คำศัพท์จีน
区别

ตัวเต็ม: 區別
อ่านว่า: ชวีเปี๋ย
ความหมาย: ความแตกต่าง; แยกแยะหรือทำให้สิ่งต่าง ๆ ต่างกัน
ชนิดคำ: คำนาม (n.) / คำกริยา (v.)
ระดับ: HSK 3
ความหมายหลัก
区别 ใช้ได้ทั้งคำนามและกริยา ในฐานะคำนามหมายถึงความต่างระหว่างสิ่งสองอย่างขึ้นไป เช่น 有区别、主要区别、区别在于……。ในฐานะกริยาหมายถึงแยกแยะให้เห็นว่าอะไรไม่เหมือนกัน เช่น 区别两个概念、区别开来。ภาษาไทยจึงอาจแปลว่า ‘ความแตกต่าง’ หรือ ‘แยกแยะ’ ต้องดูตำแหน่งในประโยค ไม่ควรยึดคำแปลเดียว。
ตำแหน่งและสถานการณ์ที่ใช้
เมื่อเป็นคำนาม มักตามหลัง 有、没有、最大、主要 หรืออยู่ในรูป A 和 B 的区别。例如 这两个词有区别。区别在于…… ใช้ชี้จุดต่างอย่างเป็นระเบียบ。เมื่อเป็นกริยา ให้มีสิ่งที่ต้องแยกตามหลัง เช่น 区别真假、区别两个概念,หรือใช้ 区别开来 เพื่อเน้นว่าแยกออกจากกันได้แล้ว。การดูว่าหลังคำนี้เป็นกรรมหรือไม่ช่วยบอกหน้าที่ได้ชัด。
คำที่มักใช้ร่วมกัน
วลีที่ควรจำคือ 有区别、没有区别、主要区别、区别对待、区别开来、两者区别 และ 仔细区别。区别对待 เป็นสำนวนที่หมายถึงปฏิบัติต่อคนหรือเรื่องต่างกันตามเงื่อนไข ไม่ได้หมายถึงแค่ ‘เห็นความต่าง’。如果说 不要区别对待,มักสื่อว่าควรปฏิบัติอย่างเท่าเทียม。对于学习词语,先看主要区别,再练习区别开来 จะเป็นลำดับฝึกที่ดี。
เปรียบเทียบคำใกล้เคียง
区别 ต่างจาก 差别、不同 และ 区分。差别 เป็นคำนามเป็นหลัก เน้นช่องว่างหรือระดับความต่าง เช่น 年龄差别,不直接当动词说 *差别两个词。不同 เป็นคำคุณศัพท์หรือคำนามว่าไม่เหมือนกัน เช่น 方法不同,น้ำเสียงกลางและใช้กว้าง。区分 เป็นกริยาที่เน้นจัดหมวดหรือแบ่งให้ชัด เช่น 区分颜色和形状。区别 เป็นคำที่ยืดหยุ่นกว่าเพราะเป็นได้ทั้งคำนามและกริยา,但要按句型使用。
การออกเสียงและข้อควรระวัง
พินอินคือ qūbié: 区 qū เสียงหนึ่ง และ 别 bié เสียงสอง; ตัวเต็มคือ 區別。别 ในคำนี้อ่าน bié ไม่ใช่ biè และไม่ได้เป็นคำสั่งว่า ‘อย่า’ แบบ 别说话。注意 区别 与 区分 都有分辨的意思,但 区别 还能说 有区别。เมื่อเขียนอธิบายความต่าง ให้ใช้ 两者的区别 或 区别在于,ไม่ใช้ *两者的不同点有区别 ซ้อนความหมายโดยไม่จำเป็น。
รูปแบบที่ใช้บ่อย
- A 和 B 有/没有 + 区别
- 主要/最大 + 区别
- 区别在于 + จุดต่าง
- 区别 + A 和 B
- 区别 + A 和 B + 开来
- 区别对待
- 看不出 + 区别
เวลาฝึกคำนี้ ให้เริ่มจากเลือกประโยคหนึ่งประโยคที่ตรงกับสถานการณ์จริง แล้วสังเกตว่าคำนี้ตามหลังหรืออยู่หน้าคำใด การจำเป็นก้อนพร้อมตัวอย่างจะช่วยให้เลือกคำได้แม่นกว่าจำคำแปลไทยเพียงคำเดียว และช่วยหลีกเลี่ยงการนำโครงสร้างของคำใกล้เคียงมาใช้ปนกัน
สรุปก่อนใช้
有区别 คือคำนาม; 区别 A 和 B คือกริยาแยกแยะ
差别 เน้นคำนาม, 不同 เน้นไม่เหมือน, 区分 เน้นแบ่งแยกตามเกณฑ์
区别对待 เป็นสำนวนเรื่องการปฏิบัติที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่การสังเกตความต่าง
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
有区别 (yǒu qūbié): มีความแตกต่าง
没有区别 (méiyǒu qūbié): ไม่มีความแตกต่าง
主要区别 (zhǔyào qūbié): ความแตกต่างหลัก
区别对待 (qūbié duìdài): ปฏิบัติแตกต่างกัน
区别开来 (qūbié kāi lái): แยกแยะออกจากกัน
两者区别 (liǎngzhě qūbié): ความต่างของสองสิ่ง
仔细区别 (zǐxì qūbié): แยกแยะอย่างละเอียด
ตัวอย่างการใช้
这两个词的用法有一点区别。
Zhè liǎng ge cí de yòngfǎ yǒu yìdiǎn qūbié.
การใช้ของคำสองคำนี้มีความแตกต่างเล็กน้อย
我看不出这两张照片有什么区别。
Wǒ kàn bu chū zhè liǎng zhāng zhàopiàn yǒu shénme qūbié.
ฉันดูไม่ออกว่ารูปสองใบนี้ต่างกันอย่างไร
请区别一下这两个概念。
Qǐng qūbié yíxià zhè liǎng ge gàiniàn.
กรุณาแยกแยะแนวคิดสองข้อนี้สักหน่อย
颜色可以帮助我们区别不同的按钮。
Yánsè kěyǐ bāngzhù wǒmen qūbié bùtóng de ànniǔ.
สีช่วยให้เราแยกแยะปุ่มที่ต่างกันได้
他们对每位客户都一样,没有区别对待。
Tāmen duì měi wèi kèhù dōu yíyàng, méiyǒu qūbié duìdài.
พวกเขาปฏิบัติต่อลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ไม่มีการปฏิบัติแตกต่าง
最大的区别在于价格和服务。
Zuì dà de qūbié zài yú jiàgé hé fúwù.
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ราคาและบริการ
先学会区别开来,再选择合适的方法。
Xiān xuéhuì qūbié kāi lái, zài xuǎnzé héshì de fāngfǎ.
ให้เรียนรู้ที่จะแยกแยะออกก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีที่เหมาะสม
A: 这两个词是不是一样?
Zhè liǎng ge cí shì bú shì yíyàng?
คำสองคำนี้เหมือนกันไหม
B: 有区别,使用的场合不完全一样。
Yǒu qūbié, shǐyòng de chǎnghé bù wánquán yíyàng.
ต่างกันอยู่ บริบทที่ใช้ไม่เหมือนกันทั้งหมด
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide