คำศัพท์จีน
近义词辨析

ตัวเต็ม: 近義詞辨析
อ่านว่า: จิ้นอี้ฉือ เปี้ยนซี
ความหมาย: การวิเคราะห์และแยกแยะคำใกล้ความหมาย โดยพิจารณาความหมาย การใช้ คำที่ใช้ร่วมกัน และบริบท
ชนิดคำ: นามวลี / คำเรียกกระบวนการทางการเรียนและการสอนภาษา
近义词辨析 หมายถึงการวิเคราะห์และแยกแยะคำที่มีความหมายใกล้กัน เพื่อเข้าใจทั้งส่วนที่เหมือนและจุดต่างในการใช้ เป็นวลีทางการเรียนและการสอนภาษา ไม่ได้เป็นชื่อหนังสือเล่มใดโดยเฉพาะ นักเรียนพบวลีนี้ได้ในหัวข้อบทเรียน คำสั่งแบบฝึก และการอธิบายวิธีเลือกคำให้เหมาะกับประโยค
อ่านและแบ่งส่วนของวลีให้ถูก
แบ่งเป็น 近义词 ซึ่งหมายถึงคำใกล้ความหมาย กับ 辨析 ซึ่งหมายถึงแยกแยะโดยพิจารณาวิเคราะห์ ไม่ควรตัดช่วงกลางออกมาแล้วสอนว่าเป็นคำอีกคำหนึ่ง ตัวเต็มเขียน 近義詞辨析 โดยอักษรที่เปลี่ยนรูปคือ 义 เป็น 義 และ 词 เป็น 詞
คำอ่านไทย “จิ้นอี้ฉือ เปี้ยนซี” เป็นเสียงช่วยจำโดยประมาณ ลำดับเสียงพินอินคือเสียงสี่ สี่ สอง สี่ และหนึ่งตามลำดับ โดยเฉพาะ 辨 ต้องเป็นเสียงสี่ ไม่ใช่เสียงสาม ส่วนเสียง c ใน 词 เป็นเสียงพ่นลม ควรฟังเสียงอ่านทั้งวลีประกอบ ไม่ใช้ตัวสะกดไทยแทนรายละเอียดการออกเสียงทั้งหมด
ความหมายใกล้กัน ไม่ได้ใช้แทนกันทุกแห่ง
การมีคำแปลไทยเหมือนกันยังไม่พอจะสรุปว่าคำจีนสองคำใช้เหมือนกัน ต้องดูว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงอะไร คำไหนรับสิ่งนั้นเป็นกรรมได้ และประโยคกำลังเน้นข้อมูลส่วนใด คำหนึ่งอาจกว้างกว่าอีกคำหนึ่ง หรือใช้กับคน สิ่งของ และเหตุการณ์ต่างกัน แม้จะมีความหมายบางส่วนร่วมกันก็ตาม
เวลาวิเคราะห์ควรระบุด้วยว่ากำลังเทียบความหมายใดของแต่ละคำ คำที่มีหลายความหมายอาจใกล้กันเฉพาะบางความหมาย ไม่ใช่ทุกความหมาย การสรุปว่า “ใช้แทนกันได้” จึงควรมีประโยคหรือเงื่อนไขกำกับ เช่น ใช้ได้ในบริบทที่กำลังยกตัวอย่าง ไม่ขยายข้อสรุปนั้นไปใช้กับทุกข้อความโดยอัตโนมัติ
ดูการใช้ร่วมกับคำอื่นและหน้าที่ในประโยค
หัวข้อที่ช่วยตรวจได้ ได้แก่ 词义 ความหมายของคำ 词性 ชนิดคำ และ 搭配 คำที่ใช้ร่วมกัน ต่อให้สองคำให้ความหมายที่ดูเข้ากับเรื่องเหมือนกัน ก็อาจวางในประโยคต่างตำแหน่งหรือรับคำขยายคนละแบบได้ นักเรียนจึงควรจดทั้งคำและโครงสร้างที่คำปรากฏ ไม่จดเฉพาะรายการคำแปล
นอกจากนี้ให้สังเกต 语体 ระดับภาษาหรือลักษณะภาษาที่ใช้ และ 感情色彩 น้ำเสียงเชิงอารมณ์ของคำ คำหนึ่งอาจเหมาะกับบทสนทนา อีกคำอาจเป็นทางการกว่า หรือบางคำอาจแสดงการชื่นชมหรือตำหนิ ทั้งนี้ต้องตรวจเป็นคู่และเป็นบริบท ไม่ใช่ทุกคู่จะต่างกันครบทุกด้าน
งานวิจัยด้านการวิเคราะห์คำใกล้ความหมายเน้นประโยชน์ของข้อมูลการใช้คำร่วมกันและตัวอย่างในบริบท ดูแนวทางได้จาก งานวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่วน คำอธิบายพจนานุกรมของสำนักพิมพ์ Commercial Press แสดงว่าการอธิบายคำใกล้ความหมายต้องบอกทั้งจุดร่วมและความต่างของการใช้
นำวลีนี้ไปพูดถึงกิจกรรมการเรียน
ใช้ 进行近义词辨析 เมื่อต้องการบอกว่าดำเนินการวิเคราะห์คำใกล้ความหมาย และใช้ 做近义词辨析练习 เมื่อต้องการพูดถึงการทำแบบฝึก หากเขียนเป็นหัวข้อ สามารถเติมชื่อภาษาหรือคู่คำที่กำลังศึกษาเพื่อบอกขอบเขตได้ โดยไม่ต้องถือทุกหัวข้อที่เติมแล้วว่าเป็นศัพท์ใหม่อีกคำหนึ่ง
เมื่อต้องการระบุด้านที่พิจารณา ใช้กรอบ 从……方面进行辨析 ได้ เช่น พิจารณาจากด้านความหมายหรือการใช้ร่วมกับคำอื่น ส่วน 区别 ใช้กล่าวถึงความแตกต่างหรือการแยกแยะได้กว้างกว่า ขณะที่วลีหัวหน้านี้ระบุชัดว่ากำลังวิเคราะห์คำใกล้ความหมาย
ฝึกเทียบโดยไม่สร้างกฎเกินหลักฐาน
เริ่มจากเลือกหนึ่งคู่คำ อ่านตัวอย่างที่เชื่อถือได้หลายประโยค แล้วจดว่าประโยคแต่ละแบบต้องการสื่ออะไร ลองเปลี่ยนคำในตำแหน่งเดิมและตรวจว่าได้ความหมายเดิมหรือไม่ ฟังเป็นธรรมชาติหรือไม่ และต้องเปลี่ยนโครงสร้างอื่นตามด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตรวจพจนานุกรมหรือถามผู้สอนพร้อมยกประโยคเต็ม แทนการถามเพียงว่าสองคำ “เหมือนกันไหม”
ภาพกุญแจที่คล้ายกันกับแว่นขยายบนหน้านี้เป็นเพียงภาพช่วยจำเรื่องการสังเกตจุดร่วมและจุดต่าง ไม่ได้หมายความว่าคำใกล้ความหมายต้องมีรูปร่างอักษรคล้ายกัน หรือไม่มีคู่ใดใช้แทนกันได้เลย และไม่พบวลีเต็มนี้เป็นหัวคำในบัญชีหลักสูตรสอบ HSK ที่มีผลเดือนกรกฎาคม 2026 จึงไม่กำหนดระดับ HSK ให้ทั้งวลี ฝึกเลือกคำในบริบทต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน
ลำดับขีด





คำประสมที่พบบ่อย
汉语近义词辨析 (Hànyǔ jìnyìcí biànxī): การวิเคราะห์คำใกล้ความหมายในภาษาจีน
近义词辨析方法 (jìnyìcí biànxī fāngfǎ): วิธีวิเคราะห์คำใกล้ความหมาย
进行近义词辨析 (jìnxíng jìnyìcí biànxī): ดำเนินการวิเคราะห์และแยกแยะคำใกล้ความหมาย
近义词辨析练习 (jìnyìcí biànxī liànxí): แบบฝึกแยกแยะคำใกล้ความหมาย
近义词辨析教学 (jìnyìcí biànxī jiàoxué): การสอนวิเคราะห์คำใกล้ความหมาย
近义词辨析词典 (jìnyìcí biànxī cídiǎn): พจนานุกรมวิเคราะห์การใช้คำใกล้ความหมาย
近义词辨析题 (jìnyìcí biànxī tí): โจทย์วิเคราะห์และแยกแยะคำใกล้ความหมาย
ตัวอย่างการใช้
这本教材每一课都有近义词辨析。
Zhè běn jiàocái měi yí kè dōu yǒu jìnyìcí biànxī.
ตำราเล่มนี้มีส่วนวิเคราะห์คำใกล้ความหมายในทุกบท
老师用真实语境进行近义词辨析。
Lǎoshī yòng zhēnshí yǔjìng jìnxíng jìnyìcí biànxī.
ครูใช้บริบทจริงในการวิเคราะห์และแยกแยะคำใกล้ความหมาย
近义词辨析不能只看泰语翻译。
Jìnyìcí biànxī bù néng zhǐ kàn Tàiyǔ fānyì.
การวิเคราะห์คำใกล้ความหมายจะดูเพียงคำแปลภาษาไทยไม่ได้
做近义词辨析时,我们要比较词性和搭配。
Zuò jìnyìcí biànxī shí, wǒmen yào bǐjiào cíxìng hé dāpèi.
เวลาแยกแยะคำใกล้ความหมาย เราต้องเทียบชนิดคำและคำที่มักใช้ร่วมกัน
这道近义词辨析题要求我们选择最合适的词。
Zhè dào jìnyìcí biànxī tí yāoqiú wǒmen xuǎnzé zuì héshì de cí.
โจทย์วิเคราะห์คำใกล้ความหมายข้อนี้ให้เราเลือกคำที่เหมาะสมที่สุด
近义词辨析还要注意语体和感情色彩。
Jìnyìcí biànxī hái yào zhùyì yǔtǐ hé gǎnqíng sècǎi.
การแยกแยะคำใกล้ความหมายยังต้องสังเกตระดับภาษาและน้ำเสียงเชิงอารมณ์
她把近义词辨析的结果整理成了表格。
Tā bǎ jìnyìcí biànxī de jiéguǒ zhěnglǐ chéng le biǎogé.
เธอจัดผลการวิเคราะห์คำใกล้ความหมายเป็นตาราง
A: 这两个词的泰语翻译一样,可以随便换用吗?
Zhè liǎng ge cí de Tàiyǔ fānyì yíyàng, kěyǐ suíbiàn huànyòng ma?
สองคำนี้แปลไทยเหมือนกัน จะใช้สลับกันตามใจได้ไหม
B: 不一定。我们先结合例句做近义词辨析。
Bù yídìng. Wǒmen xiān jiéhé lìjù zuò jìnyìcí biànxī.
ไม่เสมอไป เราลองวิเคราะห์คำใกล้ความหมายโดยดูตัวอย่างประโยคประกอบก่อน
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide