书面语
คำศัพท์จีน
ตัวเต็ม: 書面語
อ่านว่า: ซูเมี่ยนอวี่
ความหมาย: ภาษาเขียน หรือรูปแบบภาษาที่ใช้สื่อสารด้วยการเขียนและการอ่าน มักผ่านการเลือกคำและเรียบเรียงให้เหมาะกับผู้อ่าน วัตถุประสงค์ และระดับความเป็นทางการ; ยังใช้บอกได้ว่าคำหรือสำนวนหนึ่งมีลักษณะเป็นภาษาเขียน คู่ตรงข้ามที่พบบ่อยคือ口语 ภาษาพูด
ชนิดคำ: คำนาม (n.), คำขยายเชิงภาษาศาสตร์
书面语คืออะไร
书面语 คือรูปแบบภาษาที่ใช้สื่อสารทางการเขียนและการอ่าน พัฒนาบนฐานของภาษาพูดแต่ผ่านการเลือกคำ เรียบเรียง และแก้ไขให้เหมาะกับผู้อ่านและวัตถุประสงค์ คำนี้ยังใช้ขยายคำศัพท์หรือประโยคว่ามีลักษณะเป็นภาษาเขียน เช่น这个词有书面语色彩 คำนี้มีสีสันแบบภาษาเขียน
ต่างจาก口语อย่างไร
口语คือภาษาพูดซึ่งพึ่งบริบทร่วม น้ำเสียง ท่าทาง และการโต้ตอบทันที จึงมักมีประโยคสั้น การละส่วนที่เข้าใจกัน และคำลงท้ายอย่าง啊、吧、呢 ส่วน书面语มักระบุความสัมพันธ์ของข้อความชัดกว่าและทบทวนแก้ไขได้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นแนวโน้ม ไม่ใช่กฎว่าภาษาเขียนทุกประโยคต้องยาวหรือเป็นทางการ
ข้อความที่พิมพ์ไม่ใช่书面语เสมอ
สื่อที่ใช้ตัวอักษรไม่ได้กำหนดระดับภาษาโดยอัตโนมัติ ข้อความแชต โพสต์สื่อสังคม และไดอารี่อาจเขียนเลียนแบบภาษาพูด ในทางกลับกัน สุนทรพจน์ ข่าว หรือการบรรยายที่พูดออกเสียงอาจใช้สำนวนภาษาเขียนมาก ดังนั้นต้องพิจารณาทั้งสื่อ ผู้รับ จุดประสงค์ และระดับความเป็นทางการ
บริบทที่พบบ่อย
ภาษาเขียนพบในรายงาน บทความวิชาการ สัญญา เอกสารราชการ ข่าว งานวรรณกรรม คู่มือ และจดหมายที่เป็นทางการ แต่แต่ละประเภทมีรูปแบบต่างกัน งานวรรณกรรมอาจเน้นภาพพจน์ คู่มือเน้นความชัดเจน ส่วนกฎหมายต้องกำหนดขอบเขตแน่นอน จึงไม่ควรตีความว่า书面语มีสไตล์เดียว
วิธีปรับจาก口语เป็น书面语
เริ่มจากตัดคำลงท้ายและคำซ้ำที่ไม่จำเป็น เติมประธานหรือความสัมพันธ์ที่ภาษาพูดละไว้ เลือกคำเชื่อมให้เหตุผลต่อเนื่อง และปรับคำตามผู้อ่าน เช่น这事挺麻烦的อาจปรับเป็น此事处理起来较为复杂 แต่ไม่ควรเติมศัพท์ยากหรือขยายประโยคเพียงเพื่อให้ดูเป็นทางการ ความชัดเจนและความเหมาะสมสำคัญกว่าความยาว
เมื่อพจนานุกรมบอกว่าเป็น书面语
คำกำกับว่า书面语หรือ有书面语色彩หมายถึงคำดังกล่าวพบในงานเขียนหรือบริบทเป็นทางการมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าห้ามพูด เมื่อนำไปใช้ในบทสนทนาสบายๆ อาจฟังเป็นทางการ ห่างเหิน เก่า หรือจงใจสร้างลีลา ขึ้นอยู่กับคำ สถานการณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูด
ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ正式
书面语เน้นรูปแบบภาษาที่สัมพันธ์กับการเขียน ส่วน正式เน้นระดับความเป็นทางการ ทั้งสองมักทับซ้อนแต่ไม่เท่ากัน งานเขียนถึงเพื่อนอาจไม่เป็นทางการ ส่วนคำกล่าวในพิธีอาจเป็นทางการแม้พูดออกเสียง การเลือกคำจึงต้องดูทั้งแกนภาษาเขียน-ภาษาพูดและแกนเป็นทางการ-ไม่เป็นทางการ
การออกเสียง
อ่านว่า shūmiànyǔ คำอ่านไทย“ซูเมี่ยนอวี่” 书 shū เป็นเสียง 1, 面 miàn เป็นเสียง 4 และ语 yǔ เป็นเสียง 3 เมื่อเป็นคำเดียวพินอินเขียนติดกันได้ว่า shūmiànyǔ อักษรดั้งเดิมเขียนว่า書面語
ลำดับขีด



คำประสมที่พบบ่อย
正式书面语 (zhèngshì shūmiànyǔ): ภาษาเขียนแบบเป็นทางการ
书面语表达 (shūmiànyǔ biǎodá): การสื่อความด้วยภาษาเขียน
书面语词语 (shūmiànyǔ cíyǔ): คำศัพท์แบบภาษาเขียน
书面语句式 (shūmiànyǔ jùshì): โครงสร้างประโยคแบบภาษาเขียน
口语和书面语 (kǒuyǔ hé shūmiànyǔ): ภาษาพูดและภาษาเขียน
书面语写作 (shūmiànyǔ xiězuò): การเขียนด้วยสำนวนภาษาเขียน
转换为书面语 (zhuǎnhuàn wéi shūmiànyǔ): ปรับให้เป็นภาษาเขียน
符合书面语习惯 (fúhé shūmiànyǔ xíguàn): สอดคล้องกับธรรมเนียมของภาษาเขียน
ตัวอย่างการใช้
“因此”比“所以啊”更常见于正式书面语。
“Yīncǐ” bǐ “suǒyǐ a” gèng chángjiàn yú zhèngshì shūmiànyǔ.
因此พบในภาษาเขียนแบบเป็นทางการบ่อยกว่า所以啊
这篇报告的内容没问题,但有些句子不够书面语化。
Zhè piān bàogào de nèiróng méi wèntí, dàn yǒuxiē jùzi bú gòu shūmiànyǔhuà.
เนื้อหารายงานนี้ไม่มีปัญหา แต่บางประโยคยังไม่เป็นสำนวนภาษาเขียนมากพอ
申请书要用清楚、得体的书面语表达。
Shēnqǐngshū yào yòng qīngchu, détǐ de shūmiànyǔ biǎodá.
ใบสมัครควรสื่อความด้วยภาษาเขียนที่ชัดเจนและเหมาะสม
即使是文字聊天,也可以使用很口语化的句子。
Jíshǐ shì wénzì liáotiān, yě kěyǐ shǐyòng hěn kǒuyǔhuà de jùzi.
แม้จะแชตด้วยตัวอักษร ก็ยังใช้ประโยคแบบภาษาพูดมากๆ ได้
老师要求我们把这段口语转换成书面语。
Lǎoshī yāoqiú wǒmen bǎ zhè duàn kǒuyǔ zhuǎnhuàn chéng shūmiànyǔ.
ครูให้พวกเราปรับข้อความภาษาพูดช่วงนี้ให้เป็นภาษาเขียน
这个词的书面语色彩很强,日常聊天时听起来有点生硬。
Zhège cí de shūmiànyǔ sècǎi hěn qiáng, rìcháng liáotiān shí tīng qǐlái yǒudiǎn shēngyìng.
คำนี้มีลักษณะเป็นภาษาเขียนชัดเจน เมื่อใช้คุยทั่วไปจึงฟังค่อนข้างแข็ง
好的书面语不等于把句子写得越长越好。
Hǎo de shūmiànyǔ bù děngyú bǎ jùzi xiě de yuè cháng yuè hǎo.
ภาษาเขียนที่ดีไม่ได้หมายถึงการเขียนประโยคให้ยิ่งยาวยิ่งดี
A: “这事挺麻烦的”怎么改成书面语?
“Zhè shì tǐng máfan de” zěnme gǎi chéng shūmiànyǔ?
จะปรับ“เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยาก”ให้เป็นภาษาเขียนอย่างไร
B: 可以写成“此事处理起来较为复杂”。
Kěyǐ xiě chéng “cǐ shì chǔlǐ qǐlái jiàowéi fùzá”.
เขียนเป็น“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนในการจัดการ”ได้
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide