คำศัพท์จีน
就是

ตัวเต็ม: 就是
อ่านว่า: จิ้วชื่อ
ความหมาย: ก็คือ นั่นแหละ/นี่แหละ ใช้ย้ำ ชี้เฉพาะ ระบุให้ตรง หรือเกริ่นข้อยกเว้นตามบริบท
ชนิดคำ: คำวิเศษณ์ (adv.) / วลีเน้นความ (emphatic phrase)
ระดับ: HSK 3
ความหมายและวิธีใช้
就是 เป็นรูปที่ประกอบจาก 就 + 是 แต่ในภาษาจีนปัจจุบันใช้เป็นหน่วยเน้นความได้บ่อย โดยวางก่อนคน สิ่ง หรือข้อมูลที่ต้องการชี้ให้ตรง เช่น 负责的人就是王老师、我想要的就是这个。ความหมายใกล้ ‘ก็คือ/นี่แหละ/นั่นแหละ’ ไม่ได้เป็นเพียง 是 ธรรมดา。
ใช้ 就是 เพื่อย้ำความตั้งใจหรือข้อเท็จจริงได้ เช่น 我就是想确认一下、他就是不愿意。น้ำเสียงอาจเป็นกลางเมื่อเพียงย้ำข้อมูล แต่ถ้าออกเสียงหนักหรือใช้ในข้อโต้แย้ง อาจฟังดื้อ ยืนยันตัวเอง หรือไม่พอใจ จึงต้องดูบริบทและน้ำเสียง。
รูป 不就是 + สิ่ง/เหตุการณ์ + 吗? มักลดทอนว่าสิ่งนั้นไม่น่ากังวล เช่น 不就是下雨吗?แต่บางสถานการณ์อาจฟังเหมือนมองข้ามความรู้สึกของอีกฝ่าย จึงไม่เหมาะเมื่อปัญหานั้นร้ายแรงหรืออีกฝ่ายกำลังทุกข์จริง。
就是说 ใช้เชื่อมเพื่อสรุปหรืออธิบายใหม่ว่า ‘กล่าวคือ/หมายความว่า’ มักตามด้วยประโยคเต็ม。ส่วน 就是因为 ใช้ย้ำเหตุผล เช่น 就是因为时间不够; อย่าสรุปว่า 就是 ทุกครั้งแปลได้คำไทยคำเดียว เพราะบทบาทหลักคือเพิ่มการชี้เฉพาะหรือการเน้น。
พินอินคือ jiùshì: 就 jiù เสียงสี่ และ 是 shì เสียงสี่ คำอ่านไทย จิ้วชื่อ ตัวเต็มเหมือนเดิม。อย่าแยกตีความทุกประโยคเป็น 就 ‘ก็’ + 是 ‘คือ’ แบบแข็ง ๆ; ให้ดูว่า 就是 กำลังใช้ระบุให้ตรง เน้นเจตนา เน้นความแน่นอน หรือเปิดคำอธิบาย。
รูปแบบที่ใช้บ่อย
- …的 + 就是 + คน/สิ่ง
- 就是 + คน/สิ่ง
- 就是 + 不/要/想 + กริยา
- 我就是想 + กริยา
- 不就是 + เหตุการณ์ + 吗
- 就是说,+ ประโยค
- 就是因为 + เหตุผล
การฝึกคำนี้ควรอ่านทั้งคำเดี่ยวและตัวอย่างเต็มประโยค เพื่อสังเกตตำแหน่งในประโยค คำที่มักใช้ร่วมกัน และน้ำเสียงที่ต่างกันตามบริบท
ข้อแตกต่างและข้อควรระวัง
就是มีหน้าที่ย้ำหรือชี้เฉพาะ ไม่ควรแปลเป็น ‘ก็คือ’ ตายตัวทุกประโยค
就是 + 不/要 อาจฟังยืนกรานหรือแข็งได้ตามน้ำเสียง
不就是…吗? อาจฟังเหมือนลดทอนปัญหาของอีกฝ่าย
就是说 ใช้เปิดคำอธิบายหรือสรุป ไม่ใช่คำขยายคำนาม
อย่าแยก 就是 แบบกลไกเสมอไป; ให้ดูหน้าที่ของทั้งวลีในประโยค
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
就是这样 (jiùshì zhèyàng): ก็เป็นแบบนี้แหละ
就是他 (jiùshì tā): ก็เขานั่นแหละ
就是这个 (jiùshì zhège): ก็คืออันนี้
不就是 (bù jiùshì): ก็แค่…ไม่ใช่หรือ
就是要 (jiùshì yào): ยืนยันว่าจะต้อง…
就是因为 (jiùshì yīnwèi): ก็เพราะว่า…นี่เอง
就是说 (jiùshì shuō): กล่าวคือ/หมายความว่า
ตัวอย่างการใช้
今天负责介绍的人就是王老师。
Jīntiān fùzé jièshào de rén jiùshì Wáng lǎoshī.
คนที่รับผิดชอบการแนะนำวันนี้ก็คืออาจารย์หวัง
我想买的就是这个颜色。
Wǒ xiǎng mǎi de jiùshì zhège yánsè.
สีที่ฉันอยากซื้อก็คือสีนี้
他就是不愿意听别人的意见。
Tā jiùshì bù yuànyì tīng biérén de yìjiàn.
เขานั่นแหละที่ไม่ยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่น
我就是想再确认一次时间。
Wǒ jiùshì xiǎng zài quèrèn yí cì shíjiān.
ฉันก็แค่อยากยืนยันเวลาอีกครั้ง
不就是下雨吗?我们可以带伞。
Bù jiùshì xià yǔ ma? Wǒmen kěyǐ dài sǎn.
ก็แค่ฝนตกไม่ใช่หรือ เราพกร่มได้
就是说,这个计划还需要大家同意。
Jiùshì shuō, zhège jìhuà hái xūyào dàjiā tóngyì.
กล่าวคือ แผนนี้ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกคน
我想说的就是,只要开始练习,就会慢慢进步。
Wǒ xiǎng shuō de jiùshì, zhǐyào kāishǐ liànxí, jiù huì mànmàn jìnbù.
สิ่งที่ฉันอยากบอกก็คือ แค่เริ่มฝึกก็จะค่อย ๆ พัฒนา
A: 谁把钥匙放在桌上了?
Shéi bǎ yàoshi fàng zài zhuō shàng le?
ใครวางกุญแจไว้บนโต๊ะ
B: 就是我,刚才回来得太急了。
Jiùshì wǒ, gāngcái huílai de tài jí le.
ฉันเอง เมื่อกี้กลับมารีบเกินไป
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide