语用学

คำศัพท์จีน

语用学

ตัวเต็ม: 語用學

Pinyin: yǔyòngxué

อ่านว่า: อวี่โย่งเสวีย

ความหมาย: วัจนปฏิบัติศาสตร์ หรือศาสตร์การใช้ภาษา สาขาภาษาศาสตร์ที่ศึกษาว่าผู้คนสร้างและตีความความหมายอย่างไรเมื่อใช้ภาษาในบริบทจริง โดยพิจารณาผู้พูด ผู้ฟัง เจตนา ความรู้ร่วม สถานการณ์ ความสัมพันธ์ และผลของถ้อยคำ ไม่ได้ศึกษาความหมายตามรูปภาษาเพียงอย่างเดียว

ชนิดคำ: คำนาม, ศัพท์ภาษาศาสตร์ (n.)

Pronunciation: 语用学 (yǔyòngxué)

语用学คืออะไร

语用学 คือวัจนปฏิบัติศาสตร์ สาขาภาษาศาสตร์ที่ศึกษาการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ไม่ได้ถามเพียงว่าคำและประโยคมีความหมายตามระบบภาษาอย่างไร แต่ถามด้วยว่าใครพูดกับใคร ที่ไหน เมื่อไร ด้วยเจตนาใด มีความรู้ร่วมอะไร และผู้ฟังอนุมานความหมายอย่างไร

บริบทมีอะไรบ้าง

语境ครอบคลุมข้อความก่อนหลัง สถานที่ เวลา บทบาทของผู้ร่วมสนทนา ความสัมพันธ์ ความรู้ร่วม วัฒนธรรม และสิ่งที่มองเห็น เช่น一句“门开着呢”อาจเป็นเพียงข้อมูล หรือเป็นคำขอให้ปิดประตู ขึ้นกับสถานการณ์ จึงไม่ควรแปลความหมายโดยตัดประโยคออกจากบริบทเสมอ

ความหมายตรงกับความหมายที่สื่อ

ผู้พูดอาจพูดประโยคหนึ่งแต่ต้องการทำมากกว่าบอกข้อมูล เช่น“这里有点冷”มีเนื้อหาตรงว่าอากาศหนาว แต่อาจใช้ขอให้ปิดหน้าต่าง ความหมายที่ผู้ฟังอนุมานไม่จำเป็นต้องเป็นความหมายอ้อมทุกครั้ง และการอนุมานต้องมีหลักจากบริบท ไม่ใช่เดาเจตนาอย่างอิสระ

言语行为

การพูดเป็นการกระทำได้ เช่น陈述บอกข้อมูล, 请求ขอร้อง, 承诺ให้สัญญา, 道歉ขอโทษ และ邀请เชิญ รูปประโยคกับการกระทำไม่จับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง คำถาม“你能关一下门吗?”มีรูปเป็นคำถามเรื่องความสามารถ แต่ในบริบททั่วไปทำหน้าที่เป็นคำขอให้ปิดประตู

ความหมายโดยนัยและการประชด

含意คือสิ่งที่สื่อเกินกว่าความหมายตรง ผู้ฟังใช้หลักความร่วมมือ ความรู้ร่วม และความเหมาะสมของสถานการณ์ช่วยอนุมาน ส่วน反话หรือประชดอาจพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับท่าทีจริง เช่นพูด“你真早”กับคนมาสาย การเข้าใจต้องดูน้ำเสียง เวลา และความสัมพันธ์ ไม่ใช่ถือว่าประโยคชมทุกประโยคเป็นประชด

ความสุภาพ

语用学ศึกษาว่าผู้พูดจัดการคำขอ การปฏิเสธ คำชม และความขัดแย้งอย่างไร ความสุภาพไม่ได้อยู่ในคำว่า请เพียงคำเดียว ต้องดูระดับภาระ ระยะห่าง สถานะ น้ำเสียง และสิทธิของแต่ละฝ่าย รูปที่สุภาพในกลุ่มหนึ่งอาจฟังห่างเหินหรือกดดันในอีกกลุ่ม

ต่างจาก语义学

语义学หรืออรรถศาสตร์ศึกษาความหมายที่สัมพันธ์กับคำ โครงสร้าง และระบบภาษา ส่วน语用学เน้นความหมายในการใช้จริง แต่เส้นแบ่งไม่ได้ชัดสมบูรณ์ นักภาษาศาสตร์ยังถกเถียงเรื่องสิ่งที่มาจากรหัสภาษา สิ่งที่มาจากบริบท และสิ่งที่ผู้ฟังอนุมาน จึงไม่ควรสรุปง่ายๆ ว่า语义学คือความหมายตรงและ语用学คือความหมายอ้อมเท่านั้น

ประโยชน์ต่อผู้เรียนภาษา

ผู้เรียนอาจใช้คำและไวยากรณ์ถูกแต่ยังสื่อสารสะดุด เช่นขอตรงเกินไป ตอบคำชมไม่เข้ากับกลุ่ม หรือไม่เข้าใจการปฏิเสธทางอ้อม การพัฒนาความสามารถเชิงวัจนปฏิบัติคือการสังเกตตัวเลือกหลายระดับ ถามเมื่อไม่แน่ใจ และไม่เหมารวมว่าคนในวัฒนธรรมเดียวกันใช้ภาษาเหมือนกันทั้งหมด

การออกเสียง

อ่านว่า yǔyòngxué คำอ่านไทย“อวี่โย่งเสวีย” 语 yǔ เป็นเสียง 3, 用 yòng เป็นเสียง 4 และ学 xué เป็นเสียง 2 เมื่อเป็นศัพท์สาขาวิชาเขียนพินอินติดกัน อักษรดั้งเดิมเขียนว่า語用學

ลำดับขีด

ลำดับขีด 语ลำดับขีด 用ลำดับขีด 学

คำประสมที่พบบ่อย

语用学研究 (yǔyòngxué yánjiū): การวิจัยวัจนปฏิบัติศาสตร์
汉语语用学 (Hànyǔ yǔyòngxué): วัจนปฏิบัติศาสตร์ภาษาจีน
语用学含义 (yǔyòngxué hányì): ความหมายเชิงวัจนปฏิบัติ
语用学分析 (yǔyòngxué fēnxī): การวิเคราะห์เชิงวัจนปฏิบัติ
语用学与语义学 (yǔyòngxué yǔ yǔyìxué): วัจนปฏิบัติศาสตร์กับอรรถศาสตร์
语用学中的礼貌 (yǔyòngxué zhōng de lǐmào): ความสุภาพในวัจนปฏิบัติศาสตร์
语用学理解 (yǔyòngxué lǐjiě): การเข้าใจเชิงวัจนปฏิบัติ
语用学能力 (yǔyòngxué nénglì): ความสามารถเชิงวัจนปฏิบัติ
跨文化语用学 (kuà wénhuà yǔyòngxué): วัจนปฏิบัติศาสตร์ข้ามวัฒนธรรม

ตัวอย่างการใช้

语用学研究语言在具体语境中的使用和理解。
Yǔyòngxué yánjiū yǔyán zài jùtǐ yǔjìng zhōng de shǐyòng hé lǐjiě.
วัจนปฏิบัติศาสตร์ศึกษาการใช้และความเข้าใจภาษาในบริบทเฉพาะ

“这里有点冷”有时不只是描述温度,也可能是在请求关窗。
“Zhèlǐ yǒudiǎn lěng” yǒushí bù zhǐshì miáoshù wēndù, yě kěnéng shì zài qǐngqiú guān chuāng.
“ที่นี่หนาวนิดหน่อย”บางครั้งไม่ได้บรรยายอุณหภูมิอย่างเดียว แต่อาจเป็นการขอให้ปิดหน้าต่าง

同一句话由不同的人说,语用效果可能不同。
Tóng yí jù huà yóu bùtóng de rén shuō, yǔyòng xiàoguǒ kěnéng bùtóng.
ประโยคเดียวกันเมื่อพูดโดยคนต่างกันอาจให้ผลเชิงการใช้ภาษาต่างกัน

理解反话需要结合语气、关系和上下文。
Lǐjiě fǎnhuà xūyào jiéhé yǔqì, guānxi hé shàngxiàwén.
การเข้าใจคำประชดต้องพิจารณาน้ำเสียง ความสัมพันธ์ และบริบทร่วมกัน

学习者语法正确,也可能因为请求方式不合适而产生误会。
Xuéxízhě yǔfǎ zhèngquè, yě kěnéng yīnwèi qǐngqiú fāngshì bù héshì ér chǎnshēng wùhuì.
ผู้เรียนอาจใช้ไวยากรณ์ถูก แต่ยังเกิดความเข้าใจผิดเพราะวิธีขอไม่เหมาะสมได้

“我明天要早起”在聚会中可能暗示说话人准备离开。
“Wǒ míngtiān yào zǎoqǐ” zài jùhuì zhōng kěnéng ànshì shuōhuàrén zhǔnbèi líkāi.
“พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้า”ในงานเลี้ยงอาจบอกเป็นนัยว่าผู้พูดเตรียมจะกลับ

语义学和语用学的研究范围有联系,也存在边界争议。
Yǔyìxué hé yǔyòngxué de yánjiū fànwéi yǒu liánxì, yě cúnzài biānjiè zhēngyì.
ขอบเขตการศึกษาของอรรถศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์สัมพันธ์กันและยังมีข้อถกเถียงเรื่องเส้นแบ่ง

A: 为什么他说“你真早”,其实是在批评迟到的人?
Wèishénme tā shuō “nǐ zhēn zǎo”, qíshí shì zài pīpíng chídào de rén?
ทำไมเขาพูดว่า“คุณมาเช้าจริงๆ”แต่ที่จริงกำลังตำหนิคนมาสาย
B: 因为语境和语气让听话人理解了反话。
Yīnwèi yǔjìng hé yǔqì ràng tīnghuàrén lǐjiěle fǎnhuà.
เพราะบริบทและน้ำเสียงทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเป็นคำประชด

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide