ปกบทเรียน HSK 4 บทเสริมบอกผลและทิศทาง 完 到 住 下 来 去

HSK 4 บทเสริมบอกผลและทิศทาง: เข้าใจ 完 到 住 下 来 去 ให้เป็นระบบ

บทเสริมบอกผลและทิศทางเป็นจุดที่ทำให้ HSK 4 เริ่มต่างจาก HSK 3 อย่างชัดเจน เพราะประโยคจีนไม่ได้หยุดแค่ “ใครทำอะไร” แต่เริ่มต้องบอกต่อว่า ทำเสร็จไหม ทำสำเร็จไหม เข้าใจไหม หยิบออกมาหรือเอากลับไป และการเคลื่อนที่นั้นมาหาผู้พูดหรือออกจากผู้พูด คำสั้นๆ อย่าง 完wán, 到dào, 住zhù, 下xià, 来lái, 去qù จึงเปลี่ยนความหมายของทั้งประโยคได้มาก

บทนี้เหล่าซือจะเรียงใหม่ให้เป็นระบบสำหรับนักเรียน HSK 4 โดยแยกเป็นสองแกนใหญ่ คือ บทเสริมบอกผล เช่น 完wán, 好hǎo, 到dào, 住zhù, 懂dǒng และ บทเสริมบอกทิศทาง เช่น 来lái, 去qù, 上shàng, 下xià, 进jìn, 出chū, 回huí, 过guo รวมถึงวิธีใช้กับ 把bǎ, รูป 得de/不bù, ประโยคปฏิเสธ, mini test และข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อย

บทเสริมคืออะไร ทำไม HSK 4 ต้องจริงจังกับมัน

ในภาษาจีน บทเสริมคือคำที่ตามหลังกริยาเพื่อเติมผลหรือทิศทางของการกระทำ เช่น 看kàn แปลว่าอ่านหรือดู แต่ 看完kàn wán แปลว่าอ่านจบ/ดูจบ, 听tīng แปลว่าฟัง แต่ 听懂tīng dǒng แปลว่าฟังเข้าใจ, 拿ná แปลว่าหยิบ แต่ 拿出来ná chūlái แปลว่าหยิบออกมา ถ้าตัดบทเสริมออก ความหมายจะเบาลงหรือไม่สมบูรณ์ทันที

สูตรเลือกบทเสริมแบบเร็ว

ถ้าอยากบอกว่า…ใช้ตัวอย่าง
ทำจบ完wán看完kàn wánkàn wán
ทำเรียบร้อย/พร้อมใช้好hǎo准备好zhǔnbèi hǎozhǔnbèi hǎo
หาเจอ/ซื้อได้/ได้ยิน/เห็น到dào找到zhǎo dàozhǎo dào
จำไว้ได้/จับไว้/หยุดไว้住zhù记住jì zhùjì zhù
ฟัง/อ่านเข้าใจ懂dǒng听懂tīng dǒngtīng dǒng
เคลื่อนเข้าหาผู้พูด来lái进来jìnláijìn lái
เคลื่อนออกจากผู้พูด去qù出去chūqùchū qù
เอาออกมา出来chūlái拿出来ná chūláiná chūlái
ใส่เข้าไป进去jìnqù放进去fàng jìnqùfàng jìnqù
เอากลับไป回去huíqù带回去dài huíqùdài huíqù
กลุ่มตัวอย่างหน้าที่ประโยคตัวอย่าง
บทเสริมบอกผล 结果补语jiéguǒ bǔyǔ完wán, 好hǎo, 到dào, 住zhù, 懂dǒngบอกว่าการกระทำเกิดผลอย่างไร我听懂了。wǒ tīng dǒng leWǒ tīng dǒng le.
บทเสริมบอกทิศทาง 趋向补语qū xiàng bǔ yǔ来lái, 去qù, 上shàng, 下xià, 进jìn, 出chū, 回huí, 过guoบอกทิศทางการเคลื่อนที่他走进来了。tā zǒu jìnlái leTā zǒu jìn lái le.
ทิศทางผสม上来shànglái, 下去xiàqù, 进去jìnqù, 出来chūlái, 回去huíqùบอกทิศทางเทียบกับผู้พูดหรือจุดอ้างอิง请拿出来。qǐng ná chūláiQǐng ná chūlái.
รูปบอกความสามารถ 可能补语kě néng bǔ yǔ看得懂kàn de dǒng, 看不懂kàn bù dǒng, 买得到mǎi de dào, 买不到mǎi bù dàoบอกว่าทำได้หรือทำไม่ได้我听不懂。wǒ tīng bù dǒngWǒ tīng bù dǒng.

สิ่งที่ต้องจำคือ บทเสริมไม่ใช่คำตกแต่ง แต่เป็นส่วนที่บอก “ผลจริง” ของการกระทำ ถ้าพูดว่า 我看书wǒ kàn shū แปลว่าฉันอ่านหนังสือ แต่ถ้าพูดว่า 我看完这本书了wǒ kàn wán zhè běn shū le แปลว่าฉันอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว น้ำหนักต่างกันมาก และใน HSK 4 ความต่างแบบนี้จะเจอบ่อยขึ้นทั้งในบทอ่านและข้อสอบฟัง

กลุ่มที่ 1: บทเสริมบอกผล 结果补语jiéguǒ bǔyǔ: 完、好、到、住、懂、错wán, hǎo, dào, zhù, dǒng, cuò

บทเสริมบอกผลตอบคำถามว่า “ทำแล้วเกิดผลอะไร” ไม่ใช่แค่ทำหรือไม่ทำ เช่น เขียนเสร็จหรือยัง ซื้อได้หรือไม่ได้ จำได้ไหม ฟังเข้าใจไหม เขียนผิดหรือถูก คำกลุ่มนี้จึงเป็นแกนของประโยค HSK 4 จำนวนมาก

บทเสริมความหมายหลักตัวอย่างแปลไทย
完wánทำเสร็จ/จบ我写完作业了。wǒ xiě wán zuòyè leWǒ xiě wán zuòyè le.ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว
好hǎoทำเรียบร้อย/พร้อมใช้饭做好了。fàn zuò hǎo leFàn zuò hǎo le.อาหารทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว
到dàoถึง/ได้พบ/ทำสำเร็จจนถึงเป้า我买到票了。wǒ mǎi dào piào leWǒ mǎi dào piào le.ฉันซื้อตั๋วได้แล้ว
住zhùจับ/หยุด/คงไว้ได้我记住这个词了。wǒ jì zhù zhè gè cí leWǒ jì zhù zhè ge cí le.ฉันจำคำนี้ได้แล้ว
懂dǒngเข้าใจ你听懂了吗?nǐ tīng dǒng le maNǐ tīng dǒng le ma?เธอฟังเข้าใจไหม
错cuòผิด我写错了。wǒ xiě cuò leWǒ xiě cuò le.ฉันเขียนผิดแล้ว

ถ้าจำทุกคำพร้อมกันแล้วงง ให้เริ่มจากคู่ที่เจอบ่อยที่สุดก่อนคือ 完wán กับ 好hǎo ตามด้วย 到dào และ 懂dǒng เพราะใช้กับชีวิตประจำวันได้ทันที เช่น 写完xiě wán, 准备好zhǔnbèi hǎo, 买到mǎi dào, 听懂tīng dǒng เมื่อใช้คล่องแล้วค่อยเพิ่ม 住zhù, 错cuò, 清楚qīng chǔ, 明白míng bái หรือผลลัพธ์อื่นๆ

完wán กับ 好hǎo ต่างกันอย่างไร

完wán เน้นว่า “จบกระบวนการ” ส่วน 好hǎo เน้นว่า “เรียบร้อย/พร้อมใช้/จัดการดีแล้ว” หลายประโยคแปลไทยใกล้กันว่าเสร็จ แต่ภาษาจีนให้ความรู้สึกต่างกัน เช่น 看完kàn wán คืออ่านจบ ส่วน 准备好zhǔnbèi hǎo คือเตรียมพร้อมแล้ว

คำเน้นอะไรตัวอย่างใช้เมื่อ
完wánเสร็จสิ้นตามปริมาณหรือกระบวนการ我看完这本书了。wǒ kàn wán zhè běn shū leอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
好hǎoเรียบร้อย พร้อมใช้ หรือจัดการดีแล้ว我准备好资料了。wǒ zhǔnbèi hǎo zī liào leเตรียมเอกสารเรียบร้อย
完wánจบกิจกรรม会议开完了。huì yì kāi wán leประชุมจบแล้ว
好hǎoผลออกมาพร้อม/เรียบร้อย房间打扫好了。fáng jiān dǎ sǎo hǎo leห้องทำความสะอาดเรียบร้อย

ถ้าสิ่งนั้นมีปริมาณหรือขั้นตอนชัด เช่น อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม ดูหนังหนึ่งเรื่อง เขียนรายงานหนึ่งฉบับ ใช้ 完wán มักชัดมาก แต่ถ้าพูดถึงความพร้อม ความเรียบร้อย หรือสถานะพร้อมใช้ เช่น เตรียมเอกสาร ทำอาหาร จัดห้อง ใช้ 好hǎo จะธรรมชาติกว่า

到dào กับ 住zhù: ผลลัพธ์ที่คนไทยมักแปลแคบเกินไป

到dào ไม่ได้แปลแค่ “ถึง” ในเชิงสถานที่ แต่ยังใช้บอกว่าทำสำเร็จจนถึงเป้าหมาย เช่น 找到zhǎo dào หาเจอ, 买到mǎi dào ซื้อได้, 听到tīng dào ได้ยิน, 看到kàn dào เห็น ส่วน 住zhù ให้ภาพว่าจับไว้ หยุดไว้ หรือคงไว้ เช่น 记住jì zhù จำไว้ได้, 站住zhàn zhù หยุดอยู่กับที่

คำภาพจำตัวอย่างคำอธิบาย
到dàoแตะถึงเป้าหมาย我找到了他的地址。wǒ zhǎo dào le tā de de zhǐหาเจอจนถึงเป้าหมาย
到dàoได้ของ/ได้ผลที่ตั้งใจ她买到了便宜的机票。tā mǎi dào le piányi de jī piàoซื้อตั๋วถูกได้สำเร็จ
住zhùจับให้อยู่/จำให้อยู่/หยุดให้อยู่请站住。qǐng zhàn zhùหยุดอยู่ตรงนั้น
住zhùจำไว้ได้我记住老师的话了。wǒ jì zhù lǎoshī de huà leจำคำพูดครูไว้ได้

ประโยคอย่าง 我买到票了wǒ mǎi dào piào le ถ้าแปลตรงว่า “ฉันซื้อถึงตั๋วแล้ว” จะผิดธรรมชาติ ความหมายจริงคือ “ฉันซื้อตั๋วได้แล้ว” เพราะ 到dào บอกว่าการซื้อไปถึงเป้าหมายสำเร็จ ส่วน 我记住了wǒ jì zhù le ไม่ใช่แค่จำ แต่คือจำไว้ได้แล้ว ไม่หลุดไปง่ายๆ

กลุ่มที่ 2: บทเสริมบอกทิศทาง 趋向补语qū xiàng bǔ yǔ: 来、去、上、下、进、出、回、过lái, qù, shàng, xià, jìn, chū, huí, guo

บทเสริมบอกทิศทางตอบคำถามว่า “การกระทำนั้นเคลื่อนไปทางไหน” เช่น ขึ้น ลง เข้า ออก กลับ ผ่าน และที่สำคัญมากคือมาหาผู้พูดหรือไปจากผู้พูด

บทเสริมทิศทางตัวอย่างแปลไทย
来láiเข้าหาผู้พูด/จุดที่ผู้พูดอยู่他跑来了。tā pǎo lái leTā pǎo lái le.เขาวิ่งมาแล้ว
去qùออกจากผู้พูด/ไปอีกจุด他跑去了。tā pǎo qù leTā pǎo qù le.เขาวิ่งไปแล้ว
上shàngขึ้น / เข้าที่ในบางคำ孩子爬上床了。háizi pá shàng chuáng leHáizi pá shàng chuáng le.เด็กปีนขึ้นเตียงแล้ว
下xiàลง / ลงไว้ในบางคำ他走下楼了。tā zǒu xià lóu leTā zǒu xià lóu le.เขาเดินลงตึกแล้ว
进jìnเข้า老师走进教室了。lǎoshī zǒu jìn jiào shì leLǎoshī zǒu jìn jiàoshì le.ครูเดินเข้าห้องเรียนแล้ว
出chūออก他拿出手机了。tā ná chū shǒujī leTā ná chū shǒujī le.เขาหยิบมือถือออกมาแล้ว
回huíกลับ我回到家了。wǒ huí dào jiā leWǒ huí dào jiā le.ฉันกลับถึงบ้านแล้ว
过guoข้าม/ผ่าน/มาหา请过来一下。qǐng guo lái yíxiàQǐng guòlái yíxià.ช่วยมานี่หน่อย

จุดที่ต้องฝึกคืออย่าแปลทีละคำอย่างเดียว ให้มองภาพการเคลื่อนที่ เช่น 走进教室zǒu jìn jiào shì คือเดินเข้าห้องเรียน, 拿出手机ná chū shǒujī คือหยิบมือถือออกมา, 回到家huí dào jiā คือกลับถึงบ้าน เมื่อเห็นกริยา + ทิศทาง ให้ถามตัวเองว่า “ของหรือคนเคลื่อนจากไหนไปไหน”

下xià ไม่ได้แปลว่า “ลง” อย่างเดียว

ในบทเสริมทิศทาง 下xià แปลว่า “ลง” ได้จริง แต่เมื่ออยู่ในคำประสมบางคำ จะให้ความหมายเชิงผลลัพธ์ เช่น ลงไว้ หยุดลง หรือบันทึกไว้

คำความหมายตัวอย่างแปลไทย
坐下zuò xiàนั่งลง请坐下。qǐng zuò xiàQǐng zuò xià.เชิญนั่งลง
停下来tíng xiàláiหยุดลง车停下来了。chē tíng xiàlái leChē tíng xiàlái le.รถหยุดแล้ว
写下来xiě xiàláiเขียนลงไว้请把这个词写下来。qǐng bǎ zhè gè cí xiě xiàláiQǐng bǎ zhè ge cí xiě xiàlái.กรุณาเขียนคำนี้ลงไว้
记下来jì xiàláiจด/บันทึกไว้我把老师的话记下来了。wǒ bǎ lǎoshī de huà jì xiàlái leWǒ bǎ lǎoshī de huà jì xiàlái le.ฉันจดคำพูดของครูไว้แล้ว

起来qǐlái ใช้ยังไงแบบ HSK 4

บทนี้ไม่ได้ลงลึก 起来qǐlái ทั้งหมด แต่ควรรู้ไว้ว่า 起qǐ/起来qǐlái ไม่ได้มีแค่ “ขึ้น” แบบกายภาพ ยังใช้บอกการเริ่มเกิดสภาพหรือการนึกขึ้นมาได้ด้วย

รูปความหมายตัวอย่างแปลไทย
起来qǐláiลุกขึ้น他站起来了。tā zhàn qǐlái leTā zhàn qǐlái le.เขาลุกขึ้นแล้ว
起来qǐláiเริ่มเกิดสภาพ天气热起来了。tiān qì rè qǐlái leTiānqì rè qǐlái le.อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้ว
想起来xiǎng qǐláiนึกขึ้นมาได้我想起来了。wǒ xiǎng qǐlái leWǒ xiǎng qǐlái le.ฉันนึกออกแล้ว

上shàng ใน 关上guān shàng ไม่ได้แปลว่า “ขึ้น” เสมอไป

บางครั้งบทเสริมทิศทางมีความหมายเชิงผลลัพธ์ ไม่ได้แปลตรงตัว เช่น 上shàng ใน 关上guān shàng ให้ความหมายว่า “ปิดเข้าที่ / ปิดสนิท” มากกว่า “ขึ้น”

คำตัวอย่างความหมาย
关上门guān shàng mén请把门关上。qǐng bǎ mén guān shàngQǐng bǎ mén guān shàng.ปิดประตูให้สนิท
穿上衣服chuān shàng yīfu他穿上衣服出门了。tā chuān shàng yīfu chū mén leTā chuān shàng yīfu chū mén le.เขาใส่เสื้อผ้าแล้วออกจากบ้าน
戴上眼镜dài shàng yǎn jìng请戴上眼镜。qǐng dài shàng yǎn jìngQǐng dài shàng yǎnjìng.กรุณาใส่แว่น
写下名字xiě xià míngzi请写下你的名字。qǐng xiě xià nǐ de míngziQǐng xiě xià nǐ de míngzi.กรุณาเขียนชื่อของคุณลงไว้

来lái กับ 去qù คือมุมมอง ไม่ใช่แค่ มา/ไป

สำหรับคนไทย 来lái/去qù ดูเหมือนง่าย แต่พอรวมกับ 上下进出shàng xià jìn chū จะเริ่มสับสน เพราะต้องดูจุดยืนของผู้พูด ถ้าการเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูดหรือจุดที่ผู้พูดมองว่าเป็น “ที่นี่” ใช้ 来lái ถ้าเคลื่อนออกจากผู้พูดหรือไปยัง “ที่นั่น” ใช้ 去qù

รูปมุมมองตัวอย่างแปลไทย
上来shàngláiขึ้นมาหาผู้พูด请上来。qǐng shàngláiขึ้นมาหน่อย
上去shàngqùขึ้นไปจากผู้พูด他上去了。tā shàngqù leเขาขึ้นไปแล้ว
下来xiàláiลงมาหาผู้พูด你下来吧。nǐ xiàlái baลงมาเถอะ
下去xiàqùลงไปจากผู้พูด他下去了。tā xiàqù leเขาลงไปแล้ว
进来jìnláiเข้ามาหาผู้พูด请进来。qǐng jìnláiเชิญเข้ามา
进去jìnqùเข้าไปจากผู้พูด他走进去了。tā zǒu jìnqù leเขาเดินเข้าไปแล้ว
出来chūláiออกมาหาผู้พูด把书拿出来。bǎ shū ná chūláiเอาหนังสือออกมา
出去chūqùออกไปจากผู้พูด他走出去了。tā zǒu chūqù leเขาเดินออกไปแล้ว
คำถามที่ต้องถามตัวเองถ้าคำตอบคือใช่เลือก
การเคลื่อนที่มาหาผู้พูดหรือจุดที่เรายืนอยู่ไหมใช่来lái
การเคลื่อนที่ออกจากผู้พูดหรือไปอีกฝั่งไหมใช่去qù
ผู้พูดอยู่ชั้นล่าง แล้วอีกคนลงมาหาเราไหมใช่下来xiàlái
ผู้พูดอยู่หน้าห้อง แล้วอีกคนเดินเข้ามาหาเราไหมใช่进来jìnlái
ผู้พูดอยู่ในห้อง แล้วอีกคนเดินออกไปข้างนอกไหมใช่出去chūqù

ตัวอย่างง่ายคือ ถ้าเหล่าซืออยู่ในห้องและเรียกนักเรียนที่อยู่นอกห้อง จะพูดว่า 请进来qǐng jìnlái เพราะนักเรียนเข้ามาหาผู้พูด แต่ถ้าเหล่าซือยืนอยู่นอกห้องและบอกให้นักเรียนเดินเข้าไปข้างใน อาจพูดว่า 进去jìnqù มุมมองจึงสำคัญกว่าคำแปลไทยแบบแข็งๆ

ใช้บทเสริมกับ 把bǎ ให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น

โครงสร้าง 把bǎ ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนอยู่แล้ว บทเสริมจึงเข้าคู่กับ 把bǎ บ่อยมาก เช่น 把作业写完bǎ zuòyè xiě wán, 把房间收拾好bǎ fáng jiān shōu shí hǎo, 把护照拿出来bǎ hù zhào ná chūlái, 把书带回去bǎ shū dài huíqù ถ้าใช้ 把bǎ แต่ไม่มีผลลัพธ์ ประโยคมักฟังไม่จบ

โครงสร้างตัวอย่างแปลไทย
把bǎ + กรรม + กริยา + 完wán我把这篇文章看完了。wǒ bǎ zhè piān wén zhāng kàn wán leWǒ bǎ zhè piān wénzhāng kàn wán le.ฉันอ่านบทความนี้จบแล้ว
把bǎ + กรรม + กริยา + 好hǎo她把房间收拾好了。tā bǎ fáng jiān shōu shí hǎo leTā bǎ fángjiān shōushi hǎo le.เธอจัดห้องเรียบร้อยแล้ว
把bǎ + กรรม + กริยา + 到dào我把他的地址找到了。wǒ bǎ tā de de zhǐ zhǎo dào leWǒ bǎ tā de dìzhǐ zhǎo dào le.ฉันหาที่อยู่ของเขาเจอแล้ว
把bǎ + กรรม + กริยา + 出来chūlái请把护照拿出来。qǐng bǎ hù zhào ná chūláiQǐng bǎ hùzhào ná chūlái.กรุณาหยิบพาสปอร์ตออกมา
把bǎ + กรรม + กริยา + 回去huíqù我把书带回去了。wǒ bǎ shū dài huíqù leWǒ bǎ shū dài huíqù le.ฉันเอาหนังสือกลับไปแล้ว

ถ้าอยากใช้ 买到mǎi dào กับ 把bǎ ให้ทำให้กรรมเฉพาะเจาะจง เช่น 我终于把那张票买到了。wǒ zhōng yú bǎ nà zhāng piào mǎi dào leWǒ zhōngyú bǎ nà zhāng piào mǎi dào le. แปลว่า “ในที่สุดฉันก็ซื้อตั๋วใบนั้นได้แล้ว” แต่รูปที่ง่ายและธรรมชาติกว่าสำหรับผู้เรียนคือ 我买到票了。wǒ mǎi dào piào leWǒ mǎi dào piào le.

ตำแหน่งกรรมอยู่ตรงไหน

บทเสริมไม่ได้ยากแค่ความหมาย แต่ยากตรงตำแหน่งกรรมด้วย โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ 把bǎ หรือบทเสริมทิศทางแบบ 出来chūlái/进去jìnqù

โครงสร้างตัวอย่างใช้เมื่อ
กริยา + บทเสริม + กรรม我看完这本书了。wǒ kàn wán zhè běn shū leWǒ kàn wán zhè běn shū le.รูปทั่วไป
把bǎ + กรรม + กริยา + บทเสริม我把这本书看完了。wǒ bǎ zhè běn shū kàn wán leWǒ bǎ zhè běn shū kàn wán le.เน้นกรรมถูกจัดการจนเกิดผล
กริยา + 出chū/进jìn/回huí + กรรม他拿出手机。tā ná chū shǒujīTā ná chū shǒujī.บอกทิศทางแบบสั้น
把bǎ + กรรม + 拿出来ná chūlái/放进去fàng jìnqù请把手机拿出来。qǐng bǎ shǒujī ná chūláiQǐng bǎ shǒujī ná chūlái.สั่งหรือเน้นการจัดการสิ่งของ

ตัวอย่างประโยคยาวระดับ HSK 4

因为他说得太快,所以我没听懂。yīn wèi tā shuō de tài kuài, suǒ yǐ wǒ méi tīng dǒngYīnwèi tā shuō de tài kuài, suǒyǐ wǒ méi tīng dǒng.
เพราะเขาพูดเร็วเกินไป ฉันเลยฟังไม่เข้าใจ

虽然我还没看完这篇文章,但是我已经看懂了主要内容。suī rán wǒ hái méi kàn wán zhè piān wén zhāng, dàn shì wǒ yǐ jīng kàn dǒng le zhǔ yào nèi róngSuīrán wǒ hái méi kàn wán zhè piān wénzhāng, dànshì wǒ yǐjīng kàn dǒng le zhǔyào nèiróng.
แม้ว่าฉันยังอ่านบทความนี้ไม่จบ แต่ฉันเข้าใจเนื้อหาหลักแล้ว

老师让我们把作业写完以后再交上来。lǎoshī ràng wǒ men bǎ zuòyè xiě wán yǐhòu zài jiāo shàngláiLǎoshī ràng wǒmen bǎ zuòyè xiě wán yǐhòu zài jiāo shànglái.
ครูให้พวกเราเขียนการบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยส่งขึ้นมา

ปฏิเสธและคำถาม: 没méi, 还没hái méi, 了吗le ma, 得de/不bù

เมื่อใช้บทเสริม ต้องระวังรูปปฏิเสธและคำถาม เพราะไม่ได้วาง 不bù/没méi แบบเดียวกับกริยาธรรมดาเสมอไป ถ้าพูดว่า “ยังไม่เสร็จ” มักใช้ 还没hái méi + กริยา + 完wán ถ้าพูดว่า “ทำไม่ได้/ฟังไม่เข้าใจ” มักใช้ กริยา + 不bù + บทเสริม เช่น 听不懂tīng bù dǒng, 买不到mǎi bù dào

รูปตำแหน่งตัวอย่างแปลไทย
ยังไม่เกิดผล没méi + กริยา + บทเสริม我没听懂。wǒ méi tīng dǒngฉันฟังไม่เข้าใจ
ยังทำไม่เสร็จ还没hái méi + กริยา + 完wán我还没写完。wǒ hái méi xiě wánฉันยังเขียนไม่เสร็จ
ถามว่าเกิดผลหรือยังกริยา + บทเสริม + 了吗le ma你看完了吗?nǐ kàn wán le maเธอดูจบหรือยัง
ทำได้ไหมกริยา + 得de/不bù + บทเสริม你听得懂吗?nǐ tīng de dǒng maเธอฟังเข้าใจไหม
ทำไม่ได้กริยา + 不bù + บทเสริม我听不懂。wǒ tīng bù dǒngฉันฟังไม่เข้าใจ
รูปใช้เมื่อตัวอย่างความหมาย
看得懂kàn de dǒngดู/อ่านแล้วเข้าใจได้这个菜单我看得懂。zhè gè càidān wǒ kàn de dǒngเมนูนี้ฉันอ่านเข้าใจ
看不懂kàn bù dǒngดู/อ่านแล้วไม่เข้าใจ这个字我看不懂。zhè gè zì wǒ kàn bù dǒngตัวนี้ฉันอ่านไม่เข้าใจ
听得懂tīng de dǒngฟังเข้าใจได้他说得慢,我听得懂。tā shuō de màn, wǒ tīng de dǒngเขาพูดช้า ฉันฟังเข้าใจ
听不懂tīng bù dǒngฟังไม่เข้าใจ他说得太快,我听不懂。tā shuō de tài kuài, wǒ tīng bù dǒngเขาพูดเร็วเกิน ฉันฟังไม่เข้าใจ
买得到mǎi de dàoซื้อได้/หาได้这里买得到中文书。zhè lǐ mǎi de dào Zhōngwén shūที่นี่ซื้อหนังสือจีนได้
买不到mǎi bù dàoซื้อไม่ได้/หาไม่ได้今天买不到票。jīntiān mǎi bù dào piàoวันนี้ซื้อตั๋วไม่ได้

รูป 得de/不bù สำคัญมากใน HSK 4 เพราะบอกศักยภาพหรือความเป็นไปได้ เช่น 看得懂kàn de dǒng อ่านเข้าใจได้, 看不懂kàn bù dǒng อ่านไม่เข้าใจ, 买得到mǎi de dào หาซื้อได้, 买不到mǎi bù dào หาซื้อไม่ได้ ต่างจาก 没看懂méi kàn dǒng ซึ่งหมายถึงครั้งนั้นยังไม่ได้เข้าใจหรือไม่ได้เข้าใจจากการฟัง/อ่านครั้งนั้น

คู่คำที่สับสนบ่อย

คู่ที่สับสนต่างกันอย่างไรตัวอย่าง
看懂kàn dǒng vs 看完kàn wán看懂kàn dǒng = อ่าน/ดูแล้วเข้าใจ, 看完kàn wán = อ่าน/ดูจบ我看懂了。wǒ kàn dǒng le/ 我看完了。wǒ kàn wán leWǒ kàn dǒng le. / Wǒ kàn wán le.
听到tīng dào vs 听懂tīng dǒng听到tīng dào = ได้ยินเสียง, 听懂tīng dǒng = ฟังแล้วเข้าใจ我听到了,但是没听懂。wǒ tīng dào le, dàn shì méi tīng dǒngWǒ tīng dào le, dànshì méi tīng dǒng.
找到zhǎo dào vs 找出来zhǎo chūlái找到zhǎo dào = หาเจอ, 找出来zhǎo chūlái = หาออกมา/ค้นออกมา我找到答案了。wǒ zhǎo dào dá àn le/ 我把答案找出来了。wǒ bǎ dá àn zhǎo chūlái leWǒ zhǎo dào dá’àn le. / Wǒ bǎ dá’àn zhǎo chūlái le.
拿出ná chū vs 拿出来ná chūlái拿出ná chū = หยิบออก, 拿出来ná chūlái = หยิบออกมาในมุมมองผู้พูด他拿出手机。tā ná chū shǒujī/ 请把手机拿出来。qǐng bǎ shǒujī ná chūláiTā ná chū shǒujī. / Qǐng bǎ shǒujī ná chūlái.

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อย

ข้อผิดพลาดหลักของคนไทยคือแปลจากไทยตรงเกินไป เช่น “ทำเสร็จ” แล้วใช้ 完wán ทุกกรณี หรือ “มา/ไป” แล้วไม่ดูจุดยืนของผู้พูด อีกจุดคือใช้ 把bǎ แต่ลืมใส่บทเสริม ทำให้ประโยคจีนฟังเหมือนยังไม่จบ

ข้อผิดพลาดตัวอย่างผิดแก้เป็นเหตุผล
ลืมบทเสริมหลัง 把bǎ我把作业写。wǒ bǎ zuòyè xiěWǒ bǎ zuòyè xiě.我把作业写完了。wǒ bǎ zuòyè xiě wán leWǒ bǎ zuòyè xiě wán le.把bǎ ต้องมีผลลัพธ์
ใช้ 完wán แทน 好hǎo ทุกกรณี我准备完资料了。wǒ zhǔnbèi wán zī liào leWǒ zhǔnbèi wán zīliào le.我准备好资料了。wǒ zhǔnbèi hǎo zī liào leWǒ zhǔnbèi hǎo zīliào le.เน้นพร้อมใช้ ใช้ 好hǎo ธรรมชาติกว่า
สลับ 来lái/去qù你进去。nǐ jìnqùNǐ jìnqù.你进来。nǐ jìnláiNǐ jìnlái.ถ้าเข้ามาหาผู้พูด ใช้ 进来jìnlái
ใช้ 进来jìnlái + 这里zhè lǐ แบบฝืน你进来这里。nǐ jìnlái zhè lǐNǐ jìnlái zhèlǐ.你到这里来。nǐ dào zhè lǐ lái/ 你来这里。nǐ lái zhè lǐNǐ dào zhèlǐ lái. / Nǐ lái zhèlǐ.ถ้าจะพูดว่า “มาที่นี่” ใช้ 来这里lái zhè lǐ หรือ 到这里来dào zhè lǐ lái ธรรมชาติกว่า
วาง 了le ผิดตำแหน่ง我看了完书。wǒ kàn le wán shūWǒ kàn le wán shū.我看完书了。wǒ kàn wán shū leWǒ kàn wán shū le.บทเสริมตามหลังกริยาก่อน 了le
แปล 到dào เป็น ถึง อย่างเดียว我买到票了。wǒ mǎi dào piào leWǒ mǎi dào piào le.ฉันซื้อตั๋วได้แล้ว到dào ยังแปลว่าทำสำเร็จถึงเป้าหมายได้
ใช้ 得de/不bù ไม่เป็น我听懂不。wǒ tīng dǒng bùWǒ tīng dǒng bù.我听不懂。wǒ tīng bù dǒngWǒ tīng bù dǒng.รูปความสามารถใช้ กริยา + 不bù + บทเสริม

วิธีแก้คือหลังเขียนประโยคทุกครั้งให้ถาม 3 ข้อ: หนึ่ง กริยานี้เกิดผลอะไร สอง ผลนั้นคือจบ พร้อม ถึงเป้า เข้าใจ หรือเคลื่อนที่ สาม ถ้ามีทิศทาง มันมาหาผู้พูดหรือไปจากผู้พูด ถ้าตอบสามข้อนี้ได้ บทเสริมจะเลือกง่ายขึ้นมาก

แบบฝึกแปลไทยเป็นจีน

ลองใช้โจทย์ง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียด เช่น เวลา สถานที่ เหตุผล หรือคำเชื่อม HSK 4 หลังจากแปลแล้ว ให้ตรวจว่ามีบทเสริมหลังคำกริยาหรือไม่ และบทเสริมนั้นตรงกับผลที่อยากบอกหรือเปล่า

โจทย์ไทยคำตอบแนะนำจุดที่ฝึก
ฉันอ่านบทความนี้จบแล้ว我看完这篇文章了。wǒ kàn wán zhè piān wén zhāng leWǒ kàn wán zhè piān wénzhāng le.完wán
ฉันฟังไม่เข้าใจ我听不懂。wǒ tīng bù dǒngWǒ tīng bù dǒng.不bù + 懂dǒng
เขาเดินเข้ามาแล้ว他走进来了。tā zǒu jìnlái leTā zǒu jìnlái le.进来jìnlái
กรุณาหยิบพาสปอร์ตออกมา请把护照拿出来。qǐng bǎ hù zhào ná chūláiQǐng bǎ hùzhào ná chūlái.把bǎ + 出来chūlái
ฉันซื้อตั๋วไม่ได้我买不到票。wǒ mǎi bù dào piàoWǒ mǎi bú dào piào.买不到mǎi bù dào
เธอจัดห้องเรียบร้อยแล้ว她把房间收拾好了。tā bǎ fáng jiān shōu shí hǎo leTā bǎ fángjiān shōushi hǎo le.把bǎ + 好hǎo

Mini test: เติมบทเสริมให้ประโยคสมบูรณ์

ทำแบบทดสอบสั้นๆ นี้ก่อนดูเฉลยเต็ม ถ้าผิดให้ย้อนกลับไปดูหัวข้อของคำนั้นทันที เพราะบทเสริมเป็นเรื่องที่ต้องฝึกซ้ำจากตัวอย่างจริง ไม่ใช่อ่านครั้งเดียวแล้วจบ

ข้อเติมคำ
1我还没写wǒ hái méi xiě___作业。zuòyè
2他说得太快,我听tā shuō de tài kuài, wǒ tīng___懂。dǒng
3请进qǐng jìn___。
4他把手机拿tā bǎ shǒujī ná___了。le
5这张票我买zhè zhāng piào wǒ mǎi___了。le
6请把门关qǐng bǎ mén guān___。

เฉลย Mini test

ดูเฉลยข้อ 1-6
  1. 完wán — 我还没写完作业。wǒ hái méi xiě wán zuòyèWǒ hái méi xiě wán zuòyè. ยังเขียนไม่เสร็จ
  2. 不bù — 他说得太快,我听不懂。tā shuō de tài kuài, wǒ tīng bù dǒngTā shuō de tài kuài, wǒ tīng bù dǒng. ฟังไม่เข้าใจ
  3. 来lái — 请进来。qǐng jìnláiQǐng jìn lái. เชิญเข้ามา
  4. 出来chūlái — 他把手机拿出来了。tā bǎ shǒujī ná chūlái leTā bǎ shǒujī ná chūlái le. หยิบมือถือออกมา
  5. 到dào — 这张票我买到了。zhè zhāng piào wǒ mǎi dào leZhè zhāng piào wǒ mǎi dào le. ซื้อตั๋วใบนี้ได้แล้ว
  6. 上shàng — 请把门关上。qǐng bǎ mén guān shàngQǐng bǎ mén guān shàng. ปิดประตูให้สนิท

แผนฝึก 7 วัน

บทเสริมมีหลายตัว ถ้าท่องทั้งหมดในวันเดียวจะสับสน ให้แบ่งเป็น 7 วันตามนี้ แล้วเขียนประโยควันละ 5 ประโยค โดยบังคับให้มีทั้งประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม

วันฝึกอะไรเป้าหมาย
วันที่ 1完wán / 好hǎoแยกเสร็จสิ้นกับเรียบร้อยพร้อมใช้
วันที่ 2到dào / 住zhù / 懂dǒngเข้าใจผลลัพธ์ที่ไม่ใช่แค่ จบ
วันที่ 3来lái / 去qùจับมุมมองผู้พูด
วันที่ 4上shàng/下xià/进jìn/出chū + 来lái/去qùฝึกทิศทางผสม
วันที่ 5把bǎ + บทเสริมสร้างประโยคจัดการกรรมจนเกิดผล
วันที่ 6得de/不bù + บทเสริมพูดว่า ทำได้/ทำไม่ได้
วันที่ 7mini paragraphเขียนย่อหน้าสั้น 5 ประโยค

อ่านบทต่อไปในลำดับ HSK 4

ถ้าบทนี้ยังไม่มั่น แนะนำให้กลับไปทบทวน HSK 4 คำเชื่อม 虽然suī rán…但是dàn shì… และ 因为yīn wèi…所以suǒ yǐ… แล้วอ่านต่อกับ HSK 4 把bǎ และ 被bèi ระดับต่อไป เพราะทั้งสามบทใช้ร่วมกันในการสร้างประโยคยาวระดับ HSK 4 ส่วนบทถัดไปในแผนคือ HSK 4 Reading Practice

เครื่องมือฝึกหลังอ่าน

หลังอ่านบทนี้ ให้ใช้ เส้นทางเรียน HSK 4 ฟรี เพื่อดูภาพรวมลำดับเรียน ใช้ Flashcard HSK 4 ฟรี ทวนคำศัพท์ และใช้ Quiz HSK 4 ฟรี เพื่อเช็คว่าจำคำหลักได้จริงหรือไม่ ถ้าต้องการรวมเครื่องมือทุกระดับ ให้เข้าที่ คลังเครื่องมือ HSK

สรุป

บทเสริมบอกผลและทิศทางเป็นหัวใจของ HSK 4 เพราะช่วยให้ประโยคจีนบอกผลได้ชัด ไม่ใช่แค่บอกว่าทำอะไร ให้จำแกนสำคัญก่อน: 完wán คือจบ, 好hǎo คือเรียบร้อยพร้อมใช้, 到dào คือถึงเป้าหมายหรือทำได้สำเร็จ, 住zhù คือจับหรือจำไว้ได้, 来lái/去qù คือมุมมองเข้าหาหรือออกจากผู้พูด และ 上下进出回过shàng xià jìn chū huí guo คือทิศทางพื้นฐาน

ถ้าน้องๆ ฝึกกับ 把bǎ, 得de/不bù และประโยคยาวที่มีคำเชื่อม จะเริ่มอ่าน HSK 4 ได้ลื่นขึ้นมาก เพราะบทเสริมเหล่านี้ปรากฏซ้ำในบทอ่าน บทฟัง และสถานการณ์จริง ต่อจากนี้เวลาเจอคำกริยาจีน ให้มองหาคำข้างหลังเสมอ เพราะคำสั้นๆ หลังคำกริยานั่นแหละที่มักบอกใจความสำคัญของประโยค

tt-learn-chinese-return:start

tt-learn-chinese-return:end

คำถามที่พบบ่อย

完wán กับ 好hǎo ใช้แทนกันได้ไหม

บางกรณีแปลไทยใกล้กัน แต่ไม่ควรใช้แทนกันมั่วๆ 完wán เน้นทำจบ ส่วน 好hǎo เน้นเรียบร้อยหรือพร้อมใช้ เช่น 看完kàn wán หนังสืออ่านจบ แต่ 准备好zhǔnbèi hǎo เอกสารเตรียมพร้อมแล้ว

来lái กับ 去qù ต้องดูจากอะไร

ดูจากมุมมองของผู้พูดหรือจุดอ้างอิง ถ้าเคลื่อนเข้าหาผู้พูดใช้ 来lái ถ้าเคลื่อนออกจากผู้พูดหรือไปยังอีกจุดใช้ 去qù

听不懂tīng bù dǒng กับ 没听懂méi tīng dǒng ต่างกันยังไง

听不懂tīng bù dǒng เน้นว่าโดยความสามารถหรือสถานการณ์นั้นฟังไม่เข้าใจ ส่วน 没听懂méi tīng dǒng มักหมายถึงครั้งนั้นฟังแล้วไม่ได้เข้าใจ อาจเพราะเร็ว เบา หรือข้อมูลยาก

ทำไม 把bǎ ต้องตามด้วยบทเสริมบ่อย

เพราะ 把bǎ เน้นการจัดการกรรมจนเกิดผล ถ้ามีแค่ 把bǎ + กรรม + กริยา โดยไม่มีผลลัพธ์ ประโยคมักฟังไม่สมบูรณ์ เช่น 我把书看wǒ bǎ shū kàn ผิด แต่ 我把书看完了wǒ bǎ shū kàn wán le ถูก

Similar Posts