คำศัพท์จีน
诗

ตัวเต็ม: 詩
อ่านว่า: ซือ
ความหมาย: บทกวีหรือคำประพันธ์ที่จัดภาษา จังหวะ และภาพความคิดอย่างมีศิลปะ; ใช้เรียกบทหนึ่งบทหรือกวีนิพนธ์ในฐานะประเภทวรรณกรรมตามบริบท
ชนิดคำ: คำนาม (n.)
ระดับ: HSK 4
ความหมายหลักและการนับบทกวี
诗 เป็นคำนามหมายถึงบทกวีหรือกวีนิพนธ์ งานประเภทนี้ใช้ภาษาอย่างกระชับและอาจจัดจังหวะ เสียง ภาพพจน์ หรือโครงสร้างเพื่อถ่ายทอดความคิดและความรู้สึก แต่คำศัพท์นี้ไม่ได้กำหนดว่าบทหนึ่งต้องคล้องจอง ยาวเท่าใด หรืออยู่ในยุคใด เพราะรูปแบบแตกต่างกันตามประเภท ภาษา และช่วงเวลา
เมื่อกล่าวถึงบทหนึ่งบท ภาษาจีนใช้ลักษณนาม 首 เช่น 一首诗/两首诗 ไม่ใช้ลักษณนามของหนังสือแทนตัวบท หากหมายถึงหนังสือรวมบทกวีจึงค่อยใช้ 一本诗集
กริยาที่ใช้ร่วมกันบ่อย
การอ่านเงียบหรืออ่านทั่วไปใช้ 读诗 การประพันธ์ใช้ 写诗 และการอ่านออกเสียงอย่างมีจังหวะใช้ 朗诵诗 หากต้องท่องจากความจำพบ 背诗 ส่วน 把感受写成诗 เน้นเปลี่ยนประสบการณ์หรือความรู้สึกให้กลายเป็นงานกวี
- 诗的作者/内容 — ผู้แต่งหรือเนื้อหาของบทกวี
- 诗的节奏/意象 — จังหวะหรือภาพเชิงกวี
- 诗集/诗人 — หนังสือรวมบทกวีหรือกวี
ต่างจากคำใกล้เคียงอย่างไร
诗 ใช้เรียกบทกวีหนึ่งบทได้ตรงที่สุด และใช้กล่าวถึงกวีนิพนธ์โดยรวมได้ตามบริบท 诗歌 มักเน้นบทกวีในฐานะประเภทวรรณกรรมหรือผลงานกวีโดยรวม ทั้งสองคำทับซ้อนกันมาก แต่ในประโยคที่นับเป็นบท คำสั้นมักเป็นธรรมชาติกว่า
诗词 เดิมรวมงานร้อยกรองประเภทซือและฉือ และในภาษาทั่วไปอาจใช้กว้างถึงงานกวีนิพนธ์จีนแบบดั้งเดิม จึงไม่ควรแปลให้เท่ากับบทกวีทุกชนิดโดยอัตโนมัติ 古诗 ชี้บทกวีโบราณหรือแบบดั้งเดิม ส่วน 现代诗 ชี้บทกวีสมัยใหม่ การจัดประเภทที่ละเอียดกว่านี้ต้องดูยุค รูปแบบ และบริบทของงานจริง
การออกเสียง ตัวเต็ม และขอบเขตการตีความ
คำนี้อ่านว่า 诗 เสียงหนึ่ง รูปตัวเต็มคือ 詩 และคำอ่านไทยตามแถวศัพท์คือ “ซือ” ในคำประสมพยางค์นี้ยังคงอ่านเสียงหนึ่ง เช่น 诗人/诗歌/诗集
การตีความบทกวีอาจต่างกันได้ แต่ควรแยกความเห็นของผู้อ่านออกจากข้อเท็จจริงด้านผู้แต่ง ยุค หรือรูปแบบ เมื่อกล่าวถึงงานจริงต้องตรวจชื่อบทและแหล่งข้อมูล ภาพประกอบบนหน้านี้เป็นเพียงตัวช่วยจำเรื่องการอ่านและเขียนงานกวี หนังสือเปิดกับปากกาไม่อาจพิสูจน์ว่ามีบทกวีอยู่บนหน้า ไม่บอกภาษา ผู้แต่ง เนื้อหา รูปแบบ ยุค คุณค่า หรือความหมายของงานใดงานหนึ่ง
ลำดับขีด

คำประสมที่พบบ่อย
一首诗 (yì shǒu shī): บทกวีหนึ่งบท
读诗 (dú shī): อ่านบทกวี
写诗 (xiě shī): เขียนบทกวี
朗诵诗 (lǎngsòng shī): ท่องหรืออ่านบทกวีออกเสียง
诗人 (shīrén): กวี
诗歌 (shīgē): บทกวีหรือกวีนิพนธ์ในฐานะประเภทวรรณกรรม
诗词 (shīcí): บทร้อยกรองประเภทซือและฉือ; ใช้รวมงานกวีนิพนธ์จีนตามบริบท
古诗 (gǔshī): บทกวีโบราณหรือบทกวีแบบดั้งเดิม
现代诗 (xiàndàishī): บทกวีสมัยใหม่
ตัวอย่างการใช้
她每天睡前读一首诗。
Tā měitiān shuìqián dú yì shǒu shī.
เธออ่านบทกวีหนึ่งบททุกคืนก่อนนอน
这首诗描写了春天的景色。
Zhè shǒu shī miáoxiě le chūntiān de jǐngsè.
บทกวีนี้บรรยายทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิ
老师请我们朗诵这首诗。
Lǎoshī qǐng wǒmen lǎngsòng zhè shǒu shī.
ครูขอให้พวกเราอ่านบทกวีนี้ออกเสียง
他把旅行中的感受写成了诗。
Tā bǎ lǚxíng zhōng de gǎnshòu xiěchéng le shī.
เขานำความรู้สึกระหว่างการเดินทางมาเขียนเป็นบทกวี
这本诗集收录了二十首短诗。
Zhè běn shījí shōulù le èrshí shǒu duǎnshī.
หนังสือรวมบทกวีเล่มนี้รวบรวมบทกวีสั้นยี่สิบบท
古诗和现代诗的形式不完全相同。
Gǔshī hé xiàndàishī de xíngshì bù wánquán xiāngtóng.
รูปแบบของบทกวีโบราณกับบทกวีสมัยใหม่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
读诗时,不同的人可能有不同的理解。
Dú shī shí, bùtóng de rén kěnéng yǒu bùtóng de lǐjiě.
เวลาอ่านบทกวี คนต่างกันอาจตีความต่างกัน
A: 你喜欢读诗还是写诗?
Nǐ xǐhuan dú shī háishi xiě shī?
คุณชอบอ่านหรือเขียนบทกวีมากกว่ากัน
B: 我更喜欢读诗,也偶尔写几句。
Wǒ gèng xǐhuan dú shī, yě ǒu'ěr xiě jǐ jù.
ฉันชอบอ่านบทกวีมากกว่า และบางครั้งก็เขียนสองสามวรรค
ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ
น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide