความสัมพันธ์การปรากฏร่วม
- Chinese Test: ตัวอย่างข้อสอบ HSK 3 ใช้ตรวจตัวอย่างโจทย์เรียงคำและการใช้คู่คำในการเขียน






