คำศัพท์จีน
怨

ตัวเต็ม: 怨
อ่านว่า: ย่วน
ความหมาย: โทษ ตำหนิ หรือตัดพ้อด้วยความไม่พอใจ และหมายถึงความแค้นหรือความคับข้องใจในบางบริบท
ชนิดคำ: คำกริยา และคำนามในบางบริบท
ระดับ: HSK 7-9
โทษหรือตัดพ้อใครสักคน
怨 อ่าน ย่วน ใช้เป็นกริยาว่าโทษ ตำหนิ หรือตัดพ้อด้วยความไม่พอใจ ฮั่นเตี่ยนอธิบายความหมายด้านการกล่าวโทษและความแค้นใจไว้ด้วย รูปตัวเต็มยังเขียน 怨 เช่นเดิม คำนี้จึงเกี่ยวกับความรู้สึกไม่พอใจที่มุ่งไปยังคน เหตุการณ์ หรือสิ่งที่ผู้พูดเห็นว่าเป็นต้นเหตุ ไม่ได้หมายถึงการวิจารณ์อย่างเป็นกลางทุกชนิด
ใช้ตามด้วยคนที่ถูกกล่าวโทษ
怨他 คือโทษเขา ส่วน 不怨你 คือไม่โทษเธอ ประโยค 这件事不能怨他 ปฏิเสธว่าควรโทษเขาในเรื่องนี้ แล้วตามด้วย 是我自己的错 เพื่อรับว่าเป็นความผิดของผู้พูดเอง ภาพประกอบใช้ฉากคนกล่าวโทษอีกฝ่ายเรื่องกาแฟหกเพื่อช่วยจำการใช้กริยา ไม่ได้ยืนยันว่าอีกฝ่ายทำผิดจริง
บ่นเรื่องงานกับตัดพ้อคนใกล้ตัว
抱怨 ใช้บ่นหรือแสดงความไม่พอใจ ส่วน 埋怨 เน้นการตัดพ้อหรือกล่าวโทษ และมีความหมายทับซ้อนกันได้ พจนานุกรมกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันระบุเสียง mán ของคำหลัง จึงไม่อ่านตามเสียง mái ของ 埋 ที่ใช้เมื่อหมายถึงฝัง ตัวอย่างงานยุ่งกับสามีไม่ใส่ใจเป็นสถานการณ์ฝึกภาษา ไม่ใช่ข้อสรุปว่าคนทำงานหรือคู่สมรสทุกคนมีพฤติกรรมเช่นนั้น
โทษฟ้าโทษคนและย้อนทบทวนตัวเอง
怨天尤人 ใช้กล่าวถึงการโทษโชคชะตาหรือผู้อื่น ส่วน 反省自己 คือทบทวนการกระทำของตนเอง ประโยคเรื่องความล้มเหลวเป็นคำเตือนให้ผู้ฟังลองมองส่วนที่ตนแก้ไขได้ ไม่ได้สรุปว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากผู้ประสบปัญหาเอง หรือห้ามบอกความเดือดร้อนที่มีเหตุผล คำว่า 省 ในคำนี้ต้องอ่าน xǐng
ความแค้นและความขุ่นข้องใจ
怨仇 หมายถึงความแค้นเคือง จึงใช้ในตัวอย่างว่าเขาสองคนไม่มีเรื่องแค้นต่อกัน ส่วน 怨气 คือความขุ่นข้องใจหรือความไม่พอใจที่สะสมและแสดงออกทางท่าทีหรือคำพูดได้ ตัวอย่างไม่ได้บอกว่าคนกำลังอารมณ์เสียต้องมีความแค้นรุนแรงเสมอ ในบริบทที่เป็นคำนาม 怨 สื่อความแค้นหรือความคับข้องใจได้ แต่คำประสมแต่ละคำยังต้องอ่านความหมายของทั้งคำ
ความรู้สึกในใจกับคำบ่นที่อยากพูด
怨言 เป็นคำบ่นหรือคำตัดพ้อที่สื่อความไม่พอใจ พจนานุกรมกระทรวงศึกษาธิการไต้หวันอธิบายว่าเป็นถ้อยคำแสดงความขุ่นเคืองหรือตัดพ้อ บทสนทนาบอกว่าคนคนนั้นมีเรื่องอยากบ่นอยู่ในใจแต่ยังไม่กล้าพูด จึงแยกจาก 怨气 ซึ่งเน้นอารมณ์คับข้องใจมากกว่าตัวถ้อยคำ
ถามว่าเป็นอะไรด้วยเสียง le
他怎么了 คือเขาเป็นอะไรไป โดย 了 ท้ายคำถามนี้เป็นคำช่วยเสียงเบา ไม่อ่าน liǎo ส่วน 看起来不太高兴 หมายถึงดูไม่ค่อยมีความสุข เป็นเพียงสิ่งที่ผู้พูดสังเกตในฉาก ไม่ใช่การวินิจฉัยสภาพจิตใจของใคร ตัวอย่างใหม่ 先别怨别人 ใช้ชวนให้หยุดกล่าวโทษไว้ก่อน โดยไม่ได้ตัดสินล่วงหน้าว่าใครเป็นฝ่ายผิด
ระดับ HSK และการฝึกใช้ให้ตรงความหมาย
怨 อยู่ HSK 7–9 ในบัญชีฉบับปี 2026 และในบัญชีนั้นจัดเป็นกริยา หน้านี้อธิบายความหมายคำนามที่พจนานุกรมรับรองเพิ่มเติมด้วย เสียงหลักเป็นเสียงสี่ คำอ่านไทย ย่วน ช่วยเตือนให้เสียงตก ลองฝึกแยกว่าแต่ละประโยคกำลังโทษใคร เล่าความคับข้องใจ หรือกล่าวถึงคำบ่น แล้วเลือกบทเรียนและฝึกคำศัพท์ต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน
ลำดับขีด

คำประสมที่พบบ่อย
抱怨 — bàoyuàn — บ่นหรือแสดงความไม่พอใจ
埋怨 — mányuàn — ตัดพ้อหรือกล่าวโทษ
怨气 — yuànqì — ความขุ่นข้องใจ
怨言 — yuànyán — คำบ่นหรือคำตัดพ้อ
怨恨 — yuànhèn — แค้นเคือง หรือความแค้นเคือง
恩怨 — ēnyuàn — บุญคุณและความแค้น
怨天尤人 — yuàntiānyóurén — โทษฟ้าโทษคน
怨仇 — yuànchóu — ความแค้นเคือง
ตัวอย่างการใช้
这件事不能怨他,是我自己的错。
Zhè jiàn shì bù néng yuàn tā, shì wǒ zìjǐ de cuò.
เรื่องนี้โทษเขาไม่ได้ เป็นความผิดของฉันเอง
他总是抱怨工作太忙,没有休息时间。
Tā zǒngshì bàoyuàn gōngzuò tài máng, méiyǒu xiūxi shíjiān.
เขาบ่นอยู่เสมอว่างานยุ่งเกินไป ไม่มีเวลาพัก
她一直在埋怨丈夫不关心自己。
Tā yìzhí zài mányuàn zhàngfu bù guānxīn zìjǐ.
เธอตัดพ้อสามีมาตลอดว่าไม่ใส่ใจเธอ
遇到失败时,不要怨天尤人,要反省自己。
Yùdào shībài shí, bú yào yuàntiānyóurén, yào fǎnxǐng zìjǐ.
เมื่อพบความล้มเหลว อย่าเอาแต่โทษฟ้าโทษคน ให้ทบทวนตัวเองด้วย
他们俩之间没有任何怨仇。
Tāmen liǎ zhījiān méiyǒu rènhé yuànchóu.
ระหว่างเขาสองคนไม่มีความแค้นเคืองต่อกันเลย
他的话里充满了怨气。
Tā de huà lǐ chōngmǎn le yuànqì.
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นข้องใจ
我不怨你。
Wǒ bù yuàn nǐ.
ฉันไม่โทษเธอ
出了问题,先别怨别人。
Chū le wèntí, xiān bié yuàn biérén.
เมื่อเกิดปัญหา อย่าเพิ่งโทษคนอื่น
她心里有怨,却没有说出来。
Tā xīnli yǒu yuàn, què méiyǒu shuō chūlái.
เธอมีความคับข้องใจอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา
บทสนทนา A-B
A: 他怎么了?看起来不太高兴。
Tā zěnme le? Kàn qǐlái bú tài gāoxìng.
เขาเป็นอะไรไป ดูไม่ค่อยมีความสุขเลย
B: 他心里有怨言,但是不敢说出来。
Tā xīnli yǒu yuànyán, dànshì bù gǎn shuō chūlái.
เขามีเรื่องที่อยากบ่นอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide