竖折
คำศัพท์จีน
ตัวเต็ม: 豎折
อ่านว่า: ซู่เจ๋อ
ความหมาย: ชื่อขีดหักชนิดหนึ่งของอักษรจีน เขียนเป็นขีดเดียวโดยลากแนวตั้งลงด้านล่าง แล้วหักเปลี่ยนทิศไปเป็นแนวนอนทางขวา ตัวอย่างมาตรฐานพบในอักษร 山 และต่างจาก 横折 ซึ่งเริ่มจากแนวนอนก่อนหักลง
ชนิดคำ: คำนาม, ศัพท์การเขียนอักษรจีน (n.)
竖折 คือขีดอะไร
竖折 เป็นชื่อขีดหักที่เริ่มด้วยช่วงแนวตั้งลงด้านล่าง แล้วเปลี่ยนทิศที่มุมไปเป็นช่วงแนวนอนทางขวา ทั้งสองช่วงเขียนต่อเนื่องโดยไม่ยกปากกาและนับเป็นขีดเดียว ตัวอย่างอักษรมาตรฐานสำหรับขีดนี้คือ 山
องค์ประกอบของชื่อ
竖 บอกว่าช่วงแรกเป็นแนวตั้ง ส่วน 折 บอกว่ามีจุดหักเปลี่ยนทิศ เมื่อหลังจุดหักเป็นแนวนอนซึ่งเป็นรูปที่พบบ่อย ชื่อย่อสามารถละคำเรียกช่วงแนวนอนท้ายขีดได้ ดังนั้น 竖折 จึงไม่ได้หมายถึงเขียน 竖 หนึ่งขีดแล้วเขียน 折 อีกขีด แต่เป็นชื่อของรูปขีดเดียว
วิธีจำทิศทาง
จำว่า“ลงก่อน แล้วไปขวา” เริ่มจากจุดบน ลากลงตามความยาวที่เหมาะสม ชะลอหรือหยุดเล็กน้อยตรงมุม แล้วเปลี่ยนทิศไปทางขวาโดยไม่ยกปากกา การหักมุมควรสัมพันธ์กับแบบตัวอักษร ไม่จำเป็นต้องเป็นมุมฉากแข็งเหมือนกันในทุกฟอนต์
พบในอักษรใด
ใน 山 ขีดที่สองเป็น 竖折 ส่วนใน 出 ขีดแรกเป็น 竖折 การวางตำแหน่งต่างกันตามโครงสร้าง แต่เส้นทางหลักยังเป็นแนวตั้งแล้วหักไปทางขวา การรู้ชื่อขีดช่วยให้อ่านคำอธิบาย笔顺ได้ แต่ควรตรวจภาพเคลื่อนไหวของอักษรเต็มเพื่อไม่สลับลำดับกับขีดอื่น
ต่างจาก 横折 อย่างไร
竖折 เริ่มลงในแนวตั้งแล้วหักไปทางขวา ส่วน 横折 เริ่มไปทางขวาในแนวนอนแล้วหักลง ทิศทางสองช่วงจึงสลับกัน คำแรกในชื่อขีดเป็นตัวช่วยจำจุดเริ่มที่สำคัญ หากมองเพียงว่าทั้งคู่มีมุมหัก ผู้เรียนอาจเรียกชื่อและบอก笔顺ผิด
ต่างจาก 竖弯 อย่างไร
竖折 เปลี่ยนทิศด้วยมุมหักที่จำแนกเป็น折 ส่วน 竖弯 เปลี่ยนจากแนวตั้งไปแนวนอนด้วยส่วนโค้งที่จำแนกเป็น弯 มาตรฐานรูปขีดแยกชนิดของจุดเปลี่ยนทิศไว้ ผู้เรียนจึงควรสังเกตว่าการเลี้ยวเป็นมุมหรือโค้ง ไม่ใช่ดูเพียงต้นทางและปลายทาง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดได้แก่แยกเขียนเป็นสองขีด เริ่มจากแนวนอนจนกลายเป็น 横折 ทำช่วงตั้งหรือช่วงนอนสั้นเกินไป และลากเลยมุมจนรูปอักษรเสียสัดส่วน วิธีฝึกคือพูดชื่อทิศทางพร้อมเขียนว่า“竖—折 หนึ่งขีด” แล้วเทียบจุดเริ่ม มุม และปลายกับแบบตัวบรรจง
รูปพิมพ์กับลายมือ
ความหนา ความยาว มุม และความเอียงของ 竖折 เปลี่ยนได้ตามฟอนต์ เครื่องมือ และ书法风格 แต่แกนการจำแนกยังอยู่ที่ช่วงตั้งตามด้วยการหักไปเป็นช่วงนอน ผู้เริ่มต้นควรยึด楷书และสื่อ笔顺ที่เชื่อถือได้ก่อนศึกษารูปแบบตกแต่งหรือการเขียนหวัด
การออกเสียง
อ่านว่า shùzhé คำอ่านไทย“ซู่เจ๋อ” 竖 shù เป็นเสียง 4 และ 折 zhé เป็นเสียง 2 อักษรดั้งเดิมเขียนว่า 豎折 คำนี้เป็นศัพท์ชื่อ笔画 ไม่ใช่การนำคำว่า“ตั้ง”กับ“พับ”มาแปลแยกโดยไม่ดูบริบทการเขียนอักษรจีน
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
竖折笔画 (shùzhé bǐhuà): ขีดซู่เจ๋อ
竖折的写法 (shùzhé de xiěfǎ): วิธีเขียนขีดซู่เจ๋อ
竖折的转折处 (shùzhé de zhuǎnzhé chù): ตำแหน่งหักมุมของขีดซู่เจ๋อ
竖折的方向 (shùzhé de fāngxiàng): ทิศทางของขีดซู่เจ๋อ
竖折起笔 (shùzhé qǐbǐ): การเริ่มขีดซู่เจ๋อ
竖折收笔 (shùzhé shōubǐ): การจบขีดซู่เจ๋อ
竖折和横折 (shùzhé hé héngzhé): ขีดซู่เจ๋อกับขีดเหิงเจ๋อ
含有竖折的汉字 (hányǒu shùzhé de Hànzì): อักษรจีนที่มีขีดซู่เจ๋อ
竖折练习 (shùzhé liànxí): แบบฝึกขีดซู่เจ๋อ
ตัวอย่างการใช้
‘山’的第二笔是竖折。
‘Shān’ de dì-èr bǐ shì shùzhé.
ขีดที่สองของอักษร 山 คือขีดซู่เจ๋อ
竖折先向下写,再向右折。
Shùzhé xiān xiàng xià xiě, zài xiàng yòu zhé.
ซู่เจ๋อเขียนลงด้านล่างก่อน แล้วจึงหักไปทางขวา
这两个方向要连成一笔。
Zhè liǎng ge fāngxiàng yào lián chéng yì bǐ.
ทิศทางทั้งสองช่วงนี้ต้องเขียนต่อกันเป็นขีดเดียว
‘出’字的第一笔是竖折。
‘Chū’ zì de dì-yī bǐ shì shùzhé.
ขีดแรกของอักษร 出 คือขีดซู่เจ๋อ
这个竖折的竖段太短了。
Zhège shùzhé de shùduàn tài duǎn le.
ช่วงแนวตั้งของซู่เจ๋อนี้สั้นเกินไป
不要把竖折写成竖和横两笔。
Bú yào bǎ shùzhé xiě chéng shù hé héng liǎng bǐ.
อย่าเขียนซู่เจ๋อแยกเป็นขีดตั้งและขีดนอนสองขีด
竖折和横折的起笔方向不同。
Shùzhé hé héngzhé de qǐbǐ fāngxiàng bùtóng.
ทิศเริ่มขีดของซู่เจ๋อกับเหิงเจ๋อไม่เหมือนกัน
A: 为什么这笔叫竖折?
Wèishénme zhè bǐ jiào shùzhé?
ทำไมขีดนี้จึงเรียกว่าซู่เจ๋อ
B: 因为先写竖,再向右折成横。
Yīnwèi xiān xiě shù, zài xiàng yòu zhé chéng héng.
เพราะเขียนแนวตั้งก่อน แล้วจึงหักไปทางขวาเป็นแนวนอน
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide