คำศัพท์จีน
语体色彩
ตัวเต็ม: 語體色彩
อ่านว่า: อวี่ถี่ เซ่อไฉ่
ความหมาย: ลักษณะด้านระดับและลีลาภาษาที่ติดมากับคำหรือสำนวน เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ทางการ ไม่ทางการ โบราณ หรือร่วมสมัย
ชนิดคำ: คำนาม (n.), ศัพท์ภาษาศาสตร์
语体色彩คืออะไร
语体色彩 หมายถึงลักษณะด้านระดับและลีลาภาษาที่ผู้ใช้ภาษารับรู้จากคำ สำนวน หรือโครงสร้าง เช่นเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน ทางการ ไม่ทางการ แบบโบราณ แบบวรรณกรรม หรือใช้เฉพาะงานราชการ แม้คำสองคำมีความหมายหลักใกล้กัน แต่หาก语体色彩ต่างกันก็อาจใช้แทนกันไม่ได้ในทุกสถานการณ์
ภาษาพูดกับภาษาเขียน
คำอย่าง啥、咋办、挺好的มีลักษณะภาษาพูดและเหมาะกับบทสนทนาหรือข้อความไม่เป็นทางการ ส่วน诸如、不可忽视、予以处理มีลักษณะภาษาเขียนหรือเป็นทางการกว่า อย่างไรก็ตาม ขอบเขตนี้ไม่ตายตัว คำจากภาษาพูดอาจปรากฏในนิยายหรือบทความเพื่อสร้างน้ำเสียงเป็นกันเอง และภาษาเขียนอาจใช้ในคำพูดที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ทางการไม่ได้แปลว่าดีกว่า
การเลือกภาษาอย่างถูกต้องไม่ได้หมายถึงใช้คำทางการที่สุดเสมอ ประโยคในแชตกับเพื่อนที่เต็มไปด้วยถ้อยคำราชการอาจห่างเหินหรือฟังไม่เป็นธรรมชาติ ในทางกลับกัน รายงาน ข้อกำหนด และจดหมายธุรกิจต้องการคำที่แม่นและเป็นทางการ เป้าหมายคือให้语体色彩สอดคล้องกับผู้รับ จุดประสงค์ ช่องทาง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูด
ต่างจาก感情色彩
感情色彩 บอกท่าทีเชิงชื่นชม ตำหนิ หรือเป็นกลาง เช่น褒义、贬义และ中性 ส่วน语体色彩บอกลีลาหรือระดับภาษา คำหนึ่งอาจเป็นภาษาพูดแต่เป็นกลาง หรือเป็นภาษาเขียนและมีความหมายเชิงลบได้ จึงต้องวิเคราะห์สองมิตินี้แยกกัน ไม่ใช้คำว่า “ไม่สุภาพ” แทน “ภาษาพูด” โดยอัตโนมัติ
บริบทเปลี่ยนผลของคำ
คำบางคำมี语体色彩ประจำค่อนข้างชัด แต่บริบทสามารถนำคำไปใช้เพื่อเสียดสี สร้างระยะห่าง เลียนแบบเอกสาร หรือทำให้เสียงผู้เล่าเหมือนการสนทนา ตัวอย่างการใช้คำทางการมากเกินในเรื่องขำขันอาจตั้งใจสร้างอารมณ์ขัน ดังนั้นการตัดสินต้องดูทั้งตัวคำและข้อความรอบข้าง
ประโยชน์ต่อผู้เรียนและนักแปล
เมื่อเรียนคำใหม่ ควรจดนอกจากความหมายและชนิดคำว่าใช้ใน口语หรือ书面语 เป็นทางการระดับใด และพบในสถานการณ์อะไร การแปลที่รักษาเพียงความหมายพจนานุกรมแต่เปลี่ยนระดับภาษาอาจทำให้ตัวละคร บุคลิก หรือความสัมพันธ์ผิดไป นักแปลจึงต้องเลือกคำปลายทางที่มีหน้าที่และน้ำเสียงใกล้ต้นฉบับ
การออกเสียง
อ่านว่า yǔtǐ sècǎi คำอ่านไทย “อวี่ถี่ เซ่อไฉ่” โดย语และ体เป็นเสียง 3, 色เป็นเสียง 4 และ彩เป็นเสียง 3 คำว่า色彩ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรมว่า “ลักษณะที่แฝงอยู่” ไม่ได้กล่าวถึงสีที่มองเห็น
ลำดับขีด




คำประสมที่พบบ่อย
口语色彩 (kǒuyǔ sècǎi): ลักษณะภาษาพูด
书面语色彩 (shūmiànyǔ sècǎi): ลักษณะภาษาเขียน
正式语体色彩 (zhèngshì yǔtǐ sècǎi): ลีลาภาษาแบบเป็นทางการ
非正式语体色彩 (fēi zhèngshì yǔtǐ sècǎi): ลีลาภาษาแบบไม่เป็นทางการ
文言色彩 (wényán sècǎi): ลักษณะภาษาจีนคลาสสิกหรือภาษาโบราณ
语体色彩鲜明 (yǔtǐ sècǎi xiānmíng): มีลักษณะระดับภาษาชัดเจน
注意语体色彩 (zhùyì yǔtǐ sècǎi): ใส่ใจระดับและลีลาภาษา
语体色彩不同 (yǔtǐ sècǎi bùtóng): มีระดับหรือลีลาภาษาต่างกัน
ตัวอย่างการใช้
“聊天”有明显的口语色彩。
“Liáotiān” yǒu míngxiǎn de kǒuyǔ sècǎi.
คำว่า “聊天” มีลักษณะภาษาพูดชัดเจน
“不可忽视”带有较强的书面语色彩。
“Bùkě hūshì” dàiyǒu jiào qiáng de shūmiànyǔ sècǎi.
วลี “不可忽视” มีลักษณะภาษาเขียนค่อนข้างชัด
同一个意思可以用不同语体色彩的词语表达。
Tóng yí ge yìsi kěyǐ yòng bùtóng yǔtǐ sècǎi de cíyǔ biǎodá.
ความหมายเดียวกันอาจถ่ายทอดด้วยคำที่มีระดับภาษาต่างกันได้
写正式邮件时要注意用词的语体色彩。
Xiě zhèngshì yóujiàn shí yào zhùyì yòngcí de yǔtǐ sècǎi.
เวลาเขียนอีเมลทางการต้องใส่ใจระดับภาษาของคำที่เลือกใช้
“啥”和“什么”意思相近,但语体色彩不同。
“Shá” hé “shénme” yìsi xiāngjìn, dàn yǔtǐ sècǎi bùtóng.
“啥” กับ “什么” มีความหมายใกล้กัน แต่มีระดับภาษาต่างกัน
“孩子们”和“儿童”意思接近,语体色彩却不完全一样。
“Háizimen” hé “értóng” yìsi jiējìn, yǔtǐ sècǎi què bù wánquán yíyàng.
“孩子们” กับ “儿童” มีความหมายใกล้กัน แต่ระดับภาษาไม่เหมือนกันทั้งหมด
翻译时不能只看词义,还要保留原文的语体色彩。
Fānyì shí bù néng zhǐ kàn cíyì, hái yào bǎoliú yuánwén de yǔtǐ sècǎi.
เวลาแปลจะดูเพียงความหมายคำไม่ได้ แต่ต้องรักษาระดับภาษาของต้นฉบับด้วย
A: 这篇报告里能用“挺好的”吗?
Zhè piān bàogào lǐ néng yòng “tǐng hǎo de” ma?
ในรายงานนี้ใช้คำว่า “挺好的” ได้ไหม
B: 最好换成“效果良好”,语体色彩更正式。
Zuìhǎo huàn chéng “xiàoguǒ liánghǎo”, yǔtǐ sècǎi gèng zhèngshì.
ควรเปลี่ยนเป็น “效果良好” ระดับภาษาจะเป็นทางการกว่า
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide