却

คำศัพท์จีน

却

กระเบื้องครีมสี่ชิ้นวางแบน แต่กระเบื้องปะการังหนึ่งชิ้นตั้งตรง ตัวช่วยจำคำว่า 却

ตัวเต็ม: 卻

Pinyin: què

อ่านว่า: เชวี่ย

ความหมาย: แต่กลับ กลับใช้เน้นผลหรือสถานการณ์ที่สวนกับความคาดหมาย

ชนิดคำ: คำวิเศษณ์ (adverb)

ระดับ: HSK 4

Pronunciation: 却 (què)

却què อ่านว่า què ‘เชวี่ย’ ตัวเต็ม 卻què ในภาษาจีนปัจจุบันใช้หลักเป็นคำวิเศษณ์ว่า ‘แต่กลับ/กลับ…’ วางหลังประธานและก่อนกริยาหรือภาคแสดง เพื่อชี้ว่าผลจริงสวนกับข้อมูลหรือความคาดหมายก่อนหน้า เช่น 他很年轻,却很有经验tā hěn niánqīng, què hěn yǒu jīngyàn ความหมาย ‘ถอย/ปฏิเสธ’ ของคำเดี่ยวพบได้น้อยกว่าและมักเหลือในคำประสมหรือภาษาเก่า

ตำแหน่งในประโยค

主语+却+谓语zhǔyǔ + què + wèiyǔ มักวางหลังประธานของส่วนที่หักมุม เช่น 我提醒了他,他却忘了wǒ tíxǐng le tā, tā què wàng le ถ้าประธานเหมือนกันอาจไม่กล่าวซ้ำ แต่ต้องวางคำนี้หน้าส่วนที่ต้องการเน้น ไม่ใช้เป็นคำเชื่อมเปิดประโยคแบบเดียวกับคำเชื่อมภาษาเขียนทุกกรณี

โครงสร้างคู่ที่พบบ่อย

虽然……却……、但是……却……、想……却……suīrán…què…, dànshì…què…, xiǎng…què… ส่วนหน้าเปิดเงื่อนไขหรือความคาดหวัง ส่วนหลังทำให้ผลที่สวนทางเด่นขึ้น บางครั้งมีคำเชื่อมอยู่แล้วก็ยังใช้คำวิเศษณ์นี้ได้เพราะหน้าที่ต่างกัน แต่ไม่ควรใส่คำหักมุมซ้ำจนประโยคหนัก

แยกคำใกล้เคียง

却、然而、但是、反而què, rán’ér, dànshì, fǎn’ér คำแรกเป็นคำวิเศษณ์ในอนุประโยค สองคำถัดมาเชื่อมส่วนข้อความ ส่วนคำสุดท้ายมักเน้นผลที่ตรงข้ามกับความคาดหมายชัดกว่า ระดับความตรงข้ามต้องอ่านจากเนื้อหา ไม่ใช่ตัดสินจากคำเดียว

ความหมายเก่าและขอบเขตภาพ

退却、忘却、冷却tuìquè, wàngquè, lěngquè ยังเก็บร่องรอยความหมายถอย ละ หรือลดลงในคำประสม แต่ไม่ควรนำความหมายเหล่านั้นมาใช้กับคำเดี่ยวในประโยคทั่วไป กระเบื้องสี่ชิ้นวางแบนแต่ชิ้นสุดท้ายตั้งอยู่เป็นเพียง cue ของผลที่สวนแบบ ไม่แสดงข้อความจริง สาเหตุ หรือระดับความขัดแย้ง

ลำดับขีด

ลำดับขีด 却

คำประสมที่พบบ่อย

虽然……却…… (suīrán…què…): แม้ว่า…แต่กลับ…
但是……却…… (dànshì…què…): แต่…กลับ…
却没有 (què méiyǒu): แต่กลับไม่มี/ไม่ได้
却发现 (què fāxiàn): แต่กลับพบว่า
却不知道 (què bù zhīdào): แต่กลับไม่รู้
想……却不能…… (xiǎng…què bù néng…): อยาก…แต่กลับไม่สามารถ…

ตัวอย่างการใช้

她年纪小,却很有经验。
Tā niánjì xiǎo, què hěn yǒu jīngyàn.
เธออายุน้อย แต่กลับมีประสบการณ์มาก

我提醒了他,他却忘了。
Wǒ tíxǐng le tā, tā què wàng le.
ฉันเตือนเขาแล้ว แต่เขากลับลืม

这条路看起来近,走起来却很远。
Zhè tiáo lù kàn qǐlai jìn, zǒu qǐlai què hěn yuǎn.
ถนนนี้ดูใกล้ แต่พอเดินกลับไกลมาก

虽然很累,他却没有放弃。
Suīrán hěn lèi, tā què méiyǒu fàngqì.
แม้เหนื่อยมาก แต่เขากลับไม่ยอมแพ้

大家都同意,他却提出了不同意见。
Dàjiā dōu tóngyì, tā què tíchū le bùtóng yìjiàn.
ทุกคนเห็นด้วย แต่เขากลับเสนอความเห็นที่ต่างออกไป

我想解释,却找不到合适的话。
Wǒ xiǎng jiěshì, què zhǎo bú dào héshì de huà.
ฉันอยากอธิบาย แต่กลับหาคำที่เหมาะไม่ได้

门开着,房间里却没有人。
Mén kāizhe, fángjiān lǐ què méiyǒu rén.
ประตูเปิดอยู่ แต่ในห้องกลับไม่มีคน

A:有了“但是”,为什么还可以用“却”?
A: Yǒu le “dànshì”, wèishénme hái kěyǐ yòng “què”?
A: มีคำเชื่อมว่า ‘แต่’ แล้วทำไมยังใช้คำวิเศษณ์นี้ได้
B:“但是”连接两部分,“却”突出后面的反差。
B: “Dànshì” liánjiē liǎng bùfen, “què” tūchū hòumiàn de fǎnchā.
B: คำเชื่อมเชื่อมสองส่วน ส่วนคำวิเศษณ์นี้เน้นความสวนทางในส่วนหลัง

ทบทวนคำศัพท์ HSK ต่อ

น้องๆ สามารถกลับไปดูเครื่องมือฝึกคำศัพท์ได้ที่ HSK Tools Hub หรือดูแนวทางเลือกระดับได้ที่ HSK Level Guide