คำศัพท์จีน
层次

ตัวเต็ม: 層次
อ่านว่า: เฉิงชื่อ
ความหมาย: ลำดับชั้นหรือระดับของโครงสร้าง ความลึกและชั้นเชิงตามบริบท
ชนิดคำ: คำนาม (名)
ระดับ: HSK 6
ความหมายหลักและบริบท
层次 เป็นคำนามที่ชี้ความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ ว่าจัดเรียงกันเป็นลำดับหรืออยู่คนละระดับ ไม่ได้หมายถึงเพียงชั้นที่จับต้องได้ พจนานุกรมจีนให้ทั้งความหมาย “ระเบียบและลำดับ” กับการใช้เปรียบถึงระดับความรู้ ความคิด หรือชั้นเชิง ผู้เรียนจึงควรดูว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงคือโครงสร้างของงาน ระดับในการวิเคราะห์ หรือความลึกของภาพและเนื้อหา
เรียงความคิดให้คนตามทัน
เมื่อพูดว่า 层次清楚 หรือ 层次分明 เราชมว่าข้อมูลถูกแยกเป็นตอนหรือระดับอย่างมีเหตุผล เช่น บทความเริ่มจากประเด็นหลักแล้วค่อยลงรายละเอียด ผู้อ่านจึงมองเห็นว่าประเด็นย่อยเกี่ยวกับประเด็นใหญ่อย่างไร ตรงกันข้าม หากเอาข้อมูลหลายประเภทปะปนกันโดยไม่จัดลำดับ อาจพูดว่าเนื้อหาขาดลำดับชั้นได้
มิติหลายชั้นในงานภาพและศิลปะ
ในภาพวาด ภาพถ่าย หรือการออกแบบ 画面层次 หมายถึงความต่างระหว่างฉากหน้า ฉากกลาง และฉากหลัง รวมถึงน้ำหนักสี แสง และระยะที่ทำให้ภาพมีมิติ คำว่า 层次感 บอกว่าผู้ชมรู้สึกถึงความลึกและการจัดส่วนต่างๆ ได้ ไม่ใช่การนับว่าวัตถุในภาพมีกี่ชิ้น ภาพที่มีองค์ประกอบมากแต่แยกจุดเด่นไม่ออกก็อาจยังขาดความรู้สึกเป็นชั้น
ใช้แบ่งระดับในการวิเคราะห์
เมื่อปัญหาหนึ่งซับซ้อน เราอาจ 分成几个层次 คือแยกเป็นหลายระดับ เช่น อาการที่เห็น สาเหตุใกล้ตัว และเงื่อนไขเชิงระบบ การแยกเช่นนี้ช่วยไม่ให้เอาคำตอบระดับหนึ่งไปแทนอีกระดับหนึ่ง วลี 多层次分析 จึงเน้นว่าพิจารณามากกว่ามุมเดียว แต่ต้องบอกด้วยว่าแต่ละระดับใช้เกณฑ์ใด มิฉะนั้นคำว่า “หลายชั้น” จะกว้างเกินไป
ระดับในองค์กรและระบบ
ในที่ทำงาน 组织层次 หรือ 管理层次 อาจหมายถึงชั้นของการตัดสินใจและการส่งข้อมูลจากทีมหนึ่งไปอีกทีมหนึ่ง หากมีหลายชั้นเกินไป การอนุมัติอาจช้า แต่จำนวนชั้นเองไม่ได้บอกว่าองค์กรดีหรือไม่ดีเสมอไป ควรดูหน้าที่ของแต่ละระดับด้วย เมื่อพูดถึงระดับตำแหน่งเฉพาะหรือชั้นยศอย่างเป็นทางการ อาจมีคำอื่นที่ตรงกว่า
ต่างจากคำใกล้เคียง
层面 มักเน้น “ด้าน” หรือมุมของเรื่อง เช่น ด้านเศรษฐกิจกับด้านสังคม ส่วน 级别 และ 等级 ชี้ระดับหรือชั้นที่จัดตามเกณฑ์ชัดกว่า 顺序 คือก่อนหลังตามเวลา/ตำแหน่ง และ 条理 เน้นความเป็นระเบียบของความคิด 层次 จึงเด่นที่ความสัมพันธ์เป็นชั้นของส่วนต่างๆ ซึ่งอาจมีทั้งลำดับและความลึก ไม่ควรแทนทุกคำว่า “ระดับ” โดยอัตโนมัติ
ข้อควรระวังเมื่อพูดถึงคน
คำว่า 层次高 อาจใช้ชมว่าการคิดหรือผลงานมีความลึก แต่เมื่อนำไปตัดสินตัวคนหรือกลุ่มสังคมอาจฟังดูแบ่งชนชั้นและไม่สุภาพ หากต้องการวิจารณ์งาน ควรระบุสิ่งที่มองเห็นจริง เช่น โครงสร้างคำอธิบาย ความครบของเหตุผล หรือการจัดภาพ แทนการพูดกว้างๆ ว่าคนนี้ไม่มีชั้นเชิง การเลือกบริบททำให้ใช้คำได้แม่นและเป็นธรรม
รูปเขียน เสียง และระดับ HSK
รูปย่อเขียน 层次 รูปเต็มคือ 層次 เสียงแรก 层 เป็นเสียงสอง เสียงหลัง 次 เป็นเสียงสี่ คำอ่านไทย “เฉิงชื่อ” ช่วยเริ่มต้นได้ แต่ให้ใช้เสียง MP3 จีนกลางเทียบด้วย รายการสอบ HSK ทางการฉบับมีผลกรกฎาคม 2026 วางคำนี้ไว้ HSK 6 ลำดับ 3715 เป็นคำนาม ไม่ใช่ HSK 5 ตามป้ายเก่า อ่านบทเรียนภาษาจีนอื่นต่อได้ที่ เรียนภาษาจีน
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
层次分明 céngcì fēnmíng — แบ่งลำดับหรือชั้นต่างๆ ได้เด่นชัด
层次清楚 céngcì qīngchu — เรียงประเด็นหรือระดับได้ชัดเจน
层次感 céngcì gǎn — ความรู้สึกว่าภาพหรือเนื้อหามีมิติหลายชั้น
多层次 duō céngcì — หลายระดับหรือหลายชั้น
画面层次 huàmiàn céngcì — ชั้นลึกตื้นและการจัดองค์ประกอบในภาพ
结构层次 jiégòu céngcì — ลำดับชั้นของโครงสร้าง
逻辑层次 luójí céngcì — ลำดับชั้นของเหตุผลหรือการอธิบาย
组织层次 zǔzhī céngcì — ระดับในโครงสร้างองค์กร
思考层次 sīkǎo céngcì — ระดับความลึกของการคิด
ตัวอย่างการใช้
这篇文章的层次很清楚。
Zhè piān wénzhāng de céngcì hěn qīngchu.
บทความนี้เรียงลำดับประเด็นได้ชัดเจน
他的说明缺少层次,听起来有点乱。
Tā de shuōmíng quēshǎo céngcì, tīng qǐlái yǒudiǎn luàn.
คำอธิบายของเขาขาดการจัดลำดับ ฟังแล้วค่อนข้างสับสน
这幅画用深浅不同的颜色表现层次。
Zhè fú huà yòng shēnqiǎn bùtóng de yánsè biǎoxiàn céngcì.
ภาพวาดนี้ใช้สีเข้มอ่อนต่างกันเพื่อแสดงมิติหลายชั้น
我们先把问题分成三个层次来讨论。
Wǒmen xiān bǎ wèntí fēn chéng sān ge céngcì lái tǎolùn.
พวกเราแบ่งปัญหาเป็นสามระดับก่อนแล้วค่อยอภิปราย
这个故事的情感层次很丰富。
Zhège gùshi de qínggǎn céngcì hěn fēngfù.
เรื่องนี้มีอารมณ์หลายชั้นและละเอียดมาก
不同层次的读者可能关注不同的问题。
Bùtóng céngcì de dúzhě kěnéng guānzhù bùtóng de wèntí.
ผู้อ่านที่มีพื้นฐานต่างระดับกันอาจสนใจคำถามคนละอย่าง
请按层次整理你的笔记。
Qǐng àn céngcì zhěnglǐ nǐ de bǐjì.
ช่วยจัดบันทึกของเธอให้เป็นลำดับชั้นด้วย
管理层次太多会让信息传得慢。
Guǎnlǐ céngcì tài duō huì ràng xìnxī chuán de màn.
ถ้าระดับการบริหารมีมากเกินไป ข้อมูลอาจส่งต่อช้า
这门课按难度分层次安排练习。
Zhè mén kè àn nándù fēn céngcì ānpái liànxí.
วิชานี้จัดแบบฝึกหัดเป็นระดับตามความยาก
บทสนทนา A-B
A: 这份报告为什么看起来很乱?
Zhè fèn bàogào wèishénme kàn qǐlái hěn luàn?
ทำไมรายงานฉบับนี้ดูสับสนจัง
B: 因为层次不清楚,我们先把主要观点分开。
Yīnwèi céngcì bù qīngchu, wǒmen xiān bǎ zhǔyào guāndiǎn fēn kāi.
เพราะลำดับประเด็นไม่ชัด พวกเราแยกใจความหลักออกมาก่อนเถอะ
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide