โคมไฟจีนสีแดงแขวนหน้าประตูบ้าน

ตรุษจีน 2570 วันไหน? ความหมาย ของไหว้ ข้อห้าม และคำอวยพรจีน

ตรุษจีน 2570 วันไหน?

ตรุษจีน 2570 ตรงกับ วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นปีมะแม/ปีแพะตามนักษัตรจีน ส่วนวันไหว้ตามธรรมเนียมไทยเชื้อสายจีนนิยมอยู่ วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2570 และวันจ่ายนิยมอยู่ วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2570

ส่วน ตรุษจีน 2569 ตรงกับ วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นปีมะเมีย/ปีม้า

หมายเหตุ: วันที่วันจ่ายและวันไหว้เป็นธรรมเนียมที่นิยมในครอบครัวไทยเชื้อสายจีน บางบ้านอาจจัดต่างกันตามเชื้อสาย ท้องถิ่น เวลาเปิดร้าน หรือความสะดวกของครอบครัว

วันปี 2570ทำอะไร
วันจ่าย4 ก.พ. 2570ซื้อของไหว้ อาหาร ผลไม้ ขนมมงคล กระดาษเงินกระดาษทอง และของใช้สำหรับเตรียมงาน
วันไหว้5 ก.พ. 2570ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้สัมภเวสีตามธรรมเนียมของแต่ละครอบครัว
วันเที่ยว / วันตรุษจีน6 ก.พ. 2570ใส่เสื้อใหม่ เยี่ยมญาติ กล่าวคำอวยพร รับหรือให้อั่งเปา และเริ่มต้นปีใหม่จีน

ตรุษจีน เทศกาลแห่งชีวิตชีวาและการเริ่มต้นใหม่

ท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ สีแดงสดที่สาดส่องไปทั่วทุกมุมเมือง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมงคลนานาชนิด และรอยยิ้มอันอบอุ่นของการรวมตัวกันในครอบครัว นี่คือภาพบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของเทศกาลตรุษจีน เทศกาลนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่วันหยุดธรรมดา แต่เป็นเทศกาลที่สำคัญและยาวนานที่สุดในปฏิทินจีน เป็นดั่งหัวใจของวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงชาวจีนและผู้มีเชื้อสายจีนทั่วโลกไว้ด้วยกัน

เทศกาลนี้เป็นที่รู้จักในหลากหลายชื่อ แต่ทุกชื่อล้วนมีความหมายอันเป็นมงคลซ่อนอยู่

  • เทศกาลตรุษจีน (Chinese New Year) เป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จักและคุ้นเคยกันดีที่สุด
  • เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (春节chūn jié, Chūnjié) เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่ผูกพันกับวิถีเกษตรกรรมมาแต่โบราณ เป็นการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของฤดูหนาวอันยาวนานและหนาวเหน็บ เพื่อต้อนรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิอันเป็นฤกษ์งามยามดีแห่งการเริ่มต้นเพาะปลูกครั้งใหม่
  • ปีใหม่ตามจันทรคติ (Lunar New Year) เป็นชื่อที่บ่งบอกถึงการนับวันตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งทำให้วันตรุษจีนในแต่ละปีไม่ตรงกัน โดยปกติจะอยู่ระหว่างวันที่ 21 มกราคม ถึง 20 กุมภาพันธ์

ตรุษจีน กับ Lunar New Year ต่างกันไหม?

Chinese New Year, Spring Festival หรือ 春节chūn jié Chūnjié หมายถึงปีใหม่จีนโดยตรง ส่วน Lunar New Year เป็นคำกว้างกว่า ใช้เรียกปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติหรือจันทรสุริยคติของหลายวัฒนธรรมในเอเชีย ไม่ได้หมายถึงจีนเท่านั้น

แต่ละประเทศจึงอาจมีธรรมเนียม รายละเอียด และนักษัตรที่ต่างกัน เช่น เวียดนามมีปีแมวแทนปีกระต่ายในบางระบบ ส่วนไทยเองก็มีระบบนักษัตรไทยและธรรมเนียมไทยเชื้อสายจีนที่ปรับเข้ากับครอบครัวแต่ละบ้าน ดังนั้นถ้าพูดถึงเทศกาลของจีนโดยเฉพาะ คำว่า “ตรุษจีน” หรือ “Chinese New Year” จะตรงกว่า แต่ถ้าพูดรวมหลายประเทศ คำว่า “Lunar New Year” จะครอบคลุมกว่า

ไม่ว่าจะถูกเรียกขานด้วยชื่อใด แก่นแท้ของเทศกาลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวของครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา (family reunion) การแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและเทพเจ้าผู้คุ้มครอง และที่สำคัญคือการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเรื่องไม่ดีของปีเก่าให้หมดไป เพื่อเปิดปีใหม่ด้วยบรรยากาศที่สดใส เป็นมงคล และพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ตามความเชื่อ

ความสำคัญของเทศกาลนี้ได้รับการยอมรับในระดับโลก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2024 UNESCO ได้ขึ้นทะเบียน “Spring Festival, social practices of the Chinese people in celebration of the traditional new year” ไว้ในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ รายการนี้อธิบายตรุษจีนในฐานะชุดปฏิบัติทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการรวมญาติ การไหว้และขอพร การอวยพรผู้ใหญ่ ญาติ เพื่อนบ้าน และกิจกรรมชุมชน ซึ่งสะท้อนว่าตรุษจีนไม่ใช่เพียงวันหยุด แต่เป็นวัฒนธรรมมีชีวิตที่สืบทอดผ่านครอบครัวและชุมชน

โคมไฟสีแดงและบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน

 

ต้นกำเนิดแห่งประเพณี ตำนานที่สร้างสรรค์การเฉลิมฉลอง

เบื้องหลังความรื่นเริงและสีสันอันสดใสของเทศกาลตรุษจีนนั้น มีเรื่องราวตำนานปรัมปราที่เล่าขานสืบต่อกันมา ซึ่งไม่เพียงแต่อธิบายที่มาของประเพณีต่างๆ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการแปรเปลี่ยนจากความหวาดกลัวไปสู่การเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่

ตำนานปีศาจ “เหนียน” (年兽nián shòu, Niánshòu)

ในอดีตกาล มีตำนานเล่าขานถึงปีศาจดุร้ายตนหนึ่งนามว่า “เหนียน” (nián, Nián) ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ปี” ในภาษาจีน ปีศาจตนนี้จะออกมาจากถ้ำลึกในภูเขาหรือใต้ทะเลลึกในคืนวันสิ้นปี เพื่อบุกเข้าหมู่บ้านทำร้ายผู้คนและจับสัตว์เลี้ยงไปเป็นอาหาร ทุกๆ ปี ชาวบ้านจึงต้องพากันอพยพลูกเล็กเด็กแดงหนีตายเข้าไปในหุบเขาลึกเพื่อหลบซ่อนจากภยันตรายนี้

จนกระทั่งปีหนึ่ง ได้มีชายชราลึกลับผู้หนึ่ง (ซึ่งบ้างก็เชื่อว่าเป็นเทพเจ้าจำแลงกายมา) ปรากฏตัวขึ้นและอาสาจะช่วยกำจัดปีศาจเหนียน เขาได้เปิดเผยความลับว่า ปีศาจเหนียนนั้นมีจุดอ่อนที่สำคัญ 3 ประการ คือ มันกลัว สีแดง, แสงสว่าง และเสียงดัง เมื่อถึงเวลาที่ปีศาจเหนียนปรากฏตัว มันต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นกระดาษสีแดงแปะอยู่เต็มประตูบ้าน มีแสงเทียนสว่างไสว และได้ยินเสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว จนต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงกลับไปยังที่ของมัน

จากองค์ความรู้ในตำนานนี้เอง ได้ก่อกำเนิดเป็นประเพณีสำคัญที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการประดับประดาบ้านเรือนด้วยกระดาษและโคมไฟสีแดง ไปจนถึงการจุดประทัดให้เกิดเสียงดังเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย สิ่งที่น่าสนใจคือ องค์ประกอบหลักของการเฉลิมฉลองที่เปี่ยมด้วยความสุขในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสีแดงอันเป็นมงคล เสียงประทัดแห่งความรื่นเริง และแสงไฟอันสว่างไสว ล้วนมีรากฐานมาจากเครื่องมือที่ใช้ป้องกันตัวจากความหวาดกลัวต่อปีศาจร้าย นี่คือการแปรเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง จากพิธีกรรมเพื่อความอยู่รอดได้วิวัฒนาการมาสู่สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองและความโชคดี เป็นการประกาศชัยชนะของมนุษย์เหนือความกลัวและความทุกข์ยากอย่างแท้จริง

ภาพปีศาจเหนียนในตำนานตรุษจีน

 

ตำนานปีศาจ “ซุย” (suì) และที่มาของ “อั่งเปา”

นอกจากตำนานปีศาจเหนียนแล้ว ยังมีอีกเรื่องเล่าหนึ่งเกี่ยวกับปีศาจ “ซุย” (suì) ที่มักจะออกมาในคืนวันสิ้นปีเพื่อรบกวนและทำร้ายเด็กๆ ที่กำลังหลับใหล พ่อแม่ในสมัยนั้นจึงต้องจุดโคมไฟเฝ้าลูกๆ ตลอดทั้งคืน

มีอยู่ปีหนึ่ง คู่สามีภรรยาได้มอบเหรียญแปดเหรียญ (ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแปดเซียนจำแลงกายมา) ห่อด้วยกระดาษสีแดงไว้ให้ลูกและวางไว้ข้างหมอน เมื่อปีศาจซุยย่างกรายเข้ามาหมายจะทำร้ายเด็ก แสงสว่างอันเจิดจ้าก็ได้ส่องประกายออกมาจากห่อกระดาษแดง ขับไล่ปีศาจซุยให้หนีหายไป

เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการให้เงิน “แต๊ะเอีย” ซึ่งในภาษาจีนกลางเรียกว่า “ยาสุ้ยเฉียน” (压祟钱yā suì qián, yāsuìqián) ที่แปลตรงตัวได้ว่า “เงินที่ใช้กดทับปีศาจซุย” ในยุคแรกเริ่ม เงินนี้จึงมีสถานะเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่มอบให้เด็กๆ เพื่อปกป้องคุ้มครองจากภยันตรายและสิ่งชั่วร้าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความหมายของประเพณีนี้ได้วิวัฒนาการและขยายขอบเขตกว้างขึ้น จากเครื่องรางป้องกันภัยที่เฉพาะเจาะจง ได้กลายมาเป็น “หงเปา” (红包hóngbāo, hóngbāo) หรือซองแดงที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน การมอบอั่งเปาในทุกวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันสิ่งชั่วร้าย แต่เป็นการส่งมอบคำอวยพรอันเป็นมงคล ขอให้ผู้รับมีโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และมีชีวิตที่ดีตลอดทั้งปี นี่คือวิวัฒนาการจากเครื่องรางป้องกันภัยไปสู่พรแห่งความเจริญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธรรมเนียมปฏิบัติสามารถปรับเปลี่ยนความหมายไปตามยุคสมัยได้อย่างไร

ภาพปีศาจซุยและที่มาของอั่งเปาตรุษจีน

 

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนตรุษจีน

  • ก่อนตรุษจีน 1 สัปดาห์: ทำความสะอาดบ้าน เคลียร์ของเก่า ซ่อมของชำรุด และวางแผนเมนูไหว้
  • ก่อนวันไหว้: เตรียมของไหว้ ผลไม้ ขนม น้ำชา ธูป เทียน และกระดาษเงินกระดาษทองตามธรรมเนียมบ้านตนเอง
  • วันไหว้: ไหว้ตามลำดับของแต่ละครอบครัว เช่น ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ทำทาน
  • วันเที่ยว: ใส่เสื้อสีสด เยี่ยมญาติ กล่าวคำอวยพร และเตรียมอั่งเปาหรือแต๊ะเอียตามความเหมาะสม
  • หลังตรุษจีน: เก็บของไหว้ แบ่งอาหารให้คนในบ้าน ระวังการจุดประทัดในพื้นที่ชุมชน และตรวจความปลอดภัยของธูปเทียน

การเตรียมความพร้อม ปัดกวาดสิ่งเก่า ต้อนรับความมงคล

การทำความสะอาดครั้งใหญ่ (大扫除dà sǎo chú, dàsǎochú)

ก่อนวันตรุษจีนจะมาเยือน ทุกครัวเรือนจะพร้อมใจกันทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ การกระทำนี้มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าเรื่องสุขอนามัยทั่วไป เพราะมันคือพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ชาวจีนเชื่อว่าการปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมของบ้าน เป็นการ “กวาด” เอาโชคร้าย ความเจ็บป่วย สิ่งอัปมงคล และพลังงานด้านลบต่างๆ ที่สะสมมาตลอดทั้งปีเก่าออกไปให้หมดสิ้น เพื่อเป็นการเตรียมพื้นที่อันบริสุทธิ์สำหรับต้อนรับโชคลาภและความเป็นสิริมงคลที่จะหลั่งไหลเข้ามาในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

อย่างไรก็ตาม มีข้อห้ามสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ จะไม่มีการทำความสะอาด กวาดบ้าน หรือทิ้งขยะในวันขึ้นปีใหม่ (วันชิวอิก) โดยเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการกวาดเอาโชคลาภและความมั่งคั่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ ทิ้งออกไปจากบ้าน

ครอบครัวทำความสะอาดบ้านก่อนเทศกาลตรุษจีน

 

การจับจ่ายซื้อของและประดับประดาบ้าน

บรรยากาศตามท้องตลาดในช่วงก่อนตรุษจีนจะคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนจะหลั่งไหลออกมาจับจ่ายซื้อของไหว้ อาหารมงคล เสื้อผ้าชุดใหม่ โดยเน้นสีแดงและสีทองซึ่งเป็นสีแห่งโชคลาภ รวมถึงของประดับตกแต่งบ้านนานาชนิด ของตกแต่งแต่ละชิ้นล้วนมีความหมายอันเป็นมงคลซ่อนอยู่

  • โคมไฟจีนสีแดง (灯笼dēng lóng, dēnglóng): ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลนี้ โดยจะแขวนไว้ที่หน้าประตูบ้านเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปัดเป่าโชคร้าย นอกจากนี้ แสงสว่างของโคมยังเปรียบได้กับแสงนำทางให้ชีวิตโชติช่วงชัชวาล และยังเชื่อว่าจะช่วยนำทางให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็นและเข้ามาประทานพรให้แก่บ้านหลังนั้นๆ
  • ป้ายคำกลอนคู่ (春联chūn lián, chūnlián): คือแผ่นกระดาษสีแดงที่เขียนคำอวยพรอันเป็นมงคลด้วยหมึกสีดำหรือสีทอง มักจะติดไว้เป็นคู่ที่สองข้างของกรอบประตู เป็นสัญลักษณ์ของการอำลาปีเก่าและกล่าวต้อนรับพรแห่งปีใหม่ที่จะเข้ามา
  • กระดาษตัดลายมงคล (剪纸jiǎn zhǐ, jiǎnzhǐ): เป็นศิลปะการตัดกระดาษสีแดงให้เป็นลวดลายต่างๆ ที่มีความหมายมงคล เช่น รูปปลา (หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้), ดอกโบตั๋น (ความมั่งคั่งและเกียรติยศ), ต้นสน (ความอ่อนเยาว์และอายุยืนยาว) หรือรูปมังกร (อำนาจบารมี) เพื่อนำไปติดประดับที่หน้าต่างหรือผนังบ้าน
  • อักษร “ฝู” กลับหัว (, fú): เป็นการเล่นคำในภาษาจีนที่ลึกซึ้ง โดยการนำอักษร “ฝู” () ซึ่งแปลว่า “โชคลาภ” มาติดกลับหัว เพราะคำว่า “กลับหัว” (dào, dào) ออกเสียงพ้องกับคำว่า “มาถึง” (dào, dào) ดังนั้น เมื่อพูดว่า “ฝูเต้าเลอ” (福倒了fú dào le) ที่แปลว่า “โชคลาภกลับหัว” จะฟังดูเหมือนกับคำว่า “ฝูเต้าเลอ” (福到了fú dào le) ซึ่งแปลว่า “โชคลาภมาถึงแล้ว” นั่นเอง
  • ต้นส้มจี๊ดและผลไม้มงคล: การนำต้นส้มจี๊ดหรือส้มที่มีผลดกมาประดับบ้านเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากคำว่า “ส้ม” ในภาษาจีนหลายถิ่นออกเสียงพ้องกับคำมงคลที่หมายถึงโชคดีและทองคำ

โคมไฟจีนสีแดงแขวนหน้าประตูบ้าน

 

สามวันสำคัญ หัวใจแห่งการเฉลิมฉลองตรุษจีน

แม้ว่าเทศกาลตรุษจีนจะเฉลิมฉลองยาวนานถึง 15 วัน แต่ช่วงเวลาที่เป็นหัวใจสำคัญและคึกคักที่สุดจะประกอบด้วย 3 วันหลัก ซึ่งแต่ละวันมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันไป

วันจ่าย (ตื่อเส็ก)

คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ทุกครอบครัวจะวุ่นวายกับการออกไปจับจ่ายซื้อของต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการไหว้ในวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน ผลไม้มงคล เครื่องเซ่นไหว้ กระดาษเงินกระดาษทอง และของใช้อื่นๆ

 

วันไหว้ (วันสิ้นปี หรือ 除夕chú xī, Chúxī)

นี่คือวันส่งท้ายปีเก่าตามปฏิทินจันทรคติ ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด กิจกรรมหลักในวันนี้คือการไหว้

  • การไหว้: ตลอดทั้งวันจะมีการตั้งโต๊ะไหว้หลายรอบตามลำดับความสำคัญ
    • ช่วงเช้ามืด: ไหว้เทพเจ้าต่างๆ (ไป๊เล่าเอี๊ยะ) เพื่อขอบคุณที่คุ้มครองตลอดปีและขอพรสำหรับปีใหม่
    • ช่วงสาย: ไหว้บรรพบุรุษ (ไป๊เป้บ๊อ) เพื่อแสดงความกตัญญูและระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
    • ช่วงบ่าย: ไหว้ทำทานแก่ผีไม่มีญาติ (ไป๊ฮ่อเฮียตี๋) ซึ่งเป็นการแสดงความเมตตากรุณา
  • อาหารค่ำมื้อรวมญาติ (年夜饭nián yè fàn, niányèfàn): นี่คือช่วงเวลาที่เป็นไฮไลท์ของวัน สมาชิกครอบครัวทุกคนไม่ว่าจะทำงานหรืออาศัยอยู่ที่ใด จะพยายามเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อมาร่วมรับประทานอาหารมื้อนี้ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โต๊ะอาหารจะเต็มไปด้วยอาหารมงคลนานาชนิด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความสามัคคีของครอบครัว
  • การเฝ้ารอข้ามปี (守岁shǒu suì, shǒusuì): หลังจากมื้อค่ำ สมาชิกในครอบครัวจะยังไม่แยกย้ายไปนอน แต่จะนั่งพูดคุย เล่นเกม หรือดูรายการโทรทัศน์พิเศษร่วมกัน เพื่อรอต้อนรับวันปีใหม่ที่จะมาถึงในเวลาเที่ยงคืน เป็นการปฏิบัติตามความเชื่อโบราณเพื่อขับไล่ปีศาจ (ตามตำนานเหนียน) และยังเชื่อว่าเป็นการอวยพรให้พ่อแม่และผู้ใหญ่ในบ้านมีอายุยืนยาว

ครอบครัวจีนรวมญาติกินอาหารมื้อวันไหว้ตรุษจีน

 

วันเที่ยว (วันขึ้นปีใหม่ หรือ 初一chū yī, Chūyī)

เป็นวันแรกของปีใหม่ หรือที่เรียกว่า “วันถือ” ซึ่งหมายถึงวันที่มีข้อห้ามและข้อพึงปฏิบัติมากมายเพื่อความเป็นสิริมงคล ทุกคนจะสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีสีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดง

  • การเยี่ยมญาติอวยพร (拜年bài nián, bàinián): ธรรมเนียม “ป้ายเจีย” คือการที่ลูกหลานจะเดินทางไปเยี่ยมคารวะและกล่าวคำอวยพรปีใหม่แก่ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ โดยจะนำส้ม 4 ผลติดตัวไปมอบให้ ซึ่งเจ้าบ้านก็จะรับไว้และนำส้มของที่บ้านมาแลกเปลี่ยนกลับไป 2 ผล เป็นสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนโชคลาภซึ่งกันและกัน
  • การให้อั่งเปา (红包hóngbāo, hóngbāo): ผู้ใหญ่หรือผู้ที่ทำงานมีรายได้แล้ว จะมอบซองสีแดงที่บรรจุเงินไว้ให้แก่เด็กๆ หรือผู้ที่ยังไม่มีรายได้ พร้อมกล่าวคำอวยพรอันเป็นมงคล
  • การเชิดสิงโตและมังกร (舞狮wǔ shī/舞龙wǔ lóng): ตามท้องถนนและย่านชุมชนจะมีการแสดงเชิดสิงโตและมังกรอย่างคึกคัก เสียงกลองที่ดังกระหึ่มและท่วงท่าที่แข็งแกร่งทรงพลัง เชื่อว่าจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำพาโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองมาให้

 

วันที่สองของปี (初二chū èr, Chū’èr): วันกลับบ้านของลูกสาว

วันที่สองของปีใหม่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ในสังคมจีนดั้งเดิมซึ่งยึดถือระบบสืบสกุลทางฝ่ายชาย เมื่อผู้หญิงแต่งงานออกไปจะถือว่าเป็นสมาชิกของครอบครัวสามีอย่างสมบูรณ์ และมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของตนน้อยมาก ดังนั้น วันที่สองของเทศกาลตรุษจีนจึงถูกกำหนดให้เป็นวันที่ลูกสาวที่แต่งงานแล้วจะได้เดินทางกลับไปเยี่ยมคารวะพ่อแม่และครอบครัวของตนเองอย่างเป็นทางการ วันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวันเยี่ยมญาติธรรมดา แต่เป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยความหมายทางอารมณ์ เป็น “วาล์วระบายความรู้สึก” ที่สำคัญซึ่งช่วยให้ผู้หญิงยังคงรักษาความผูกพันกับครอบครัวเดิมของตนไว้ได้ และเป็นวันที่พ่อแม่จะได้เห็นหน้าลูกสาวและหลานๆ อย่างชื่นใจ

 

ของไหว้ตรุษจีนมีอะไรบ้าง?

ของไหว้ตรุษจีนไม่ได้มีชุดเดียวตายตัว ทุกบ้านอาจต่างกันตามเชื้อสาย เช่น แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ หรือธรรมเนียมท้องถิ่น ตารางนี้เป็นภาพรวมสำหรับคนที่อยากเห็นหมวดหลักก่อนเตรียมของจริง

หมวดตัวอย่างความหมายโดยทั่วไป
เนื้อสัตว์ไก่ เป็ด หมู ปลาความสมบูรณ์ ความก้าวหน้า ความอุดมสมบูรณ์ และเหลือกินเหลือใช้
ผลไม้ส้ม กล้วย แอปเปิล องุ่น สาลี่ตามธรรมเนียมบางบ้านโชคดี ความราบรื่น ความมั่งคั่ง และความเจริญงอกงาม
ขนมขนมเข่ง ขนมเทียน ขนมถ้วยฟู บัวลอยจีนก้าวหน้า เฟื่องฟู ครอบครัวกลมเกลียว และชีวิตหวานราบรื่น
เครื่องดื่มน้ำชา เหล้า น้ำเปล่าการเคารพ ต้อนรับ และตั้งโต๊ะตามธรรมเนียมครอบครัว
ของอื่น ๆธูป เทียน กระดาษเงินกระดาษทอง แจกันดอกไม้ใช้ประกอบพิธีไหว้ตามความเชื่อและธรรมเนียมของแต่ละบ้าน

อิ่มอร่อยรับความเฮง: ถอดรหัสความหมายอาหารมงคล

อาหารที่ปรากฏบนโต๊ะในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารเพื่อความอิ่มท้อง แต่ทุกเมนูล้วนผ่านการคัดสรรมาอย่างดีและมีความหมายอันเป็นมงคลซ่อนอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมาจากการเล่นคำพ้องเสียงในภาษาจีน หรือจากรูปลักษณ์และสีสันของอาหารจานนั้นๆ

หลักการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อนี้คือพลังของภาษาและเสียงในวัฒนธรรมจีน คำพูดไม่ได้มีไว้เพื่อบรรยายสิ่งต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเชื่อว่าสามารถสร้างหรือเหนี่ยวนำความเป็นจริงได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีชื่อพ้องเสียงกับคำมงคล จึงไม่ใช่แค่การกระทำเชิงสัญลักษณ์ แต่จึงถูกมองเป็นสัญลักษณ์มงคลบนโต๊ะอาหาร เป็นดั่ง “พรที่กินได้” ในเชิงวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น คำว่า “ปลา” ในภาษาจีนคือ ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่า ที่แปลว่า “เหลือเฟือ” หรือ “มีส่วนเกิน” การกินปลาจึงเปรียบเสมือนการเชื้อเชิญความอุดมสมบูรณ์ให้เข้ามาในชีวิตตลอดทั้งปี เป็นคำอวยพรที่สามารถลิ้มรสได้โดยตรง

อาหารมงคลตรุษจีน เช่น ปลา เกี๊ยว ปอเปี๊ยะ และส้ม

อาหารอักษรจีนความหมายมงคลเหตุผล
ปลาเหลือกินเหลือใช้, อุดมสมบูรณ์พ้องเสียงกับคำว่า ที่แปลว่า เหลือเฟือ
เกี๊ยว饺子jiǎo ziความมั่งคั่งร่ำรวยรูปร่างคล้ายเงินจีนโบราณ (หยวนเป่า)
ปอเปี๊ยะทอด春卷chūn juǎnความร่ำรวย, มีทองเต็มบ้านรูปร่างและสีเหลืองทองคล้ายแท่งทองคำ
ขนมเข่ง年糕nián gāoการงาน/ชีวิตก้าวหน้าสูงขึ้นพ้องเสียงกับ 年高nián gāo ที่แปลว่า สูงขึ้นทุกปี
บัวลอยจีน汤圆tāng yuánครอบครัวอบอุ่น กลมเกลียวรูปร่างกลมและการออกเสียง (tuányuán) คล้ายคำว่า 团圆tuán yuán ที่แปลว่า การพร้อมหน้า
บะหมี่/หมี่ซั่ว长寿面zhǎng shòu miànอายุยืนยาวลักษณะที่เป็นเส้นยาวโดยไม่ตัด
ส้ม / chéngโชคดี, ความสำเร็จ, ความมั่งคั่งสีทองเหมือนเงินทอง และพ้องเสียงกับคำมงคล และ chéng
ไก่ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานพ้องเสียงกับคำว่า ที่แปลว่า สิริมงคล
เป็ดความสามารถรอบด้าน, ความบริสุทธิ์สื่อถึงความมั่งคั่งและความสะอาดบริสุทธิ์
ขนมถ้วยฟู发糕fā gāoความเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูพ้องเสียงกับคำว่า ที่แปลว่า เจริญรุ่งเรือง

 

เคล็ดลับเสริมมงคล ข้อปฏิบัติและข้อห้ามในวันตรุษจีน

ช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในวันขึ้นปีใหม่ (วันชิวอิก) ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโชคชะตาตลอดทั้งปีที่กำลังจะมาถึง ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อห้ามและความเชื่อมากมายที่สืบทอดกันมาเพื่อปกป้องโชคลาภที่กำลังจะเข้ามาและป้องกันไม่ให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้น

ข้อห้ามเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นความเชื่องมงายสำหรับคนภายนอก แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้งจะพบว่ามันมีตรรกะภายในที่สอดคล้องกัน นั่นคือการมองว่าช่วงปีใหม่เป็น “พื้นที่เปลี่ยนผ่าน” อันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างปีเก่าและปีใหม่ หลายครอบครัวจึงระมัดระวังคำพูดและการกระทำในช่วงนี้เป็นพิเศษ ข้อห้ามส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การหลีกเลี่ยงการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสีย การทำลาย การสิ้นสุด หรือสิ่งอัปมงคล เช่น การตัด การทิ้ง การร้องไห้ หรือการพูดถึงความตาย การปฏิบัติตามข้อห้ามเหล่านี้จึงเป็นการสร้าง “ความบริสุทธิ์ทางพิธีกรรม” เพื่อเตรียมภาชนะที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับรับพรและโชคลาภ เป็นความพยายามที่จะปกป้องโชคที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างระมัดระวัง

 

ข้อห้ามสำคัญในวันตรุษจีน

  • ห้ามทำความสะอาดบ้าน: การกวาดบ้านหรือทิ้งขยะในวันปีใหม่ เปรียบเสมือนการกวาดเอาโชคลาภเงินทองออกไปจากบ้าน
  • ห้ามสระผมหรือตัดผม: คำว่า “ผม” (, fà) ในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า “ความมั่งคั่ง” (, fā) การสระหรือตัดผมจึงเหมือนกับการชะล้างหรือตัดเอาความมั่งคั่งทิ้งไป
  • ห้ามใช้ของมีคม (มีด, กรรไกร): เชื่อกันว่าความแหลมคมของสิ่งของเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการ “ตัด” โชคลาภหรือความสัมพันธ์อันดีงามให้ขาดสะบั้นลง
  • ห้ามซักผ้า: ตามความเชื่อ วันตรุษจีนเป็นวันประสูติของเทพเจ้าแห่งสายน้ำ การซักผ้าหรือใช้น้ำในปริมาณมากจึงถือเป็นการลบหลู่ท่าน
  • ห้ามพูดคำหยาบและเรื่องอัปมงคล: ควรหลีกเลี่ยงการพูดคำที่ไม่เป็นมงคล เช่น คำว่า “ตาย” หรือคำที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย และห้ามทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อให้ปีใหม่เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่ดี
  • ห้ามทำของแตก: การทำสิ่งของแตก เช่น ถ้วยชาม ถือเป็นลางร้ายที่สื่อถึงความแตกแยกหรือโชคร้าย หากเกิดอุบัติเหตุทำของแตกโดยไม่ตั้งใจ ให้รีบพูดแก้เคล็ดว่า “落地开花luò de kāi huā” (luò dì kāi huā) ซึ่งแปลว่า “เมื่อตกลงถึงพื้นก็เบ่งบานเป็นดอกไม้” เพื่อเป็นการเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี
  • ห้ามใส่เสื้อผ้าสีขาว-ดำ: เนื่องจากเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับงานไว้ทุกข์ จึงควรหลีกเลี่ยงและหันมาสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงหรือสีสันสดใสแทน
  • ห้ามร้องไห้: เชื่อกันว่าหากร้องไห้ในวันปีใหม่ จะทำให้ต้องพบเจอกับเรื่องเศร้าโศกเสียใจไปตลอดทั้งปี

 

คลังศัพท์และวลีมงคลต้องรู้ รับตรุษจีน

เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การเรียนรู้คำศัพท์และคำอวยพรภาษาจีนที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

หมวดหมู่อักษรจีนคำอ่านภาษาไทยคำแปล
ชื่อเทศกาล春节chūn jiéชุนเจี๋ยเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ
新年xīn niánซินเหนียนปีใหม่
คำอวยพร (ทั่วไป)新年快乐xīn nián kuài lèซินเหนียนไคว่เล่อขอให้มีความสุขในวันปีใหม่
恭喜发财gōng xǐ fā cáiกงสี่ฟาไฉขอให้ท่านร่ำรวย
万事如意wàn shì rú yìว่านซื่อหรูอี้ขอให้สมปรารถนาในทุกเรื่อง
身体健康shēn tǐ jiàn kāngเชินถี่เจี้ยนคังขอให้สุขภาพแข็งแรง
合家平安hé jiā píng ānเหอเจียผิงอันขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
คำอวยพร (ธุรกิจ)生意兴隆shēng yì xīng lóngเซิงอี้ซิงหลงขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง
招财进宝zhāo cái jìn bǎoเจาไฉจิ้นเป่ากวักทรัพย์รับโชค เงินทองไหลมา
步步高升bù bù gāo shēngปู้ปู้เกาเชิงขอให้มีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่ง
กิจกรรมและประเพณี吃团圆饭chī tuán yuán fànชือถวนหยวนฟ่านกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัว
拜年bài niánไป้เหนียนการไปอวยพรปีใหม่
红包hóngbāoหงเปาซองแดง (ใส่เงินให้เป็นของขวัญ)
放鞭炮fàng biān pàoฟ่างเปียนพ่าวการจุดประทัด
舞狮wǔ shīอู่ซือการเชิดสิงโต
舞龙wǔ lóngอู่หลงการเชิดมังกร
อาหารมงคลอวี๋ปลา
饺子jiǎo ziเจี่ยวจึเกี๊ยว
年糕nián gāoเหนียนเกาขนมเข่ง
汤圆tāng yuánทังหยวนขนมบัวลอย

FAQ คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับตรุษจีน

ตรุษจีน 2570 ตรงกับวันไหน?

ตรุษจีน 2570 ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2570 ส่วนวันไหว้นิยมอยู่วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ และวันจ่ายนิยมอยู่วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2570

วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว ต่างกันอย่างไร?

วันจ่ายคือวันที่เตรียมซื้อของ วันไหว้คือวันที่ตั้งโต๊ะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ ส่วนวันเที่ยวหรือวันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่จีนที่นิยมใส่เสื้อใหม่ เยี่ยมญาติ อวยพร และรับหรือให้อั่งเปา

ตรุษจีนกับ Lunar New Year เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด ตรุษจีนหรือ Chinese New Year คือปีใหม่จีน ส่วน Lunar New Year เป็นคำกว้างกว่า ใช้กับปีใหม่ตามจันทรคติของหลายวัฒนธรรมในเอเชีย

ตรุษจีนควรใส่เสื้อสีอะไร?

สีที่นิยมคือสีแดง ทอง ชมพู หรือสีสดใส เพราะสื่อถึงความเป็นมงคลและการเริ่มต้นใหม่ หลายบ้านหลีกเลี่ยงสีขาวและดำเพราะโยงกับงานไว้ทุกข์

ตรุษจีนห้ามทำอะไรบ้าง?

ข้อห้ามที่พบบ่อย ได้แก่ ห้ามกวาดบ้าน ห้ามตัดผมหรือสระผม ห้ามพูดคำไม่เป็นมงคล ห้ามทำของแตก และหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน ทั้งหมดควรอ่านในฐานะธรรมเนียมและความเชื่อของแต่ละครอบครัว

อั่งเปากับแต๊ะเอียต่างกันไหม?

อั่งเปา 红包hóngbāo hóngbāo แปลตรงตัวว่าซองแดง ส่วนแต๊ะเอียเป็นคำที่คนไทยเชื้อสายจีนใช้เรียกเงินมงคลที่ผู้ใหญ่มอบให้เด็กหรือคนในครอบครัวในช่วงตรุษจีน ในชีวิตประจำวันมักใช้ใกล้เคียงกัน

คำอวยพรตรุษจีนภาษาจีนพูดว่าอะไร?

คำที่ใช้บ่อยคือ 新年快乐xīn nián kuài lè xīnnián kuàilè แปลว่าสุขสันต์ปีใหม่ และ 恭喜发财gōng xǐ fā cái gōngxǐ fācái แปลว่าขอให้ร่ำรวยหรือขอให้มั่งคั่ง

ตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการในไทยไหม?

โดยทั่วไปตรุษจีนในไทยถูกจัดเป็นวันสำคัญหรือ observance ไม่ใช่วันหยุดราชการทั่วประเทศตามปฏิทินสากล อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ หน่วยงาน หรือบริษัทอาจมีประกาศหยุดเป็นกรณีเฉพาะ ควรตรวจประกาศของสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

Similar Posts