听不懂

คำศัพท์จีน

听不懂

ตัวเต็ม: 聽不懂

Pinyin: tīngbudǒng

อ่านว่า: ทิงปุต่ง

ความหมาย: ฟังไม่เข้าใจ, ไม่สามารถเข้าใจความหมายจากสิ่งที่ได้ยิน โดย听คือฟังและ懂คือเข้าใจ ส่วน不แสดงว่าผลลัพธ์“เข้าใจ”เกิดขึ้นไม่ได้; ต่างจาก听不见ที่หมายถึงไม่ได้ยินเสียง

ชนิดคำ: กริยาวลีและส่วนเสริมศักยภาพ (v.+potential complement)

Pronunciation: 听不懂 (tīngbudǒng)

听不懂คืออะไร

听不懂 เป็นโครงสร้างส่วนเสริมศักยภาพ ประกอบด้วย听 ฟัง, 不 รูปปฏิเสธของความเป็นไปได้ และ懂 เข้าใจ ความหมายคือฟังแล้วไม่สามารถบรรลุผล“เข้าใจ” อาจเกิดจากไม่รู้คำศัพท์ สำเนียงไม่คุ้น ความเร็วสูง เสียงไม่ชัด หรือเนื้อหาซับซ้อน ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าผู้พูดไม่ได้ยินเสียง

听得懂กับ听不懂

รูปบวกของความสามารถคือ听得懂 ฟังเข้าใจไหว และรูปปฏิเสธคือ听不懂 ฟังไม่เข้าใจ เช่น这个录音你听得懂吗?เสียงนี้คุณฟังเข้าใจไหม ถ้าต้องการบอกระดับ เติม完全、基本、有点หรือ大部分 เช่น完全听不懂 ฟังไม่เข้าใจเลย และ大部分听得懂 ฟังเข้าใจเป็นส่วนใหญ่

ต่างจาก听不见

听不见หมายถึงไม่ได้ยินเสียงเพราะเสียงเบา อยู่ไกล มีเสียงรบกวน หรือการได้ยินมีข้อจำกัด ส่วน听不懂หมายถึงเสียงเข้าสู่การรับรู้แล้วแต่ตีความไม่ได้ จึงพูดได้ว่า我听得见,可是听不懂 ฉันได้ยินแต่ฟังไม่เข้าใจ หากปัญหาคือระดับเสียงควรใช้大声一点 ไม่ใช่ขอให้อธิบายคำศัพท์

ต่างจาก没听懂

听不懂มักบอกความสามารถหรือข้อจำกัดทั่วไปในสถานการณ์ เช่น他说方言,我听不懂 เขาพูดภาษาถิ่น ฉันฟังไม่เข้าใจ ส่วน没听懂รายงานว่าในเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ผลลัพธ์ เช่น你刚才说什么?我没听懂 เมื่อครู่คุณพูดอะไร ฉันฟังไม่เข้าใจ แม้คนพูดอาจฟังประโยคเดิมเข้าใจเมื่อพูดซ้ำ

กรรมและสิ่งที่ฟัง

กรรมวางหลังวลีได้ เช่น听不懂中文、听不懂这段录音 และ听不懂老师的问题 หากกรรมยาว สามารถยกเป็นหัวเรื่อง เช่น这句话我听不懂 ประโยคนี้ฉันฟังไม่เข้าใจ เมื่อเน้นความหมายของผู้พูด ใช้听不懂他的意思 แต่ถ้าเข้าใจคำตรงตัวแล้วยังไม่เข้าใจเจตนา อาจใช้不明白他的意思ชัดกว่า

เหตุผลที่ฟังไม่เข้าใจ

ผู้เรียนไม่ควรสรุปทุกครั้งว่าเป็นเพราะ“ศัพท์น้อย” การเชื่อมเสียง น้ำเสียง สำเนียง ภาษาถิ่น การลดรูป คำเฉพาะทาง และความรู้พื้นหลังล้วนมีผล ประโยค这句话里的每个词我都认识,可是连起来听不懂จึงเป็นธรรมชาติ เพราะการรู้จักคำแยกตัวไม่รับประกันว่าจะประมวลผลภาษาพูดต่อเนื่องทัน

วิธีขอให้อีกฝ่ายช่วย

เมื่อฟังไม่เข้าใจ ใช้不好意思,我没听懂,您能再说一遍吗 ขอโทษ ฉันฟังไม่เข้าใจ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม หรือ您能说慢一点吗 ช่วยพูดช้าลงหน่อยได้ไหม หากติดคำเฉพาะให้ถาม这个词是什么意思 คำนี้หมายความว่าอะไร การระบุปัญหาช่วยให้อีกฝ่ายปรับได้ตรงกว่าเพียงพูด听不懂ซ้ำๆ

ไม่ใช้了หลังรูปศักยภาพโดยไม่ดูบริบท

听不懂เน้นความเป็นไปไม่ได้หรือข้อจำกัด ส่วน听懂了บอกว่าเข้าใจแล้วหลังจากฟัง หากสถานการณ์เปลี่ยนจากไม่เข้าใจเป็นเข้าใจ พูดตอนแรกว่า刚才听不懂,再听一遍就听懂了 ตอนแรกฟังไม่เข้าใจ พอฟังอีกครั้งก็เข้าใจแล้ว รูปเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกันและไม่ควรเติม了ตามนิสัยโดยไม่ดูความหมาย

การออกเสียง

อ่านว่า tīngbudǒng คำอ่านไทย“ทิงปุต่ง” 听 tīng เป็นเสียง 1, 不ในโครงสร้างศักยภาพมักอ่านเบาเป็น bu และ懂 dǒng เป็นเสียง 3 พินอินของโครงสร้างมักเขียนติดกันว่า tīngbudǒng อักษรดั้งเดิมเขียนว่า聽不懂

ลำดับขีด

ลำดับขีด 听ลำดับขีด 不ลำดับขีด 懂

คำประสมที่พบบ่อย

(tīngbudǒng): ฟังไม่เข้าใจ
听不懂中文 (tīngbudǒng Zhōngwén): ฟังภาษาจีนไม่เข้าใจ
听不懂方言 (tīngbudǒng fāngyán): ฟังภาษาถิ่นไม่เข้าใจ
完全听不懂 (wánquán tīngbudǒng): ฟังไม่เข้าใจเลย
有点听不懂 (yǒudiǎn tīngbudǒng): ฟังไม่ค่อยเข้าใจ
还是听不懂 (háishi tīngbudǒng): ก็ยังฟังไม่เข้าใจ
听不懂他的意思 (tīngbudǒng tā de yìsi): ฟังความหมายของเขาไม่เข้าใจ
听得懂还是听不懂 (tīngdedǒng háishi tīngbudǒng): ฟังเข้าใจหรือไม่เข้าใจ
听不懂录音 (tīngbudǒng lùyīn): ฟังเสียงบันทึกไม่เข้าใจ

ตัวอย่างการใช้

老师说得太快,我有些地方听不懂。
Lǎoshī shuō de tài kuài, wǒ yǒuxiē dìfang tīngbudǒng.
ครูพูดเร็วเกินไป บางช่วงฉันฟังไม่เข้าใจ

我能听见声音,但是听不懂他说的内容。
Wǒ néng tīngjiàn shēngyīn, dànshì tīngbudǒng tā shuō de nèiróng.
ฉันได้ยินเสียง แต่ฟังเนื้อหาที่เขาพูดไม่เข้าใจ

这种方言和普通话差别很大,我几乎听不懂。
Zhè zhǒng fāngyán hé Pǔtōnghuà chābié hěn dà, wǒ jīhū tīngbudǒng.
ภาษาถิ่นชนิดนี้ต่างจากภาษาจีนกลางมาก ฉันแทบฟังไม่เข้าใจ

第一遍听不懂很正常,可以再听几遍。
Dì-yī biàn tīngbudǒng hěn zhèngcháng, kěyǐ zài tīng jǐ biàn.
ฟังครั้งแรกไม่เข้าใจเป็นเรื่องปกติ สามารถฟังซ้ำอีกหลายครั้งได้

这句话里的每个词我都认识,连起来却听不懂。
Zhè jù huà lǐ de měi ge cí wǒ dōu rènshi, lián qǐlái què tīngbudǒng.
คำทุกคำในประโยคนี้ฉันรู้จัก แต่พอฟังต่อกันกลับไม่เข้าใจ

他刚才说了什么?我没听懂。
Tā gāngcái shuōle shénme? Wǒ méi tīngdǒng.
เมื่อครู่นี้เขาพูดอะไร ฉันฟังไม่เข้าใจ

听不懂的时候,不要只猜,可以请对方换一种说法。
Tīngbudǒng de shíhou, búyào zhǐ cāi, kěyǐ qǐng duìfāng huàn yì zhǒng shuōfǎ.
เมื่อฟังไม่เข้าใจ อย่าเดาอย่างเดียว สามารถขอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนวิธีพูดได้

A: 这段录音你听得懂吗?
Zhè duàn lùyīn nǐ tīngdedǒng ma?
เสียงบันทึกช่วงนี้คุณฟังเข้าใจไหม
B: 前半段听得懂,后半段太快了,我听不懂。
Qián bànduàn tīngdedǒng, hòu bànduàn tài kuài le, wǒ tīngbudǒng.
ครึ่งแรกฟังเข้าใจ แต่ครึ่งหลังเร็วเกินไป ฉันฟังไม่เข้าใจ

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide