ปกบทเรียน HSK 2 เปรียบเทียบด้วย 比 A สูงกว่า B

HSK 2 เปรียบเทียบด้วย 比: A สูงกว่า B พูดยังไงให้ถูก

บทฝึก HSK 2 เรื่อง สำหรับเปรียบเทียบ A กับ B

พอขึ้น HSK 2 นักเรียนจะเริ่มพูดประโยคที่ไม่ได้แค่บอกว่า “สิ่งนี้เป็นอย่างไร” แต่เริ่มบอกได้ว่า “สิ่งนี้มากกว่าสิ่งนั้นอย่างไร” คำสำคัญของบทนี้คือ ใช้เปรียบเทียบสองสิ่ง เช่น คนหนึ่งสูงกว่าอีกคน ราคาแพงกว่า เวลาเร็วกว่า หรือสถานที่หนึ่งไกลกว่าอีกสถานที่หนึ่ง

จุดที่คนไทยพลาดบ่อยคือเอาลำดับคำแบบภาษาไทยไปวางตรงๆ เช่น “ฉันสูงกว่าเขา” แล้วพยายามแปลทีละคำ ภาษาจีนต้องคิดเป็นโครง A + + B + คำคุณศัพท์ ก่อน ถ้าจำโครงนี้ได้ ประโยคเปรียบเทียบ HSK 2 จะเริ่มง่ายขึ้นทันที

1. โครงสร้างหลักของ

โครงพื้นฐานคือ A + + B + คำคุณศัพท์ แปลว่า A มากกว่า B ในด้านนั้น คำคุณศัพท์จะอยู่ท้ายประโยค ไม่ต้องใส่ shì และโดยทั่วไปไม่ต้องใส่ hěn หน้า adjective เพราะ ทำหน้าที่เปรียบเทียบอยู่แล้ว

โครงสร้างตัวอย่างจีน + พินอินความหมาย
A + + B + gāo他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo.เขาสูงกว่าฉัน
A + + B + 这个房间比那个房间大。zhè gè fáng jiān bǐ nà gè fáng jiān dàZhège fángjiān bǐ nàge fángjiān dà.ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องนั้น
A + + B + guì这件衣服比那件衣服贵。zhè jiàn yīfu bǐ nà jiàn yīfu guìZhè jiàn yīfu bǐ nà jiàn yīfu guì.เสื้อตัวนี้แพงกว่าเสื้อตัวนั้น
A + + B + yuǎn学校比商店远。xuéxiào bǐ shāng diàn yuǎnXuéxiào bǐ shāngdiàn yuǎn.โรงเรียนไกลกว่าร้านค้า

2. ถ้าต้องการบอกว่ามากกว่ากี่หน่วย

เมื่ออยากบอกตัวเลข ให้ใส่จำนวนไว้หลังคำคุณศัพท์ เช่น สูงกว่าสองเซนติเมตร แพงกว่าสิบหยวน หรืออายุมากกว่าสามปี โครงคือ A + + B + adjective + จำนวน

ประโยคจีนคำแปล
他比我大三岁。tā bǐ wǒ dà sān suìเขาอายุมากกว่าฉัน 3 ปี
这本书比那本书贵十块。zhè běn shū bǐ nà běn shū guì shí kuàiหนังสือเล่มนี้แพงกว่าเล่มนั้น 10 หยวน
今天比昨天冷一点儿。jīntiān bǐ zuótiān lěng yìdiǎnrวันนี้หนาวกว่าเมื่อวานนิดหน่อย

3. จุดผิดบ่อยของคนไทย

ข้อผิดบ่อยของคนไทยคือแปลจากลำดับภาษาไทยตรง ๆ หรือเอาโครงสร้างคำคุณศัพท์ทั่วไปมาปนกับโครง ให้จำว่าในประโยคเปรียบเทียบ เราต้องเห็น 3 ส่วนก่อนเสมอ: A, B และคำที่เปรียบเทียบ

ประโยคที่ควรเลี่ยงแก้เป็นเหตุผล
他比我很高。tā bǐ wǒ hěn gāoTā bǐ wǒ hěn gāo.他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo.ในโครงพื้นฐาน ไม่ใส่ hěn หลัง
他高比我。tā gāo bǐ wǒTā gāo bǐ wǒ.他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo.ลำดับคำต้องเป็น A + + B + adjective
我是比他大。wǒ shì bǐ tā dàWǒ shì bǐ tā dà.我比他大。wǒ bǐ tā dàWǒ bǐ tā dà.ไม่ต้องใส่ shì ในโครงพื้นฐาน

หมายเหตุเรื่อง 他高。tā gāoกับ 他很高。tā hěn gāo

ในประโยคบรรยายโดด ๆ ภาษาจีนมักใช้ hěn + Adj. เช่น 他很高。tā hěn gāoTā hěn gāo. เพื่อให้ประโยคฟังสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ โดย hěn ในรูปพื้นฐานนี้ไม่จำเป็นต้องแปลว่า “มาก” เสมอไป

แต่ถ้ามีบริบทเปรียบเทียบอยู่แล้ว เช่น มีคนถามว่า “สองคนนี้ใครสูง?” การตอบว่า 他高。tā gāoTā gāo. ใช้ได้ เพราะประโยคมีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ ไม่ใช่ประโยคบรรยายลอย ๆ

จำง่าย ๆ: ห้าม hěn แต่ gèng / hái ใช้ได้

รูปประโยคใช้ได้ไหมความหมาย
他比我很高。tā bǐ wǒ hěn gāoTā bǐ wǒ hěn gāo.ไม่ใช้ในโครงพื้นฐานเอา hěn มาชนกับ ทำให้ไม่ธรรมชาติ
他比我非常高。tā bǐ wǒ fēi cháng gāoTā bǐ wǒ fēicháng gāo.ควรเลี่ยงสำหรับ HSK 2非常fēi cháng ไม่ใช่ตัวขยายหลักในโครง พื้นฐาน
他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo.ใช้ได้เขาสูงกว่าฉัน
他比我更高。tā bǐ wǒ gèng gāoTā bǐ wǒ gèng gāo.ใช้ได้เขายิ่งสูงกว่าฉัน / สูงกว่าอีก
他比我还高。tā bǐ wǒ hái gāoTā bǐ wǒ hái gāo.ใช้ได้เขายังสูงกว่าฉันอีก

/ 没有méiyǒu / 一样yíyàng: มากกว่า ไม่เท่า เท่ากัน

ต้องการพูดว่าโครงสร้างจีนตัวอย่าง
A สูงกว่า BA + + B + gāo他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo.
A ไม่สูงเท่า BA + 没有méiyǒu + B + gāo他没有我高。tā méiyǒu wǒ gāoTā méiyǒu wǒ gāo.
A สูงเท่ากับ BA + gēn/ + B + 一样高yíyàng gāo他跟我一样高。tā gēn wǒ yíyàng gāoTā gēn wǒ yíyàng gāo.

没有méiyǒu กับ 不比bù bǐ ต่างกันยังไง?

ถ้าต้องการบอกว่า “A ไม่…เท่า B” ให้ใช้ A + 没有méiyǒu + B + Adj. เช่น 他没有我高。tā méiyǒu wǒ gāoTā méiyǒu wǒ gāo. = เขาไม่สูงเท่าฉัน ประโยคนี้บอกชัดว่าเขาเตี้ยกว่าฉัน

ส่วน 不比bù bǐ ใช้ได้ แต่ความหมายไม่เหมือน 没有méiyǒu โดยมักแปลว่า “ไม่ได้…กว่า” หรือ “ไม่ถึงกับ…กว่า” จึงไม่ได้ยืนยันว่า A น้อยกว่า B เสมอไป อาจเท่ากันหรือไม่มากกว่าก็ได้

จีนแปลความหมาย
他没有我高。tā méiyǒu wǒ gāoTā méiyǒu wǒ gāo.เขาไม่สูงเท่าฉันเขาเตี้ยกว่าฉัน
他不比我高。tā bù bǐ wǒ gāoTā bù bǐ wǒ gāo.เขาไม่ได้สูงกว่าฉันอาจสูงเท่าฉัน หรือเตี้ยกว่าฉัน

รู้ไว้ก่อนขึ้น HSK 3: กับ verb phrase

โครง A + + B + Verb Phrase ใช้ได้ในบางกรณี แต่มีข้อจำกัดมากกว่าโครง adjective สำหรับบท HSK 2 ให้จำโครง adjective ก่อน ส่วนถ้าจะใช้กับคำอย่าง 喜欢xǐhuan หรือ xiǎng มักใส่ gèng ให้ประโยคฟังเป็นธรรมชาติกว่า

ควรเลี่ยงสำหรับบทเริ่มต้นแนะนำความหมาย
我比他喜欢喝咖啡。wǒ bǐ tā xǐhuan hē kāfēi我比他更喜欢喝咖啡。wǒ bǐ tā gèng xǐhuan hē kāfēiWǒ bǐ tā gèng xǐhuan hē kāfēi.ฉันชอบดื่มกาแฟมากกว่าเขา
他比我想去中国。tā bǐ wǒ xiǎng qù Zhōngguó他比我更想去中国。tā bǐ wǒ gèng xiǎng qù ZhōngguóTā bǐ wǒ gèng xiǎng qù Zhōngguó.เขาอยากไปจีนมากกว่าฉัน

4. ใช้ กับคำที่เจอบ่อยใน HSK 2

คำที่มักใช้กับ ได้แก่ gāo, , xiǎo, duō, shǎo, guì, 便宜piányi, kuài, màn, yuǎn, jìn, zǎo, wǎn เมื่ออ่านบทนี้ให้เลือกคำคุณศัพท์ 5 คำ แล้วแต่งประโยคของตัวเอง จะช่วยให้จำโครงสร้างได้เร็วกว่าอ่านผ่านอย่างเดียว

คำความหมายตัวอย่าง
kuàiเร็ว火车比公共汽车快。huǒ chē bǐ gōng gòng qì chē kuàiHuǒchē bǐ gōnggòng qìchē kuài.
jìnใกล้我家比你家近。wǒ jiā bǐ nǐ jiā jìnWǒ jiā bǐ nǐ jiā jìn.
duōมาก / มากกว่า今天的人比昨天多。jīntiān de rén bǐ zuótiān duōJīntiān de rén bǐ zuótiān duō.
便宜piányiราคาถูก这个比那个便宜。zhè gè bǐ nà gè piányiZhège bǐ nàge piányi.
容易róng yìง่าย这个题比那个题容易。zhè gè tí bǐ nà gè tí róng yìZhège tí bǐ nàge tí róngyì.
tàiเกินไป / มากเกินไป太贵了,我不买。tài guì le, wǒ bù mǎiTài guì le, wǒ bù mǎi.

5. แบบฝึกหัดสั้นๆ

ลองทำแบบฝึกหัดนี้ก่อนดูเฉลย เป้าหมายคือฝึกจับลำดับ A + + B + adjective และแยก 没有méiyǒu สำหรับ “ไม่…เท่า” ให้ชัด

แบบฝึกหัด: เรียงประโยคให้ถูกต้อง

1. / / / gāo
2. 这本书zhè běn shū / 那本书nà běn shū / / guì
3. 今天jīntiān / 昨天zuótiān / /
4. / / 没有méiyǒu / gāo
5. 哥哥gē gē / 弟弟dì dì / / / 三岁sān suì

เฉลย

1. 他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo. เขาสูงกว่าฉัน

2. 这本书比那本书贵。zhè běn shū bǐ nà běn shū guìZhè běn shū bǐ nà běn shū guì. หนังสือเล่มนี้แพงกว่าเล่มนั้น

3. 今天比昨天热。jīntiān bǐ zuótiān rèJīntiān bǐ zuótiān rè. วันนี้ร้อนกว่าเมื่อวาน

4. 他没有我高。tā méiyǒu wǒ gāoTā méiyǒu wǒ gāo. เขาไม่สูงเท่าฉัน

5. 哥哥比弟弟大三岁。gē gē bǐ dì dì dà sān suìGēge bǐ dìdi dà sān suì. พี่ชายอายุมากกว่าน้องชาย 3 ปี

ฝึกเพิ่มจากเรื่องใกล้ตัว

ลองแปลเป็นภาษาจีน: กรุงเทพฯ ร้อนกว่าเชียงใหม่ / กาแฟแพงกว่าชา / มือถือของฉันใหม่กว่ามือถือของคุณ / ภาษาจีนยากกว่าภาษาไทยไหม

คำถามที่พบบ่อย

แปลว่าอะไร?

แปลประมาณว่า “กว่า / เมื่อเทียบกับ” ใช้ในประโยคเปรียบเทียบ เช่น 他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo. = เขาสูงกว่าฉัน

ทำไมพูด 他比我很高tā bǐ wǒ hěn gāo ไม่ได้?

เพราะ แสดงการเปรียบเทียบอยู่แล้ว ในโครงพื้นฐานจึงไม่ใช้ hěn หน้า adjective ให้พูดว่า 他比我高。tā bǐ wǒ gāoTā bǐ wǒ gāo. ถ้าต้องการบอกว่ายิ่งกว่า ใช้ gèng หรือ hái ได้ เช่น 他比我更高。tā bǐ wǒ gèng gāoTā bǐ wǒ gèng gāo.

没有méiyǒu กับ 不比bù bǐ ต่างกันยังไง?

没有méiyǒu แปลว่า “ไม่…เท่า” และบอกชัดว่า A น้อยกว่า B เช่น 他没有我高。tā méiyǒu wǒ gāoTā méiyǒu wǒ gāo. ส่วน 不比bù bǐ แปลว่า “ไม่ได้…กว่า” เช่น 他不比我高。tā bù bǐ wǒ gāoTā bù bǐ wǒ gāo. ซึ่งอาจหมายถึงสูงเท่ากันหรือไม่สูงกว่า ไม่ได้ยืนยันว่าเตี้ยกว่าเสมอไป

ถ้าจะบอกว่าสูงกว่านิดหน่อยพูดยังไง?

ใช้ 一点儿yìdiǎnryìdiǎnr หลังคำคุณศัพท์ เช่น 他比我高一点儿。tā bǐ wǒ gāo yìdiǎnrTā bǐ wǒ gāo yìdiǎnr. = เขาสูงกว่าฉันนิดหน่อย

ถ้าจะบอกว่าสูงเท่ากันใช้ ไหม?

ไม่ใช้ เป็นหลัก ให้ใช้ gēn/ + 一样yíyàng + adjective เช่น 他跟我一样高。tā gēn wǒ yíyàng gāoTā gēn wǒ yíyàng gāo. = เขาสูงเท่าฉัน

6. ฝึกใช้ จากเรื่องใกล้ตัวก่อน

วิธีที่ได้ผลที่สุดสำหรับบท คืออย่าเริ่มจากประโยคยาก ให้เริ่มจากสิ่งที่นักเรียนเห็นทุกวัน เช่น ราคา ระยะทาง ความสูง อายุ ความเร็ว อากาศ หรือจำนวนคน เพราะสิ่งเหล่านี้มีคำคุณศัพท์ที่ชัดและเปรียบเทียบได้จริง

ให้ลองเลือกของสองชิ้นบนโต๊ะ หรือเลือกคนสองคนในครอบครัว แล้วพูดเป็นจีนทีละประโยค เช่น แก้วใบนี้ใหญ่กว่าแก้วใบนั้น พี่ชายสูงกว่าน้องสาว บ้านฉันไกลกว่าโรงเรียน แบบนี้จะทำให้โครง A + + B + adjective ฝังเป็นนิสัยมากกว่าการท่องสูตรเปล่า ๆ

เรื่องที่เปรียบเทียบคำที่ใช้บ่อยประโยคตัวอย่าง
อากาศ / lěng曼谷比清迈热。màn gǔ bǐ qīng mài rèMàngǔ bǐ Qīngmài rè.กรุงเทพฯ ร้อนกว่าเชียงใหม่
วันเวลา / lěng / zǎo / wǎn今天比昨天热。jīntiān bǐ zuótiān rèJīntiān bǐ zuótiān rè.วันนี้ร้อนกว่าเมื่อวาน
ราคาguì / 便宜piányi咖啡比茶贵。kāfēi bǐ chá guìKāfēi bǐ chá guì.กาแฟแพงกว่าชา
ภาษาnán / 容易róng yì中文比泰文难吗?Zhōngwén bǐ tài wén nán maZhōngwén bǐ Tàiwén nán ma?ภาษาจีนยากกว่าภาษาไทยไหม
ของใช้xīn / jiù我的手机比你的手机新。wǒ de shǒujī bǐ nǐ de shǒujī xīnWǒ de shǒujī bǐ nǐ de shǒujī xīn.มือถือของฉันใหม่กว่ามือถือของคุณ

7. วิธีทวนบท หลังอ่านจบ

หลังอ่านบทนี้จบ ให้ทวนเป็นสามรอบ รอบแรกอ่านเฉพาะตารางและออกเสียงประโยคจีน รอบที่สองปิดคำแปลไทยแล้วลองแปลเอง รอบที่สามเปลี่ยนคำในประโยค เช่น เปลี่ยน 他比我高tā bǐ wǒ gāo เป็น 我哥哥比我高wǒ gē gē bǐ wǒ gāo หรือเปลี่ยน 这本书比那本书贵zhè běn shū bǐ nà běn shū guì เป็น 咖啡比茶贵kāfēi bǐ chá guì การเปลี่ยนคำเองคือจุดที่ทำให้เริ่มใช้ภาษาได้จริง

ถ้าทำข้อสอบ HSK 2 แล้วเจอ ให้มองหาสามส่วนก่อนเสมอ: ใครเป็น A, ใครเป็น B, และกำลังเปรียบเทียบเรื่องอะไร หลายข้อไม่ได้ยากที่คำศัพท์ แต่ยากเพราะอ่านเร็วแล้วจับ A/B สลับกัน ถ้าแยกสามส่วนนี้ก่อน โอกาสตอบผิดจะลดลงมาก

8. เช็กลิสต์ก่อนใช้

■ มีของหรือคนสองฝั่งให้เปรียบเทียบหรือไม่
■ วาง A ไว้หน้า และ B ไว้หลัง แล้วหรือยัง
■ คำคุณศัพท์อยู่ท้ายประโยคหรือยัง
■ ไม่ได้ใส่ shì หรือ hěn เกินจำเป็นใช่ไหม
■ ถ้ามีจำนวน เช่น 3 ปี 10 หยวน ให้วางหลังคำคุณศัพท์

10. แผนฝึก 7 วันหลังอ่านบทนี้

เพื่อให้บทเรียนนี้ไม่จบแค่การอ่านผ่าน เหล่าซือแนะนำให้แบ่งฝึกเป็น 7 วัน วันแรกอ่านบทความทั้งหมดหนึ่งรอบโดยยังไม่ต้องจำทุกคำ วันที่สองอ่านเฉพาะตารางและออกเสียงประโยคจีน วันที่สามปิดคำแปลไทยแล้วลองแปลกลับเอง วันที่สี่เลือก 5 ประโยคมาเปลี่ยนประธาน กริยา หรือคำนาม วันที่ห้าอัดเสียงตัวเองอ่านประโยคจีน วันที่หกกลับมาทำ flashcard เพื่อทวนคำศัพท์ และวันที่เจ็ดทำ quiz หรือแบบฝึกหัดท้ายบทเพื่อดูว่ายังติดตรงไหน

แผนแบบนี้เหมาะกับบทเรียน HSK 2 เพราะระดับนี้เริ่มมีทั้งคำศัพท์ใหม่และไวยากรณ์ใหม่ ถ้าอ่านยาวครั้งเดียวมักจำได้แค่ความเข้าใจรวม แต่ยังเอาไปพูดหรือทำข้อสอบไม่ได้ การวนกลับมาทวนหลายรอบแบบสั้นๆ จะช่วยให้สมองเห็นรูปประโยคซ้ำโดยไม่รู้สึกหนักเกินไป

วันสิ่งที่ควรทำเป้าหมาย
วันที่ 1อ่านบทเรียนทั้งหมดเข้าใจภาพรวมของไวยากรณ์
วันที่ 2อ่านออกเสียงเฉพาะตารางจำรูปประโยคหลัก
วันที่ 3ปิดคำแปลแล้วแปลเองเช็กความเข้าใจจริง
วันที่ 4เปลี่ยนคำในประโยคตัวอย่างเริ่มแต่งประโยคเอง
วันที่ 5อัดเสียงอ่าน 5 ประโยคฝึกพูดให้ลื่นขึ้น
วันที่ 6ทวนด้วย Flashcard HSK 2เก็บคำศัพท์ที่ยังไม่แม่น
วันที่ 7ทำ Quiz คำศัพท์หรือแบบฝึกท้ายบทรู้จุดที่ต้องกลับมาอ่านซ้ำ

11. วิธีเชื่อมบทนี้กับคำศัพท์ HSK 2

ไวยากรณ์จะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อมีคำศัพท์พอให้เปลี่ยนประโยคได้ หลังอ่านบทนี้ให้เปิดรายการคำศัพท์ HSK 2 แล้วเลือกคำที่อยู่ในหมวดคน เวลา สถานที่ อาหาร การซื้อของ หรือการเดินทางมาลองแทนในประโยคเดิม เช่น เปลี่ยนคำว่า 学校xuéxiào เป็น 饭店fàndiàn, 商店shāng diàn, 医院yī yuàn หรือเปลี่ยนคำว่า 今天jīntiān เป็น 明天míngtiān, 昨天zuótiān, 周末zhōumò วิธีนี้ช่วยให้ประโยคหนึ่งประโยคกลายเป็นสิบประโยคโดยไม่ต้องเรียนไวยากรณ์ใหม่เพิ่ม

ถ้านักเรียนยังรู้สึกว่าสร้างประโยคเองยาก ให้เริ่มจากการเลียนแบบก่อน เลือกประโยคตัวอย่างหนึ่งประโยค คัดลอกโครงเดิม แล้วเปลี่ยนแค่คำเดียว เช่น เปลี่ยนประธานจาก เป็น หรือเปลี่ยนสถานที่จาก 学校xuéxiào เป็น 商店shāng diàn เมื่อเริ่มคล่องค่อยเปลี่ยนสองถึงสามคำในประโยคเดียว

12. Mini review ก่อนออกจากบท

ก่อนปิดหน้านี้ ให้ตอบตัวเองสามข้อ: หนึ่ง บทนี้ใช้แก้ปัญหาการสื่อสารเรื่องอะไร สอง โครงสร้างหลักของบทนี้วางคำอย่างไร สาม มีจุดผิดบ่อยข้อไหนที่ตัวเองน่าจะพลาด ถ้าตอบสามข้อนี้ได้ แปลว่าไม่ได้แค่อ่านจบ แต่เริ่มจับแกนของบทเรียนได้แล้ว

ถ้าตอบไม่ได้ ให้ย้อนกลับไปอ่านเฉพาะหัวข้อโครงสร้างหลักและตารางตัวอย่าง ไม่จำเป็นต้องอ่านใหม่ทั้งหน้า การทวนแบบเจาะจุดจะประหยัดเวลากว่า และเหมาะกับคนที่อ่านบทความยาวแล้วเหนื่อยง่าย เป้าหมายของหน้าเรียน HSK 2 คือให้อ่านแล้วเอาไปใช้ได้ ไม่ใช่อ่านให้หมดอย่างเดียว

13. ควรไปทำอะไรต่อหลังบทนี้

หลังอ่านจบ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งทันที ถ้ามีเวลา 3 นาที ให้จด 3 ประโยคที่แต่งเอง ถ้ามีเวลา 10 นาที ให้ทำ Flashcard HSK 2 แล้วเลือกคำใหม่ 5 คำมาแต่งประโยค ถ้ามีเวลา 20 นาที ให้ทำ Quiz คำศัพท์ HSK 2 และจดคำที่ตอบผิดไว้ กลับมาอ่านบทนี้อีกครั้งเฉพาะจุดที่เกี่ยวกับคำนั้น วิธีนี้จะทำให้บทความ เครื่องมือ และข้อสอบออนไลน์ในเว็บทำงานร่วมกัน ไม่แยกกันเป็นคนละส่วน

14. คลังประโยคฝึกซ้ำสำหรับ

ใช้ตารางนี้เป็นชุดอ่านออกเสียงและชุดคัดประโยค เมื่อนักเรียนอ่านได้คล่องแล้ว ให้เปลี่ยนคำทีละส่วน เช่น เปลี่ยน 我家wǒ jiā เป็น 学校xuéxiào หรือเปลี่ยน guì เป็น 便宜piányi การฝึกแบบนี้ทำให้จำลำดับ A + + B + adjective ได้จากการใช้ซ้ำจริง

จีนไทย
我比他忙。wǒ bǐ tā mángฉันยุ่งกว่าเขา
今天比昨天热。jīntiān bǐ zuótiān rèวันนี้ร้อนกว่าเมื่อวาน
这个菜比那个菜好吃。zhè gè cài bǐ nà gè cài hǎo chīอาหารจานนี้อร่อยกว่าจานนั้น
坐飞机比坐火车快。zuò fēi jī bǐ zuò huǒ chē kuàiนั่งเครื่องบินเร็วกว่าไปรถไฟ
这条路比那条路近。zhè tiáo lù bǐ nà tiáo lù jìnถนนเส้นนี้ใกล้กว่าเส้นนั้น

ลำดับคอร์ส HSK 2 | บทที่ 3 จาก 15

อ่านบทต่อไป

ถ้าอ่านบทนี้จบแล้ว ให้ไปบทถัดไปตามลำดับคอร์ส จะช่วยให้คำศัพท์และไวยากรณ์ต่อกันเป็นระบบมากขึ้น

กลับไปที่ เส้นทางเรียน HSK 2 ฟรี


ฝึกต่อด้วยเครื่องมือ HSK 2

อ่านจบแล้ว ลองทวนคำศัพท์ HSK 2 แบบ interactive

ถ้าน้องๆ อยากจำคำศัพท์ให้แม่นขึ้น พี่แนะนำให้เปิด Flashcard เพื่อทวนทีละคำ แล้วต่อด้วย Quiz เพื่อเช็กว่าจำความหมายได้จริงไหม ชุดนี้อ้างอิงจากตารางคำศัพท์ 772 รายการ และจัดเป็น Flashcard 764 คำไม่ซ้ำสำหรับฝึกใช้งานจริง

Similar Posts