听力

คำศัพท์จีน

听力

ผู้เข้ารับการทดสอบสวมหูฟังและกดปุ่มตอบสนองเมื่อได้ยินเสียง สื่อความหมายของ 听力

ตัวเต็ม: 聽力

Pinyin: tīnglì

อ่านว่า: ทิงลี่

ความหมาย: การได้ยินทางกายภาพ; ทักษะการฟังและทำความเข้าใจภาษา รวมถึงส่วนทดสอบการฟัง

ชนิดคำ: คำนาม (n.)

ระดับ: HSK 3

Pronunciation: 听力 (tīnglì)

ความหมายหลัก

听力 เป็นคำนามที่มีสองขอบเขตหลัก ขอบเขตแรกคือความสามารถทางกายในการรับเสียง เช่น 听力正常、听力下降、检查听力 ซึ่งมักพบในบริบทสุขภาพและการแพทย์ ขอบเขตที่สองคือทักษะฟังภาษาและเข้าใจข้อมูลที่ได้ยิน เช่น 汉语听力、练习听力、提高听力 รวมถึงส่วนสอบอย่าง 听力考试 บริบทและคำที่อยู่รอบคำจะชี้ว่ากำลังกล่าวถึงระบบการได้ยินหรือทักษะภาษา ผู้เรียนจึงไม่ควรแปลว่า ‘การฟัง’ แบบเดียวโดยละเลยความหมายทางกายภาพ

ตำแหน่งและสถานการณ์ที่ใช้

เมื่อกล่าวถึงสุขภาพ ใช้ประธานบุคคล + 的 + 听力 เช่น 他的听力很好 หรือใช้กริยา 检查、保护 กับ 听力 และใช้ 下降、受损 บอกการเปลี่ยนแปลง เมื่อกล่าวถึงการเรียนภาษา ใช้ ภาษานั้น + 听力 เช่น 汉语听力、英语听力 หรือใช้ 练习、提高、训练 + 听力 เมื่อต้องการหมายถึงข้อสอบหรือสื่อ เติมคำนามด้านหลังเป็น 听力考试、听力部分、听力材料 คำนี้เป็นคำนาม จึงไม่ใช้ *我听力他说话 แทนกริยา ‘ฟัง’; ประโยคนั้นต้องใช้ 听 หรือ 听懂

คำที่มักใช้ร่วมกัน

วลี 听力正常、听力下降、检查听力、练习听力、提高听力、听力考试 และ 听力材料 แบ่งเป็นสองกลุ่มชัดเจน สามวลีแรกเกี่ยวกับสมรรถนะการได้ยิน ส่วนสี่วลีหลังใช้ในด้านการเรียนภาษา 练习听力 เน้นกิจกรรมฝึก; 提高听力 เน้นผลว่าทักษะดีขึ้น; 听力考试 คือการสอบที่วัดการฟัง; 听力材料 คือเสียง บทสนทนา หรือเนื้อหาที่นำมาฝึก การเลือกวลีให้ตรงกลุ่มช่วยป้องกันความคลุมเครือ เช่น หากบอก 听力不好 ต้องดูว่ากำลังได้ยินไม่ชัดหรือฟังภาษาต่างประเทศไม่เข้าใจ

เปรียบเทียบคำใกล้เคียง

听力 ต่างจาก 听觉 และ 听懂。听觉 หมายถึงประสาทสัมผัสหรือกระบวนการรับรู้เสียงในเชิงสรีรวิทยาและจิตวิทยา เช่น 听觉系统、听觉刺激 มีน้ำเสียงเชิงวิชาการกว่า ส่วน 听力 เน้นระดับความสามารถที่ตรวจหรือประเมินได้ และใช้กับทักษะภาษาได้เป็นปกติ。听懂 เป็นกริยาผลลัพธ์ หมายถึงฟังแล้วเข้าใจ เช่น 我听懂了 ไม่ใช่ชื่อทักษะโดยรวม คนหนึ่งอาจ 听力不错 แต่ยัง 听不懂 สำเนียงเฉพาะบางแบบได้ เพราะความรู้คำศัพท์และบริบทก็มีผลต่อความเข้าใจ

การออกเสียงและข้อควรระวัง

พินอินคือ tīnglì: 听 tīng เสียงหนึ่ง และ 力 lì เสียงสี่ ตัวเต็มคือ 聽力 คำอ่านไทยคือ ‘ทิงลี่’ ระวังว่า 听力 เป็นคำนาม ไม่ใช่โครงสร้างกริยา 听 + กรรม และไม่เท่ากับคำตอบว่าฟังประโยคหนึ่งเข้าใจหรือไม่ หากถามความสามารถทั่วไปพูด 你的汉语听力怎么样 หากถามว่าได้ยินเสียงไหมใช้ 你听得见吗 และหากถามว่าฟังเนื้อหาเข้าใจไหมใช้ 你听懂了吗 การแยก 得见、听懂 และ 听力 จะทำให้สื่อสารได้แม่นกว่าการใช้คำไทยว่า ‘ฟัง’ ครอบทุกกรณี

รูปแบบที่ใช้บ่อย

  • บุคคล + 的 + 听力
  • 听力 + 正常/下降/受损
  • 检查/保护 + 听力
  • ภาษา + 听力
  • 练习/提高/训练 + 听力
  • 听力 + 考试/部分/材料
  • 听力 + 很好/不太好

เวลาฝึกคำนี้ ควรอ่านทั้งคำเดี่ยว วลี และประโยคเต็ม แล้วลองเปลี่ยนประธาน กรรม เวลา หรือสถานการณ์ด้วยตนเอง การจำเป็นก้อนภาษาช่วยให้เห็นหน้าที่ทางไวยากรณ์และขอบเขตความหมายจริง โดยไม่ยึดคำแปลไทยคำเดียวไปใช้กับทุกบริบท

สรุปก่อนใช้

听力 อาจหมายถึงการได้ยินทางกายหรือทักษะฟังภาษา ต้องดูบริบท

听觉 เน้นประสาทรับเสียง ส่วน 听懂 คือกริยาว่าฟังเข้าใจ

听力 เป็นคำนาม ไม่ใช้แทนกริยา 听

พินอิน tīnglì และคำอ่านไทยคือ ทิงลี่

ลำดับขีด

ลำดับขีด 听ลำดับขีด 力

คำประสมที่พบบ่อย

听力正常 (tīnglì zhèngcháng): การได้ยินเป็นปกติ
听力下降 (tīnglì xiàjiàng): ความสามารถในการได้ยินลดลง
检查听力 (jiǎnchá tīnglì): ตรวจการได้ยิน
练习听力 (liànxí tīnglì): ฝึกทักษะการฟัง
提高听力 (tígāo tīnglì): พัฒนาทักษะการฟัง
听力考试 (tīnglì kǎoshì): การสอบการฟัง
听力材料 (tīnglì cáiliào): สื่อฝึกฟัง

ตัวอย่างการใช้

我每天听中文来练习听力。
Wǒ měitiān tīng Zhōngwén lái liànxí tīnglì.
ฉันฟังภาษาจีนทุกวันเพื่อฝึกทักษะการฟัง

医生说他的听力很正常。
Yīshēng shuō tā de tīnglì hěn zhèngcháng.
แพทย์บอกว่าการได้ยินของเขาเป็นปกติดี

长期处在噪声中可能会使听力下降。
Chángqī chǔ zài zàoshēng zhōng kěnéng huì shǐ tīnglì xiàjiàng.
การอยู่ท่ามกลางเสียงดังเป็นเวลานานอาจทำให้การได้ยินลดลง

学校为孩子们检查了听力。
Xuéxiào wèi háizimen jiǎnchá le tīnglì.
โรงเรียนตรวจการได้ยินให้เด็ก ๆ แล้ว

多听新闻可以提高汉语听力。
Duō tīng xīnwén kěyǐ tígāo Hànyǔ tīnglì.
การฟังข่าวบ่อย ๆ ช่วยพัฒนาทักษะการฟังภาษาจีนได้

听力考试开始前,请先检查耳机。
Tīnglì kǎoshì kāishǐ qián, qǐng xiān jiǎnchá ěrjī.
ก่อนการสอบการฟังเริ่ม กรุณาตรวจหูฟังก่อน

这些听力材料适合初学者。
Zhèxiē tīnglì cáiliào shìhé chūxuézhě.
สื่อฝึกฟังเหล่านี้เหมาะกับผู้เริ่มต้น

A: 你的汉语听力怎么提高得这么快?
Nǐ de Hànyǔ tīnglì zěnme tígāo de zhème kuài?
ทักษะฟังภาษาจีนของคุณพัฒนาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร

B: 我每天用短新闻练习听力。
Wǒ měitiān yòng duǎn xīnwén liànxí tīnglì.
ฉันใช้ข่าวสั้นฝึกฟังทุกวัน

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide