ไวยากรณ์ HSK 4 สรุปครบ: คำเชื่อม บทเสริม และโครงสร้างประโยคยาว

สวัสดีนักเรียนที่รักของเหล่าซือทุกคนครับ!

ยินดีต้อนรับสู่ HSK 4 อย่างเป็นทางการ! เหล่าซือรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นไปกับทุกคนจริงๆ ที่เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ การสอบผ่าน HSK 3 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความรักในภาษาจีนของพวกเราทุกคน

หากนักเรียนยังจำได้ เหล่าซือเคยเปรียบเปรยการเรียนภาษาจีนของเราเหมือนการสร้างบ้าน HSK 1 คือการสะสม “ก้อนอิฐ” (คำศัพท์พื้นฐาน) HSK 2 คือการนำอิฐเหล่านั้นมาเรียงกันเป็น “กำแพง” (ประโยคง่ายๆ) และ HSK 3 คือการ “ตกแต่งภายใน” (การใช้ไวยากรณ์ที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อสื่อสารเรื่องราวในชีวิตประจำวัน) ตอนนี้ “บ้าน” ของเราสร้างเสร็จแล้ว เราอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างสบายใจ สามารถพูดคุยเรื่องทั่วไปได้คล่องแคล่ว

แล้ว HSK 4 คืออะไรล่ะ?

HSK 4 คือก้าวต่อไป คือการที่เราจะเปิดประตูบ้านออกไปสู่โลกภายนอกครับ มันคือ “การจัดสวน วางระบบสาธารณูปโภค และตั้งป้ายเลขที่บ้าน

  • การจัดสวน : เราจะเรียนรู้วิธีทำให้ภาษาของเรา “สวยงาม” และ “สละสลวย” ด้วยโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนและงดงามยิ่งขึ้น
  • การวางระบบสาธารณูปโภค : เราจะติดตั้ง “ท่อน้ำและสายไฟ” ให้กับภาษาของเรา นั่นคือการใช้คำเชื่อมต่างๆ เพื่อร้อยเรียงประโยคให้มีเหตุมีผล มีตรรกะ ทำให้ความคิดของเราไหลลื่นเหมือนน้ำและไฟฟ้า
  • การตั้งป้ายเลขที่บ้าน : เราจะทำให้ภาษาของเรา “เป็นทางการ” มากขึ้น เพื่อให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานในบริษัท หัวหน้า หรือคนที่เราอ่านเจอในข่าวและบทความ สามารถ “ค้นหา” และ “เข้าใจ” ความคิดที่ลึกซึ้งของเราได้อย่างแม่นยำ

ในบทความนี้ เหล่าซือจะพานักเรียนทุกคนไปเจาะลึกพิมพ์เขียวของ HSK 4 เราจะมาทำความเข้าใจหัวใจของไวยากรณ์ระดับสูงเหล่านี้ ไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่เป็นการ “รู้สึก” ถึงมัน เพื่อให้นักเรียนสามารถหยิบไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจ พร้อมจะก้าวไปสู่โลกใบใหม่ของภาษาจีนกันหรือยังครับ? ถ้าพร้อมแล้ว…ไปกันเลย!

 

 

หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิง HSK ระบบใหม่ปี 2021

หน้านี้จัดระเบียบตามกรอบ HSK 4 ระบบใหม่ จากมาตรฐานภาษาจีนสากลปี 2021 โดยระดับนี้มีคำศัพท์ใหม่ 1,000 คำ คำศัพท์สะสม 3,245 คำ และมีไวยากรณ์ใหม่ 76 จุด ไวยากรณ์สะสม 286 จุด

ถ้าน้อง ๆ เตรียมสอบจริง ให้ตรวจประกาศจากศูนย์สอบหรือ ChineseTest อีกครั้ง เพราะบางรอบสอบ/บางแหล่งข้อมูลยังใช้ชื่อ HSK เดิมและ HSK ระบบใหม่ปนกันอยู่

ตารางสรุปไวยากรณ์ HSK 4 แบบอ่านเร็ว

ตารางนี้ช่วยให้น้อง ๆ เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดในบทเรียนเดิมด้านล่าง เหมาะสำหรับทบทวนก่อนสอบหรือใช้วางลำดับอ่าน

หมวดโครงสร้างใช้ทำอะไรตัวอย่าง
เสริมข้อมูล不但bù dàn而且ér qiěไม่เพียงแต่…อีกทั้งยัง…他不但会说中文,而且说得很好。tā bù dàn huì shuō Zhōngwén, ér qiě shuō de hěn hǎotā búdàn huì shuō Zhōngwén, érqiě shuō de hěn hǎoเขาไม่เพียงพูดจีนเป็น แต่ยังพูดได้ดีมาก
เงื่อนไขพอเพียง只要zhǐyàojiùขอเพียง…ก็…只要努力,就会进步。zhǐyào nǔ lì, jiù huì jìn bùzhǐyào nǔlì, jiù huì jìnbùขอเพียงพยายาม ก็จะก้าวหน้า
เงื่อนไขจำเป็น只有zhǐyǒucáiมีเพียง…ถึงจะ…只有多练习,才能说得流利。zhǐyǒu duō liàn xí, cái néng shuō de liú lìzhǐyǒu duō liànxí, cái néng shuō de liúlìต้องฝึกมากจึงจะพูดคล่อง
ไม่ว่าอย่างไร无论wú lùndōu/ไม่ว่า…ก็…无论多忙,我都要复习。wú lùn duō máng, wǒ dōu yào fù xíwúlùn duō máng, wǒ dōu yào fùxíไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน ฉันก็ต้องทบทวน
เกินคาด竟然jìng ránคาดไม่ถึงว่า…他竟然忘了考试。tā jìng rán wàng le kǎo shìtā jìngrán wàng le kǎoshìเขากลับลืมเรื่องสอบเสียอย่างนั้น
ถามเชิงโต้แย้ง难道nán dàoหรือว่า…กันนะ难道你不想去吗?nán dào nǐ bù xiǎng qù manándào nǐ bù xiǎng qù maหรือว่าคุณไม่อยากไปเหรอ
บทเสริมเป็นไปได้V + de/ + complementทำได้/ทำไม่ได้ในเชิงความเป็นไปได้这本书我看得懂。zhè běn shū wǒ kàn de dǒngzhè běn shū wǒ kàn de dǒngหนังสือเล่มนี้ฉันอ่านเข้าใจได้

ควรเรียนไวยากรณ์ HSK 4 ตามลำดับไหน

  1. ทวน / bèi และบทเสริมจาก HSK 3 ก่อน
  2. เก็บคำเชื่อมคู่ 不但bù dàn而且ér qiě, 只要zhǐyàojiù, 只有zhǐyǒucái
  3. ฝึก 无论wú lùn / 不管bù guǎn เพื่อเขียนประโยคที่มีเงื่อนไขกว้างขึ้น
  4. แยก 竟然jìng rán, 难道nán dào, 反正fǎn zhèng เพราะเป็นคำที่ใส่น้ำเสียงและทัศนคติ
  5. ฝึกบทเสริมบอกความเป็นไปได้ เช่น 看得懂kàn de dǒng, 吃不下chī bù xià, 买不起mǎi bù qǐ

เนื้อหาไวยากรณ์ HSK 4 แบบละเอียด

หัวใจของการเชื่อมความ

ในส่วนนี้ เราจะมาเรียนรู้การเป็น “สถาปนิกทางภาษา” กันครับ เราจะมาวางระบบสาธารณูปโภค หรือก็คือ “คำเชื่อม” ที่เป็นเหมือนท่อและสายไฟให้กับบ้านภาษาจีนของเรา คำเชื่อมเหล่านี้จะทำให้ประโยคเดี่ยวๆ ที่เราเคยสร้างใน HSK 3 สามารถเชื่อมต่อกันเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน มีเหตุมีผล และทรงพลังมากขึ้น

ไม่เพียงแต่…อีกทั้งยัง… ด้วย 不但bù dàn而且ér qiě… (búdàn…érqiě…)

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อเชื่อมสองประโยคย่อยที่มีความหมายคล้อยตามกัน โดยประโยคหลังมักจะมีความสำคัญหรือแสดงระดับที่สูงกว่าประโยคแรก

สูตรโครงสร้าง:
不但bù dàn + (ประโยคย่อย 1), 而且ér qiě + (ประโยคย่อย 2)

คำอธิบายเชิงลึก:

“ความรู้สึก” ของโครงสร้างนี้ไม่ใช่แค่การบอกว่า “และ” ( hé) แต่มันคือการบอกว่า “ไม่เพียงแค่นั้นนะ แต่ยังมีอะไรที่มัน ‘เหนือกว่า’ หรือ ‘สำคัญกว่า’ อีก” 不但bù dàn而且ér qiě (búdàn…érqiě…) สิ่งที่ตามหลัง 而且ér qiě érqiě มักจะเป็นประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้นย้ำมากกว่าเสมอ ลองนึกภาพว่าเรากำลังแนะนำเพื่อนให้คนอื่นรู้จัก ถ้าเราพูดว่า “เขาหล่อและเรียนเก่ง” มันก็เป็นแค่การบอกคุณสมบัติสองอย่าง แต่ถ้าเราพูดว่า “เขาไม่เพียงแต่หล่อ อีกทั้งยังเรียนเก่งอีกด้วย” น้ำหนักจะเทไปที่ “ความเรียนเก่ง” ทันที นี่คือพลังของการใช้โครงสร้างนี้ในการชี้นำความคิดของผู้ฟังครับ

ตัวอย่างประโยค:

  • 他不但足球踢得好,而且性格也很好。tā bù dàn zú qiú tī de hǎo, ér qiě xìng gé yě hěn hǎo

    Tā búdàn zúqiú tī de hǎo, érqiě xìnggé yě hěn hǎo.

    เขาไม่เพียงแต่เตะฟุตบอลเก่ง อีกทั้งนิสัยยังดีมากอีกด้วย

  • 这部电影不但内容精彩,而且教育意义也很深。zhè bù diànyǐng bù dàn nèi róng jīng cǎi, ér qiě jiào yù yì yì yě hěn shēn

    Zhè bù diànyǐng búdàn nèiróng jīngcǎi, érqiě jiàoyù yìyì yě hěn shēn.

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เนื้อหาน่าตื่นเต้น อีกทั้งยังมีความหมายในเชิงการศึกษาที่ลึกซึ้งอีกด้วย

  • 使用这种新材料不但能减少污染,而且还能降低成本。shǐ yòng zhè zhǒng xīn cái liào bù dàn néng jiǎn shǎo wū rǎn, ér qiě hái néng jiàng dī chéng běn

    Shǐyòng zhè zhǒng xīn cáiliào búdàn néng jiǎnshǎo wūrǎn, érqiě hái néng jiàngdī chéngběn.

    การใช้วัสดุชนิดใหม่นี้ไม่เพียงแต่สามารถลดมลพิษได้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนได้อีกด้วย

 

ขอเพียงแค่…ก็จะ… ด้วย 只要zhǐyàojiù… (zhǐyào…jiù…)

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อบอก “เงื่อนไขที่เพียงพอ” หมายความว่าขอแค่เงื่อนไขแรกเกิดขึ้น ผลลัพธ์ที่สองก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สูตรโครงสร้าง:
只要zhǐyào + (เงื่อนไข), jiù + (ผลลัพธ์)

คำอธิบายเชิงลึก:

นักเรียนคงคุ้นเคยกับ 如果rúguǒjiù… (rúguǒ…jiù…) (ถ้า…ก็…) จากระดับก่อนๆ ใช่ไหมครับ 如果rúguǒ rúguǒ เป็นแค่การสมมติแบบกลางๆ ว่า “ถ้าเกิด A ก็จะเกิด B” แต่ 如果rúguǒjiù… นั้นมีความหมายที่หนักแน่นและมั่นใจกว่ามาก “ความรู้สึก” ของมันคือ “ไม่ต้องมีเงื่อนไขอื่นเลย ขอแค่มีสิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้น ทุกอย่างจบ ผลลัพธ์เกิดขึ้นแน่นอน” มันเป็นการแสดงความมั่นใจและใช้ในการโน้มน้าวได้ดีเยี่ยมเลยครับ

ตัวอย่างประโยค:

  • 只要你努力学习,就一定能通过考试。zhǐyào nǐ nǔ lì xuéxí, jiù yī dìng néng tōng guo kǎo shì

    Zhǐyào nǐ nǔlì xuéxí, jiù yídìng néng tōngguò kǎoshì.

    ขอเพียงแค่เธอขยันเรียน ก็จะสามารถสอบผ่านได้อย่างแน่นอน

  • 只要有你在,我就什么都不怕。zhǐyào yǒu nǐ zài, wǒ jiù shénme dōu bù pà

    Zhǐyào yǒu nǐ zài, wǒ jiù shénme dōu bú pà.

    ขอเพียงแค่มีเธออยู่ ฉันก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

  • 只要我们坚持下去,就一定能看到希望。zhǐyào wǒ men jiān chí xiàqù, jiù yī dìng néng kàn dào xī wàng

    Zhǐyào wǒmen jiānchí xiàqù, jiù yídìng néng kàndào xīwàng.

    ขอเพียงแค่พวกเรายืนหยัดต่อไป ก็จะมองเห็นความหวังได้อย่างแน่นอน

 

มีเพียง…เท่านั้นจึงจะ…  ด้วย 只有zhǐyǒucái…  (zhǐyǒu…cái…)

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อบอก “เงื่อนไขที่จำเป็นและต้องมีเพียงหนึ่งเดียว” หมายความว่าต้องมีเงื่อนไขนี้เท่านั้น ผลลัพธ์จึงจะเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีเงื่อนไขนี้ ผลลัพธ์ก็ไม่มีทางเกิด

สูตรโครงสร้าง:
只有zhǐyǒu + (เงื่อนไขเดียวที่จำเป็น), cái + (ผลลัพธ์)

คำอธิบายเชิงลึก:

ถ้า 只要zhǐyàojiù (zhǐyào…jiù…) คือประตูที่เปิดกว้าง ขอแค่มีกุญแจดอกไหนก็ได้มาไข แต่ 只有zhǐyǒucái (zhǐyǒu…cái…) คือประตูที่มีเพียงรูกุญแจเดียว และต้องใช้กุญแจดอกที่ถูกต้อง “เท่านั้น” จึงจะเปิดได้ “ความรู้สึก” ของมันคือความเข้มงวด ความพิเศษ และการจำกัดขอบเขต คำว่า cái เองก็ให้ความรู้สึกว่ามันยากหรือมีเงื่อนไขเยอะอยู่แล้ว พอมาคู่กับ 只有zhǐyǒu ก็ยิ่งเน้นย้ำว่า “ไม่มีทางอื่น นอกจากทางนี้เท่านั้น”

ตัวอย่างประโยค:

  • 只有努力工作,才能获得成功。zhǐyǒu nǔ lì gōngzuò, cái néng huò de chéng gōng

    Zhǐyǒu nǔlì gōngzuò, cái néng huòdé chénggōng.

    มีเพียงการทำงานอย่างหนักเท่านั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ

  • 只有亲身经历,你才能真正理解其中的困难。zhǐyǒu qīn shēn jīng lì, nǐ cái néng zhēn zhèng lǐ jiě qí zhōng de kùn nán

    Zhǐyǒu qīnshēn jīnglì, nǐ cái néng zhēnzhèng lǐjiě qízhōng de kùnnan.

    มีเพียงการประสบด้วยตนเองเท่านั้น เธอจึงจะเข้าใจถึงความยากลำบากในนั้นได้อย่างแท้จริง

  • 只有拿到医生的许可,他才可以出院。zhǐyǒu ná dào yī shēng de xǔ kě, tā cái kě yǐ chū yuàn

    Zhǐyǒu ná dào yīshēng de xǔkě, tā cái kěyǐ chūyuàn.

    มีเพียงต้องได้รับการอนุญาตจากหมอเท่านั้น เขาจึงจะออกจากโรงพยาบาลได้

เปรียบเทียบ: 只要zhǐyàojiù… vs 只有zhǐyǒucái

นี่คือจุดที่นักเรียนสับสนบ่อยที่สุดครับ มาดูตารางนี้ให้เข้าใจแจ่มแจ้งกันไปเลย

โครงสร้างเงื่อนไขความรู้สึก / นัยตัวอย่างและคำแปล
只要zhǐyàojiùเงื่อนไขเดียวก็พอ

แค่มีเงื่อนไขนี้ก็เกิดผลได้ อาจมีเงื่อนไขอื่นที่ทำให้เกิดผลเหมือนกันได้

ง่าย, มั่นใจ, เปิดกว้าง只要你来,我们就欢迎。zhǐyào nǐ lái, wǒ men jiù huān yíng

Zhǐyào nǐ lái, wǒmen jiù huānyíng.

(ขอเพียงแค่คุณมา เราก็ยินดีต้อนรับแล้ว – ใครมาเราก็ต้อนรับ)

只有zhǐyǒucáiเงื่อนไขเดียวเท่านั้น

ต้องมีเงื่อนไขนี้เท่านั้นจึงจะเกิดผล ไม่มีทางเลือกอื่น

ยาก, เข้มงวด, จำกัด只有你来,我们才开会。zhǐyǒu nǐ lái, wǒ men cái kāi huì

Zhǐyǒu nǐ lái, wǒmen cái kāihuì.

(มีเพียงคุณมาเท่านั้น เราถึงจะประชุม – ถ้าคุณไม่มา ก็ไม่ประชุม)

 

ไม่ว่าจะ…ก็ตาม… ด้วย 无论wú lùndōu/…  (wúlùn…dōu/yě…)

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อแสดงว่าไม่ว่าเงื่อนไข (ที่ครอบคลุมทุกความเป็นไปได้) จะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ก็จะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มักใช้ในภาษาเขียนหรือสถานการณ์ที่เป็นทางการ

สูตรโครงสร้าง:
无论wú lùn + (เงื่อนไขแบบมีตัวเลือก หรือ คำถาม), dōu/ + (ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง)

คำอธิบายเชิงลึก:
无论wú lùn ให้ความรู้สึกเหมือนการกางรายการทั้งหมดออกมาให้ดู มันครอบคลุมทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ เช่น “ไม่ว่าจะเป็น A หรือ B”, “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”, “ไม่ว่าใครจะมา” ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมเสมอ โครงสร้างนี้จึงเหมาะกับการใช้ในบริบทที่เป็นทางการที่ต้องการความชัดเจนและครอบคลุม ส่วนความแตกต่างระหว่าง dōu กับ นั้นลึกซึ้งมากครับ: dōu (dōu) มักจะใช้เพื่อสรุปรวมทั้งหมด ในขณะที่ yě () มักจะใช้เพื่อเน้นกรณีที่สุดโต่ง เพื่อบอกเป็นนัยว่าขนาดกรณีนี้ยังเป็นแบบนี้ กรณีอื่นก็ย่อมเป็นเหมือนกัน

ตัวอย่างประโยค:

  • 无论明天天气如何,我们都必须按时出发。wú lùn míngtiān tiān qì rú hé, wǒ men dōu bì xū àn shí chū fā

    Wúlùn míngtiān tiānqì rúhé, wǒmen dōu bìxū ànshí chūfā.

    ไม่ว่าพรุ่งนี้อากาศจะเป็นอย่างไร พวกเราก็ต้องออกเดินทางตรงเวลา (ใช้ dōu เพื่อสรุปรวมทุกสภาพอากาศ)

  • 无论工作多忙,他都会抽时间陪家人。wú lùn gōngzuò duō máng, tā dōu huì chōu shíjiān péi jiā rén

    Wúlùn gōngzuò duō máng, tā dōu huì chōu shíjiān péi jiārén.

    ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหน เขาก็จะหาเวลามาอยู่กับครอบครัวเสมอ

  • 无论你遇到什么困难,也别放弃希望。wú lùn nǐ yù dào shénme kùn nán, yě bié fàng qì xī wàng

    Wúlùn nǐ yùdào shénme kùnnan, yě bié fàngqì xīwàng.

    ไม่ว่าเธอจะเจอกับความยากลำบากอะไร ก็อย่าได้หมดหวัง (ใช้ เพื่อเน้นว่า “แม้แต่” ความลำบากที่สุดก็อย่าทิ้งความหวัง)

 

(เพื่อเปรียบเทียบ) ไม่ว่า…ก็ตาม… ด้วย  不管bù guǎndōu/…  (bùguǎn…dōu/yě…)

คำอธิบายหลักการ: มีความหมายคล้ายกับ 无论wú lùn แต่ใช้ในภาษาพูดมากกว่า และให้ความรู้สึกเป็นกันเองกว่า

สูตรโครงสร้าง:
不管bù guǎn + (เงื่อนไขแบบมีตัวเลือก หรือ คำถาม), dōu/ + (ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง)

คำอธิบายเชิงลึก:

ถ้า 无论wú lùn คือการพูดแบบทางการว่า “Irrespective of all factors…” (โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยทั้งหมด…) 不管bù guǎn จะให้ความรู้สึกเหมือนพูดว่า “I don’t care if…” (ฉันไม่สนว่า…) มันมีความเป็นกันเองและใช้เพื่อปัดความกังวลในบทสนทนามากกว่า มักจะเจอในภาษาพูดในชีวิตประจำวันครับ

ตัวอย่างประโยค:

  • 不管你同意不同意,我都要这么做。bù guǎn nǐ tóng yì bù tóng yì, wǒ dōu yào zhè me zuò

    Bùguǎn nǐ tóngyì bù tóngyì, wǒ dōu yào zhème zuò.

    ไม่ว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ฉันก็จะทำแบบนี้

  • 不管你说什么,我都不会相信他了。bù guǎn nǐ shuō shénme, wǒ dōu bù huì xiāng xìn tā le

    Bùguǎn nǐ shuō shénme, wǒ dōu bú huì xiāngxìn tā le.

    ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันก็จะไม่เชื่อเขาอีกแล้ว

  • 不管多晚,妈妈都会等我回家。bù guǎn duō wǎn, mā mā dōu huì děng wǒ huí jiā

    Bùguǎn duō wǎn, māma dōu huì děng wǒ huíjiā.

    ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน แม่ก็จะรอฉันกลับบ้านเสมอ

ตารางเปรียบเทียบ: 无论wú lùndōu/… vs 不管bù guǎndōu/

โครงสร้างระดับภาษาความรู้สึก / นัยบริบทที่ใช้
无论wú lùndōu/เป็นทางการครอบคลุมทุกความเป็นไปได้, เป็นกลางภาษาเขียน, การประกาศ, การพูดที่เป็นทางการ
不管bù guǎndōu/ภาษาพูดไม่สนใจ, ไม่แคร์, เป็นกันเองบทสนทนาในชีวิตประจำวัน

 ใส่ “อารมณ์และความรู้สึก” ให้ประโยค

ถ้า Part 1 คือการวางโครงสร้างและตรรกะ Part 2 ก็คือการใส่ “เครื่องเทศ” หรือ “สีสัน” ให้กับภาษาของเราครับ คำวิเศษณ์ เหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนความหมายหลักของประโยค แต่มันจะเผยให้เห็น “ทัศนคติ” และ “ความรู้สึก” ของผู้พูด ไม่ว่าจะเป็นความประหลาดใจ, ความสงสัย, หรือความแน่วแน่ การใช้คำเหล่านี้เป็น คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ภาษาของเรามีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ

คาดไม่ถึงเลยว่า… ด้วย 竟然jìng rán

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อแสดงความประหลาดใจหรือคาดไม่ถึงของผู้พูด ต่อเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขัดกับความคาดหมายหรือตรรกะปกติ

สูตรโครงสร้าง:

ประธาน + 竟然jìng rán + กริยา/คุณศัพท์

คำอธิบายเชิงลึก:
竟然jìng rán คือคำอุทานในใจที่หลุดออกมาเป็นคำพูดครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความจริง แต่การใส่ 竟然jìng rán เข้าไปเปรียบเสมือนการใส่ฟิลเตอร์ “ไม่อยากจะเชื่อ!” เข้าไปในประโยคนั้นทันที เช่น ประโยคว่า 他来了tā lái le (Tā lái le – เขามาแล้ว) เป็นแค่การบอกข้อเท็จจริง แต่ถ้าเราพูดว่า 他竟然来了tā jìng rán lái le (Tā jìngrán lái le – เขามาเฉยเลย/คาดไม่ถึงว่าเขาจะมา) มันแสดงว่าการมาของเขาเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับเรา นี่คือเครื่องมือชั้นยอดในการเล่าเรื่องและแสดงอารมณ์ครับ

ตัวอย่างประโยค:

  • 这么简单的问题,他竟然回答不出来。zhè me jiǎn dān de wèn tí, tā jìng rán huí dá bù chūlái
  • Zhème jiǎndān de wèntí, tā jìngrán huídá bu chūlai.
  • คำถามง่ายขนาดนี้ เขาตอบไม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
  • 我们好久没联系了,他竟然还记得我的生日。wǒ men hǎo jiǔ méi lián xì le, tā jìng rán hái jì de wǒ de shēng rì
  • Wǒmen hǎojiǔ méi liánxì le, tā jìngrán hái jìde wǒ de shēngrì.
  • พวกเราไม่ได้ติดต่อกันนานมาก เขายังจำวันเกิดของฉันได้
  • 外面下着大雨,他竟然没带伞就出门了。wài miàn xià zhe dà yǔ, tā jìng rán méi dài sǎn jiù chū mén le
  • Wàimian xià zhe dà yǔ, tā jìngrán méi dài sǎn jiù chūmén le.
  • ข้างนอกฝนตกหนักขนาดนั้น เขาไม่พกร่มแล้วออกจากบ้านไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

หรือว่า…กันนะ? ด้วย  难道nán dào

คำอธิบายหลักการ: ใช้ในประโยคคำถามเชิงวาทศิลป์ เพื่อแสดงความสงสัย, การคาดเดา, หรือการย้อนถามด้วยความประหลาดใจ ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงๆ

สูตรโครงสร้าง:
难道nán dào + (สิ่งที่เราสงสัย/ย้อนถาม) +…ma?

คำอธิบายเชิงลึก:

เมื่อนักเรียนเห็นเครื่องหมายคำถาม (?) ก็มักจะคิดว่าต้องตอบใช่ไหมครับ แต่สำหรับ 难道nán dào นั้นไม่ใช่เลย มันคือเครื่องมือในการโต้เถียงหรือแสดงอารมณ์ “ความรู้สึก” ของมันคือ “เป็นไปได้อย่างไร?” หรือ “นี่เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ?” เช่น เพื่อนทำแก้วแตกแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เราอาจจะพูดว่า 难道不是你做的吗?nán dào bù shì nǐ zuò de ma (Nándào bú shì nǐ zuò de ma? – หรือว่าจะไม่ใช่ฝีมือเธอกันล่ะ?) เราไม่ได้ถามเพื่อเอาคำตอบ แต่เรากำลังกล่าวหาเขาในรูปแบบคำถามนั่นเอง

ตัวอย่างประโยค:

  • 你花了一个月工资买这条裙子,难道不觉得太贵了吗?nǐ huā le yí ge yuè gōng zī mǎi zhè tiáo qún zi, nán dào bù juéde tài guì le ma

    Nǐ huā le yí ge yuè gōngzī mǎi zhè tiáo qúnzi, nándào bù juéde tài guì le ma?

    เธอใช้เงินเดือนทั้งเดือนซื้อกระโปรงตัวนี้ หรือว่าไม่รู้สึกว่ามันแพงไปหน่อยเหรอ?

  • 这么重要的会议,他怎么迟到了?难道他忘记了吗?zhè me zhòng yào de huì yì, tā zěn me chí dào le nán dào tā wàng jì le ma

    Zhème zhòngyào de huìyì, tā zěnme chídào le? Nándào tā wàngjì le ma?

    ประชุมสำคัญขนาดนี้ ทำไมเขาสายได้? หรือว่าเขาลืมไปแล้วกันนะ?

  • 大家都反对这个计划,难道你还要坚持吗?dà jiā dōu fǎn duì zhè gè jì huà, nán dào nǐ hái yào jiān chí ma

    Dàjiā dōu fǎnduì zhège jìhuà, nándào nǐ hái yào jiānchí ma?

    ทุกคนต่างก็คัดค้านแผนนี้ หรือว่าเธอยังจะยืนกรานจะทำอีกเหรอ?

 

อย่างไรก็ตาม / ยังไงซะ… ด้วย  反正fǎn zhèng

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อแสดงการไม่ใส่ใจต่อเงื่อนไขที่พูดมาก่อนหน้า หรือใช้เพื่อบอกเหตุผลหลักที่ทำให้เรื่องอื่นๆ ไม่สำคัญอีกต่อไป

สูตรโครงสร้าง:

(เงื่อนไข/สถานการณ์), 反正fǎn zhèng + (การตัดสินใจ/ผลลัพธ์)

หรือ

反正fǎn zhèng + (เหตุผลหลัก), (การตัดสินใจ/ข้อเสนอแนะ)

คำอธิบายเชิงลึก:
反正fǎn zhèng เป็นคำที่ใช้บ่อยมากในภาษาพูด และมีประโยชน์สุดๆ มันมี 2 อารมณ์หลักๆ คือ:

  • อารมณ์ปัดทิ้ง (Dismissal): ใช้เหมือนคำว่า “anyway” หรือ “regardless” ในภาษาอังกฤษ เพื่อบอกว่า “ไม่ว่าเรื่องที่พูดมาก่อนหน้านี้จะเป็นยังไงก็ตาม ฉันก็จะ…
  • อารมณ์ให้เหตุผลปิดท้าย : ใช้เพื่อบอกเหตุผลที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้การตัดสินใจนั้นสมเหตุสมผล เหมือนพูดว่า “ก็ในเมื่อ…อยู่แล้ว ก็ทำแบบนี้ไปเลยแล้วกัน

ตัวอย่างประโยค:

  • 不管你去不去,反正我要去。bù guǎn nǐ qù bù qù, fǎn zhèng wǒ yào qù

    Bùguǎn nǐ qù bu qù, fǎnzhèng wǒ yào qù.

    ไม่ว่าเธอจะไปหรือไม่ไป อย่างไรซะฉันก็จะไป (อารมณ์ปัดทิ้ง)

  • 别担心了,反正问题已经解决了。bié dān xīn le, fǎn zhèng wèn tí yǐ jīng jiě jué le

    Bié dānxīn le, fǎnzhèng wèntí yǐjīng jiějué le.

    ไม่ต้องกังวลแล้ว ยังไงซะปัญหาก็ถูกแก้ไขไปแล้ว (อารมณ์ให้เหตุผลปิดท้าย)

  • 现在出门可能来不及了,反正明天再去也一样。xiànzài chū mén kě néng lái bù jí le, fǎn zhèng míngtiān zài qù yě yíyàng

    Xiànzài chūmén kěnéng láibují le, fǎnzhèng míngtiān zài qù yě yíyàng.

    ตอนนี้ออกไปอาจจะไปไม่ทันแล้ว ยังไงซะพรุ่งนี้ค่อยไปก็เหมือนกัน (ผสมทั้งสองอารมณ์)

เจาะลึก “บทเสริม” ทุกมิติ

ยินดีต้อนรับสู่หนึ่งในหัวข้อที่ท้าทาย แต่ก็ทรงพลังที่สุดในภาษาจีนครับ นั่นคือ “บทเสริมบอกความเป็นไปได้”  ถ้าบทเสริมบอกผล ที่เราเรียนใน HSK 3 ตอบคำถามว่า “การกระทำนั้นได้ผลลัพธ์อะไร?” (听懂了tīng dǒng le – tīng dǒng le – ฟังเข้าใจแล้ว) บทเสริมบอกความเป็นไปได้จะตอบคำถามว่า “ผลลัพธ์นั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?” (听得懂tīng de dǒng – tīng de dǒng – ฟังเข้าใจได้ / 听不懂tīng bù dǒng – tīng bu dǒng – ฟังไม่เข้าใจ)

หลักการพื้นฐานของบทเสริมบอกความเป็นไปได้

หัวใจของมันคือการเอา “บทเสริมบอกผล” หรือ “บทเสริมบอกทิศทาง” ที่เรารู้จักดี มาใส่ de หรือ คั่นกลางระหว่างคำกริยากับบทเสริมนั้น เพื่อบอกถึง “ความเป็นไปได้” หรือ “ความสามารถที่จะทำให้สำเร็จ” ในสถานการณ์นั้นๆ

โครงสร้างบอกความเป็นไปได้:

Verb + de + Complement

  • ความรู้สึก: ทำได้, สามารถทำให้สำเร็จได้
  • 看得清楚kàn de qīng chǔ – มองเห็นได้ชัดเจน
  • 做得完zuò de wán – ทำเสร็จได้ทัน
  • 上得去shàng de qù – ขึ้นไปได้

โครงสร้างปฏิเสธความเป็นไปได้:

Verb + + Complement

  • ความรู้สึก: ทำไม่ได้, ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้
  • 看不清楚kàn bù qīng chǔ – มองไม่ชัด
  • 做不完zuò bù wán – ทำไม่เสร็จ
  • 上不去shàng bù qù – ขึ้นไปไม่ได้

ข้อควรจำ: นี่ไม่ใช่การบอกความสามารถทั่วไปแบบ néng หรือ 可以kě yǐ นะครับ แต่มันคือการประเมินความเป็นไปได้ ณ สถานการณ์นั้นๆ เช่น

  • ความสามารถทั่วไป:
    我能看懂中文书。wǒ néng kàn dǒng Zhōngwén shū

    Wǒ néng kàndǒng Zhōngwén shū.

    (ฉันสามารถอ่านหนังสือภาษาจีนเข้าใจ)

  • ความเป็นไปได้:
    这本书太难了,我看不懂。zhè běn shū tài nán le, wǒ kàn bù dǒng

    Zhè běn shū tài nán le, wǒ kàn bu dǒng.

    (หนังสือเล่มนี้ยากเกินไป ฉันอ่านไม่เข้าใจ)

 

บทเสริมบอกความเป็นไปได้ที่พบบ่อย

มาดูตัวอย่างที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตจริงกันครับ การเรียนเป็นหมวดหมู่แบบนี้จะช่วยให้นักเรียนจำและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้นมาก

ความจุ / พื้นที่: V + de/不下bù xià

ใช้กับกริยาที่เกี่ยวกับการบรรจุหรือการใส่เข้าไป เช่น chī (กิน), zuò (นั่ง), fàng (วาง), zhù (อาศัย)

  • ตัวอย่าง:
    • 桌子上东西太多了,这个电脑放不下了。zhuō zi shàng dōng xī tài duō le, zhè gè diànnǎo fàng bù xià le

      Zhuōzi shang dōngxi tài duō le, zhège diànnǎo fàng bu xià le.

      บนโต๊ะมีของเยอะเกินไปแล้ว คอมพิวเตอร์เครื่องนี้วางไม่ลงแล้ว

    • 这辆车太小,坐不下六个人。zhè liàng chē tài xiǎo, zuò bù xià liù gè rén

      Zhè liàng chē tài xiǎo, zuò bu xià liù ge rén.

      รถคันนี้เล็กเกินไป นั่ง 6 คนไม่ได้

    • 我吃饱了,真的吃不下了。wǒ chī bǎo le, zhēn de chī bù xià le

      Wǒ chī bǎo le, zhēnde chī bu xià le.

      ฉันอิ่มแล้ว กินไม่ลงแล้วจริงๆ

ความสามารถในการจ่าย: V + de/不起bù qǐ

ใช้กับกริยาที่เกี่ยวกับการใช้เงิน เช่น mǎi (ซื้อ), chī (กิน), yòng (ใช้), (เช่า)

  • ตัวอย่าง:
    • 这件衣服太贵了,我买不起。zhè jiàn yīfu tài guì le, wǒ mǎi bù qǐ

      Zhè jiàn yīfu tài guì le, wǒ mǎi bu qǐ.

      เสื้อผ้าตัวนี้แพงเกินไป ฉันซื้อไม่ไหว

    • 这家饭馆是米其林三星,我们可吃不起。zhè jiā fàn guǎn shì mǐ qí lín sān xīng, wǒ men kě chī bù qǐ

      Zhè jiā fànguǎn shì mǐqílín sānxīng, wǒmen kě chī bu qǐ.

      ร้านอาหารร้านนี้เป็นมิชลินสามดาว พวกเรากินไม่ไหวหรอกนะ

    • 市中心的房子,我哪儿租得起啊?shì zhōng xīn de fáng zi, wǒ nǎ ér zū de qǐ a

      Shìzhōngxīn de fángzi, wǒ nǎr zū de qǐ a?

      บ้านใจกลางเมืองน่ะ ฉันจะไปเช่าไหวได้อย่างไรกัน?

พละกำลัง / แรง: V + de/不动bù dòng

ใช้กับกริยาที่ต้องใช้แรงกาย เช่น zǒu (เดิน), pǎo (วิ่ง), bān (ย้าย), (ถือ)

  • ตัวอย่าง:
    • 我太累了,一步也走不动了。wǒ tài lèi le, yī bù yě zǒu bù dòng le

      Wǒ tài lèi le, yí bù yě zǒu bu dòng le.

      ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว ก้าวเดียวก็เดินไม่ไหวแล้ว

    • 这个箱子太重了,我一个人搬不动。zhè gè xiāng zi tài zhòng le, wǒ yí ge rén bān bù dòng

      Zhège xiāngzi tài zhòng le, wǒ yí ge rén bān bu dòng.

      กระเป๋าเดินทางใบนี้หนักเกินไป ฉันคนเดียวย้ายไม่ไหว

    • 爷爷年纪大了,这么硬的东西他咬不动。yé yé nián jì dà le, zhè me yìng de dōng xī tā yǎo bù dòng

      Yéye niánjì dà le, zhème yìng de dōngxi tā yǎo bu dòng.

      คุณปู่อายุมากแล้ว ของแข็งขนาดนี้ท่านเคี้ยวไม่ไหว

การทำให้สำเร็จ: V + de/不了bù le

le ในที่นี้อ่านว่า liǎo เป็นบทเสริมที่ครอบจักรวาลมาก หมายถึง “สามารถทำให้เสร็จ/จบ/ลุล่วงได้หรือไม่” มักใช้กับข้อจำกัดด้านเวลาหรือสถานการณ์

  • ตัวอย่าง:
    • 今晚我有事,那个聚会我去不了了。jīn wǎn wǒ yǒu shì, nà gè jù huì wǒ qù bù le le

      Jīnwǎn wǒ yǒu shì, nàge jùhuì wǒ qù bu liǎo le.

      คืนนี้ฉันมีธุระ ปาร์ตี้นั้นฉันไปไม่ได้แล้ว

    • 这么多的作业,你一个人做得了吗?zhè me duō de zuòyè, nǐ yí ge rén zuò de le ma

      Zhème duō de zuòyè, nǐ yí ge rén zuò de liǎo ma?

      การบ้านเยอะขนาดนี้ เธอคนเดียวทำไหวเหรอ?

    • 那段伤心的回忆,我一辈子也忘不了。nà duàn shāng xīn de huí yì, wǒ yī bèi zi yě wàng bù le

      Nà duàn shāngxīn de huíyì, wǒ yíbèizi yě wàng bu liǎo.

      ความทรงจำที่น่าเศร้าช่วงนั้น ทั้งชีวิตฉันก็ลืมไม่ลง

 

โครงสร้างและคำศัพท์เพื่อการสื่อสารที่เป็นทางการ

มาถึงส่วนสุดท้ายของพิมพ์เขียวเราแล้วครับ นั่นคือ “การตั้งป้ายเลขที่บ้าน” ส่วนนี้จะสอนให้นักเรียนใช้คำบุพบทและโครงสร้างที่เป็นทางการ เพื่อยกระดับภาษาของเราให้ดูเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับการใช้งานในที่ทำงาน การเขียนรายงาน การนำเสนอ หรือการอ่านข่าวและบทความวิชาการ

เกี่ยวกับ… ด้วย  关于guān yú

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อชี้บ่ง “ขอบเขต” หรือ “หัวข้อหลัก” ของเรื่องที่กำลังจะพูดถึง คล้ายกับคำว่า “Regarding” หรือ “On the subject of…” ในภาษาอังกฤษ

สูตรโครงสร้าง:

关于guān yú + หัวข้อ/ประเด็น, (ประโยค)

คำอธิบายเชิงลึก:

ให้นึกถึง 关于guān yú ว่าเป็นเหมือน “ชื่อหัวข้อของบท” หรือ “ชื่อเรื่องบนปกหนังสือ” มันทำหน้าที่เกริ่นนำว่าสิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรในภาพรวม มักจะวางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดกรอบของการสนทนาหรือการเขียน

ตัวอย่างประโยค:

  • 关于这个问题,我们还需要开会讨论。guān yú zhè gè wèn tí, wǒ men hái xū yào kāi huì tǎo lùn

    Guānyú zhège wèntí, wǒmen hái xūyào kāihuì tǎolùn.

    เกี่ยวกับปัญหานี้ พวกเรายังต้องประชุมหารือกันอีก

  • 关于中国文化,我了解得还不多。guān yú Zhōngguó wén huà, wǒ le jiě de hái bù duō

    Guānyú Zhōngguó wénhuà, wǒ liǎojiě de hái bù duō.

    เกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน ฉันยังเข้าใจไม่มากนัก

  • 这是一本关于环境保护的书。zhè shì yī běn guān yú huán jìng bǎo hù de shū

    Zhè shì yì běn guānyú huánjìng bǎohù de shū.

    นี่คือหนังสือเล่มหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับ… / ในส่วนของ… ด้วย  对于duì yú

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อเจาะจงถึง “เป้าหมาย” หรือ “ผู้รับ” ของการกระทำ, ทัศนคติ หรือความคิดเห็น คล้ายกับคำว่า “Towards” หรือ “As for…” ในภาษาอังกฤษ

สูตรโครงสร้าง:
对于duì yú + เป้าหมาย, (ประธาน) + (ความคิดเห็น/การกระทำ)

คำอธิบายเชิงลึก:

ถ้า 关于guān yú คือการบอก “หัวข้อกว้างๆ” 对于duì yú คือการ “เล็งเป้า” ไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ มันชี้ให้เห็นว่าความคิดเห็นหรือการกระทำนั้นๆ “มีต่อ” อะไรหรือใคร เช่น

  • 关于这个问题guān yú zhè gè wèn tí

    Guānyú zhège wèntí

    (เกี่ยวกับปัญหานี้ – ปัญหาคือหัวข้อ)

  • 对于这个问题duì yú zhè gè wèn tí

    Duìyú zhège wèntí

    (สำหรับปัญหานี้ – เรากำลังจะแสดงความเห็น “ต่อ” ปัญหานี้)

    ความแตกต่างเล็กน้อยนี้คือสิ่งที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาครับ

ตัวอย่างประโยค:

  • 对于这个计划,我有一些不同的看法。duì yú zhè gè jì huà, wǒ yǒu yī xiē bù tóng de kàn fǎ

    Duìyú zhège jìhuà, wǒ yǒu yìxiē bùtóng de kànfǎ.

    สำหรับแผนการนี้ ฉันมีความคิดเห็นที่แตกต่างอยู่บ้าง

  • 对于年轻人来说,找到一份理想的工作并不容易。duì yú niánqīng rén lái shuō, zhǎo dào yī fèn lǐ xiǎng de gōngzuò bìng bù róng yì

    Duìyú niánqīngrén lái shuō, zhǎodào yí fèn lǐxiǎng de gōngzuò bìng bù róngyì.

    สำหรับคนหนุ่มสาวแล้ว การหางานในอุดมคติสักงานหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

  • 他对于别人的批评总是很冷静。tā duì yú bié rén de pī píng zǒng shì hěn lěng jìng

    Tā duìyú biérén de pīpíng zǒngshì hěn lěngjìng.

    เขามักจะใจเย็นเสมอต่อคำวิจารณ์ของผู้อื่น

 

เนื่องจาก… ด้วย  由于yóu yú

คำอธิบายหลักการ: ใช้เพื่อบอก “สาเหตุ” ของเหตุการณ์หรือผลลัพธ์ที่ค่อนข้างสำคัญ เป็นทางการกว่า 因为yīn wèi
สูตรโครงสร้าง:
由于yóu yú + (สาเหตุ), (ผลลัพธ์)

คำอธิบายเชิงลึก:

นักเรียนทุกคนรู้จัก 因为yīn wèi yīnwèi (เพราะว่า) ดีอยู่แล้ว แต่ในโลกของการทำงาน การเขียนอีเมล หรือการรายงานข่าว การใช้ 由于yóu yú จะทำให้ภาษาของเราดูน่าเชื่อถือและเป็นทางการขึ้นมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนการแถลงการณ์ถึงสาเหตุอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่การบอกเหตุผลทั่วๆ ไป เช่น

  • เพื่อนอาจจะบอกเราว่า

    因为下雨,所以我没来yīn wèi xià yǔ, suǒ yǐ wǒ méi lái

    Yīnwèi xiàyǔ, suǒyǐ wǒ méi lái

    (เพราะฝนตก ฉันเลยไม่ได้มา)

  • สายการบินจะประกาศว่า

    由于天气原因,航班被取消了yóu yú tiān qì yuán yīn, háng bān bèi qǔ xiāo le

    Yóuyú tiānqì yuányīn, hángbān bèi qǔxiāo le

    (เนื่องด้วยเหตุผลทางสภาพอากาศ เที่ยวบินจึงถูกยกเลิก)

เห็นความแตกต่างของระดับภาษาไหมครับ? นี่แหละครับคือการตั้งป้ายเลขที่บ้านให้ภาษาของเรา

ตัวอย่างประโยค:

  • 由于准备充分,我们顺利地完成了这次任务。yóu yú zhǔnbèi chōng fēn, wǒ men shùn lì de wán chéng le zhè cì rèn wù

    Yóuyú zhǔnbèi chōngfèn, wǒmen shùnlì de wánchéng le zhè cì rènwù.

    เนื่องจากการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ พวกเราจึงทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

  • 由于交通堵塞,他今天开会迟到了。yóu yú jiāo tōng dǔ sāi, tā jīntiān kāi huì chí dào le

    Yóuyú jiāotōng dǔsè, tā jīntiān kāihuì chídào le.

    เนื่องจากการจราจรติดขัด วันนี้เขาจึงเข้าประชุมสาย

  • 由于全球气候变暖,许多动物正面临灭绝的危险。yóu yú quán qiú qì hòu biàn nuǎn, xǔ duō dòng wù zhèng miàn lín miè juéde wēi xiǎn

    Yóuyú quánqiú qìhòu biànnuǎn, xǔduō dòngwù zhèng miànlín mièjué de wēixiǎn.

    เนื่องจากภาวะโลกร้อน สัตว์จำนวนมากกำลังเผชิญกับอันตรายจากการสูญพันธุ์

และนี่ก็คือพิมพ์เขียวทั้งหมดของไวยากรณ์ HSK 4 ครับ! เหล่าซือหวังว่าการอธิบายโดยเน้นที่ “ความรู้สึก” และการเปรียบเทียบ จะช่วยให้นักเรียนทุกคนเห็นภาพรวมและเข้าใจหลักการต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นนะครับ จำไว้เสมอว่าการเรียนไวยากรณ์ไม่ใช่การท่องจำกฎ แต่คือการทำความเข้าใจเครื่องมือเพื่อนำไปสร้างสรรค์สิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร ขอเพียงแค่เราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะสามารถใช้ไวยากรณ์เหล่านี้ได้อย่างสละสลวยและเป็นธรรมชาติแน่นอนครับ! 加油jiā yóu! (jiāyóu!)

ลำดับคอร์ส HSK 4 | บทที่ 3 จาก 6

อ่านบทต่อไป

ถ้าอ่านบทนี้จบแล้ว ให้ไปบทถัดไปตามลำดับคอร์ส จะช่วยให้คำศัพท์และไวยากรณ์ต่อกันเป็นระบบมากขึ้น

กลับไปที่ เส้นทางเรียน HSK 4 ฟรี


ฝึกต่อด้วยเครื่องมือ HSK 4

อ่านจบแล้ว ลองทวนคำศัพท์ HSK 4 แบบ interactive

ถ้าน้องๆ อยากจำคำศัพท์ให้แม่นขึ้น พี่แนะนำให้เปิด Flashcard เพื่อทวนทีละคำ แล้วต่อด้วย Quiz เพื่อเช็กว่าจำความหมายได้จริงไหม ชุดนี้อ้างอิงจากตาราง HSK 4 จำนวน 1000 รายการ และจัดเป็น 996 คำไม่ซ้ำสำหรับฝึกใช้งานจริง

จุดผิดบ่อยของคนไทยในไวยากรณ์ HSK 4

ส่วนนี้เพิ่มเพื่อช่วยตรวจประโยคก่อนส่งการบ้านหรือก่อนทำข้อสอบ โดยไม่ได้แทนเนื้อหาเดิม แต่เป็นเช็กลิสต์กันพลาด

มักเขียนผิดที่ถูกกว่าทำไม
只要努力,才会进步。zhǐyào nǔ lì, cái huì jìn bù只要努力,就会进步。zhǐyào nǔ lì, jiù huì jìn bù只要zhǐyào จับคู่กับ jiù ไม่ใช่ cái
只有努力,就会进步。zhǐyǒu nǔ lì, jiù huì jìn bù只有努力,才会进步。zhǐyǒu nǔ lì, cái huì jìn bù只有zhǐyǒu จับคู่กับ cái เพื่อบอกเงื่อนไขจำเป็น
无论你去,我也去。wú lùn nǐ qù, wǒ yě qù无论你去哪儿,我都去。wú lùn nǐ qù nǎ ér, wǒ dōu qù无论wú lùn ต้องมีขอบเขตหรือคำถามย่อย และมักตามด้วย dōu/
这本书我看懂得。zhè běn shū wǒ kàn dǒng de这本书我看得懂。zhè běn shū wǒ kàn de dǒngบทเสริมความเป็นไปได้วาง de/ ระหว่างกริยากับส่วนเสริม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไวยากรณ์ HSK 4

HSK 4 ระบบใหม่มีคำศัพท์และไวยากรณ์กี่จุด?

ตามมาตรฐานปี 2021 HSK 4 มีคำศัพท์ใหม่ 1,000 คำ คำศัพท์สะสม 3,245 คำ และมีไวยากรณ์ใหม่ 76 จุด ไวยากรณ์สะสม 286 จุด

ควรอ่านหน้านี้อย่างไรให้ไม่หลงทาง?

ให้อ่านกล่องหมายเหตุและตารางสรุปก่อน จากนั้นอ่านเนื้อหาเดิมทีละหมวด แล้วกลับมาทบทวนตารางจุดผิดบ่อยเพื่อเช็กว่าตัวเองใช้โครงสร้างถูกหรือยัง

ต้องท่องจำทุกโครงสร้างไหม?

ไม่ควรท่องแบบแยกกฎลอย ๆ ให้จำเป็นแพตเทิร์นพร้อมประโยคตัวอย่าง และฝึกแต่งประโยคของตัวเองอย่างน้อยโครงสร้างละ 2-3 ประโยค

ควรเรียนคำศัพท์หรือไวยากรณ์ก่อน?

ควรเรียนคู่กัน คำศัพท์ช่วยให้เข้าใจประโยค ส่วนไวยากรณ์ช่วยให้เอาคำเหล่านั้นไปใช้จริงในการอ่าน เขียน ฟัง และพูด

แหล่งอ้างอิง

Similar Posts