声调
คำศัพท์จีน
ตัวเต็ม: 聲調
อ่านว่า: เซิงเตี้ยว
ความหมาย: วรรณยุกต์, ระดับและทิศทางของเสียงในพยางค์; ในภาษาจีนกลางวรรณยุกต์ช่วยแยกความหมายของพยางค์ที่มีเสียงพยัญชนะและสระเหมือนกัน
ชนิดคำ: คำนาม (n.), คำศัพท์สัทศาสตร์
声调คืออะไร
声调 หมายถึงวรรณยุกต์หรือรูปแบบการเคลื่อนของระดับเสียงภายในพยางค์ ในภาษาจีนกลางวรรณยุกต์มีหน้าที่แยกความหมาย เช่น mā 妈 แม่, má 麻 ป่าน, mǎ 马 ม้า และ mà 骂 ด่า มีพยัญชนะและสระใกล้กันแต่ความหมายต่างกัน
สี่เสียงพื้นฐาน
เสียง 1 สูงและราบ เสียง 2 ยกขึ้น เสียง 3 ลดลงแล้วยกขึ้นในรูปเต็ม และเสียง 4 ตกจากสูงลงต่ำ ผู้เรียนควรจำทิศทางเสียงควบคู่กับคำจริง ไม่ใช่ท่องแต่หมายเลข 1–4
เสียงเบา
轻声 หรือเสียงเบาไม่ได้เป็น“เสียง 5”ที่มีเส้นเสียงตายตัวแบบเดียว ระดับจริงขึ้นกับวรรณยุกต์ก่อนหน้า แต่พยางค์จะสั้นและไม่เน้น พินอินมักไม่ใส่เครื่องหมาย เช่น 妈妈 māma และ谢谢 xièxie
วางเครื่องหมายตรงไหน
เครื่องหมายวรรณยุกต์วางบนสระหลักของพยางค์ ลำดับพื้นฐานคือ a ก่อน o ก่อน e ถ้าไม่มีจึงดู i, u, ü ตามกฎ ในคู่ iu และ ui วางบนสระตัวหลัง จึงเขียน liú และ guì ไม่ใช่ líu หรือ gùi
เสียงในพจนานุกรมกับเสียงจริง
พินอินในพจนานุกรมมักแสดงเสียงประจำคำ แต่เวลาพูดจริงอาจเกิด变调 การผันเสียง เช่น 你好 เขียน nǐ hǎo แต่พยางค์你ออกเสียงใกล้เสียง 2 เมื่ออ่านติดกับเสียง 3 ส่วน不และ一มีกฎผันเสียงตามพยางค์ถัดไป
ต่างจาก语调
语调 คือทำนองเสียงของวลีหรือทั้งประโยค ช่วยสื่อคำถาม การยืนยัน อารมณ์ และจุดเน้น ส่วน声调เป็นส่วนของพยางค์และแยกความหมายของคำ ผู้พูดต้องรักษวรรณยุกต์แต่ละพยางค์ขณะที่ยังใส่ทำนองเสียงระดับประโยค
วิธีฝึก
ควรฝึกเป็นคู่ที่ต่างกันเฉพาะวรรณยุกต์ เช่น 买 mǎi กับ卖 mài และ汤 tāng กับ糖 táng อัดเสียงตัวเอง เปรียบเทียบเส้นเสียงกับเสียงเจ้าของภาษา และฝึกคู่พยางค์จริง เพราะเสียง 3 หรือเสียงเบาในประโยคจริงอาจไม่เหมือนตอนอ่านเดี่ยว
การออกเสียงคำว่า声调
อ่านว่า shēngdiào คำอ่านไทย“เซิงเตี้ยว” 声เป็นเสียง 1 และ调ในคำนี้อ่าน diào เสียง 4 ไม่ใช่ tiáo แบบคำกริยา调整 ปรับแก้ อักษรย่อเขียน声调 และอักษรดั้งเดิมเขียน聲調
ลำดับขีด


คำประสมที่พบบ่อย
汉语声调 (Hànyǔ shēngdiào): วรรณยุกต์ภาษาจีน
声调符号 (shēngdiào fúhào): เครื่องหมายวรรณยุกต์
声调变化 (shēngdiào biànhuà): การเปลี่ยนแปลงวรรณยุกต์
发准声调 (fā zhǔn shēngdiào): ออกเสียงวรรณยุกต์ให้ถูก
标注声调 (biāozhù shēngdiào): ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์
声调组合 (shēngdiào zǔhé): คู่หรือชุดวรรณยุกต์
声母 (shēngmǔ): พยัญชนะต้น
韵母 (yùnmǔ): ส่วนสระและตัวสะกดของพยางค์
ตัวอย่างการใช้
普通话有四个基本声调和轻声。
Pǔtōnghuà yǒu sì ge jīběn shēngdiào hé qīngshēng.
ภาษาจีนกลางมีวรรณยุกต์พื้นฐานสี่เสียงและเสียงเบา
“妈”和“马”的声母、韵母相同,声调不同。
“Mā” hé “mǎ” de shēngmǔ, yùnmǔ xiāngtóng, shēngdiào bùtóng.
“มา”กับ“หม่า”มีพยัญชนะต้นและส่วนสระเหมือนกัน แต่วรรณยุกต์ต่างกัน
请注意“买”和“卖”的声调。
Qǐng zhùyì “mǎi” hé “mài” de shēngdiào.
กรุณาระวังวรรณยุกต์ของ“ซื้อ”กับ“ขาย”
两个第三声连读时,前一个声调会发生变化。
Liǎng ge dì-sān shēng liándú shí, qián yí ge shēngdiào huì fāshēng biànhuà.
เมื่อสองพยางค์เสียง 3 อ่านติดกัน วรรณยุกต์ของพยางค์แรกจะเปลี่ยน
“不”的字典声调是第四声。
“Bù” de zìdiǎn shēngdiào shì dì-sì shēng.
วรรณยุกต์ในพจนานุกรมของ“不”คือเสียง 4
轻声通常不标声调符号。
Qīngshēng tōngcháng bù biāo shēngdiào fúhào.
โดยทั่วไปเสียงเบาจะไม่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์
听句子时,不但要听每个字的声调,还要听整句的语调。
Tīng jùzi shí, búdàn yào tīng měi ge zì de shēngdiào, hái yào tīng zhěng jù de yǔdiào.
เวลาฟังประโยค ไม่เพียงต้องฟังวรรณยุกต์ของแต่ละคำ แต่ยังต้องฟังทำนองเสียงของทั้งประโยค
A: 这个字读第几声?
Zhège zì dú dì-jǐ shēng?
อักษรนี้อ่านเสียงที่เท่าไร
B: 读第二声,声调要往上升。
Dú dì-èr shēng, shēngdiào yào wǎng shàng shēng.
อ่านเสียง 2 เส้นเสียงต้องยกสูงขึ้น
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide