鬼节 กับ 万圣节 ต่างกันอย่างไร? เทศกาลผีจีนกับ Halloween ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เห็นคำว่า “เทศกาลผี” เหมือนกัน หลายคนจึงจับ 鬼节 ไปเท่ากับ Halloween ทันที แต่ทั้งสองอยู่คนละระบบปฏิทิน มีประวัติหลายชั้น และให้ความหมายกับ “ผี” คนละแบบ ในประเพณีเดือน 7 ของชุมชนจีนหลายแห่งมักเชื่อมกับบรรพบุรุษ การอุทิศ ของถวาย และความสัมพันธ์ของชุมชนกับผู้ล่วงลับ ส่วน Halloween สมัยใหม่กระแสหลักเน้นการแต่งตัว ขอขนม ตกแต่ง และเล่นกับความกลัวในพื้นที่สังคมของคนเป็น
เทียบภาพรวมในหนึ่งนาที
| ประเด็น | ประเพณีเดือน 7 ของชุมชนจีนหลายแห่ง | Halloween |
|---|---|---|
วันและปฏิทิน | 中元节 ตามคติหลักอยู่วันที่ 15 เดือน 7 ของปฏิทินจีนดั้งเดิม แต่บางชุมชนทำพิธีวันที่ 14 หรือวันอื่นตลอดเดือน | 万圣夜 อยู่คืนวันที่ 31 ตุลาคมตามปฏิทินเกรกอเรียน |
แกนหลัก | ระลึกถึงบรรพบุรุษ ทำบุญหรืออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และดูแลวิญญาณที่ไร้ญาติในบางความเชื่อ | แต่งตัว ขอขนม ตกแต่ง ฟักทอง งานเลี้ยง และความน่ากลัวแบบเล่นสนุกในโลกสมัยใหม่ |
บรรยากาศ | พิธีจำนวนมากเน้นความเคารพและการถวาย แต่เทศกาลสาธารณะบางแห่งมีงิ้ว เวที หรือกิจกรรมคึกคัก | กระแสหลักเน้นความสนุกของเด็ก ครอบครัว และชุมชน แม้บางกลุ่มยังเชื่อมกับศาสนาหรือการระลึกถึงผู้ตาย |
อาหารและสิ่งของ | อาหารหรือของเซ่นอยู่ในระบบพิธี และอาจถวายแก่บรรพบุรุษหรือวิญญาณตามบริบท | ลูกอมคือของที่คนเป็นมอบให้ผู้ร่วมกิจกรรม ไม่ใช่ของเซ่นวิญญาณในความหมายเดียวกัน |
鬼节 จริงๆ หมายถึงอะไร
ความยากอยู่ตรงที่คำนี้เป็นคำภาษาพูดแบบกว้าง ไม่ได้ชี้ประเพณีเดียวที่หน้าตาเหมือนกันทุกพื้นที่ ในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และชุมชนจีนโพ้นทะเล เราอาจพบชื่อ พิธี วันจัดงาน และของถวายต่างกัน บางครอบครัวเน้นไหว้บรรพบุรุษ บางชุมชนจัดพิธีสาธารณะเพื่อวิญญาณไร้ญาติ บางวัดใช้กรอบพุทธ และบางพิธีใช้คำอธิบายในกรอบเต๋า
农历 หรือปฏิทินจีนดั้งเดิมเป็นปฏิทินจันทรสุริยคติ เพราะใช้ทั้งรอบดวงจันทร์และตำแหน่งฤดูกาลจากดวงอาทิตย์ ไม่ใช่ปฏิทินจันทรคติล้วนตามที่มักเรียกย่อๆ หอดูดาวฮ่องกงอธิบายโครงสร้างนี้ไว้ชัดเจน
Taiwan Historica อธิบายว่าเดือน 7 ของปฏิทินจีนมักถูกเรียกว่าเดือนผีในความเชื่อพื้นบ้าน โดยวันที่ 15 เป็นจุดสำคัญ ในกรอบเต๋าเรียกเทศกาลจงหยวน ส่วนกรอบพุทธใช้ชื่ออวี่หลานเผิน ทั้งสองเป็นคนละสายคำอธิบาย แต่พิธีชุมชนผสานความเชื่อพื้นบ้าน เต๋า และพุทธมายาวนาน จึงอาจจัดร่วมกันโดยที่เส้นแบ่งไม่คมเหมือนคำจำกัดความในตำรา
| คำเรียก | แปลไทย | ใช้ชี้อะไร |
|---|---|---|
鬼月 | เดือนผี | คำพื้นบ้านที่บางชุมชนใช้เรียกเดือน 7 ตามปฏิทินจีนดั้งเดิม โดยมีความเชื่อว่าพรมแดนระหว่างคนเป็นกับวิญญาณเปิดกว้างขึ้น |
中元节 | เทศกาลจงหยวน | ชื่อในกรอบเต๋าและชื่อที่ใช้แพร่หลายสำหรับวันที่ 15 เดือน 7 เชื่อมกับคติ 地官赦罪 หรือการอภัยโทษแก่ผู้มีบาป |
盂兰盆会/盂兰盆节 | พิธีหรือเทศกาลอวี่หลานเผิน | ชื่อในบริบทพุทธ เชื่อมกับการถวายแด่คณะสงฆ์ ความกตัญญู และเรื่องมู่เหลียนช่วยมารดา |
七月半 | กลางเดือน 7 | คำเรียกพื้นบ้านในหลายพื้นที่ เน้นตำแหน่งกลางเดือนมากกว่าชื่อทางศาสนา |
鬼节 | เทศกาลผี | คำเรียกภาษาพูดแบบกว้าง บางคนใช้หมายถึงวันจงหยวน บางคนใช้ครอบคลุมพิธีในเดือนผี จึงควรถามบริบท |
สี่ชั้นความหมายที่ค่อยๆ ซ้อนกัน
1. บรรพบุรุษและครอบครัว
หลายครอบครัวเตรียมอาหาร ธูป หรือสิ่งของตามประเพณี เพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับและรักษาความต่อเนื่องของเครือญาติ แกนนี้ใกล้กับการไหว้บรรพบุรุษ แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนพิธีเช็งเม้ง
2. วิญญาณไร้ผู้เซ่นไหว้
พิธีสาธารณะบางแบบไม่ได้จำกัดผู้รับไว้แค่ญาติของตน แต่เผื่อแผ่อาหารและบุญกุศลไปยังวิญญาณเดียวดายหรือวิญญาณที่ไม่มีผู้ดูแล จึงมีมิติของความเมตตาและความสงบของชุมชน
3. เต๋า พุทธ และพิธีท้องถิ่น
ชื่อจงหยวนเชื่อมกับกรอบเต๋าและคติ 地官赦罪 ส่วนอวี่หลานเผินเชื่อมกับพุทธ การถวายแด่คณะสงฆ์ และเรื่อง 目连救母 มู่เหลียนหรือพระมหาโมคคัลลานะในคติพุทธจีนช่วยมารดา พิธีจริงจำนวนมากจึงรับอิทธิพลหลายทางพร้อมกัน
4. อัตลักษณ์ของชุมชน
งานจงหยวนขนาดใหญ่ในบางเมืองยังเป็นพื้นที่รวมญาติ กลุ่มท้องถิ่น วัด ร้านค้า และผู้สนับสนุน พิธีจึงทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์ของคนเป็นด้วย ไม่ได้พูดถึงโลกหลังความตายอย่างเดียว
ชื่อและบรรยากาศต่างกันตามภูมิภาคอย่างไร
การพูดว่า “คนจีนทำแบบนี้” เพียงประโยคเดียวกว้างเกินไป เพราะชื่อ วันพิธี ภาษา กิจกรรม และน้ำเสียงของงานเปลี่ยนไปตามชุมชน ตารางนี้ยกตัวอย่างเพื่อเห็นความหลากหลาย ไม่ใช่กฎตายตัวของคนทุกคนในแต่ละพื้นที่
| พื้นที่ | คำที่พบบ่อย | จุดที่ควรรู้ | แหล่งตรวจ |
|---|---|---|---|
จีนแผ่นดินใหญ่ | 中元节七月半鬼节 | วันที่ 15 เป็นคติหลักในหลายพื้นที่ แต่ชุมชนจ้วงบางแห่งให้ความสำคัญกับวันที่ 14 และธรรมเนียมท้องถิ่นยังต่างกันมาก | |
ไต้หวัน | 鬼月中元普度好兄弟 | มีพิธีระดับบ้าน วัด ชุมชน และองค์กรตลอดเดือน บางพื้นที่มีลำดับพิธีเฉพาะ เช่น การปล่อยโคมน้ำที่จีหลง | |
ฮ่องกง | 盂蘭勝會鬼節七月半 | ชุมชนหลายกลุ่มจัดพิธีต่างวันตลอดเดือน 7 บางงานมีงิ้วแต้จิ๋ว การแจกข้าว และพิธีชุมชนหลายวัน | |
สิงคโปร์ | 中元节饿鬼节歌台 | นอกจากของถวายและพิธีตามย่าน ยังมีเกอไถหรือเวทีเพลงชุมชน โดยมักเว้นที่นั่งแถวหน้าไว้ตามความเชื่อ |
คนทำอะไรในช่วงจงหยวน
กิจกรรมที่พบบ่อยมีทั้งการจัดโต๊ะถวายอาหาร ไหว้บรรพบุรุษ ทำพิธีในวัดหรือชุมชน เผากระดาษเซ่นไหว้ตามความเชื่อ และลอยโคมน้ำเพื่อเชิญหรือส่งดวงวิญญาณในบางพื้นที่ แต่ไม่ควรเขียนเป็นรายการตายตัวว่าคนจีนทุกคนทำเหมือนกัน ตามคติหลักจงหยวนตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ของปฏิทินจีน แต่ชุมชนบางแห่งประกอบพิธีวันที่ 14 ขณะที่บางเมืองแบ่งพิธีไปตลอดเดือน 7 ตามบ้าน วัด เมือง หรือสายประเพณี

ในไต้หวันยังพบคำสุภาพเชิงหลีกเลี่ยงอย่าง 好兄弟 ซึ่งตรงตัวว่า “พี่น้องที่ดี” และใช้เป็นคำเลี่ยงเรียกวิญญาณอย่างสุภาพในบางบริบท ไม่ได้หมายความว่าเป็นญาติพี่น้องของผู้พูดเสมอ การใช้คำนี้สะท้อนทั้งความเกรงใจและความเชื่อว่าภาษาที่พูดต่อสิ่งมองไม่เห็นควรระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม คำนี้ไม่ใช่คำเรียกสากลของทุกชุมชนจีน
Halloween มาจากไหน และทำไมหน้าตาไม่เหมือนเดิม
Halloween ตรงกับคืนวันที่ 31 ตุลาคม คำภาษาอังกฤษมาจาก All Hallows’ Eve หรือค่ำคืนก่อน All Saints’ Day วันที่ 1 พฤศจิกายน ประวัติของเทศกาลไม่ได้มีเส้นตรงเพียงเส้นเดียว แต่ประกอบด้วยความเชื่อและธรรมเนียมหลายชั้น ทั้ง Samhain ซึ่งเป็นเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับชุมชนเคลต์ในไอร์แลนด์และบริเตน ปฏิทินคริสต์ ธรรมเนียมการแต่งตัวและขออาหารในยุโรป ตลอดจนการพัฒนาใหม่ในอเมริกาเหนือผ่านชุมชนผู้อพยพ โรงเรียน ย่านที่อยู่อาศัย และธุรกิจขนม Library of Congress สรุปพัฒนาการหลายชั้นนี้ไว้
หากต้องการพูดถึงคืนวันที่ 31 ตุลาคมเป็นภาษาจีนอย่างแม่น ใช้ 万圣节前夜 หรือ 万圣夜 ส่วน 万圣节 ในความหมายทางคริสต์ชี้ All Saints’ Day วันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ภาษาจีนทั่วไปปัจจุบันใช้คำนี้เรียกรวมกิจกรรม Halloween แพร่หลายด้วย ความหมายจึงต้องดูบริบท
รูปแบบสมัยใหม่ที่เราคุ้นตา เช่น เด็กแต่งชุดออกไปขอขนม โคมฟักทอง งานเลี้ยง และบ้านผีสิง จึงเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมยาวนาน ไม่ควรพูดว่า Halloween วันนี้คือพิธี Samhain โบราณที่คงเดิมทุกอย่าง และไม่ควรถือว่าผู้ร่วมงานกำลังบูชาผีเพียงเพราะแต่งตัวเป็นตัวละครน่ากลัว

ทำไมทั้งคู่มีผี อาหาร และแสงไฟ แต่ยังไม่เหมือนกัน
ผี: ในจงหยวน วิญญาณอาจเป็นบรรพบุรุษ ผู้เสียชีวิต หรือดวงวิญญาณที่ไร้ญาติซึ่งอยู่ในระบบความสัมพันธ์และพิธี ส่วนผีใน Halloween สมัยใหม่มักเป็นตัวละคร ภาพตกแต่ง หรือเครื่องมือสร้างความสนุกและความตื่นเต้น
อาหาร: ของถวายมีผู้รับและความหมายในโลกพิธี ขณะที่ลูกอม trick-or-treat หมุนเวียนระหว่างคนเป็น โดยเฉพาะเด็กกับเพื่อนบ้าน แม้ทั้งสองใช้ “การให้” เหมือนกัน แต่หน้าที่ทางสังคมและศาสนาไม่เท่ากัน
แสงไฟ: โคมน้ำอาจใช้เชิญ นำทาง หรือส่งดวงวิญญาณในบางประเพณี ส่วนโคมฟักทองเป็นสัญลักษณ์ของ Halloween และการตกแต่งตามฤดู ทั้งรูปร่าง วัสดุ และความหมายจึงคนละชุด
| มิติ | จงหยวนและประเพณีเดือน 7 | Halloween สมัยใหม่ |
|---|---|---|
ปฏิทิน | 农历七月 โดยวันที่ 15 เป็นแกนหลัก แต่วันพิธีจริงอาจเป็น 14, 15 หรือวันอื่นตลอดเดือน วันเกรกอเรียนจึงเปลี่ยนทุกปี | 31 ตุลาคมของทุกปีตามปฏิทินเกรกอเรียน |
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ | ผสานความเชื่อพื้นบ้าน การบูชาบรรพบุรุษ เต๋า พุทธ และประเพณีท้องถิ่น | มีทั้งชั้นของ Samhain, All Hallows’ Eve, ธรรมเนียมยุโรป และการพัฒนาเป็นงานชุมชนในอเมริกาเหนือ |
คนหรือวิญญาณที่นึกถึง | 祖先 บรรพบุรุษ และ 孤魂 วิญญาณเดียวดายหรือวิญญาณไร้ผู้เซ่นไหว้ในบางพิธี | ตัวละครผี แม่มด สัตว์ประหลาด และจินตนาการสยองขวัญ โดยผู้ร่วมงานกระแสหลักมักไม่ได้ประกอบพิธีแก่ผู้ตาย |
กิจกรรม | 祭祖 ไหว้บรรพบุรุษ 普渡/普度 พิธีอุทิศ และ 放水灯 ลอยโคมในบางพื้นที่ | 装扮 แต่งตัว ขอขนม แกะฟักทอง ตกแต่งบ้าน และจัดงานเลี้ยง |
ของกินและสิ่งของ | 供品 ของถวาย 纸钱 กระดาษเซ่นไหว้หรือกระดาษเงินกระดาษทอง และธูปตามประเพณีท้องถิ่น | ลูกอม ขนม ฟักทองแกะสลัก และของตกแต่งตามฤดูใบไม้ร่วง |
น้ำเสียงทางสังคม | พิธีจำนวนมากเน้นความเคารพ ความเมตตา และผู้ล่วงลับ แต่งานสาธารณะบางแห่งอาจมีงิ้ว เวที หรือกิจกรรมคึกคัก | มักขี้เล่น สร้างสรรค์ และเน้นความสนุกของคนเป็น แม้บางชุมชนยังเชื่อมกับศาสนาหรือการระลึกถึงผู้ตาย |
ห้าความเข้าใจผิดที่ควรหยุดก่อนแชร์ต่อ
คำศัพท์จีนที่ควรรู้จากสองเทศกาล
| คำจีน | ความหมาย | จุดที่ควรรู้ |
|---|---|---|
鬼节 | เทศกาลผี | คำกว้างแบบภาษาพูด ต้องดูว่าหมายถึงวันหรือทั้งช่วง |
鬼月 | เดือนผี | เดือน 7 ตามปฏิทินจีนดั้งเดิมในความเชื่อพื้นบ้านบางพื้นที่ |
中元节 | เทศกาลจงหยวน | ชื่อหลักของวันที่ 15 เดือน 7 ในบริบทเต๋าและการใช้ทั่วไป |
盂兰盆会/盂兰盆节 | พิธีหรือเทศกาลอวี่หลานเผิน | ชื่อในบริบทพุทธ |
七月半 | กลางเดือน 7 | ชื่อพื้นบ้านที่พบในหลายภูมิภาค |
祭祖 | ไหว้หรือเซ่นบรรพบุรุษ | ใช้พูดถึงการระลึกและถวายของแก่บรรพบุรุษ |
普渡/普度 | โปรดหรืออุทิศแก่ดวงวิญญาณ | พบทั้งสองรูป โดยรูปแรกพบเด่นในบริบทพิธีชุมชนของไต้หวัน |
供品 | ของถวายหรือของเซ่น | ระวังพินอินคำนี้อ่านเสียง gòng ไม่ใช่ gōng |
纸钱 | กระดาษเซ่นไหว้หรือกระดาษเงินกระดาษทอง | เป็นวัตถุพิธี ไม่ใช่ธนบัตรทั่วไป |
放水灯 | ปล่อยหรือลอยโคมน้ำ | มีในบางพื้นที่ ไม่ใช่ธรรมเนียมเหมือนกันทั่วจีน |
万圣节 | Halloween ในการใช้ทั่วไป / All Saints’ Day ในความหมายเคร่ง | คนจีนใช้คำนี้กับกิจกรรม Halloween แพร่หลาย แต่ในความหมายทางคริสต์ชี้วันที่ 1 พฤศจิกายน |
万圣节前夜/万圣夜 | คืนฮาโลวีน | ใช้ชี้คืนวันที่ 31 ตุลาคมได้แม่นที่สุด |
诸圣节 | วันนักบุญทั้งหลาย | ชื่อที่ชัดสำหรับ All Saints’ Day วันที่ 1 พฤศจิกายน |
南瓜灯 | โคมฟักทอง | ภาพจำเด่นของ Halloween |
不给糖就捣蛋 | ไม่ให้ขนมก็จะแกล้ง | สำนวนจีนที่ใช้แทน trick or treat |
หกประโยคพร้อมใช้
ถ้าเจอพิธีจริง ควรวางตัวยังไง
สิ่งสำคัญที่สุดคือมองพิธีเป็นพื้นที่ของเจ้าภาพ ไม่ใช่ฉากถ่ายรูป หากต้องการถ่ายภาพคน โต๊ะถวาย พระ นักบวช หรือช่วงประกอบพิธี ควรถามผู้จัดก่อน อย่าขยับของถวาย หยิบกระดาษเซ่นไหว้เล่น ก้าวข้ามภาชนะพิธี หรือยืนขวางขบวนเพียงเพื่อหามุมสวย
การเผากระดาษหรือจุดธูปยังขึ้นกับกฎหมาย สถานที่ ความปลอดภัยจากไฟ และมาตรการสิ่งแวดล้อมของแต่ละเมือง นักท่องเที่ยวไม่ควรเลียนแบบเองโดยไม่รู้กติกา ส่วนในงาน Halloween ก็ควรเคารพขอบเขตของบ้าน ไม่เข้าพื้นที่ที่ไม่เปิดรับ trick-or-treat และเลือกเครื่องแต่งกายที่ไม่ล้อเลียนชาติพันธุ์ ศาสนา หรือโศกนาฏกรรมจริง
Mini Quiz: แยกคำและวัฒนธรรมให้ออก
ดูคำตอบ
คำนี้แปลตรงตัวว่าเดือนผี ส่วนวันสำคัญกลางเดือนมักเรียกจงหยวนหรือกลางเดือน 7
ดูคำตอบ
เป็นชื่อพิธีในบริบทพุทธ ส่วนจงหยวนเป็นชื่อในกรอบเต๋า
ดูคำตอบ
แปลว่าคืนฮาโลวีน และชี้ช่วงเวลาชัดกว่าคำเรียกเทศกาลแบบกว้าง
ดูคำตอบ
ไม่เหมือนกัน ของถวายอยู่ในระบบพิธีและความเชื่อ ส่วนลูกอมเป็นของที่คนเป็นมอบให้ผู้ร่วมกิจกรรม
ดูคำตอบ
ไม่ใช่วันเดียวกัน เช็งเม้งเน้นกวาดสุสานและรำลึกบรรพบุรุษในอีกช่วงปฏิทิน
คำถามที่พบบ่อย
เรียกจงหยวนว่าเทศกาลผีได้ไหม
เรียกได้ในภาษาทั่วไป และคนจำนวนมากก็เข้าใจ แต่ในบทความที่ต้องการความแม่น ควรใส่ชื่อจงหยวนกำกับ เพราะคำว่าเทศกาลผีอาจหมายถึงทั้งวันสำคัญหรือช่วงเดือนผีตามบริบท
วันที่ของเทศกาลผีจีนตรงกับ Halloween บ้างไหม
โดยหลักไม่ผูกกัน จงหยวนยึดวันที่ 15 เดือน 7 ของปฏิทินจีนดั้งเดิมเป็นคติหลัก แม้วันพิธีท้องถิ่นอาจต่างออกไป วันที่เกรกอเรียนจึงเปลี่ยนทุกปี ส่วน Halloween อยู่วันที่ 31 ตุลาคมเสมอ หากปีใดใกล้กันก็เป็นเพียงความบังเอิญของปฏิทิน
คนจีนฉลอง Halloween หรือไม่
บางเมือง โรงเรียน ห้าง ร้านอาหาร หรือกลุ่มเพื่อนอาจจัดงานแต่งตัวและตกแต่ง Halloween แต่ไม่ใช่ประเพณีจีนดั้งเดิม และระดับความนิยมต่างกันมาก จึงไม่ควรใช้ภาพของงานเชิงพาณิชย์แทนความเชื่อของคนจีนทั้งหมด
ของถวายบรรพบุรุษกับของถวายวิญญาณไร้ญาติเป็นชุดเดียวกันไหม
ไม่จำเป็น บางครอบครัวหรือชุมชนแยกผู้รับ ตำแหน่งโต๊ะ เวลา และขั้นตอนชัดเจน ขณะที่บางพื้นที่ผสานพิธีหลายแบบไว้ในงานเดียว ต้องดูธรรมเนียมของเจ้าภาพเป็นหลัก
อ่านต่อใน Tenttulip
- เทศกาลจีนสำคัญต่างกันอย่างไร
- วันเช็งเม้ง: ความหมาย วิธีไหว้ และความต่างจากเทศกาลอื่น
- เทศกาลไหว้พระจันทร์และภาพจำเรื่องครอบครัว
- เรียนภาษาจีน: รวมบทเรียนและคำศัพท์สำหรับผู้เรียนไทย
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจ
- Hong Kong Observatory: โครงสร้างเดือนทางจันทรคติและฤดูกาลทางสุริยคติของปฏิทินจีน
- Taiwan Historica: ที่มาและชั้นความหมายของเทศกาลจงหยวนในไต้หวัน
- กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน: แผนที่วัฒนธรรมศาสนาและเทศกาลจงหยวนจีหลง
- ฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรมไต้หวัน: พิธีจงหยวนผู่ตู้
- คณะกรรมการกิจการชาติพันธุ์แห่งชาติจีน: จงหยวนวันที่ 14 ในประเพณีจ้วง
- สำนักงานมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ฮ่องกง: เทศกาลอวี่หลานตลอดเดือน 7
- National Heritage Board Singapore: จงหยวนและเวทีเกอไถ
- เว็บไซต์มรดกวัฒนธรรมของสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลหูเป่ย์: ความหลากหลายของประเพณีจงหยวน
- Beijing Party Member Education: ความต่างของคืน Halloween กับ All Saints’ Day ในภาษาจีน
- Library of Congress: พัฒนาการของธรรมเนียม Halloween
- Smithsonian National Museum of American History: ขนมและ trick-or-treating ในอเมริกา
สรุป
鬼节 กับ Halloween มีภาพของผี อาหาร และแสงไฟร่วมกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน เทศกาลจงหยวนและประเพณีเดือนผีวางผู้ล่วงลับไว้ในความสัมพันธ์ของครอบครัว ศาสนา และชุมชน ส่วน Halloween สมัยใหม่ใช้ผีเป็นพื้นที่ของการแต่งตัว ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุก การเรียกสองเทศกาลว่าเหมือนกันจึงง่ายเกินไป สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือดูว่าแต่ละวัฒนธรรมใช้เรื่องความตายเพื่อพูดถึงคนเป็นอย่างไร






